• vinitvadee
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2017-06-29
  • จำนวนเรื่อง : 1293
  • จำนวนผู้ชม : 282090
  • ส่ง msg :
  • โหวต 554 คน
ยามเราสรวลสำรวลรื่น โลกก็ชื่นชมผสม
สะอื้นอ้อนอ่อนอารมณ์ ก็จำเศร้าแต่เราเดียว (กฤษณา อโศกสิน) มาคุยกันพลันเบิกบานใจ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/vinnapatra
วันอังคาร ที่ 1 ตุลาคม 2562
Posted by vinitvadee , ผู้อ่าน : 340 , 07:33:46 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน สิงห์นอกระบบ , นายยั้งคิด และอีก 2 คนโหวตเรื่องนี้

โดย: โรม บุนนาค
 
 
 
สถานทูตฝรั่งเศสในอดีต
 
สถานทูตฝรั่งเศสในอดีต
 

พฤติกรรมของคนไมว่าชาติไหน ต่างก็มีดีมีเลวด้วยกันทั้งนั้น แต้ถ้าเข้ามามีบทบาทเกี่ยวกับบ้านเมือง ประวัติศาสตร์ก็จะบันทึกการกระทำของคนเหล่านั้นไว้ ให้คนรุ่นหลังได้รับรู้เป็นบทเรียน จะได้ไม่โง่ซ้ำซาก เพราะ “ประวัติศาสตร์ย่อมซ้ำรอย”
 
ซึ่งก็ไม่ใช่กฎเกณฑ์ของประวัติศาสตร์หรอก แต่เป็น “กฎแห่งกรรม” ไม่ว่าใครทำกรรมอะไรไว้ ก็ย่อมเกิดผลแห่งกรรมนั้น ฉะนั้นก็อย่าให้ผลแห่งกรรมชั่วเกิดซ้ำรอย

คนต่างชาติ ทั้งฝรั่ง แขก และจีน ได้เข้ามา มามีบทบาทอยู่ในบ้านเมืองไทยมากมาย หลายคนแม้จะเกิดต่างทวีป แต่ก็มาขอยึดแผ่นดินนี้เป็นเรือนตาย สืบสายตระกูลเป็นคนไทยต่อมา ซึ่งเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของคนบนแผ่นดินไทยก็คือ มีความสำนึกในบุญคุณคน คนที่มีบุญคุณต่อแผ่นดิน แม้กาลเวลาจะผ่านไปเป็นร้อยๆปี แม้จะเป็นฝรั่งมังค่าเราก็ไม่เคยลืมพระคุณ อย่าง หมอบรัดเล
 
ส่วนคนที่ทำความชั่วไว้ เราก็ไม่ลืมสาปแช่งเหมือนกัน อย่าง ม.ปาวีส์

ในวันนี้จะขอนำบทบาทของชาวตะวันตกที่ปรากฏอยู่ในประวัติศาสตร์ไทยมาเล่าสัก ๓-๔ คน

คนแรกคือ “จอนการะฝัด” เป็นคำที่คนไทยเรียก จอห์น ครอเฟิร์ด ทูตอังกฤษที่เข้ามาใน พ.ศ.๒๓๖๕ ปลายรัชกาลที่ ๒ ได้เข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยครั้งหนึ่ง และอยู่เมืองไทยถึง ๔ เดือน แต่การเจรจาทางการทูตก็ไม่ประสพผลสำเร็จ
 
เนื่องจากขณะนั้นในกรุงสยามไม่มีใครพูดภาษาอังกฤษได้เลย ต้องพูดผ่านล่ามชาวมลายูหรือล่ามโปรตุเกสที่กุฎีจีน ให้แปลเป็นภาษาอังกฤษอีกทีหนึ่ง อีกทั้งล่ามก็ไม่มีความรู้มากนัก ทำให้แปลผิดๆถูกๆ การเจรจาจึงเป็นเรื่องเข้าใจกันยาก
 
ที่สำคัญขณะนั้นอังกฤษกำลังเปิดสัมพันธไมตรีกับพม่า จึงตั้งเงื่อนไขว่าจะต้องไม่นำอาวุธที่อังกฤษจะขายให้ไทยไปรบกับพม่า ซื้ออาวุธแล้วห้ามใช้ไปรบกับพม่ายุคนั้น แล้วจะซื้อเอามาทำหอกอะไร เลยคุยกันไม่รู้เรื่อง อีกทั้งการะฝัดยังเป็นคนยโสโอหังตามธรรมเนียมคนเมืองผู้ดี เมื่อไทยไม่ยอมให้กดหัวจึงเกิดอาการขุ่นเคือง

ระหว่างที่กำลังเจรจาเปิดสัมพันธไมตรีกันอยู่นั้น จอนการะฝัดก็ให้ร้อยเอกเดนเยอเฟิลต์แอบไปทำรังวัดแผนที่และทิ้งดิ่งวัดระดับน้ำเจ้าพระยาตั้งแต่บางกอกถึงสันดอนปากอ่าว ตลอดจนท่าจอดเรือที่สีชัง ความทราบถึงพระเนตรพระกรรณ
 
เมื่อคณะทูตกลับไปแล้วจึงรับสั่งให้เจ้าพระยาพระคลังมีหนังสือไปต่อว่าผู้ว่าราชการเกาะปีนังว่า ที่ให้ครอเฟิร์ดมาทำแผนที่และทิ้งดิ่งนี้ อังกฤษจะตีเมืองไทยหรืออย่างไร ผู้ว่าฯปีนังจึงมีหนังสือมากราบทูลว่า “อังกฤษขอผูกมิตรไมตรีกับไทย หามีเจตนาจะคิดร้ายต่อไทยไม่ โปรดอย่าได้เชื่อคำยุยงส่งเสริมของคนอื่นเลย”

แต่รายงานหลายข้อของครอเฟิร์ดในการมาเจรจาทำไมตรีกันครั้งนี้ มีว่า

“ข้อ ๕. การเดินเรือในอ่าวสยามปลอดภัยและสะดวกมาก ทางฝั่งตะวันตกมีอ่าวสามอ่าว คือ สงขลา นครศรีธรรมราช และบ้านดอน ถัดขึ้นมามีปากน้ำใหญ่ๆ คือ ปากน้ำแม่กลอง ท่าจีน และปากน้ำเจ้าพระยา แม่น้ำเจ้าพระยาเดินเรือได้สะดวก ไม่มีเกาะแก่งเครื่องกีดขวางแต่อย่างใด และเรือใบสองเสาจะสามารถแล่นขึ้นไปได้ประมาณ ๒๕๐ ไมล์

ข้อ ๙๒. ถ้าจะเกิดสงครามขึ้นกับไทย การจัดกำลังรบเพื่อปราบปรามไม่ต้องทำอย่างใหญ่โตและเปลืองโสหุ้ยอะไรเลย เพียงแต่ส่งทหารซีปอยสองสามกองร้อยตีขึ้นมาทางปีนังทางหนึ่ง และเรือรบสองสามลำไปปิดอ่าวอีกทางหนึ่งก็เพียงพอแล้ว เรือรบนั้นควรจอดดักเรือสินค้าอยู่ที่เกาะสีชัง ถ้าเราปิดอ่าวได้เพียงสามสี่เดือน จะบังคับเอาสิทธิอะไรก็ได้จากราชสำนักสยาม”

นี่คือพฤติกรรมของทูตเจริญสัมพันธไมตรี

ต่อมาในรัชกาลที่ ๓ หลังจากอังกฤษเสร็จศึกกับพม่าแล้ว ได้ส่ง “นายหันตรี” หรือ “ กัปปิตัน หันตรี บารนี” ซึ่งก็คือ ร้อยเอกเฮนรี เบอร์นี่ เข้ามาทำสัญญาพระราชไมตรีอีก ครั้งนี้สำเร็จลงด้วยดี เพราะนอกจากนายหันตรีจะพอพูดภาษาไทยได้ เนื่องจากรับราชการอยู่ที่ปีนังถึง ๑๒ ปี รู้ขนบธรรมเนียมตะวันออกเป็นอย่างดี ซึ่งพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จออกท้องพระโรงต้อนรับราชทูตเป็นพิธีใหญ่

การทำสัญญากับทูตอังกฤษครั้งนี้ นับเป็นก้าวแรกในการดำเนินนโยบายต่างประเทศกับตะวันตก แม้ไทยจะไม่ได้เปรียบแต่ก็ไม่เสียเปรียบ เป็นการเริ่มต้นกันด้วยดี

ในปีแรกของรัชกาลที่ ๓ นี้ มีคนอังกฤษอีกคนหนึ่งได้เข้ามามีบทบาทอยู่ในประวัติศาสตร์ไทย และเป็นคนที่ทำให้ความรู้สึกของคนไทยกับฝรั่งเลวลงอย่างมาก เขาก็คือ นายโรเบิร์ต ฮันเตอร์ ซึ่งในพงศาวดารเรียกว่า “นายหันแตร”

เดิมนายหันแตรเป็นพ่อค้าตั้งห้างอยู่ที่สิงคโปร์ ได้เข้ามาบางกอกในขณะไทยกำลังมีเรื่องบาดหมางกับเจ้าอนุวงศ์แห่งเวียงจันทน์ นายหันแตรได้นำปืนคาบศิลาจำนวนถึง ๑,๐๐๐ กระบอกมาทูลเกล้าฯถวาย จึงได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น หลวงอาวุธวิเศษประเทศพานิช

นายหันแตรได้ร่วมกับนายมอร์แกนตั้งห้างค้าขายขึ้นที่กุฎีจีน ในชื่อ “มอร์แกนแอนด์ฮันเตอร์” ซึ่งนับเป็นห้างแรกของฝรั่งในบางกอก ต่อมามีหลักฐานเปิดเผยว่า ทั้งสองเป็นสายลับของอังกฤษที่ส่งมาโดยผู้ว่าราชการเกาะปีนัง ตามสไตล์ของอังกฤษซึ่งมักส่งพ่อค้ามาเป็นสายลับ ส่วนสไตล์ฝรั่งเศสใช้บาทหลวง

นายหันแตรจึงถือดีว่ามีรัฐบาลอังกฤษหนุนหลัง เลยแอบเอาฝิ่นเข้ามาขายด้วย ฝ่ายไทยก็รู้แต่ไม่อยากให้เกิดเรื่องร้าวฉานขึ้น จนถึงขั้นทนไม่ไหวเมื่อนายหันแตรนำเรือกลไฟขึ้นสนิมลำหนึ่งมาขายให้ในราคาถึง ๑,๒๐๐ ชั่ง
 
ฝ่ายไทยเห็นว่าเรือเก่าจนบางแห่งผุ ความเร็วก็เท่ากับเรือ ๑๐ พาย ๑๒ พายเท่านั้นเอง ไม่ได้วิเศษวิโสอะไร แต่แพงเกินเหตุจึงไม่ยอมซื้อ ทำให้นายหันแตรโกรธมาก พูดจาหยาบช้าดูถูกเจ้าหน้าที่ไทย และขู่ว่าจะนำเรือไปผูกไว้ที่หน้าพระตำหนักน้ำ ถ้าไม่ทรงชำระเงินตามที่เรียกร้องก็จะไปฟ้องรัฐบาลอังกฤษ
 
ฝ่ายไทยถือว่านายหันแตรมีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงอาวุธวิเศษฯ ข้าราชการบังคับสยาม เลยโปรดให้ขับไล่ออกจากพระราชอาณาจักร

นายหันแตรแล่นเรือขึ้นสนิมไปเมืองกัลกัตตา ขอให้อุปราชอังกฤษส่งเรือรบเข้ามาบางกอก แต่ไม้มีใครเล่นด้วย นายหันแตรจึงเอาเรือผุวิ่งไปขายญวน ญวนก็ไม่ยอมซื้อ เลยกลับมาเมืองไทยอีก แต่ก็โดนไล่ออกไปเหมือนเดิม

พฤติกรรมของนายหันแตรทำให้พระเจ้าอยู่หัวและคนไทยพากันเกลียดชังฝรั่งไปหมด ซึ่งฝรั่งเอง คือ สเปนเซอร์ จอห์น ซึ่งเข้ามากับคณะทูตอังกฤษของเซอร์เจมส์ บรุกในปี ๒๓๙๓ ได้บันทึกความเห็นในเรื่องนี้ไว้ว่า

“พระองค์ (พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าฯ) ได้ทรงเคยรักใคร่ชอบพอชาวอังกฤษเป็นอย่างมาก แต่ในระยะ ๒-๓ ปีหลังนี้ พระองค์ได้แสดงความเป็นศัตรูกับชาวต่างประเทศอย่างหนัก พอๆกับที่ทรงเคยเป็นมิตร ข้าพเจ้าเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้
 
เนื่องมาจากความประพฤติอันเลวทรามของพ่อค้าอังกฤษสำคัญคนหนึ่งที่อยู่กรุงเทพฯ บุคคลผู้นี้ทำให้พระองค์ทรงพิโรธ เพราะเขาได้พยายามบีบบังคับรัฐบาลสยามอย่างไม่เป็นธรรม ให้ซื้อเรือกำปั่นลำหนึ่งด้วยราคาอันแพงลิบลิ่ว
 
ตั้งแต่เกิดการทะเลาเบาะแว้งกันครั้งนั้นแล้ว ฐานะของชาวต่างประเทศได้ทรุดลงไปเป็นอันมาก และเท่าที่ได้รับฟังเรื่องราวจากพวกอังกฤษเท่านั้น ข้าพเจ้าก็สามารถกล่าวได้ว่า พวกเขามีความประพฤติเลวทรามเหลือเกิน หากข้าพเจ้าได้รับฟังเรื่องราวจากองค์พระมหากษัตริย์โดยตรง ข้าพเจ้าอาจต้องพูดอะไรรุนแรงยิ่งไปกว่านี้”

ส่วนอีกคนหนึ่งคือ “เสมียนยิ้ม” เป็นชื่อที่คนไทยเรียกขาน มิสเตอร์เจมส์ เฮส์

พระราชพงศาวดารกล่าวว่า เมื่ออังกฤษให้เซอร์เจมส์ บรู๊ค เป็นทูตเข้ามาในปลายรัชกาลที่ ๓ มีหนังสือไปมากันหลายฉบับ ซึ่งเป็นการใช้หนังสือภาษาอังกฤษครั้งแรก ฝ่ายไทยไม่มีใครชำนาญ จึงไปขอให้มิชชันนารีอเมริกันชื่อ มิสเตอร์จอห์น เทเลอร์ โจนส์ ซึ่งเรียกกันว่า “หมอยอน” กับอีกคน ชื่อ เจมส์ เฮส์ ซึ่งคนไทยเรียกกันว่า “เสมียนยิ้ม” ช่วยเป็นล่ามและตรวจทานพระราชสาส์น ก่อนส่งให้ “ทูลกระหม่อมพระ” หรือพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯขณะผนวชเป็นเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศตรวจเป็นครั้งสุดท้าย

ที่จริงเสมียนยิ้มไม่ได้มีบทบาทอะไรมากกว่านี้ และยังเป็นสหายของนายหันแตรด้วย แต่พฤติกรรมไม่ได้เหมือนกับเพื่อน ทั้งยังช่วยเจ้าพนักงานไทยทำประโยชน์อยู่เสมอ เมื่อนายหันแตรถูกขับไล่ออกไป เสมียนยิ้มก็ยังอยู่ในพระราชอาณาจักรนี้ได้อย่างสงบสุข
 
จะเห็นว่าคนไทยเราชั่งสรรหาวิธีเรียกชื่อฝรั่งที่กระดกลิ้นตามไม่ถนัด รายหลังนี้ไม่ได้เอาชื่อมาเลียนเสียง แต่เอาบุคลิกเด่นมาเรียกเสียเลย

เรื่องเหล่านี้ แม้จะเป็นประวัติศาสตร์ในยุคก่อน แต่อย่าคิดว่าจะไม่เกิดขึ้นอีกในยุคนี้ เจตนาของพวกเขาไม่เคยเปลี่ยน แต่วิธีการย่อมเปลี่ยนไปตามยุคสมัย ขนาดจ้างคนที่ไม่รู้จักประเทศไทยไปประท้วงนายกรัฐมนตรีไทยถึงหน้าที่ประชุมสหประชาชาติกันแล้ว แน่นอนว่าถ้าคนไทยไปจ้างม็อบฝรั่งแบบนั้นเองก็คงลำบาก ต้องให้ฝรั่งด้วยกันทำ
 
แต่ใครล่ะที่จ้างฝรั่งจัดม็อบนั้น นั่นแหละคือตัวปัญหา พระยาจักรีที่เปิดประตูให้พม่าเข้าเมืองเมื่อครั้งเสียกรุงครั้งที่ ๑ จนไม่กล้าอยู่เมืองไทย ขอไปอยู่พม่าด้วย บุเรงนองก็เอาไปฆ่าเสีย เพราะขนาดประเทศชาติตัวเองยังทรยศได้ คนอย่างนี้จะเลี้ยงไว้ได้อย่างไร แต่พระยาจักรียุคนี้ไม่ถูกฆ่า เขาไปเลี้ยงไว้เพื่อใช้ให้กลับมาทิ่มแทงประเทศชาติตัวเองอีก เมื่อขัดผลประโยชน์ที่เขาต้องการ


สถานทูตฝรั่งเศสในปัจจุบัน
 
สถานทูตฝรั่งเศสในปัจจุบัน
 
 
ขอบคุณ MGR Online
คุณโรม บุนนาค
 
สิริสวัสดิ์ภุมวารค่ะ
 
 




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 vinitvadee ถูกใจสิ่งนี้ (1)
นายยั้งคิด วันที่ : 02/10/2019 เวลา : 12.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ในเมื่อชื่อของยูมันพูดยากสำหรับลิ้นคนไทย โอก็เลยตั้งชื่อให้ใหม่เสียเลย

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
vinitvadee วันที่ : 01/10/2019 เวลา : 11.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

ท่าน PT คะ

เขามา เพราะเขาหวัง เขามุ่ง มันเป็นธรรมดาโลกค่ะ
แต่เจ้านายของเราสุดประเสริฐล้ำเลิศนัก
เราจึงเป็นเราในวันนี้นะคะ
ขอบพระคุณมากค่ะ _/\_

ความคิดเห็นที่ 2 vinitvadee ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สำรวจฟ้า วันที่ : 01/10/2019 เวลา : 10.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PeeThong

ฝรั่งส่วนใหญ่ที่เข้ามาอาศัยประเทศไทยได้พึ่งพระโพธิสมภารเพราะคนไทยเรามีนิสัยเป็นมิตร แต่พวกนี้เข้ามาเพื่อหวังครอบครองหาข้อมูลจุดอ่อนจุดแข็ง

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
vinitvadee วันที่ : 01/10/2019 เวลา : 09.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

ขอบพระคุณ คุณหมอวัลลภค่ะ _/\_

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ตุลาคม 2019 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



[ Add to my favorite ] [ X ]