• vinitvadee
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2017-06-29
  • จำนวนเรื่อง : 1318
  • จำนวนผู้ชม : 290560
  • ส่ง msg :
  • โหวต 573 คน
ยามเราสรวลสำรวลรื่น โลกก็ชื่นชมผสม
สะอื้นอ้อนอ่อนอารมณ์ ก็จำเศร้าแต่เราเดียว (กฤษณา อโศกสิน) มาคุยกันพลันเบิกบานใจ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/vinnapatra
วันเสาร์ ที่ 9 พฤศจิกายน 2562
Posted by vinitvadee , ผู้อ่าน : 287 , 08:04:14 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน wullopp , สำรวจฟ้า และอีก 2 คนโหวตเรื่องนี้

จารีตประเพณีของสตรีโบราณเป็นประดุจกฎข้อบังคับแนวทางชีวิตของกุลสตรีทุกคน หากผู้ใดไม่ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์นั้นก็จะถูกสังคมประณามว่าประพฤตินอกรีตนอกรอยไม่เป็นกุลสตรี จารีตประเพณีไม่ได้บังคับเฉพาะความประพฤติและการปฏิบัติ แต่จํำกัความคิดความเห็นของสตรี จนน่าที่จะทําให้สตรีในสมัยนั้นไม่รู้หรือไม่กล้าแม้แต่จะรู้ความต้องการของตนเอง

 

 

แต่ความแข็งแห่งจารีตประเพณีจะแกร่งเพียงใดก็ต้องพ่ายแพ้ต่อหัวใจอันห้าวหาญ สติปัญญาเฉียบฉลาด และความมั่นใจในตัวเองของสตรีผู้หนึ่งในสมัยนั้น นั่นคือ หม่อมเจ้าหญิงฉวีวาด

คุณสมบัติของหม่อมเจ้าหญิงฉวีวาดทุกประการที่กล่าวมาแล้วนั้น ล้วนเป็นเครื่องผลักดันชีวิตของท่านให้เดินออกนอกกรอบประเพณี และห่างไกลวิถีทางแห่งความเป็นกุลสตรี แม้ในความคิดเห็นของคนปัจจุบัน ชีวิตของท่านก็ยังเป็นชีวิตที่พิเศษกว่าคนทั่วไป ซึ่งหากเป็นสํานวนวัยรุ่นสมัยนี้ก็เรียกว่าเป็นชีวิตที่ “ห้าวสุดฤทธิ์” หรือไม่ก็ “เปรี้ยวสุดเดช”

หม่อมเจ้าหญิงฉวีวาดเป็นพระธิดาของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมขุนวรจักรธรานุภาพ (พระองค์เจ้าชายปราโมช) กับหม่อมราชวงศ์ดวงใจ เล่ากันว่าเมื่อวัยเยาว์ท่านเป็นเด็กน่ารักน่าเอ็นดู ผิวขาวผ่องสมชื่อ ใครเห็นใครรัก คุณสมบัติพิเศษอีกประการหนึ่งคือ ท่านเป็นลูกหลานเศรษฐี คุณย่าของท่านคือ เจ้าจอมมารดาอําภา เป็นธิดาพระยาอินทรอากร เจ้าสัวใหญ่มีกิจการค้าร่ำรวยมหาศาล

ในสมัยนั้น เมื่อความน่ารักน่าเอ็นดูผสมเข้ากับความร่ำรวย ก็น่าจะเพาะอุปนิสัยเอาแต่ใจตัวเองให้ท่านแต่บัดนั้น และปัจจัยอื่น ๆ ที่เข้ามาสู่ชีวิตท่านก็ล้วนแต่เป็นเครื่องส่งเสริมนิสัยนี้ให้ทวีคูณ เช่นเมื่อบิดานําท่านเข้าถวายตัวในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวนั้น พระองค์ก็ทรงโปรดปรานด้วยเห็นว่าเป็นเด็กน่ารักน่าเอ็นดู จึงทรงเลี้ยงอย่างพระเจ้าลูกเธอ คนในวังเรียกกันว่า “ลูกเธอปลอม”

การอบรมเลี้ยงดูพระเจ้าลูกยาเธอและพระเจ้าลูกเธอในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แตกต่างจากการเลี้ยงดูตามแบบโบราณ เพราะโปรดให้พระเจ้าลูกเธอทุกพระองค์ทรงมีโอกาสใกล้ชิดติดพระองค์ตามเสด็จไปยังสถานที่ต่าง ๆ และทรงตามพระทัยจนทําให้ระเบียบปฏิบัติระหว่างฝ่ายหน้าและฝ่ายในย่อหย่อนไม่เข้มงวดดังแต่ก่อน นับเป็นการเริ่มการเลี้ยงดูแบบใหม่

ซึ่งนอกจากจะไม่ช่วยลดการตามใจตนเองของท่านลงแล้ว ยังเป็นการเพิ่มความมั่นใจในตัวเองให้แก่ท่านเป็นทวีคูณเมื่อยังเยาว์วัยอยู่ ก็ออกมาในรูปของความไม่เกรงกลัวผู้ใด จนเรียกว่าเป็นเด็กเกเร ดังที่พลตรี หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช บรรยายตามที่หม่อมเจ้าหญิงฉวีวาด เล่าถึงพฤติกรรมเกเรของท่านไว้ในหนังสือเรื่อง โครงกระดูกในตู้ ว่า

“ท่านเล่าว่า ท่านเคยวิ่งเล่นมากับพระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงและสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ และพระเจ้าลูกเธออื่น ๆ เมื่อยังทรงพระเยาว์ทุกพระองค์จนเป็นที่คุ้นเคย ผู้ที่ท่านป้าฉวีวาดคอยหาทางเล่นรังแกอยู่เสมอก็หาใช่ใครที่ไหนไม่ คือพระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงเมื่อยังทรงพระเยาว์นั่นเอง

ครั้งหนึ่งพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ มีพระดํารัสใช้ให้พระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงขึ้นไปทรงหยิบของบนหอพระ ท่านป้าฉวีวาดก็แอบไปนั่งอยู่ข้างพระทวาร

พอพระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงเสด็จกลับลงมา ท่านก็ยื่นขาออกไปขัดพระชงฆ์พระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงล้มลง และตกอัฒจันทร์บนพระที่นั่งลงมาหลายขั้น เป็นเหตุให้พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ กริ้วว่างุ่มง่ามเซ่อซ่า

แต่พระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงก็ทรงนิ่งเสีย มิได้กราบบังคมทูลฟ้องว่าใครเป็นต้นเหตุให้ทรงตกอัฒจันทร์ แทนที่ท่านป้าฉวีวาดจะระลึกถึงพระเดชพระคุณ ท่านกลับเห็นว่าตัวท่านเก่ง เล่นรังแกเจ้าฟ้าพระราชกุมารพระองค์ใหญ่ได้”

และเมื่อเติบโตขึ้นท่านก็ได้ใช้อุปนิสัยนี้ตัดสินการดําเนินชีวิต แม้แต่เรื่องการมีครอบครัวซึ่งเป็นเรื่องสําคัญที่สุดสําหรับชีวิตของลูกผู้หญิง เริ่มจากท่านรับหมั้น พระองค์เจ้าชายคัคนางค์ยุคล (พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงพิชิตปรีชากร) พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

แต่มารู้ภายหลังว่า “พระองค์คัคนางค์” ทรงมีหม่อมชื่อสุ่นอยู่ในวังแล้วคนหนึ่ง ด้วยความคิดที่ก้าวหน้ากว่าสมัยราว 100 ปี ท่านจึงไม่ยินยอม บังคับให้พระองค์คัคนางค์เลิกกับหม่อมสุ่น พระองค์คัคนางค์ทรงตามไม่ทันความคิดก้าวหน้าของท่าน จึงไม่ทรงยินยอม

หม่อมเจ้าฉวีวาดก็ได้แสดงอาการเอาแต่ใจตนเอง ผิดวิสัยกุลสตรีในสมัยนั้น คือโยน ของหมั้นของพระองค์คัคนางค์ทิ้งทางหน้าต่างตําหนักตกเรี่ยราดอยู่กับพื้นดิน

ถึงกระนั้นดีกรีความร้อนในอารมณ์ของหม่อมเจ้าฉวีวาดก็ยังไม่ลดลง พลตรี หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช เล่าถึงอารมณ์โกรธตอนนี้ของหม่อมเจ้าฉวีวาด ว่า “เมื่อท่านโกรธกับกรมหลวงพิชิตฯ แล้ว ท่านก็เลยถือว่า ท่านโกรธกับวังหลวงทั้งวัง”

วิธีแสดงความโกรธกับวังหลวงของท่านก็คือไปเข้ากับวังหน้า ซึ่งขณะนั้นกําลังมีเรื่องขัดแย้งกับวังหลวง

เรื่องราวความขัดแย้งระหว่างวังหลวงกับวังหน้า สืบเนื่องมาจากการแบ่งพรรคแบ่งพวก เพราะตามธรรมเนียมโบราณ ตําแหน่งวังหน้านั้น พระเจ้าแผ่นดินจะทรงพิจารณาแต่งตั้งเอง แต่สําหรับกรมพระราชวังบวรวิชัยชาญ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวนั้น สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์เป็นผู้ให้ความสนับสนุน

ดังนั้นจึงเกิดการแบ่งพรรคแบ่งพวกกันเป็นนัย ๆ ยิ่งเมื่อมีสาเหตุภายนอกช่วยกระพือ คือการที่นายโรเบิร์ต น็อกส์ กงสุลอังกฤษประจําประเทศไทยได้ให้ความสนิทสนมและสนับสนุนวังหน้า ถึงขั้นจะยกวังหน้าเป็นพระเจ้าแผ่นดินอีกพระองค์หนึ่ง หรือไม่ก็แบ่งเมืองไทยออกเป็นสองส่วน

เพื่อให้ได้ปกครองกันองค์ละส่วน และวังหน้าก็ทรงมีท่าทีเอนเอียงนับถือนายน็อกส์มากอยู่ ดังที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชหัตถเลขาปรารภกับสมเด็จกรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ เกี่ยวกับเรื่องนี้ ความตอนหนึ่งว่า

“มีความวิตกถึงแผ่นดินมากนัก ถ้าพลาดพลั้งหม่อมฉันตายลง วังหน้ามาเป็นเจ้าแล้ว คงจะสมดั่งที่เขาพูดนี้ไม่คลาดได้เลยจนสักข้อหนึ่งเป็นแท้ทีเดียว เห็นจะยิ่งกว่านโรดมหลายเท่านัก วังหน้าทุกวันนี้สิ้นความคิด เหมือนผ่าอกมาให้เขาดูหมดแล้ว ราชการสิ่งใดจนข้าไทวิวาทกันก็ต้องอาศัยให้เขาตัดสินทั้งนั้น ถ้าเป็นเจ้าขึ้นเขาว่าไร คงต้องตามทุกทุกอย่าง ไม่มีทางขัดขืนเลย”

เมื่อไปฝักใฝอยู่กับวังหน้านั้น หม่อมเจ้าฉวีวาดก็ได้สมรสกับพระองค์เจ้าเฉลิมลักษณวงศ์ (พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นวรวัฒน์สุภากร) พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว

การปฏิบัติตนในฐานะพระชายาของหม่อมเจ้าฉวีวาดนั้นนับว่าล้ำสมัยไปมาก ดังที่พลตรี หม่อมราชวงศ์ คึกฤทธิ์ ปราโมช ได้เล่าไว้ว่า

“ซึ่งถ้าจะว่าไปแล้วก็มีศักดิ์ทางพระราชวงศ์สูงกว่าท่านป้าฉวีวาดเป็นไหน ๆ แต่เจ้าพี่เจ้าน้องท่านป้าฉวีวาด รวมทั้งตัวท่านป้าฉวีวาดเองกลับดูถูกท่านว่าเป็น ‘เจ้าวังหน้า’ เสด็จลุงเฉลิมฯ ท่านทรงเป็นคนสงบเสงี่ยมเรียบร้อย รักพระชายาด้วยน้ำพระทัยจริง มิได้เคยขัดพระทัยท่านป้าฉวีวาดแต่อย่างไรเลย

เวลาจะรับสั่งกับท่านป้าฉวีวาดก็รับสั่งด้วยถ้อยคําอ่อนหวาน เรียบร้อย เรียกพระองค์ท่านเองว่า ‘พี่’ และเรียกท่านป้าฉวีวาดว่า ‘เจ้าน้อง’ ทุกครั้ง มิได้เคยรับสั่งขึ้นเสียงกับท่านป้าฉวีวาดเลย ตรงกันข้ามกับท่านป้าฉวีวาด ซึ่งมักจะรับสั่งก้าวร้าวเอากับพระสามี ซึ่งท่านเรียกว่า ‘องค์เหลิม’ เฉย ๆ และไม่ถูกพระทัยขึ้นมาก็เอ็ดอึงเอาง่าย ๆ”

ชีวิตของหม่อมเจ้าฉวีวาดก็น่าที่จะจบลงตรงนี้อย่างมีความสุข แต่ก็ยังจบไม่ได้ เพราะท่านได้ลิขิตวิถีชีวิตของท่านให้ก้าวเข้าไปพัวพันในวังวนของความขัดแย้งระหว่างวังหลวงกับวังหน้าเสียแล้ว

ระหว่างที่เหตุการณ์กําลังตึงเครียดอยู่นั้น ตึกดินในวังหลวงได้เกิดระเบิดเพลิงไหม้ในพระบรมมหาราชวัง กรมพระราชวังบวรวิชัยชาญเสด็จไปประทับในสถานกงสุลอังกฤษ ประกาศพระองค์อยู่ในบังคับรัฐบาลอังกฤษ

ขณะที่ทุกสิ่งทุกอย่างกําลังอยู่ในขั้นวิกฤต วิสัยสตรีทั่วไปก็น่าที่จะตระหนกตกใจจนคิดและทําอะไรไม่ถูก แต่หม่อมเจ้าฉวีวาดมิใช่สตรีธรรมดาเช่นนั้น ท่านคิดได้อย่างรวดเร็วและตัดสินใจฉับพลันตามอุปนิสัย ไม่มีสิ่งใดจะขวางกั้นการกระทําของท่านได้ ไม่ว่าจะเป็นจารีตประเพณีหรือกฎมณเฑียรบาล

ท่านว่าจ้างเรือสําเภาขนสมบัติและผู้ติดตามพร้อมสิ่งสําคัญอันเป็นพยานยืนยันถึงสติปัญญาอันเฉียบฉลาดของท่าน นั่นคือ คณะละครของเจ้าจอมมารดาอําภา ซึ่งถือเป็นคณะละครที่มีชื่อเสียงที่สุดในราชสํานัก

ท่านหาญกล้าพอที่จะนําเรือสําเภานั้นแล่นออกทะเลหลวงไปจนถึงราชสํานักเขมร ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปตามที่ท่านคาดคิด ราชสํานักเขมรซึ่งท่านรู้ดีว่าเป็นเสมือนเมืองน้องเคยมาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร ได้ให้การต้อนรับท่านอย่างดีเยี่ยม ด้วยพอใจทั้งตัวท่านและคณะละครที่ท่านนํามาด้วย

ครั้นเวลาล่วงแลย ความร้อนแห่งอารมณ์และจิตใจของท่านค่อยเบาบางลง สํานึกที่อยู่ส่วนลึกแห่งจิตใจจึงเริ่มเรียกร้อง นั่นคือการกลับสู่แผ่นดินเกิด

หม่อมเจ้าหญิงฉวีวาดเดินทางกลับมาตุภูมิเดิมในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และได้บรรจงเก็บพับอดีตอันโลดโผนด้วยการบวชเป็นรูปชี วางชีวิตบั้นปลายไว้บนเส้นทางแห่งความสงบ ชดเชยอดีตอันโลดโผน

หม่อมเจ้าฉวีวาดสิ้นชีพิตักษัย เมื่ออายุได้ 80 ปี ครั้งนี้ธรรมชาติเป็นผู้ปิดฉากชีวิตของท่านอย่างถาวร

ถ้าจะพูดถึงสิ่งที่หม่อมเจ้าฉวีวาดคงเหลือหรือทิ้งไว้ก็คงจะเป็นเพียงความทรงจําหรือคําเล่าลือ แต่ครั้งใดเมื่อคิดถึงเรื่องของท่าน ทุกคนก็คงจะอดคิดถึงสายเลือดอันนับเนื่องเป็นหลานป้าคนหนึ่งของท่านไม่ได้ว่าช่างมีคุณสมบัติเหมือนกันเสียนี่กระไร เพราะมีทั้งความเฉียบฉลาด กล้าหาญ คมชัด ฉับไว และความ “เฮ้วสุดสุด” ตั้งแต่ต้นจนจบชีวิต หลานของหม่อมเจ้าฉวีวาดคนนั้นคือ พลตรี หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช

 
 
ขอบคุณ ศิลปวัฒนธรรม
 
สิริสวัสดิ์โสรวารค่ะ
 
 




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 vinitvadee ถูกใจสิ่งนี้ (1)
wullopp วันที่ : 09/11/2019 เวลา : 15.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

เป็น ประวัติศาสตร์
ที่
ไม่รู้มาก่อนเลย...

ความคิดเห็นที่ 4 vinitvadee ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สำรวจฟ้า วันที่ : 09/11/2019 เวลา : 10.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PeeThong

เขมรกล่าวอ้างการศิลปการดนตรีปี่พาทย์เป็นของตนเอง

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
vinitvadee วันที่ : 09/11/2019 เวลา : 10.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

ขอบพระคุณพี่อ้อมค่ะ _/\_

ความคิดเห็นที่ 2 ลิงเขียว ถูกใจสิ่งนี้ (1)
vinitvadee วันที่ : 09/11/2019 เวลา : 09.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

ลิงเขียวขา

เรื่องนี้สนุกมาก
หากลิงเขียวเจอหนังสือ "โครงกระดูกในตู้" ของท่านคึกฤทธิ์เล่มบางๆ
ซื้อไว้เลยนะคะ อ่านเมื่อไร สนุกเมื่อนั้นค่ะ
gj มีฉบับท่านคึกฤทธิ์พิมพ์แจกเป็นมิตรพลีวันเกิดท่านค่ะ พ่อรับแจกมา
ขอบคุณที่มาเยี่ยม ขยันทำงานมากๆ จะได้ไปเที่ยวเมืองยุ่นนะคะ

ความคิดเห็นที่ 1 vinitvadee ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ลิงเขียว from mobile วันที่ : 09/11/2019 เวลา : 09.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/greenmonkey

สวัสดีค่ะ

อ่านจนจบ
ใช้คำพูดไม่ถูกอะค่ะ
แต่อยากจะบอกว่า

..ถ้าเอามาทำละคร น่าจะสนุก..

สุดจริงๆ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤศจิกายน 2019 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30



[ Add to my favorite ] [ X ]