• virayuthniyomchat
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-06-21
  • จำนวนเรื่อง : 32
  • จำนวนผู้ชม : 125679
  • ส่ง msg :
  • โหวต 842 คน
หมายเหตุจากชุมชน
เล่าเรื่อง แม่น้ำ ภูมิปัญญา อาหาร บทเพลง ภาพถ่าย วัฒนธรรม และผู้คนบน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/virayuth
วันอังคาร ที่ 17 มีนาคม 2552
Posted by virayuthniyomchat , ผู้อ่าน : 3125 , 14:33:17 น.  
หมวด : ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน virayuthniyomchat โหวตเรื่องนี้

เสียงครวญจากลำน้ำสงคราม

                “เมืองไชยบุรีเลิศล้ำ  ติดปากน้ำลำสงคราม  คนเมืองปลาน้ำใจงาม  สุดเขตคามโขงสองสี”     สายน้ำยังคงไหลไปจากแม่น้ำต้นลงสู่ปลายแม่น้ำ     เพื่อมุ่งหน้าไปยังแม่น้ำโขงที่เชื่อมใจคนสองเมือง สายสัมพันธ์ลาว - ไทยที่ยาวเหยียดนับพันกิโลเมตร  เรื่องราวมากมายของลำน้ำสงครามจากอดีตจนปัจจุบันยังคงอยู่กับชาวไชยบุรีไม่ไหลสู่โขงเช่นลำสงคราม 

ระยะทางราว ๔๒๐ กิโลเมตรของแม่น้ำสงคราม กำเนิดจากบนสันภูผาเหล็ก ในเขตอำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร ไหลโค้งขึ้นไปทางเหนือ ผ่านอำเภอหนองหาน อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี อำเภอบ้านม่วง อำเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร แล้วเข้าสู่เขตอำเภอพรเจริญ อำเภอเซกา จังหวัดหนองคาย แล้ววกกลับลงมาสู่ตอนล่างของแม่น้ำที่อำเภออากาศอำนวย จังหวัดสกลนคร เข้าอำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม แล้วออกไปบรรจบกับแม่น้ำโขงที่ไชยบุรี อำเภอท่าอุเทน

นาฏกรรมแห่งชีวิต  จารีต ประเพณี  วัฒนธรรมและความเชื่อของคนแถบนี้ล้วนผูกพันกับลำน้ำอย่างสนิทแนบแน่น สิ่งเหล่านี้ได้ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น  เป็นภาพสะท้อนที่ฉายให้เห็นการเคลื่อนไหวของกระแสธารชีวิต  จากลำน้ำไปสู่ห้วยหนอง คลองบึง  และแม่น้ำสายใหม่ที่จะทอดตัวลงสู่โขงทะเลอีสานอันไพศาล 

วันวานของแม่น้ำสงคราม(ไชยบุรี)

พี่จอย  พยาบาลสาวในโรงพยาบาลท่าอุเทน ชาวบ้านตาลปากน้ำโดยกำเนิด  สมัยที่เธอเป็นเด็ก  กิจกรรมยามว่างของเธอคือการไปเล่นจับปลากับเพื่อนที่ลำน้ำสงคราม  ซึ่งไม่ไกลจากบ้านนัก  น้ำสีใสไหลเย็นเห็นตัวปลา  ปลาที่อยู่ในแม่น้ำส่วนใหญ่จะเป็นปลาธรรมชาติมากกว่า  ถ้าอยากไปดูแม่น้ำสองสีต้องพายเรือข้ามไปฝั่งตรงข้ามเพราะสมัยก่อนไม่มีสะพาน   “เมื่อก่อนพ่อแม่พี่ทำอาชีพหาปลา   พ่อจะออกไปตั้งแต่เช้าประมาณตีสาม พี่ก็ชอบไปนะก็สนุกดี เด็กที่นี่ส่วนใหญ่ว่ายน้ำเป็นหมดแหละ เพราะเล่นน้ำตั้งแต่เด็ก  แม่น้ำสงครามไม่ได้กว้างเท่าทุกวันนี้หรอก ต้องไปดูท่าน้ำตรงวัด  เห็นไม้ไผ่ตรงกลางนั่นหรือเปล่า ? นั่นแหละคือตลิ่งเก่า  ตอนนี้ไม่เหลือแล้ว  ตาของพี่เคยมีโรงสีติดตลิ่ง  พี่นั่งเอาเท้าหย่อนลงตรงชานไม้ริมตลิ่งปลาว่ายมาแทะเล็มเท้า  ต่อมาน้ำเซาะตลิ่งพังเราเลยต้องรื้อทิ้งไป  ที่หายเป็นไร่เลยนะ” นี่คือความร้ายแรงของธรรมชาติ   ต่อไปคงเดาไม่ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่ลำน้ำสงครามเป็นแหล่งทำมาหากินของชาวไชยบุรี  ในน้ำมีปลาในนามีข้าว  ไชยบุรีจึงเป็นเมืองที่สร้างอาชีพและรายได้ไม่ยากสำหรับผู้มีความขยัน  ลงน้ำก็มีปลาเข้าป่าก็มีหน่อไม้  ความอุดมสมบูรณ์เช่นนี้จะยังคงอยู่ถ้าสภาพทางกายภาพของลำน้ำสงครามไม่เปลี่ยนไป

                 

                   แม่น้ำสงครามให้อะไรกับไชยบุรี

“ผู้ได๋ว่าอีสานแล้งสิจูงแขนมันไปเบิ่ง  ปากน้ำสงครามมีปลาหลายน้ำหลาก  มันสิแล้งได้จั่งใด๋”  ในฤดูน้ำหลากแม่น้ำโขงได้พัดพาปลาจากลำน้ำโขงยังผลดีต่อไชยบุรีที่เป็นเมืองปลา อาชีพหลักของคนที่นี่ส่วนใหญ่คือการหาปลา ในสมัยก่อนจะเป็นการหาปลาธรรมชาติ  แต่ปัจจุบันมีการแปรรูปปลาให้เป็นผลิตภัณฑ์อื่น  ไม่ว่า จะเป็นการทำส้มปลาโด   หนังปลากรอบ  ปลาร้าบอง  ปลาแห้ง ทำให้ความต้องการซื้อขายและบริโภคปลามากขึ้น  จากธุรกิจระดับตำบลขยายตัวเป็นธุรกิจส่งออก   ลำน้ำแห่งนี้จึงเป็นจุดยุทธศาสตร์การค้าปลาน้ำจืดแห่งหนึ่งที่น่าจับตามอง

          วิถีชีวิตของชาวไชยบุรีกับแม่น้ำสงครามแทบจะแยกกันไม่ออก  คนแถบนี้ได้อาศัยลำน้ำตั้งแต่เกิดจนตาย  หากว่าลำน้ำสงครามใหลตัดผ่านไปไปทิศทางอื่นคนที่นี่คงมีแต่ทำนาขายข้าวซื้อปลากิน   แต่เพราะลำน้ำสงครามยังคงหล่อเลี้ยงชาวไชยบุรีมาตั้งแต่บรรพบุรษจนถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน  ตราบเท่าที่ธรรมชาติยังคงเดิม   แต่เมื่อมีแม่น้ำสายใหญ่ที่พอจะหารายได้ก้อนโตให้ธุรกิจที่ใหม่ 

             ความพยายามของธุรกิจได้เป็นกระแสที่ฮือฮามากในช่วงสิบปีมานี้  แน่นอนว่ากระชังปลากลายเป็นอาชีพใหม่ที่ใครๆก็อยากทำ

กระชังปลาธุรกิจใหม่ทำลายแม่น้ำสงคราม

             จุดเริ่มต้นของกระชังปลามาจากชาวบ้านสองราย  เนื่องจากบริษัทอาหารปลาซีพี ติดต่อให้ทำธุรกิจนี้  ซึ่งทางบริษัทจะเป็นผู้ลงทุนและมีเงินทุนให้ก่อน  เพราะการเลี้ยงปลากระชังมีการลงทุนแต่ละครั้งใช้งบประมาณไม่ต่ำกว่าล้าน  เมื่อมีเงื่อนไขดีเช่นนี้   ชาวบ้านหลายคนจึงกล้าลงทุนกับการเลี้ยงปลาสายพันธ์ใหม่ โดยทำสัญญากับตัวแทนของบริษัทซีพี ซึ่งอาหารปลารวมทั้งอุปกรณ์ทุกอย่างต้องซื้อจากซีพีและบริษัทจะเป็นผู้รับซื้อปลาทั้งหมด เพราะในสัญญาบังคับให้ขายกับบริษัทซีพีเท่านั้น การเลี้ยงปลากระชังเริ่มจากการซื้อลูกปลาอนุบาล  คือพันธุ์ปลาที่รับมาจากบริษัทซีพี  โดยบริษัทเป็นผู้ดูแลให้  จึงทำให้ชาวไชยบุรีได้อาชีพใหม่ที่สร้างรายได้ที่น่าพึงพอใจ 

               ต่อมาชาวไชยบุรีหันมาทำธุรกิจนี้กันมากขึ้น  จนปัจจุบันนี้สามารถเห็นได้เกลื่อนเรียงเป็นแนวยาวตามตลิ่งของแม่น้ำสงคราม  จากที่เมื่อก่อนนั้นการจับปลาเป็นเพียงอาชีพเลี้ยงปากเลี้ยงท้องไปวันๆเท่านั้น  แต่มาถึงวันนี้ธุรกิจเลี้ยงปลาซีพีได้เข้ามาสู่ท้องถิ่นไชยบุรีและสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านเป็นตัวเลขหลายหลัก 

          จากการประสบความสำเร็จจากการเลียงปลาซีพีนี้เองทำให้ชาวบ้านรายอื่นๆต่างพากันเลี้ยงปลาซีพีแทนการจับปลาแม่น้ำกันมากขึ้น  กระชังปลาแนวยาวริมตลิ่งดูแน่นขนัดตา  เมื่อสิ่งแปลกปลอมนี้เข้ามาแทรกแซงธรรมชาติ  แม่น้ำสงครามจึงเกิดการเปลี่ยนแปลง  กระแสน้ำที่เคยใหลคล่องกลับถูกแนวกระชังปลาขวางกั้นทำให้เกิดกระแสน้ำวนใต้แนวกระชังและกัดเซาะตลิ่งพังเป็นแนวยาวเช่นกัน  ระบบนิเวศของลำสงครามยังไม่ถูกทำลายเพียงเท่านั้น  อาหารปลาซีพีนั้นเป็นหัวอาหารที่สังเคราะห์ขึ้นจากโรงงาน

               ซึ่งส่วนผสมนั้นเป็นสารที่ทำลายระบบนิเวศ  เมื่อพบว่าหัวอาหารที่ให้ในแต่ละวันนั้นตกตะกอนใต้แม่น้ำ  ตามแนวตลิ่งจากต้นถึงปลายของแม่น้ำ  การสะสมของตะกอนนานวันเข้าน้ำเริ่มเน่าเสีย  ยิ่งช่วงหน้าแล้งไม่ต้องพูดถึง  น้ำลดเมื่อไรกระแสน้ำไม่ไหลเวียนถ่ายเท  น้ำเน่าส่งกลิ่นเหม็นปลาตายลอยขึ้นเหนือน้ำเป็นเบือ 

            ย้อนมองกลับหลังไปหลายปีลำสงครามเคยเป็นแหล่งที่มีระบบนิเวศที่สมบูรณ์  มีน้ำใสสะอาดและมีปลาเต็มคุ้งน้ำให้จับกินกันทั้งปี  มาวันนี้วิถีชิวิตชาวไชยบุรีได้เปลี่ยนไป  

              พวกเขาได้ละทิ้งสิ่งเดิมๆ เบนเข็มมาสู่เส้นทางธุรกิจที่เต็มไปด้วยเงินทอง  ความเจริญ  ความสะดวกสบายจะมาสู่พวกเขา  บัดนี้เขาทั้งหลายที่ไชยบุรีลืมวิถีเดิมๆไปเสียแล้ว  และคงลืมไปด้วยว่าพวกเขาได้เหยียบย่ำทำลายแม่สงครามซึ่งหล่อเลี้ยงพวกเขามาหลายชั่วอายุคน 

สงครามครวญ  

                เมื่อธรรมชาติแปรปรวน  ลำสงครมไหลเซาะตลิ่งวันแล้ววันเล่า  คุณยายสมสมัย ดวงสงฆ์  เจ้าของร้านขายของชำของบ้านตาลปากน้ำ  หมู่ 2 กล่าวว่า “ น้ำสงครามเป็นแม่น้ำที่ไหลนิ่งแต่วนลงลึก  ยิ่งถ้าน้ำหลากน้ำยิ่งไหลแรง  ตลิ่งก็ยิ่งทรุดหนักลงไปอีก  ใครที่มีที่ติดฝั่งน้ำ  ก็เดือดร้อนไปหมด” จากคำบอกเล่าของคุณยายสมสมัย หนึ่งในชาวไชยบุรี  แสดงให้เห็นความโหดร้ายของธรรมชาติ

           ลำสงครามครวญอีกครั้ง  เมื่อในระยะ 10 ปีที่ผ่านมา  ป้าแดง  อบกว่า  น้ำใสจนแลเห็นกรวดทรายใต้น้ำ  แต่ในระยะหลังด้วยความเจริญ  สิ่งสกปรกและสารเคมีก็เจริญลงลำน้ำสงครามไปด้วย 

               ลำสงครามครวญซ้ำ  เมื่อสภาพน้ำเน่าไม่ใช่บทสรุปของชะตากรรมที่เลวร้ายของลำสงคราม  หากยังส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและทรัพยากรบริเวณนั้นเสมือนสงครามลูกโซ่ที่ต่อกันอย่างไม่มีที่สิ้นสุด 

                          ตลิ่งหาย  น้ำเน่า  เขาเสร้างเขื่อน

             เสียงน้ำเซาะดัง ครืน ครืน . .  เมื่อดินมิอาจต้านทานแรงอันมหาศาลของน้ำได้  น้ำไหลเซาะมาอีกครั้งกระทบกระชังปลา  แต่คราวนี้หมุนวนลงข้างล่างเซาะตลิ่งทีละนิด ทีละนิด . .  วันแล้ววันเล่า  ที่ดินเป็นไร่หายวับไปพร้อมกาลเวลา  จะหาใครมารับผิดชอบได้ในเมื่อหลายคนต่างมีส่วนร่วมในการกระทำทั้งสิ้น 

           น้ำไม่ใสเหมือนครั้งก่อน  กระแสน้ำพัดพาเอาสิ่งสกปรกจากต้นน้ำสู่ปลายน้ำ  หัวอาหารปลากระชังวันละกี่หมืนกี่พันกระสอบถูกเทลงไปในลำน้ำ  น้องส้ม  นักเรียนโรงเรียนตาลปากน้ำ  เป็นอีกหนึ่งคนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำเสียของลำสงคราม  น้องส้มมีอาการคันตามตัวและ ชาวบ้านที่นี่นิยมกินปลาจากธรรมชาติ  แต่สภาพกาลเช่นนี้จะมีปลาจากแม่น้ำให้พวกเขากินกันซักเท่าไร  ในเมื่อปลาในกระชังที่ได้รับการปฏิบัติดูแลเป็นอย่างดียังตาย  แล้วปลาในแม่น้ำที่ต้องอาศัยธรรมชาติในการหล่อเลี้ยงชีวิตของมันจะมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร 

ในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา  จากกรณีตลิ่งน้ำซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน  ทั้งเรื่องของที่ดินทำกิน  และในด้านของระบบนิเวศที่ไม่สมดุลนั้น รัฐบาลได้เข้ามาแก้ไขปัญหาเบื้องต้นโดยการสร้างเขื่อนในปี พ.ศ.2544 – 2546  ปัญหาตลิ่งพังจึงหมดไปแต่เท่านั้นยังไม่พอที่จะทำให้ลำสงครามดีขึ้นเพราะน้ำในแม่น้ำยังคงเน่าเสียอยู่ 

  

สิ่งที่ชาวไชยบุรีต้องการ

            ทุกค่ำเช้าที่ไชยบุรีเสียงแม่สงครามยังคงโหยไห้ไปทั่วคุ้งน้ำอย่างเจ็บปวด  สายธารแห่งชีวิตของคนที่นี่ป่วยเรื้อรังมาหลายปี  พวกเขาจะกินอยู่อย่างไรต่อไปหากไม่มีแหล่งอาหาร  วิถีชีวิตของพวกเขาจะเปลี่ยนไปทางใดหากว่าปลาตายไปพร้อมกับแม่สงคราม  ไม่มีใครออกมาแสดงความรับผิดชอบอย่างจริงจังหลังจากมีการสร้างเขื่อนเพื่อป้องกันตลิ่งพัง  แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะเยียวยาแม่สงครามให้หายขาดได้  

                ครั้นยังมีเสียงหนึ่งของหญิงอาวุสโสชื่อยายพร้อม  ผู้มีความสัมพันธ์กับสารธารแห่งนี้มาค่อนศตวรรษ  คร่ำครวญว่า “แต่ก่อนน้ำในแม่น้ำสะอาดใช้อาบน้ำก็ได้ซักผ้าก็ได้แต่พอเขาเลี้ยงปลากระชังน้ำเริ่มเสียใช้อาบบ่ไม่ได้  ปลาก็ไม่กล้ากิน...ย่านสารพิษ  สิไปว่าไปบอกให้เขาเลิกเฮ็ดก็บ่ได้  เขาหาว่าเฮาอิจฉาที่ธุรกิจเขามีกำไรหลาย  เคยถามนายที่อำเภอ  นายบอกว่ามันเป็นการส่งเสริมรายได้ท้องถิ่น  อยากให้นายทางรัฐบาลมาแก้ปัญหาน้ำเสีย  ถ้ามันบ่ดีขึ้นชาวบ้านก็อยู่บ่ได้ดอก บ่ฮู่สิไปเฮ็ดหยั่งกิน” 

                ปากน้ำไชยบุรีเมืองที่กล่าวกันว่าป่าทามอุดมสมบูรณ์  ในน้ำมีปลาชุม  บัดนี้อาจกลายเป็นเพียงเสียงลือเสียงเล่าอ้างที่ผ่านมากระทบโสตประสาทแล้วผ่านไปหากต่างฝ่ายต่างเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว  และโยนความรับผิดชอบไปมา.... “แม่สงคราม  แม่ผู้เป็นสายธารแห่งชีวิตของชาวไชยบุรีมาหลายชั่วอายุคน  บัดนี้กลับถูกลูกหลานทำร้ายแล้วทิ้งให้ป่วยเรื้อรังเพียงรอวันตาย…”               

                         

จิตสำนึกในบุญคุณแม่สงคราม

            กระแสลำสงครามยังต้องใหลต่อไปเพื่อปากท้องชาวปากยามไชยบุรี  ที่มีวิถีชีวิตพึ่งพาอาศัยลำสงคราม  เช้าออกหาปลาค่ำมาแกงปลากินกัน  การแสวงหาผลประโยชน์จากลำน้ำมีให้เห็นต่อไปตราบที่ลำสงครามยังไม่หยุดนิ่ง  รอยแผลที่แม่น้ำได้รับกลายเป็นน้ำตาที่ใหลลงสู่โขง  ศูนย์รวมแห่งปากท้องชาวไชยบุรีกำลังถูกทำลายลง  

                เสียงครวญ ดังครืนๆ…ของแม่น้ำสงครามที่กระทบริมตลิ่งอีกครั้งคงทำให้ชาวบ้านฉุกคิดว่า  สายน้ำนี้มีอาการป่วยหนัก  และต้องการให้ชาวบ้าน  จิตสำนึกของชาวบ้านสองฝั่งแม่น้ำร่วมกันดูแลรักษาสายนี้แห่งชีวิตนี้ไว้  เพราะอย่างน้อยเส้นเลือดสายนี้ยังสามารถดูแลลูกหลานภายหน้าไปอีกนานโข  หากวันใดสายเลือดเส้นนี้กลายเป็นเลือดเสีย  ชาวไชยบุรีคงหมดสิ้นเลือดเนื้อให้สูบกัน

-------------------------------

เป็นบทความ แความรู้สึกที่ดีมาก ๆ สำหรับสถานการณ์ปัจจุบันของแม่น้ำสงคราม แม่น้ำโขง และแม่น้ำสายต่าง ๆ ณ วันนี้ที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป

นับว่าเป็นโอกาศดีที่คนได้รู้จักพื้นที่ได้ถ่ายทอดมีความรู้สึกห่วงใยร่วมกัน

------------------ลองคลิกเข้าไปอ่านตามลิ้งค์ด้านนี้นะครับ------------

http://sadakojung.spaces.live.com/blog/cns!20250A3FC40B0B79!265.entry

ภาพโดย วิระยุทธ นิยมชาติ

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
virayuthniyomchat วันที่ : 18/03/2009 เวลา : 18.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/virayuth
virayuth

ผมว่าผู้คนเขาน่าจะเริ่มรู้ เริ่มเข้าใจแล้วนะว่ามันเกิดอะไรขึ้น และกำลังจะได้อะไรตอบแทบ

จากเดิมหาปลากินเอง ตอนนี้คนหาปลาต้องซื้อปลากิน กก.ละหลายร้อย

สักวันธรรมชาติคงจะมาทวงคืน เช่น สึนามิ เมืองปาย น้ำก้อ ฯลฯ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
นาคราช วันที่ : 18/03/2009 เวลา : 13.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wat

ในฐานะลูกน้ำสงคราม
ความเปลี่ยนแปลงในวันนี้เกินที่จะคาดหมายได้เมื่อยังเด็ก
ที่เคยขอตามเขาไปลงแพยกยอหาปลา
เกี๋ยวนี้นอกจากจะกลายเป็นดงกระชังปลาแล้ว
สองริมฝุ่งยังเต็มไปด้วยสวนยาง
ป่าธรรมชาติ ป่าหัวไรปลายนาหายไปหมด

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
kkkk วันที่ : 17/03/2009 เวลา : 16.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jjjj
ช่วยกันคิด วันละนิด จิตแจ่มใส                                                                                                             


แวะมาอ่าน..ก็เกิดเศร้าตาม..เป็น"ยุคที่ธรรมชาติเอาคืน"
เคยไปเที่ยวเมื่อ2-3 ปีมาแล้ว..ไปนั่งดูแม่น้ำสองสี..สวยมากค่ะ..น่าเป็นห่วงจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 17/03/2009 เวลา : 14.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

เคยไปท่องลุ่มน้ำสงคราม..

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

น้ำพุร้อนโป่งเดือด

น้ำพุร้อนโป่งเดือด แม่แตง เชียงใหม่ (ใช้เส้นทางเชียงใหม่ แม่ริม แม่มาลัย ปาย)

View All
<< มีนาคม 2009 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        



[ Add to my favorite ] [ X ]