• vinitvadee
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2017-06-29
  • จำนวนเรื่อง : 1335
  • จำนวนผู้ชม : 304109
  • ส่ง msg :
  • โหวต 584 คน
ยามเราสรวลสำรวลรื่น โลกก็ชื่นชมผสม
สะอื้นอ้อนอ่อนอารมณ์ ก็จำเศร้าแต่เราเดียว (กฤษณา อโศกสิน) มาคุยกันพลันเบิกบานใจ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/vinnapatra
วันศุกร์ ที่ 13 กันยายน 2562
Posted by vinitvadee , ผู้อ่าน : 570 , 07:25:03 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน แม่หมี , นายยั้งคิด และอีก 2 คนโหวตเรื่องนี้

โดย: โรม บุนนาค
 
 
ภาพตัดหัวของไทยในมโนของฝรั่ง ว่าให้เพชฌฆาตมานั่งคุยล่อ อีกคนโดดออกมาจากพุ่มไม้ฟันไม่ให้รู้ตัว
ภาพตัดหัวของไทยในมโนของฝรั่ง
ว่าให้เพชฌฆาต มานั่งคุยล่อ อีกคนโดดออกมาจากพุ่มไม้ฟันไม่ให้รู้ตัว
 

วิธีลงโทษประหารชีวิตด้วยการใช้ดาบฟันให้หัวหลุดกระเด็นจากบ่าลงไปกลิ้งอยู่กับพื้น เลือดพุ่งกระฉูดขึ้นเป็นลำ นับเป็นภาพที่สยดสยองแก่ผู้พบเห็น และแน่นอนว่าจะต้องทารุณจิตใจต่อผู้ที่ถูกประหารอย่างมาก แต่ถ้าย้อนไปดูวิธีลงโทษในอดีตซึ่งมีวิธีอุตริพิสดารมากมาย คนที่ถูกลงโทษอาจขอให้ตัดหัวเสียเลยยังจะดีกว่า

อย่างเช่น พระเพทราชา อดีตคนเลี้ยงช้าง ซึ่งยึดอำนาจได้เมื่อสมเด็จพระนารายณ์มหาราชสวรรคต ขึ้นชื่อว่าเป็นกษัตริย์ที่โหดร้ายอำมหิต มีความสุขที่ได้เห็นผู้อื่นถูกทารุณ ได้สั่งประหารแม่ทัพนายกองที่ให้ไปตีเมืองนครราชสีมาแล้วทำไม่สำเร็จ กลับมาจึงให้เอาเหล็กเผาไฟจนแดงนาบเท้าทุกคน และให้เอาไม้แหลมแทงลิ้นในระหว่างสอบสวนความผิด มีจดหมายเหตุของชาวฝรั่งเศสในกรุงศรีอยุธยาบันทึกเรื่องนี้ไว้ว่า

“...เมื่อชำระได้ความตามที่ต้องการแล้ว จึงนำทุกคนไปมัดกับหลักไม้ นั่งขัดสมาธิกับพื้นดิน มีไม้อุดปากไว้เพื่อมิให้ร้องอื้ออึงหนวกหู เจ้าพนักงานเอามีดแหลมเฉือนศีรษะถึงกะโหลก แล้วสับหนังให้ละเอียด หลังจากนั้นเอามีดเฉือนเนื้อ แล่ตั้งแต่บั้นเอวจนถึงไหล่ ตัดเนื้อออกจากแขนเป็นชิ้นๆ ตัดนิ้วเท้านิ้วมือ และบังคับนักโทษทุกคนกลืนเนื้อของตัวเอง
 
เจ้าพนักงานได้เรียกบรรดาผู้หญิงที่มุงดูให้มารุมเอากำปั้นทุบเนื้อเละบนศีรษะ เพื่อให้ท่านเหล่านั้นได้รับความอับอายปะปนกับความเจ็บปวด บางคนที่กินเนื้อตัวเองไม่ลงก็เอาเงินที่ละลายร้อนกรอกใส่ปาก ใครตายก็สบายไป ใครไม่ตายก็ถูกทรมานต่อไป บางคนทนอยู่ได้ไม่ยอมสิ้นใจเป็นเวลาถึง ๑๒ วัน...”

เมื่อทรงเบื่อพวกที่ไม่ยอมตายง่ายๆ จึงให้แหวะท้องทุกคนให้เอาศพไปไปเสียบไม้ไว้ที่ประตูเมือง สะด้วยหนามไผ่ไว้รอบเพื่อไม่ให้ใครเอาศพไปเผาหรือไปฝัง ส่วนลูกเมียที่ไม่รู้เรื่องราวอะไรด้วยก็ให้ต้อนเอาไปไว้กลางทุ่ง แล้วเผาทุ่งให้ไฟคลอกทั้งเป็น

อะไรจะโหดร้ายปานนั้น... อย่างนี้ตัดหัวเสียเลยยังจะดีกว่า

สำหรับโทษที่ประทุษร้ายต่อกษัตริย์นับเป็นความผิดอย่างใหญ่หลวง แค่ตายยังน้อยไป ในหนังสือพระอัยการกบฏศึกจึงกำหนดโทษไว้ว่า

“...สถานหนึ่งคือต่อยกบาลศีรษะออกเสีย แล้วเอาคีมคีบก้อนเหล็กแดงใส่ลงไป ให้มันสมองพุ่งฟูดังหม้อเคี่ยวน้ำส้มพะอูม...”

“...สถานหนึ่งคือให้นอนลงข้างๆหนึ่ง แล้วให้เอาหลาวเหล็กตอกลงไปโดยช่องหูให้แนบกับพื้นดิน แล้วจับเท้าทั้งสองหันเหียนไปดังบุคคลท่าทางเวียน...”

“...สถานหนึ่งคือให้เอาขวานผ่าอกทั้งเป็น แหกทั้งโครงเนื้อ...”

“...สถานหนึ่งคือเชือดเนื้อให้เป็นแร่งเป็นริ้วอย่าให้ขาด ให้เนื่องด้วยหนังตั้งแต่ใต้คอลงไปถึงข้อเท้า แล้วเอาเชือกผูกให้จำเดินเหยียบย่ำริ้วเนื้อหนังแห่งตน ให้ฉุดคร่าตีจำให้เดินไปกว่าจะตาย...”

“...สถานหนึ่งคือให้แล่สับฟันทั่วกาย แล้วเอาแปรงหวีชุบน้ำแสบกรีดครูดขุดเซาะหนังและเนื้อและเอ็นน้อยใหญ่ ให้ลากออกมาให้สิ้น ให้อยู่แต่ร่างกระดูก...”

โห...ช่างคิดกันจริงๆ และในกำหนดโทษนี้ไม่ใช่แค่ให้ตายคนเดียว แต่ให้ลงโทษฆ่ากันทั้งโคตรเลย
นอกจากนี้ยังมีวิธีฆ่าแบบโหดๆให้ตายอย่างทารุณทีละน้อย อย่างเช่น ใช้เหล็กงอเป็นเบ็ดเกี่ยวคางแขวนไว้ให้แตะพื้นแค่ปลายเท้า.. ให้แล่เนื้อทีละชิ้นจนกว่าจะตาย.. ให้ช้างแทง.. ให้เสือกิน.. เป็นต้น

การตัดหัวประหารชีวิตในสมัยรัชกาลที่ ๕ ก่อนที่จะเลิกวิธีการนี้ มีการกำหนดขั้นตอนไว้อย่างรัดกุม คือเมื่อศาลตัดสินประหารชีวิตนักโทษแล้ว ก็จะต้องถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐานเพื่อป้องกันการเปลี่ยนตัว เพราะเริ่มมีการใช้กล้องถ่ายรูปกันแล้วตั้งแต่ปลายรัชกาลที่ ๔ จากนั้นก็ส่งตัวไปคุมขังในห้องรอประหารของกองมหันตโทษ โดยกระทรวงมหาดไทยจะเป็นผู้กำหนดวันให้เอานักโทษไปสู่หลักประหารภายในเวลาไม่เกิน ๑ ปี

เมื่อกรมราชทัณฑ์ได้รับคำสั่งให้เอานักโทษไปประหารแล้ว ยังมีระบบตรวจสอบอีกมาก เพื่อป้องกันการเปลี่ยนตัว โดยจะเบิกตัวนักโทษมาพิมพ์ลายมือส่งไปให้กองพิมพ์ลายมือตรวจสอบว่าเป็นคนเดียวกับที่พิมพ์ไว้ในคำพิพากษาหรือไม่ ทั้งยังให้เจ้าหน้าที่ที่ทำการจับกุม ผู้เห็นเหตุการณ์ โจทก์หรืออัยการมาชี้ตัวนักโทษด้วย

สถานที่ใช้เป็นแดนประหารนี้ต้องย้ายกันหลายครั้ง เพราะเป็นที่รังเกียจของคนในท้องที่ยิ่งกว่ากองขยะในสมัยนี้เสียอีก แต่เดิมใช้วัดโคก หริอวัดพลับพลาชัย ต่อไปย้ายไปป่าช้ามักกะสัน แต่ต่อมาเห็นว่าอยู่ใกล้กับใจกลางพระนครเกินไป มีเรือกสวนไร่นาและชุมชนอยู่โดยรอบ เลยย้ายไปประหารที่วัดบางปลากด เมืองพระประแดง
 
การเดินทางไปค่อนข้างลำบาก ต้องรอให้น้ำขึ้นจึงเอาเรือเข้าไปได้ สถานที่แห่งใหม่นี้แม้กรมราชทัณฑ์จะสร้างกำแพงคอนกรีตขึ้นล้อมป่าช้า แต่สมภารและชาวบ้านรอบวัดร้องทุกข์กันมาก จึงย้ายข้ามไปที่วัดโบสถ์ฝั่งเมืองสมุทรปราการ ซึ่งเป็นวัดร้างไม่มีพระจำพรรษา

แดนประหารเหล่านี้ในสมัยมีการตัดถนน เมื่อไปตรงกับป่าช้าเข้า ก็เจอโครงกระดูกเป็นจำนวนมาก แต่ไม่มีหัว

ใน พ.ศ.๒๔๗๗ มีการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา ร.ศ.๑๒๗ ว่าด้วยการประหารชีวิต ได้เปลี่ยนจากการ “ให้เอาไปตัดศีรษะเสีย” เป็น “ให้เอาไปยิงเสียให้ตาย” อาวุธที่ใช้ประหารจึงเปลี่ยนจาก ๒ ดาบ มาเป็น ๑๕ นัดจากปืนกลแบบแบล็คมันน์ ก่อนจะมาเป็นฉีดยา ๓ เข็มอย่างในวันนี้

นักโทษที่ถูกตัดหัวรายสุดท้าย มีขึ้นเมื่อวันที่ ๙ สิงหาคม ๒๔๖๒ ที่วัดภาษี คลองตัน กทม.นักโทษที่ถูกประหารด้วยแบล็คมันน์คนแรกเมื่อวันที่ ๑๑ กันยายน ๒๔๗๘ ส่วนคนแรกที่ถูกประหารด้วยการฉีดยาคือวันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๔๖ ส่วนนักโทษคนสุดท้ายที่ถูกประหารชีวิต เมื่อวันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๖๑ มานี่เอง และยังมีรอคิวอีกหลายคน


การแสดงของพิพิธภัณฑ์กรมราชทัณฑ์
 
การแสดงของพิพิธภัณฑ์กรมราชทัณฑ์

วิธีทรมานด้วยใส่ในตะกร้อที่ฝังตะปูข้างในให้ช้างเตะ
 
วิธีทรมานด้วยใส่ในตะกร้อที่ฝังตะปูข้างในให้ช้างเตะ
 
 
 
ขอบคุณ MGR online
คุณโรม บุนนาค
 
สิริสวัสดิ์ศุกรวารค่ะ

 




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
vinitvadee วันที่ : 14/09/2019 เวลา : 08.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

ขอบพระคุณ พี่อ้อมค่ะ _/\_

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
vinitvadee วันที่ : 13/09/2019 เวลา : 18.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

ขอบพระคุณ คุณลุงยั้งคิดค่ะ _/\_

ความคิดเห็นที่ 6 สำรวจฟ้า ถูกใจสิ่งนี้ (1)
vinitvadee วันที่ : 13/09/2019 เวลา : 09.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

โทษประหารชีวิต 21 สถาน

จากหนังสือกฎหมายตราสามดวง ซึ่งเป็นหนังสือกฎหมายที่รัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าให้รวบรวมกฎหมายโบราณครั้งกรุงศรีอยุธยาและกรุงธนบุรีมาประมวลไว้ด้วยกัน ได้กล่าวถึงการประหารชีวิต และเครื่องมือต่าง ๆ เช่น

จากพระไอยการลักษรโจร กล่าวถึงการลักพระพุทธรูปเอาไปล้างหรือเผาสำรอกเอาทอง หรือเอาพระบท (พระคัมภีร์) ไปสำรอกแช่น้ำ หรือเอาไปเผา โทษประหารคือ เอาโจรนั้นใส่เตาเพลิงสูบเผาไฟ

ถ้าขุดทำลายพระพุทธรูป พระสถูปเจดีย์ จับได้หลายครั้งหลายหน โทษประหารก็คือเอาโจรนั้นไปตระเวนบก 3 วัน ตระเวนเรือ 3 วัน แล้วตัดคอผ่าอกเสีย

ถ้าทำให้เกิดเพลิงไหม้ในพระราชวัง โทษคือเอาไฟคลอกให้ตาย

ในพระไอยการกระบดศึก ตอนหนึ่งว่านักโทษที่เป็นกบฏ ประทุษร้ายต่อพระเจ้าอยู่หัว ปล้นเมือง ปล้นพระนคร เผาจวน เผาพระราชวัง เผายุ้งฉาง คลังหลวง ปล้นวัด เผาวัด ทำทารุณกรรมหยาบช้าต่อพระและชาวบ้าน เช่นเอาปิ้งย่างเผาไฟ หรือเอาแหลนหลาวเสียบร้อนฆ่าบิดามารดาคณาจารย์ พระอุปัชณาย์ เหยียบย่ำทำลามกต่อพระพุทธรูป และตัดมือตัดเท้าตัดคอเด็ก เพื่อเอาเครื่องประดับ จะต้องถูกประหารโดยสถานใดสถานหนึ่ง

วิธีการประหารชีวิตตามพระไอยการกระบถศึก บันทึกและอธิบายเอาไว้อย่างละเอียดถึงวิธีการลงโทษประหาร 21 วิธีหรือ 21 สถาน ดังนี้

สถาน 1 คือ ให้ต่อยกระบานศีศะ (กบาลศีรษะ) เลิกออก (เปิดออก) เสียแล้ว เอาคีมคีบก้อนเหล็กแดงใหญ่ใส่ลงไปในมันสะหมอง (มันสมอง) ศีศะพลุ่งฟู่ขึ้นดั่งม่อ (หม้อ) เคี่ยวน้ำส้มพะอูม

สถาน 2 คือ ให้ตัดแต่หนังจำระ (จาก) เบื้องหน้าถึงไพรปากเบื้องบนทั้งสองข้างเป็นกำหนด ถึงหมวกหู (ใบหู) ทั้งสองข้างเป็นกำหนด ถึงเกลียวคอชายผมเบื้องหลังเป็นกำหนด (หนังบริเวณคอถึงท้ายทอย) แล้วให้มุ่นกระหมวดผมเข้าทั้งสิ้น (ม้วนเข้าหากัน) เอาท่อนไม้สอดเข้าข้างละคน โยกคลอนสั่นเพิกหนังทั้งผมนั้นออกเสียแล้วเอากรวดทรายหยาบขัดกระบานศีศะชำระให้ขาวเหมือนพรรณศรีสังข์

สถาน 3 คือ ให้เอาขอเกี่ยวปากให้อ้าไว้ แล้ให้ตามประทีบ (ดวงไฟ) ไว้ในปาก ไนยหนึ่ง (นัยหนึ่ง) เอาปากสิวอันคมนั้นแสะแหวะผ่าปากจนหมวกหู (ใบหู) ทั้งสองข้าง แล้วเอาขอเกี่ยวให้อ้าปากไว้ให้โลหิตไหลออกเต็มปาก

สถาน 4 คือ เอาผ้าชุบน้ำมันพันให้ทั่วร่างกายแล้วเอาเพลิงจุด

สถาน 5 คือ เอาผ้าชุบน้ำมันพันนิ้วทั้งสิบนิ้วแล้วเอาเพลิงจุด

สถาน 6 คือ เชือดเนื้อให้เป็นแรงเป็นริ้วอย่าให้ขาดจากกัน ตั้งแต่ใต้คอลงไปถึงข้อเท้าแล้วเอาเชือกผูกจำ ให้เดินเหยียบริ้วเนื้อริ้วหนังแห่งตน ให้ฉุดคร่าตีจำให้เดินไปกว่าจะตาย

สถาน 7 คือ เชือดเนื้อให้เนื่องด้วยหนังเป็นแร่งเป็นริ้ว ตั้งแต่ใต้คอลงมาถึงเอวและให้เชือดตั้งแต่เอวให้เนื่องด้วยหนังเป็นแร้งเป็นริ้วลงมาถึงข้อเท้ากระทำหนังเบื้องบนให้คลุมลงมาเหมือนนุ่งผ้า

สถาน 8 คือ ให้เอาห่วงเหล็กสวมข้อศอกทั้งสองข้าง ข้อเข่าทั้งสองข้างให้มั่นแล้วเอาหลักสอดในวงเหล็กแย่งขึงตรึงลงไว้กับแผ่นดินอย่าให้ไหวตัวได้ แล้วเอาเพลิงรน (ลน) ให้รอบตัวจนกว่าจะตาย

สถาน 9 คือ ให้เอาเบ็ดใหญ่ที่มีคมสองข้างเกี่ยวทั่วร่างเพิก (เปิด) หนังเนื้อและเอ็นน้อยใหญ่ให้หลุดขาดออกมาจนกว่าจะตาย

สถาน 10 คือ ให้เอามีดที่คมเชือดเนื้อให้ตกออกจากกายแต่ทีละตำลึง (นำเนื้อมาชั่งให้ได้น้ำหนักหนึ่งตำลึง:มาตราวัดสมัยโบราณ) จนกว่าจะสิ้นมังสา (เนื้อ)

สถาน 11 คือ ให้แล่สับทั่วร่างแล้ว เอาแปรงหวีชุบน้ำแสบกรีดคอ รูดขูดเสาะหนังและเนื้อแลเอ็นน้อยใหญ่ให้ลอกออกให้สิ้นให้อยู่แต่ร่างกระดูก

สถาน 12 คือ ให้นอนลงโดยข้างๆ หนึ่งแล้วให้เอาหลาวเหล็กตอกลงไปโดยช่องหูให้แน่นกับแผ่นดินแล้วจับขาทั้งสองข้างหมุนเวียนไปดังบุคคลทำบังเวียน (เวียนเทียน)

สถาน 13 คือ ทำมิให้หนังพังหนังขาด แล้วเอาลูกสีลา (ลูกหิน) บดทุกกระดูกให้แหลกย่อย แล้วรวบผมเข้าทั้งสิ้น ยกขึ้นหย่อนลงกระทำให้เนื้อเป็นกองเป็นลอม แล้วพับห่อเนื้อหนังกับทั้งกระดูกนั้นทอดวางไว้ดั่งตั่งอันทำด้วยฟางซึ่งเอาไว้เช็ดเท้า

สถาน 14 คือ ให้เคี่ยวน้ำมันให้เดือดพลุ่งพล่าน แล้วลาดสาดลงมาแต่ศีศะ (ศีรษะ) จนกว่าจะตาย

สถาน 15 คือ ให้กักขังสุนัขร้ายทั้งหลายไว้ อดอาหารหลายวันให้เต็มอยากแล้วปล่อยให้กัดทึ้งเนื้อหนังกินให้เหลือแต่ร่างกระดูกเปล่า

สถาน 16 คือ ให้เอาขวานผ่าอกทั้งเป็นแหกออกดั่งโครงเนื้อ

สถาน 17 คือ ให้แทงด้วยหอกทีละน้อยๆ จนกว่าจะตาย

สถาน 18 คือ ให้ขุดหลุมฝังเพียงเอว แล้วเอาฟางปกลงคลุมร่างก่อนคลอกด้วยเพลิงพอหนังไหม้แล้วไถด้วยไถเหล็ก ให้เป็นท่อนน้อยท่อนใหญ่เป็นริ้วน้อยริ้วใหญ่

สถาน 19 คือ ให้เชือดเนื้อล่ำออกทอดด้วยน้ำมัน เหมือนทอดขนมให้ กินเนื้อตัวเองจนกว่าจะตาย

สถาน 20 คือ ให้ตีด้วยตะบองสั้นตะบองยาวจนกว่าจะตาย

สถาน 21 คือ ตีด้วยหวายที่มีหนามจนกว่าจะตาย

ซึ่งการประหารดังกล่าว จะนำมาใช้กับผู้ก่อการกบฏ ติดร้ายต่อเจ้านาย และราชวงศ์ และจะกระทำการประหารเจ็ดชั่วโคตร ไม่เว้นสตรี และเด็ก หากเป็นพระสงฆ๋ก็จะถูกนิมนต์ให้สึก และรับโทษประหารตามบัญญัติเจ็ดชั่วโคตรด้วย ซึ่งการประหารโดยทั่วไปนั้น คือการบั่นคอ

ขอบคุณ วิกิพีเดีย

ความคิดเห็นที่ 5 สำรวจฟ้า ถูกใจสิ่งนี้ (1)
vinitvadee วันที่ : 13/09/2019 เวลา : 09.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

โทษประหารชีวิตในประเทศไทย เป็นบทลงโทษผู้กระทำความผิดขั้นสูงสุด ตามประมวลกฎหมายอาญาของประเทศไทย ประเทศไทยมีการลงโทษประหารชีวิตล่าสุดเมื่อ วันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2561 ผู้ถูกประหารชีวิตได้แก่ นาย ธีรศักดิ์ หลงจิ โดยประเทศไทยไม่เคยมีการประหารนักโทษมานานถึง 9 ปี

เมื่อมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ประหารชีวิตผู้ใดแล้ว ศาลที่เป็นเจ้าของคดีจะได้ออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุด ส่งไปยังผู้บัญชาการเรือนจำในท้องที่ที่ศาลนั้นตั้งอยู่

หมายจะระบุถึงชื่อโจทก์ จำเลย ฐานความผิด จำเลยต้องโทษตามบทกฎหมายใด มาตราใด พร้อมคำสั่งว่าภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. 2479 ให้ประหารชีวิตจำเลย

เมื่อผู้บัญชาการเรือนจำได้รับหมายดังกล่าวแล้ว จะนำนักโทษไปประหารชีวิตในทันทีไม่ได้ ต้องรอให้ครบกำหนด 60 วัน นับแต่วันฟังคำพิพากษาตามมาตรา 262 ถ้านักโทษหรือผู้มีประโยชน์เกี่ยวข้องได้ยี่นฎีกาขอ พระราชทานอภัยโทษ และทรงยกเรื่องราวมาก่อนครบ 60 วัน ก็ดำเนินการประหารชีวิตได้

ในทางปฏิบัติ เมื่อนักโทษได้ยื่นฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษแล้ว ต้องรอฟังพระบรมราชวินิจฉัยเสียก่อน จึงจะดำเนินการขั้นต่อไป ฎีกาของนักโทษประหารให้ยื่นได้ครั้งเดียวเท่านั้น ในการประหารชีวิตนักโทษนั้น ให้มีคณะกรรมการเป็นผู้ดำเนินการ

ประกอบด้วย ผู้บัญชาการเรือนจำในท้อง ที่ที่ทำการประหาร เป็นประธานกรรมการ เจ้าพนักงานเรือนจำระดับหัวหน้าฝ่าย แพทย์การประหารชีวิตส่วนมากจะทำที่เรือนจำกลางบางขวาง ซึ่งกำหนดให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรีหรือผู้แทนร่วมเป็นคณะกรรมการด้วย

โดยกรมราชทัณฑ์จัดผู้แทนไปดูแลความเรียบร้อยในการประหารชีวิต ก่อนวันประหารชีวิต ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการพิมพ์ลายนิ้วมือของผู้ถูกประหาร พร้อมทั้งรับแผ่นพิมพ์ลายนิ้วมือของนักโทษที่มีอยู่ในสำนวนและหมายศาลมาทำการตรวจสอบ

การตรวจสอบนั้นให้สอบกับแผ่นพิมพ์ลายนิ้วมือที่เก็บอยู่ ณ กองทะเบียนประวัติอาชญากร ตามเลขคดีและนามผู้ต้องโทษ เมื่อตรวจแล้วรายงานผลการตรวจสอบและส่งแผ่นพิมพ์ลายนิ้วซึ่งได้จัดการพิมพ์ขึ้นคราวนี้ 1 ฉบับ กับแบบพิมพ์ลายนิ้วมือของผู้ต้องโทษที่เอาไปจากสำนวนตามหมายศาลไปยังคณะกรรมการเรือนจำซึ่งมีหน้าที่ต้องทำการประหารทำการตรวจสอบคดี ตำหนิ รูปพรรณตามทะเบียนรายตัว ทำบันทึกไว้เป็นหลักฐานเพื่อมิให้มีการประหารผิดตัว

เมื่อถึงกำหนดวันประหารชีวิต เจ้าพนักงานเรือนจำจะจัดนิมนต์พระสงฆ์แสดงพระธรรมเทศนาให้นักโทษที่ถูก ประหารที่นับถือศาสนาพุทธ ส่วนนักโทษที่มิได้นับถือศาสนาพุทธ มีความปรารถนาจะประกอบพิธีกรรมตามศาสนาก็อนุญาตได้ตามสมควร

หากนักโทษมีความประสงค์จะขอทำพินัยกรรมก็จะจัดการทำให้จัดหาอาหารมื้อสุดท้ายให้นักโทษก่อนนำไปประหาร ผู้บัญชาเรือนจำจะนำคำสั่งอธิบดีกรมราชทัณฑ์ พร้อมด้วยสำเนาคำพิพากษาอ่านให้นักโทษฟัง นำนักโทษประหารไปยังที่จัดเตรียมไว้ คือห้องฉีดยาพิษ ผู้ได้รับมอบหมายดำเนินการฉีดยาพิษให้นักโทษ ตามลำดับ

ให้คณะกรรรมการซึ่งคือแพทย์ทำการตรวจนักโทษว่าได้เสียชีวิตแล้วจริง พิมพ์ลายนิ้วมือลงนามรับรองว่าเป็นลายนิ้วมือของนักโทษประหารจริง ส่วนศพถ้ามีญาติมารับก็อนุญาตถ้าไม่มีญาติมาขอรับ เรือนจำจะดำเนินการให้

ตามระเบียบกรมราชทัณฑ์ กำหนดให้ประหารชีวิตก่อน 07.00 น. ตั้งแต่พ.ศ. 2505 ได้เปลี่ยนมาดำเนินการใน เวลาเย็น ตั้งแต่เวลา 18.00 น.เป็นต้นไป

ขอบคุณ วิกิพีเดีย

ความคิดเห็นที่ 4 สำรวจฟ้า ถูกใจสิ่งนี้ (1)
vinitvadee วันที่ : 13/09/2019 เวลา : 09.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

ท่าน PT คะ

ดิฉันเคยอ่านเจอเอาใส่กรงถ่วงน้ำ แล้วเอาขึ้นมาพอมีสติกลับคืนมา ก็นำลงถ่วงน้ำอีก ... แค่คิดก็สยองแล้วค่ะ

ขอบพระคุณมากนะคะ _/\_

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
vinitvadee วันที่ : 13/09/2019 เวลา : 09.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

น้าสิงห์คะ

ขอบพระคุณในข้อมูลเพิ่มเติม มากค่ะ _/\_

ความคิดเห็นที่ 2 vinitvadee ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สำรวจฟ้า วันที่ : 13/09/2019 เวลา : 08.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PeeThong

การประหารชีวิตแบบอุตริพิสดารโหดร้ายคงไม่ใช่มีเพียงพระเพทราชาเท่านั้น น่าจะมีเจ้าผู้ปกครองอีกหลายคนที่นิยมการประหารแบบพิสดาร

ความคิดเห็นที่ 1 vinitvadee , สำรวจฟ้า ถูกใจสิ่งนี้ (2)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 13/09/2019 เวลา : 08.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

ปืนกลมือที่ใช้ประหารชีวิตครั้งแรกเป็นปืนกลมือแบบแบล็คมันน์ เอ็มพี18 ใช้ประหารชีวิตครั้งแรก เมื่อวันที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2478 ต่อมาในปี พ.ศ. 2520 ได้มีการเปลี่ยนปืนกลมือจากแบล็คมันต์เป็นปืนกลมือH&Kเอ็มพี5เอสดี3 ติดท่อระงับเสียง จนเปลี่ยนเป็นการฉีดยาในปัจจุบันครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กันยายน 2019 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          



[ Add to my favorite ] [ X ]