• virayuthniyomchat
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-06-21
  • จำนวนเรื่อง : 32
  • จำนวนผู้ชม : 125838
  • ส่ง msg :
  • โหวต 842 คน
หมายเหตุจากชุมชน
เล่าเรื่อง แม่น้ำ ภูมิปัญญา อาหาร บทเพลง ภาพถ่าย วัฒนธรรม และผู้คนบน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/virayuth
วันพุธ ที่ 14 พฤศจิกายน 2550
Posted by virayuthniyomchat , ผู้อ่าน : 1600 , 16:43:13 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เจ้าหน้าที่อนุรักษ์สภาพแวดล้อมมูลนิธิเอกชนกล่าวว่า ในปัจจุบันบริษัทที่ปรึกษาเอกชนแห่งหนึ่งได้เริ่มสำรวจพื้นที่โครงการเขื่อนผามอง (Pa Mong) ซึ่งเป็นเขื่อนแห่งที่ 7 ที่จะสร้างกั้นลำน้ำโขง พรมแดนธรรมชาติช่วงแขวงเวียงจันทน์ของลาว กับ จ.เลยของไทย

นางสาวเปรมฤดี ดาวเรือง แห่งโครงการเทอร์รา (TERRA) มูลนิธิฟื้นฟูชีวิตและธรรมชาติ ซึ่งเป็นองค์กรภาคเอกชนเปิดเผยเรื่องราวดังกล่าวระหว่างการแถลงข่าวในกรุงเทพฯ เมื่อวันอังคาร (13 พ.ย.) นี้
       
       การแถลงข่าวจัดขึ้นในขณะที่องค์กรเอกชนกับเอกชนกว่า 200 รายใน 30 ประเทศทั่วโลก ได้ร่วมกันส่งหนังสือถึงคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (Mekong River Commission) หรือ MRC ให้ทำหน้าที่ในการป้องกันผลกระทบด้านสภาพแวดล้อมจากการสร้างเขื่อนกั้นลำน้ำนานาชาติสายนี้
       
       MRC กับประเทศ หน่วยงานและองค์การที่เป็นผู้บริจาคกำลังจะประชุมในวันพฤหัสบดี (15 พ.ย.) นี้ที่เมืองเสียมราฐ กัมพูชา
       
      

(แผนที่แสดงที่ตั้งเขื่อนกั้นลำน้ำโขงทั้ง 6 แห่งในลาวและชายแดนไทย-ลาว กับอีก 1 แห่งใน จ.กระแจ๊ะ (Kratie) กัมพูชา ไทย-ลาวได้ร่วมกันปัดฝุ่นโครงการเขื่อนผามองเมื่อ 40 ปีก่อนกลับมาพิจารณาอีกครั้ง เจ้าหน้าที่องค์กรภาคเอกชนอนุรักษ์สภาพแวดล้อมกล่าวว่าการสำรวจเริ่มขึ้นแล้ว (ภาพโดย: TERRA))

 เขื่อนผามองจะเป็นเขื่อนกั้นนำโขงแห่งที่ 2 ระหว่างไทยกับลาว ถัดจากเขื่อนบ้านกุ่ม (Ban Koum) ที่อยู่ใต้ลงไปที่ชายแดน อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี กับ แขวงจำปาสัก ซึ่งบริษัทปัญญาคอนซัลแทนช์ กำลังสำรวจความเป็นไปได้
       
       "เท่าที่เราทราบมาจากพื้นที่ ได้มีคณะลงไปสำรวจ (โครงการผามอง) แล้วในพื้นที่อำเภอเชียงคาน (จ.เลย) อาจจะพร้อมๆ กับที่บ้านกุ่ม" น.ส.เปรมฤดีกล่าวกับ "ผู้จัดการรายวัน" ทางโทรศัพท์ โดยเชื่อว่าบริษัทเอกชนของไทยได้ว่าจ้างให้สถาบันการศึกษาแห่งหนึ่งลงพื้นที่สำรวจเก็บข้อมูล
       
       โครงการผามองเริ่มมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2506 โดยหน่วยงานแห่งหนึ่งของสหรัฐฯ ซึ่งจะสร้างให้แก่ไทยและลาวโดยอ้างเหตุผลด้านการชลประทานเพื่อ "สร้างความมั่นคงด้านอาหาร" ในสองประเทศนี้ ขณะที่เขื่อนมีกำลังติดตั้งผลิตไฟฟ้าถึง 4,800 เมกะวัตต์
       
       อีกหลายปีต่อมาได้มีการลดขนาดของโครงการปากมองลงให้เป็นโครงการ Low Pak Mong แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ จนกระทั่งคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ.2538 จึงได้ปัดฝุ่นโครงการนี้ขึ้นมาดำเนินการอีกครั้ง


(วิถีชีวิตของผู้คนในลุ่มน้ำโขงไม่ต่ำกว่า 60 ล้านคน กำลังถูกทำลายลงไปจากการพัฒนาด้านต่าง ภาพ โดย วิระยุทธ นิยมชาติ)

       
       ตามตัวเลขของ น.ส.เพียรพร ดีเทศน์ แห่งโครงการแม่น้ำเพื่อชีวิต เขื่อนปากมองอาจจะส่งผลกระทบทำให้ต้องอพยพผู้คนออกจากพื้นที่ทั้งในฝั่งไทยและฝั่งลาวกว่า 50,000 คน

    นอกจากเขื่อนปากมองและเขื่อนบ้านกุ่มแล้ว ยังมีเขื่อนกั้นลำน้ำโขงอีก 5 แห่งที่อยู่ระหว่างสำรวจ-การศึกษาความเป็นไปได้โดยบริษัทจากจีน ไทยและมาเลเซีย ทั้งหมดอาจจะส่งผลกระทบต่อราษฎรถึง 75,000 คนใน 3 ประเทศ คือ กัมพูชา ลาวและไทย 
       


       

(สี่พันดอน คอนพะเพ็ง เป็นอีกที่หนึ่งที่มีการสำรวจก่อสร้างเขื่อนฮูสะฮอง ซึ่งจะทำลายระบบนิเวศที่อุดมสมบูรณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งของลุ่มน้ำโขงไป ภาพโดย วิระยุทธ นิยมชาติ)


       บริษัทจีนได้เข้าลงทุนสำรวจเขื่อนปากแบ่ง (Pak Beng) ในแขวงอุดมไซ กับเขื่อนปากลายที่เมืองปากลาย ในแขวงไซยะบูลี และ กลุ่ม ช.การช่าง จากไทยได้เข้าสำรวจเขื่อนไซยะบูลี ในแขวงเดียวกัน
 ใต้ลงไปบริษัทจากมาเลเซียได้ทำการสำรวจศึกษาเขื่อนดอนสะฮอง (Done Sahong) ที่จะสร้างกั้น "ฮูสะฮอง" ลำน้ำสายหนึ่งของแม่น้ำโขงในเขตสี่พันดอน ติดชายแดนกัมพูชา และ บริษัทจีนอีกแห่งหนึ่งกำลังสำรวจเขื่อนซัมบอร์ (Sam Bor) ในพื้นที่ จ.กระแจ๊ (Kratie) กัมพูชา
       
       น.ส.เพียรพรกล่าวว่า จากการศึกษาของนักวิทยาศาสตร์ เขื่อนดอนสะฮองกำลังจะสร้างความหายนะที่ใหญ่หลวงที่สุดต่อระบบนิเวศแห่งลำน้ำโขง และจะส่งผลกระทบในทางลบต่อประชาชนทั้งชาวกัมพูชา ลาวและไทย
       
       "ดอนสะฮองเป็นเส้นทางอพยพที่สะดวกที่สุดของฝูงปลาจากโตนเลสาป (ในกัมพูชา) ไปสู่แม่น้ำโขง.." เจ้าหน้าที่โครงการแม่น้ำเพื่อชีวิตกล่าว
       
       ดอนสะฮองเป็นเขื่อนขนาดเล็กปั่นไฟฟ้าเพียง 240 เมกะวัตต์ โดยบริษัทเมะเฟิร์สท์ คอร์ปอเรชั่น แต่จะสร้างความเสียหายมากที่สุดต่อระบบแม่น้ำโขง ต่อการขยายพันธุ์ของปลา รวมทั้งต่อความเป็นอยู่ของโลมาอิรวดี (ปลาข่า) ที่กำลังเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ ในบริเวณสี่พันดอน
       
       

(ปลาแข้ คือ 1 ใน 1,300 กว่า ชนิดพันธุ์ของปลาในลุ่มน้ำโขง กำลังจะไร้ที่อยู่อาศัย ภาพโดย วิระยุทธ นิยมชาติ)

แม่น้ำโขงเป็นที่อยู่ของปลาสายพันธุ์ต่างๆ ประมาณ 1,300 สายพันธุ์ เป็นแหล่งอาหารของประชาชนราว 60 ล้านคน น.ส.เพียรพรกล่าว
       
       ส่วนเขื่อนซัมบอร์บริษัทไชน่าเซาเธอร์นพาวเวอร์กริด กำลังสำรวจและพิจารณา 2 ทางเลือก คือสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ 3,300 เมกะวัตต์ ซึ่งจะเกิดอ่างเก็บน้ำ 880 ตร.กม. หรือ สร้างขนาดเล็กลงเหลือกำลังปั่นไฟเพียง 465 เมกะวัตต์ กับอ่างเก็บน้ำ 6 ตร.กม.
       
       เจ้าหน้าที่โครงการ TERRA กับ โครงการแม่น้ำเพื่อชีวิตฯ กล่าวว่า เขื่อนซัมบอร์จะสร้างผลกระทบอย่างมากมายต่อเวียดนาม ซึ่งมีเขตที่ราบปากแม่น้ำโขงเป็นอู่ข้าวอู่น้ำของประเทศ แต่ยังไม่ทราบท่าทีใดๆ ของเวียดนามเกี่ยวกับโครงการนี้
       
       "แต่เวียดนามก็กำลังต้องการไฟฟ้าด้วยเหมือนกัน" น.ส.เปรมฤดีกล่าว
ในวันจันทร์ (12 พ.ย.) องค์กรภาคเอกชนและบุคคลจำนวน 201 รายชื่อในนาม "กลุ่มประชาสังคมในประเทศแม่น้ำโขง 126 กลุ่ม" ได้ส่งหนังสือถึงคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง เรียกร้องให้ MRC ปฏิบัติตามพันธกิจในการปกป้องแม่น้ำโขงตาม "ข้อตกลงความร่วมมือเพื่อการพัฒนาแม่น้ำโขงอย่างยั่งยืน" ปี 2538 ซึ่งเป็นที่มาของการก่อตั้ง
       
       หนังสือยังส่งถึงสมาชิกคณะมนตรีของแต่ละประเทศในคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง ที่ประกอบด้วยไทย ลาว กัมพูชาและเวียดนาม สมาชิกสภาที่ปรึกษาในแต่ละประเทศ ธนาคารพัฒนาเอเชีย ธนาคารโลกและโครงการเพื่อการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ซึ่งเป็นผู้บริจาครายใหญ่
       
       หนังสือของกลุ่มประชาสังคมฯ ระบุในตอนหนึ่งว่า การลดลงของพันธุ์ปลาในแม่น้ำโขงและแม่น้ำโตนเลสาป แม้จะเป็นสัดส่วนเพียงน้อยนิด แต่จะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางอาหารและคุณภาพชีวิตของชุมชนนับพัน
       
       แม้รู้ว่ามีความเสี่ยงมหาศาลต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อมแต่ MRC กลับมิได้มีปฏิกิริยาใดๆ ภายใต้ข้อตกลงแม่น้ำโขงปี 2538 ซึ่ง MCR มีภารกิจใน “การป้องกันและการหยุดยั้งผลกระทบที่เป็นอันตราย..” กลุ่มประชาสังคมฯ กล่าวในตอนหนึ่ง
       
       นายสุริชัย หวันแก้ว ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยสังคมแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่ร่วมในการแถลงข่าวเมื่อวันอังคาร กล่าวว่าจะต้องสร้างความสมดุลกันระหว่างความต้องการพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นในเอเชียกับชีวิตของประชาชนในชนบทที่ยังต้องพึ่งพาที่ดินและแม่น้ำ
       
     
  คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงควรจะ “พิสูจน์ความมีประโยชน์ต่อหน้าสาธารณชน.. ไม่ใช่แค่ความมีประโยชน์ทางด้านธุรกิจและผลประโยชน์เท่านั้น” นักวิชาการนักวิจัยของไทยกล่าว.

ข่าวโดย http://www.manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9500000134992

หรือติดตามข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.searin.org 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
virayuthniyomchat วันที่ : 06/12/2007 เวลา : 00.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/virayuth
virayuth

นายชิกุวะ เขื่อนจีนเป็นอีกประเด็นหนึ่ง

แต่ก็มีปัจจัยของเขื่อนในแม่น้ำสาขาของแม่น้ำโขงด้วยแหละครับ ทั้งในไทย ลาว กัมพูชา

การเปลี่ยนแปลงระบบการเกษตร การปลูกยูคา การปลูกยางพารา การบุกเบิกพื้นที่ ฯลฯ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
virayuthniyomchat วันที่ : 21/11/2007 เวลา : 15.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/virayuth
virayuth

บรรใดปลาโจน ที่เขื่อนปากมูล เมืองอุบล ล้มเหลวสุด ขนาดคนเดินขึ้นยังเหนื่อยแล้ว ครับคุณ

ทางออกคือว่าต้องหยุดการสร้างเขื่อนในเขตลุ่มน้ำโขง เพราะผลกระทบนั้นตกอยู่ที่คนอาศัยในลุ่มน้ำโขง
คนในเมืองกรุงอาจจะได้ประโยชน์หรือปล่าว มิทราบ มิเคยมีการประเมินว่าได้เกิดผลประโยชน์ทั้งในทางรูปธรรม นามธรรมออกมา

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
Goojoe วันที่ : 20/11/2007 เวลา : 18.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Goojoe

อย่าลืมทำบันไดปลาโจนด้วยล่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
มุสิกะตะวัน วันที่ : 16/11/2007 เวลา : 09.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mataharee

ขอบคุณนะครับที่เข้าไปร่วมแลกเปลี่ยน ปัญหาที่ดิน สิ่งแวดล้อม อีกนานนะครับที่รัฐแก้ไขอย่างเอาจริงเอาจัง

ขอให้สุขภาพแข็งแรงนะครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
นายชิกุวะ วันที่ : 14/11/2007 เวลา : 16.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chikuwa
"นายชิกุวะ" มีเรื่องราวดีๆ... มาเล่าให้ฟังเรื่อยครับ ลองแวะมาอ่านได้ขอรับกระผม

เฮ้อ น้ำโขงแห้งขอดในบางฤดู เพราะด้านบนประเทศจีน กั้นเขื่อนตั้งหลายอัน กว่าจะลงมารวมเป็นแม่น้ำโขง ถ้าทำอันนี้ คงช่วยเรื่องระดับน้ำได้ แต่เสียทรัพยากรทางธรรมมากมาย จะคุ้มหรือเปล่าน้า

แวะไปเยี่ยมบล็อกผม อยากให้วิจารณ์ว่า เขียนใช้ได้มั๊ยครับ เพิ่งหัดเขียนน่ะครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

น้ำพุร้อนโป่งเดือด

น้ำพุร้อนโป่งเดือด แม่แตง เชียงใหม่ (ใช้เส้นทางเชียงใหม่ แม่ริม แม่มาลัย ปาย)

View All
<< พฤศจิกายน 2007 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  



[ Add to my favorite ] [ X ]