• vinitvadee
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2017-06-29
  • จำนวนเรื่อง : 1339
  • จำนวนผู้ชม : 443517
  • ส่ง msg :
  • โหวต 810 คน
ยามเราสรวลสำรวลรื่น โลกก็ชื่นชมผสม
สะอื้นอ้อนอ่อนอารมณ์ ก็จำเศร้าแต่เราเดียว (กฤษณา อโศกสิน) มาคุยกันพลันเบิกบานใจ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/vinnapatra
วันจันทร์ ที่ 7 ตุลาคม 2562
Posted by vinitvadee , ผู้อ่าน : 899 , 08:01:14 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน นายยั้งคิด , wullopp โหวตเรื่องนี้

โดย: ผู้จัดการออนไลน์

 คอลัมน์นอกหน้าต่าง

 

<i>(ภาพจากแฟ้มของสำนักข่าวเอพี ถ่ายเมื่อ 7 ส.ค. 1974) ส.ว.แบร์รี โกลด์วอเตอร์ (กลาง) ขนาบข้างด้วย ส.ว. ฮิวจ์ สกอตต์ ผู้นำรีพับลิกันในวุฒิสภา (ด้านซ้าย) และ ส.ส.จอห์น โรดส์ ผู้นำรีพับลิกันในสภาผู้แทนราษฎร (ด้านขวา)  พูดกับผู้สื่อข่าวภายหลังเข้าพบประธานาธิบดีริชาร์ด นิกสัน ที่ทำเนียบขาว ทั้งนี้โกลด์วอเตอร์กล่าวว่า นิกสัน “ยังไม่ได้ตัดสินใจ” ว่าจะลาออกหรือไม่  อย่างไรก็ดี ในวันรุ่งขึ้น ตัวนิกสันเองก็ประกาศลงจากตำแหน่ง </i>
 
(ภาพจากแฟ้มของสำนักข่าวเอพี ถ่ายเมื่อ 7 ส.ค. 1974) ส.ว.แบร์รี โกลด์วอเตอร์ (กลาง) ขนาบข้างด้วย ส.ว. ฮิวจ์ สกอตต์ ผู้นำรีพับลิกันในวุฒิสภา (ด้านซ้าย) และ ส.ส.จอห์น โรดส์ ผู้นำรีพับลิกันในสภาผู้แทนราษฎร (ด้านขวา) พูดกับผู้สื่อข่าวภายหลังเข้าพบประธานาธิบดีริชาร์ด นิกสัน ที่ทำเนียบขาว ทั้งนี้โกลด์วอเตอร์กล่าวว่า นิกสัน “ยังไม่ได้ตัดสินใจ” ว่าจะลาออกหรือไม่ อย่างไรก็ดี ในวันรุ่งขึ้น ตัวนิกสันเองก็ประกาศลงจากตำแหน่ง
 

เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 1974 ผู้นำระดับท็อปในรัฐสภา 3 คนของพรรครีพับลิกัน เดินทางไปเข้าพบเพื่อหารืออย่างขึงจังจริงจังกับประธานาธิบดีริชาร์ด นิกสัน ณ ทำเนียบขาว พวกเขามีข่าวสารสำคัญยิ่งอยู่ในมือ นั่นคือ ประธานาธิบดีใกล้ที่จะเผชิญกับการถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งอย่างแน่นอนแล้ว สืบเนื่องจากความสนับสนุนที่กำลังหมดสิ้นลงไปในหมู่พวกสมาชิกสภาสูงและสภาล่างซึ่งสังกัดพรรคของเขาเอง ในวันรุ่งขึ้น นิกสันซึ่งติดพันนุงนังอยู่ในกรณีอื้อฉาววอเตอร์เกตมาตลอด 2 ปีก่อนหน้านั้น ก็ประกาศว่าเขายอมลาออก

ดรามาทางการเมืองทำนองเดียวกันจะเกิดขึ้นมาอีกครั้งหรือไม่ในระยะท้ายๆ ของกระบวนการถอดถอนซึ่งพวกพรรคเดโมแครตกำลังเริ่มต้นเปิดขึ้นมาเล่นงานประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อยู่ในเวลานี้? มันก็น่าสงสัยอยู่ ในสมัยของนิกสันนั้น ในพรรคเดโมแครตมีฝ่ายอนุรักษนิยม ส่วนในพรรครีพับลิกันยังคงมีพวกสายกลาง การประนีประนอมกันยังไม่ได้ถูกถือว่าเป็นเรื่องเสื่อมเสียสาหัสจนไม่พึงกระทำ

แต่ในวอชิงตันที่แตกแยกแบ่งขั้วกันอย่างสูงเช่นทุกวันนี้ ข้อตกลงแบบรอมชอมเห็นชอบพร้อมกันทั้งสองพรรคกลายเป็นของหายากไปเสียแล้ว และทรัมป์ก็เข้าเทคโอเวอร์พรรครีพับลิกัน ในลักษณะที่ส่งเสริมสนับสนุนการแสดงความจงรักภักดีเป็นการส่วนตัวมากกว่าจงรักภักดีต่อพรรค อีกทั้งกำลังทำให้พวกผู้นำมากบารมีในพรรคนี้เป็นเพียงแค่คนตามแห่ที่ทำอะไรไม่ได้

“ในอดีตที่ผ่านมาในสหรัฐฯ พวกสมาชิกพรรคการเมืองของสหรัฐฯจะตัดตัวพวกเขาเองออกจากเหล่าผู้นำที่เสื่อมเสียน่าอับอาย เพื่อสงวนรักษาพรรคและชื่อเสียงเกียรติคุณของพวกเขาเองเอาไว้” อาจารย์ นิค สมิธ ซึ่งสอนวิชาจริยธรรมและปรัชญาการเมือง อยู่ที่มหาวิทยาลัยนิวแฮมเชียร์ กล่าว “แต่เวลานี้ประธานาธิบดีทรัมป์ดูเหมือนสามารถยึดครองพรรคเอาไว้ได้อย่างเป็นการส่วนตัว –คล้ายๆ กับเป็นผู้นำของลัทธิพิธีเป็นเจ้าลัทธิพิธีมากกว่าเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ—จนกระทั่งประตูทางออกต่างๆ ที่เคยมีได้ถูกปิดเอาไว้เสียแล้ว และพรรคก็เปลี่ยนโฉมแปลงร่างจนกระทั่งเป็นภาพลักษณ์ของเขา”

คณะตัวแทนระดับท็อปที่ไปเข้าพบนิกสันคราวนั้น นำโดย วุฒิสมาชิกแบร์รี โกลด์วอเตอร์ แห่งรัฐแอริโซนา ซึ่งเคยเป็นตัวแทนรีพับลิกันลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในปี 1964 ทว่าไม่ประสบความสำเร็จ นอกจากโกลด์วอเตอร์ ที่ดำรงฐานะเป็นผู้อาวุโสคนหนึ่งของพรรคมาอย่างยาวนานแล้ว ยังมีวุฒิสมาชิกฮิวจ์ สกอตต์ แห่งเพนซิลเวเนีย ซึ่งเป็นชาวพรรครีพับลิกันที่รู้จักกันว่าสนับสนุนการเคลื่อนไหวด้านสิทธิพลเมืองอย่างแข็งขัน กับ ส.ส.จอห์น โรดส์ แห่งแอริโซนา ทั้ง 2 ต่างเป็นผู้นำของรีพับลิกันในวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรตามลำดับ

พวกเขาบอกกับนิกสันว่า ไม่มีเสียงรีพับลิกันมากพอที่จะยังคงโหวตให้เขาและรักษาเขาให้พ้นจากการถูกถอดถอนแล้ว ภายหลังที่ 2 วันก่อนหน้านั้นได้มีการเปิดเผยพวกเทปบันทึกเสียงปี 1972 ซึ่งเป็นหลักฐานที่ขัดแย้งตรงกันข้ามกับการแสดงท่าทีปฏิเสธอย่างดึงดันมาโดยตลอดของนิกสัน ที่ว่าตนเองไม่ได้มีบทบาทใดๆ ทั้งสิ้นในการพยายามปกปิดอำพรางคดีแอบลักลอบเข้าไปล้วงความลับในอาคารวอเตอร์เกตของพวกเดโมแครต

“เขาเที่ยวประกาศมาโดยตลอดว่าตนเองบริสุทธิ์ แล้วฉับพลันทันใดนั้นพวกเขาก็ได้หลักฐานนี้ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเขากำลังโกหกหลอกลวงมาโดยตลอด” โธมัส ชวาร์ตซ์ อาจารย์ด้านประวัติศาสตร์และรัฐศาสตร์ ณ มหาวิทยาลัย แวนเดอร์บิลต์ อธิบาย และเสริมว่า “เวลานี้เรายังไม่ได้มีสิ่งที่เทียบเท่ากับกับอะไรแบบนั้น”


<i>(ภาพจากแฟ้มโดยสำนักข่าวเอพี ถ่ายเมื่อ 9 ส.ค. 1974) ประธานาธิบดีริชาร์ด นิกสัน โบกมืออำลาจากขั้นบันไดของเฮลิคอปเตอร์ บริเวณด้านนอกทำเนียบขาว หลังจากเขากล่าวปราศรัยอำลาบรรดาเจ้าหน้าที่ของทำเนียบขาวแล้ว ทั้งนี้เขายอมประกาศลาออกจากตำแหน่งในวันที่ 8 ส.ค. 1974 </i>
 
(ภาพจากแฟ้มโดยสำนักข่าวเอพี ถ่ายเมื่อ 9 ส.ค. 1974) ประธานาธิบดีริชาร์ด นิกสัน โบกมืออำลาจากขั้นบันไดของเฮลิคอปเตอร์ บริเวณด้านนอกทำเนียบขาว หลังจากเขากล่าวปราศรัยอำลาบรรดาเจ้าหน้าที่ของทำเนียบขาวแล้ว ทั้งนี้เขายอมประกาศลาออกจากตำแหน่งในวันที่ 8 ส.ค. 1974
 
 

ในปัจจุบัน ทรัมป์ยังมีกำแพง “ไฟร์วอลล์” อย่างหนึ่งที่คอยสกัดขัดขวางสิ่งที่จะเข้ามาโจมตีเล่นงานเขา ไฟร์วอลล์ที่ว่านี้อยู่ในรูปของพวกรีพับลิกันซึ่งมองว่า การคัดค้านเขานั้นเป็นอันตรายกว่าการสนับสนุนเขา แคล จิลล์สัน อาจารย์รัฐศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยเซาเทิร์นเมโธดิสต์ บอก พร้อมกับหยิบยกสภาพที่การเมืองมีการแบ่งแยกแตกขั้วกันอย่างชัดเจนเพิ่มขึ้นทุกทีในช่วงไม่กี่ปีหลังมานี้ มาเป็นเหตุผลประการหนึ่งในการอธิบายว่า ทำไมพวกเจ้าหน้าที่รีพับลิกันส่วนใหญ่จึงจะยังคงยึดติดกับทรัมป์ “ตราบใดก็ตามที่ฐานะของพวกเขาเองยังไม่ได้ตกอยู่ในอันตราย”

“สำหรับสมัครพรรคพวกในรัฐสภาของประธานาธิบดีผู้นี้แล้ว หลักที่ยึดถือกันก็คือ ‘คนของพวกเราแม้ในวันเวลาที่เลวร้ายที่สุด ถึงยังไงก็ดีกว่าคนของพวกคุณในวันเวลาที่ดีที่สุด’” จิลล์สันกล่าว “พวกเขายึดมั่นกับทรัมป์อย่างเหนียวแน่นก็ด้วยความหวังที่จะให้ได้ (สิ่งที่รีพับลิกันต้องการ) อย่างเช่นการแต่งตั้งฝ่ายตุลาการ, การตัดลดภาษี”

สภาพเช่นนี้จะเปลี่ยนแปลงไป ถ้าความลำบากยุ่งยากของทรัมป์ไปถึงขั้นหนักหนาสาหัสจนเหล่าผู้นำในรัฐสภาคิดว่ามันจะกระทบกระเทือนพวกเขาและพรรคของพวกเขา จิลล์สันอธิบายต่อ

“ทุกๆ คนในหมู่ชาวพรรครีพับลิกันในรัฐสภาต่างมีเรื่องไม่พอใจประธานาธิบดีผู้นี้กันทั้งนั้น แต่พวกเขาก็หวาดกลัวทรัมป์” จิลล์สันกล่าว “ถ้าเขาอ่อนแอลง ความกลัวนั่นก็จะถอยฉากไป”

กรณีอื้อฉาววอเตอร์เกตบังเกิดขึ้นในช่วงเวลาทับซ้อนเหลื่อมล้ำกับตอนปลายๆ ของสงครามเวียดนาม ซึ่งได้ทำให้ทั้ง นิกสัน และทั้ง ลินดอน จอห์นสัน ประธานาธิบดีคนก่อนหน้าเขาที่มาจากพรรคเดโมแครต ต่างเสื่อมเสียชื่อเสียงหนัก ผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากชี้ว่า ในยุคสมัยเช่นนั้นเมื่อเปรียบเทียบกับปัจจุบันแล้ว รัฐสภาจะมีอำนาจอิทธิพลมากกว่าฝ่ายบริหาร และฝ่ายนิติบัญญัติจะปรากฏตัวผู้นำซึ่งมีความโดดเด่นระดับชาติในจำนวนมากกว่า

แคธลีน ฮอลล์ จามีสัน ผู้อำนวยการของศูนย์นโยบายสาธารณะแอนเนนเบิร์ก มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย เสนอว่า จากการเสียชีวิตในปีที่แล้วของ จอห์น แมคเคน วุฒิสมาชิกจากแอริโซนา ทำให้ในปัจจุบันไม่มีชาวรีพับลิกันในรัฐสภาคนไหนเลยซึ่งสามารถที่จะเลียนแบบแสดงบทบาทอย่างโกลด์วอเตอร์ในปี 1974 ได้

“ใครล่ะที่จะไปเข้าพบและทำให้โดนัลด์ ทรัมป์เกิดความเชื่อถือ ทำให้เขาต้องยินยอมรับฟัง?” เธอตั้งคำถาม “มิตต์ รอมนีย์หรือ? มิตช์ แมคคอนเนลล์? ลินด์เซย์ เกรแฮม? ทรัมป์จะซัดกลับตอบโต้คนเหล่านี้ไม่ว่าคนไหนก็ตาม ในทันทีที่พวกเขาพูดอะไรซึ่งทำให้ทรัมป์รู้สึกไม่ถูกใจ”

ทางด้านจิลล์สันมองว่า จุดใหญ่ใจความของความแตกต่างระหว่างตอนนั้นกับตอนนี้ ก็คือ โกลด์วอเตอร์เป็นตัวแทนของพวกผู้ออกเสียงอนุรักษนิยมกลุ่มเดียวกันกับนิกสัน และเป็นผู้มาส่งข้อความว่านิกสันกำลังสูญเสียความสนับสนุนจากผู้ออกเสียงเหล่านี้แล้ว

แต่ทรัมป์นั้นมีความสัมพันธ์กับฐานเสียงของเขาในลักษณะที่แตกต่างไปจากนิกสัน จิลล์สันชี้ กล่าวคือ ฐานเสียงของทรัมป์มีความจงรักภักดีกับทรัมป์อย่างเป็นการส่วนตัว แทนที่จะอยู่จงรักภักดีกับพรรคในลักษณะสถาบัน


<i>ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ทำเนียบขาว เมื่อวันศุกร์ (4 ต.ค.) </i>
 
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ทำเนียบขาว เมื่อวันศุกร์ (4 ต.ค.)
 
 

ระหว่างช่วง 2 ปีแรกที่ทรัมป์ดำรงตำแหน่ง หนึ่งในชาวพรรครีพับลิกันในรัฐสภาไม่กี่รายซึ่งจิกกัดทะเลาะกับทรัมป์อยู่เป็นประจำ ได้แก่ วุฒิสมาชิก เจฟฟ์ เฟล็ก จากรัฐแอริโซนา ผู้ซึ่งตัดสินใจอำลาไม่ลงรับเลือกตั้งสมัยต่อไปในปี 2018 ในคอลัมน์ทางหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์เมื่อวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา เฟล็กเล่นงานพวกเพื่อนชาวพรรครีพับลิกันที่ยังคงอยู่ในรัฐสภาของเขาว่า บกพร่องล้มเหลวที่ไม่แยกขาดจากทรัมป์และไม่คัดค้านการลงรับเลือกตั้งอีกสมัยหนึ่งของทรัมป์
 
“เมื่อมาถึงจุดนี้ พฤติการณ์ของประธานาธิบดีระหว่างดำรงตำแหน่ง ไม่ควรทำให้เรารู้สึกประหลาดใจอะไรเลย แต่ความเสียหายย่อยยับอย่างแท้จริง (ที่เราควรประหลาดใจ) ได้แก่ความอดทนอดกลั้นของเราต่อพฤติการณ์ดังกล่าว” เฟล็กเขียนเอาไว้เช่นนี้ “จากประสบการณ์อันเจ็บปวดของสมัยประธานาธิบดีผู้นี้ บางทีผลลัพธ์อันโหดร้ายที่สุด –และยืนยาวที่สุด— ที่จะมีต่อประชาธิปไตยของเรา น่าจะเป็นว่า เมื่อถึงจุดใดจุดหนึ่งในอนาคตข้างหน้า เราอาจจะไปถึงขนาด (ชาด้าน) เลิกรู้สึกไปเลยว่ากำลังเจอกับเรื่องชวนช็อก”

เดวิด กิบส์ อาจารย์รัฐศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยแอริโซนา ย้อนความหลังว่าอันที่จริงนั้นนิกสันชนะได้รับเลือกตั้งเป็นสมัยที่ 2 ด้วยคะแนนถล่มทลายในปี 1972 กระนั้นคนจำนวนมากที่สนับสนุนเขา รวมทั้งชาวรีพับลิกันในรัฐสภาด้วย ก็ยังพร้อมที่จะหันกลับมาเล่นงานเขา เมื่อมีการเปิดโปงหลักฐานเกี่ยวกับการกระทำมิดีมิร้ายวอเตอร์เกตเพิ่มทวีขึ้นทุกที

ในทางตรงกันข้าม กิบบ์มองว่าเวลานี้สหรัฐฯถูกแบ่งแยกออกเป็นพวกเดโมแครตและพวกรีพับลิกันแบบขาดจากกันไปเลย ในลักษณะที่เรียกขานกันว่า เหมือนกับขาดจากกันด้วย “เส้นแบ่งชนเผ่า” (tribal lines) โดยที่ฐานเสียงของทรัมป์ยังคงจงรักภักดีต่อเขาเสมอไม่ว่าพวกวิพากษ์วิจารณ์เขาจะวาดภาพทรัมป์ออกมาในทางลบอย่างไรก็ตาม

“ทั้งสองข้างต่างมีกำลังค่อนข้างคู่คี่กัน ไม่มีฝ่ายไหนสามารถที่จะปล่อยหมัดน็อกอีกฝ่ายหนึ่งลงไปได้ ด้วยเหตุนี้จึงเกิดเป็นภาวะอัมพาตทางการเมืองขึ้นมา” กิบส์กล่าว “แนวความคิดแบบชนเผ่าถือพรรคถือพวกแบบสุดลิ่ม ทำให้การเกิดฉันทามติร่วมจากทั้งสองพรรคสองฝ่ายเพื่อถอดประธานาธิบดี กลาย เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ในทางเป็นจริง”

ความเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่โตอีกประการหนึ่งหากเปรียบเทียบปี 1974 กับยุคปัจจุบัน ได้แก่ ความแพร่หลายกว้างขวางของช่องทางสื่อมวลชน และความก้าวหน้าของสื่อสังคม ซึ่งถูกใช้ทั้งโดยตัวทรัมป์เองและสมัครพรรคพวกของทุกๆ ฝ่าย เพื่อโปรโมตส่งเสริมวาระต่างๆ ของพวกเขาและโจมตีเล่นงานฝ่ายตรงข้ามให้กลายเป็นปีศาจร้าย นิกสันนั้นไม่มีสิ่งที่เทียบได้กับทีวีข่าว ฟ็อกซ์ นิวส์ ซึ่งคอยสนับสนุนเขา แล้วก็ไม่ได้มีสื่อสังคมอย่างทวิตเตอร์ เอาไว้ใช้เล่นงานพวกปรปักษ์ของเขาด้วยข้อหาว่าทรยศกบฎชาติและเป็นพวกนักล่าแม่มด

ไม่เพียงเท่านั้น ความเปลี่ยนแปลงในภูมิทัศน์ด้านสื่อ “ส่งผลให้เกิดสภาพแวดล้อมทางการเมืองและสภาพแวดล้อมด้านข่าวซึ่งเคลื่อนที่ไปอย่างรวดเร็วดุจความเร็วแสง หากเปรียบเทียบกับยุควอเตอร์เกต” เดวิด โคเฮน อาจารย์รัฐศาสตร์ของมหาวิทยาลัยอาครอน กล่าว “ข้อมูลข่าวสารล้วนๆ ที่โถมเข้ามาท่วมท้นเราในแต่ละวัน ก็เหมือนกับเรากำลังดื่มน้ำจากท่อน้ำดับเพลิง และมันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะกลืนกินมันทั้งหมดเข้าไป”

(เก็บความจากเรื่อง GOP unlikely to reprise role it played in Nixons 1974 exit ของสำนักข่าวเอพี) 
 
 
ขอบคุณ MGR Online
 
 คอลัมน์นอกหน้าต่าง
 
สิริสวัสดิ์จันทรวารค่ะ
 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 vinitvadee ถูกใจสิ่งนี้ (1)
wullopp วันที่ : 08/10/2019 เวลา : 12.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

วิเคราะุห์ ละเอียด
ลึกซึ้ง

ไม่ว่าใครจะเป็นประธานาธิบดี

ขอขอบคุณ
ชาวสหรัฐฯ
ที่เข้าท่องเที่ยว ลงทุนในไทย

ทำให้
คนไทยมีงานทำ

ขอให้ สหรัฐอเมริกา ไทย
ประสบความสำเร็จในด้านดี
ทุกๆ ด้าน ครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ตุลาคม 2019 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



[ Add to my favorite ] [ X ]