• virayuthniyomchat
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-06-21
  • จำนวนเรื่อง : 32
  • จำนวนผู้ชม : 125783
  • ส่ง msg :
  • โหวต 842 คน
หมายเหตุจากชุมชน
เล่าเรื่อง แม่น้ำ ภูมิปัญญา อาหาร บทเพลง ภาพถ่าย วัฒนธรรม และผู้คนบน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/virayuth
วันอาทิตย์ ที่ 29 สิงหาคม 2553
Posted by virayuthniyomchat , ผู้อ่าน : 3073 , 15:27:53 น.  
หมวด : ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน virayuthniyomchat โหวตเรื่องนี้

ปลากด ปลาชนิดหนึ่งที่อร่อยมากและมีราคมแพง (ภาพ วิระยุทธ นิยมชาติ)

ปลาอร่อยที่สุดในภาคอีสานที่แม่น้ำสงคราม ดร.เสรี พงศ์พิศ

ไม่ทราบจริงเท็จแค่ไหนที่ว่าภาคอีสานเป็นภาคที่ฝนตกมีปริมาณมากที่สุดในประเทศไทย แต่ที่อีสาน "ขาดน้ำ" ก็เพราะเหตุผลหลายๆ อย่าง อย่างหนึ่งก็เพราะดินไม่เก็บน้ำ อย่างหนึ่งเพราะรัฐไม่มีปัญญาพอที่จะพัฒนาอีสานให้อุดมสมบูรณ์ ไม่ต้องขนาดอิสราแอลที่เปลี่ยนทะเลทรายให้กลายเป็นป่าเป็นสวนหรอก เอาแค่ทำให้ป่าที่มีอยู่ไม่ถูกทำลายก็ยังทำไม่ได้

ไม่ต้องพูดถึงแม่น้ำลำคลองที่ตื้นเขินเพราะการส่งส่งเสริมการปลูกพืชเดี่ยว ดินที่สูญเสียความอุดมสมบูรณ์ไปเพราะสารเคมี สิ่งแวดล้อมที่กลายเป็นพิษ มิพักต้องพูดถึงระบบนิเวศที่เสียหายแบบกู้คืนไม่ได้เพราะการสร้างเขื่อนใหญ่ๆ

คนอีสานในอดีตจำนวนหนึ่งมักจะอพยพย้ายถิ่นฐานเพื่อไปหาที่ทำกินที่อุดมสมบูรณ์ ที่ที่มีโคกมีป่า มีแหล่งน้ำ มีที่สูงที่ต่ำ ทำนาได้ ปีไหนฝนแล้งก็ได้นาลุ่ม ปีไหนน้ำท่วมก็ได้นาดอน เป็นภูมิปัญญาที่สร้างหลักประกันความมั่นคงให้ชีวิต ถ้าขาดแคลนขึ้นมาจริงๆ ก็ต้องไปขอไปแลกจากพี่น้องใกล้ไกล

ข้าวเป็นเรื่องสำคัญที่สุดก็ว่าได้ มีข้าวในยุ้งในฉางแล้วอุ่นใจ เพราะอย่างอื่นไปหาเอาจากธรรมชาติ อยากกินเห็ดเข้าป่า อยากกินปลาลงหนอง

แต่คนอีสานก็เหมือนกับคนที่ไหนในภาคอื่นและในโลก ไม่ได้กินเพียงเพื่ออยู่และไม่ให้ตายเท่านั้น แต่กินเพราะอร่อย มีรสมีชาติ อะไรไม่อร่อย ไม่ถูกปากก็ไม่กิน มีทางเลือกก็จะเลือกที่อร่อยกว่าเสมอ

การปรุงอาหารเป็นศาสตร์และศิลป์ จึงมีคำว่าแซบ แซบอีหลี (อร่อยจริงๆ) มีคำว่า นัว ซึ่งก็แซบนั่นแหละ แต่เป็นลักษณะกลมกล่อม มีกลิ่นปลาร้านิดๆ ผักอีตู่ (แมงรัก) หน่อยๆ

อย่างปลาในภาคอีสานก็ไม่ได้ขาดแคลน หน้าฝน น้ำหลาก ปลาจะมากจนเหลือกิน ทำเป็นปลาร้า ปลาส้ม ปลาแห้ง แต่ไม่ใช่ทุกแห่งที่มีปลาอร่อย ที่อร่อยจริงๆ จนเล่าขานกันมาตั้งแต่โบราณเห็นจะมีปลาจากแม่น้ำสองสาย คือ แม่น้ำชีกับแม่น้ำสงคราม

ปลาแม่น้ำชีอร่อยอย่างไรผมไม่ทราบ เคยรับประทานหลายครั้งเวลาไปบ้านเมืองแถวๆ แม่น้ำชีก็คงต้องเชื่อประเพณีท่านว่า อ่าน "ลูกอีสาน" ของลุงคำพูน บุญทวี แล้วก็พอนึกภาพออกและเข้าใจว่า ทำไมชาวบ้านจึงมักยกขบวนคาราวานเกวียนไปไกลเพื่อหาปลาอร่อยๆ จากแม่น้ำสายนี้

ถ้าถามว่าปลาแม่น้ำสงครามอร่อยอย่างไร อันนี้ผมยืนยันได้ เพราะตั้งเกิดมาจนบัดนี้ผมกินปลาร้าแม่น้ำสงครามมาโดยตลอด ทั้งๆ ที่บ้านผมตั้งอยู่ริมหนองหาร มีปลามากมาย แต่อร่อยสู้ปลาน้ำสงครามไม่ได้ พ่อจะไปซื้อปลาร้าแถวบ้านปากยาม บ้านข่า ท่าบ่อ-ศรีสงคราม ไปบ่อยจนได้เสี่ยวหลายคน ไปมาหาสู่กันจนถึงทุกวันนี้

ทุกปีพ่อจะชวนหลานคนโตไปหาซื้อปลาร้ามากิน มาฝากลูกฝากหลาน โดยเฉพาะคนที่อยู่กรุงเทพฯ กรุงไทย หลานเล่าให้ฟังว่า เมื่อปี 2542 ปู่ชวนไปซื้อปลาร้า ปีนั้นซื้อมากกว่าปกติ ปู่บอกว่า ปีหน้าอาจไม่ได้มา พูดเหมือนท่านจะรู้ว่าปีต่อมาท่านก็จากเราไปเมื่ออายุ 88 ปี

บ้านเกิดผมอยู่ห่างจากอำเภอศรีสงครามเพียง 40 ก.ม. ผมกลับไปเยี่ยมพ่อแม่ที่บ้านเมื่อไรก็มักจะขับรถไปหาซื้อปลาค้าวที่ตลาดศรีสงคราม โชคดีก็ได้ตัวใหญ่ๆ สดๆ ส่วนใหญ่จะมีคนไปรับจากชาวบ้านถึงหมู่บ้านเพื่อเอาไปขายให้ร้านอาหารใหญ่ๆ ในเมืองทั้งที่นครพนมและสกลนคร หรือแม้กระทั่งกรุงเทพฯ ชาวบ้านขายปลาค้าวกิโลละ 120 บาท ถือว่าไม่แพง เพราะลาบและต้มยำอร่อยเหลือเกิน

ปลาแม่น้ำสงครามที่ขึ้นชื่อเป็นปลาเนื้ออ่อนอย่างปลาค้าว รวมไปถึงปลาบึกซึ่งขึ้นไปจากแม่น้ำโขง ที่เขามาทำปลาร้าอร่อยๆ ก็มักเป็นปลาตัวใหญ่ๆ แต่ไม่ถึงกับต้องเป็นปลาค้าวปลาบึก นอกนั้นยังมีอุดมสมบูรณ์ด้วยปลาตะพียน ปลาสร้อย ที่เหลือกินเอามาทำปลาแห้ง ปลารมควัน

ขณะนี้มีการวิจัยไทบ้าน คือชาวบ้านเป็นผู้วิจัยแม่น้ำสงคราม โดยการสนับสนุนของโครงการชื่อยาวๆ ว่า "โครงการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ทางความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืนในพื้นที่ชุมน้ำลุ่มน้ำโขง" และสหภาพสากลว่าด้วยการอนุรักษ์ (IUCN) ชมรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมนครพนม (NECC) และเครือข่ายแม่น้ำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEARIN)

แม่น้ำสงครามเป็นแม่น้ำที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดสายหนึ่งของภาคอีสาน คงเป็นสายเดียวกระมังที่ยังเหลืออยู่ในลักษณะเช่นนี้ แม้จะมีการ (แอบ) สร้างเขื่อนไปแล้วเขื่อนหนึ่งตอนที่ผ่านอุดรธานี และสร้างไปแถวๆ ที่มีเกลือมากเสียด้วย นับว่าเป็นเรื่องประหลาดพิสดารขัดหลักวิชาการอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะเท่ากับเป็นการช่วยกระจายความเค็มของดินไปอีกนับร้อยๆ กิโลเมตร และบริเวณเดิมก็จะเพิ่มความเค็มจนทำอะไรไม่ได้ นอกจากขุดเกลือขึ้นมาขาย

แม่น้ำสงครามเกิดจากภูพานแถวๆ อำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร ไหลผ่านอุดรธานี หนองคาย นครพนม ไปลงแม่น้ำโขงที่ปากน้ำชัยบุรี อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม รวมความยาวทั้งหมดประมาณ 420 ก.ม.

หน้าฝนน้ำหลากเป็นเวลากว่าสามเดือน กินบริเวณพื้นที่ห้าหกแสนไร่ เป็นระยะทางยาวประมาณ 200 ก.ม. น้ำหลากนี้เกิดจากอิทธิพลของน้ำในแม่น้ำโขงที่หนุนขึ้นไป ทำให้แม่น้ำสงครามไหลย้อนเข้าไปในแผ่นดิน เหมือนที่เกิดทะเลสาบในเขมรในลักษณะเดียวกัน เพียงแต่ที่นั่นกลายเป็นทะเลสาบมหึมา

จากรายงานเบื้องต้นของงานวิจัยไทบ้านพบว่า มีพันธุ์พืชมากกว่า 208 ชนิด พันธุ์ปลา 24 ชนิด เต่า 5 ชนิด กุ้ง 4 ชนิด หอย 10 ชนิด ปู 4 ชนิด รวมทั้งปลาบึกซึ่งชาวบ้านเคยจับได้ใหญ่ขนาด 270 กิโลกรัม เมื่อปี 2495 และ 2496

แม่น้ำสงครามก่อให้เกิดป่าบุ่งป่าทาม (เปรียบได้กับป่าพรุ ป่าโกงกางริมทะเล) ซึ่งเป็นแหล่งความหลากหลายทางชีวภาพ แหล่งอาหารสำหรับคนและสัตว์ มีการเลี้ยงวัวควายกันมาก ในอดีตปล่อยวัวควายไปอยู่ในป่าเป็นแรมเดือน วันนี้ปล่อยไปอย่างมาก็เป็นสัปดาห์ และจำนวนวัวควายก็ลดน้อยลงเพราะพื้นที่เลี้ยงลดลง

วันนี้ดูเหมือนจะมีการวิจัยไทบ้านเกิดขึ้นหลายแห่ง หลังจากที่ประสบความสำเร็จที่ปากมูล ซึ่งชาวบ้านได้วิจัยความหลากหลายทางชีวภาพของแม่มูล ซึ่งเป็นปัญหาขัดแย้งอันเกิดจากการสร้างเขื่อน วันนี้มีการวิจัยซึ่งความจริงก็ริเริ่มโดย "คนนอก" และรวบรวม ประมวล วิเคราะห์ สรุปโดยคนนอก ส่วนที่ดีคือทำให้ชาวบ้านเองได้ตระหนักสำนึกถึงความหลากหลายและความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ และร่วมกันอนุรักษ์ ส่วนที่ไม่แน่ใจ คือ คนที่เอาผลงานวิจัยไปใช้จะใช้เพื่อใคร อันนี้ไม่ได้ว่าองค์กรที่ไปร่วมกันทำ เพราะที่สุดผลงานวิจัยก็เผยแพร่ออกไป

ยังดีที่ "ความรู้เงียบ" (tacit knowledge) ของชาวบ้าน ซึ่งซึมซับ สั่งสมมานาน คงไม่สามารถถ่ายทอดออกมาได้ทั้งหมด และไม่สามารถจัดเป็นระบบความรู้ได้ (explicit knowledge) เพราะชาวบ้านไม่ได้รู้แต่เพียงว่ามีปลากี่ชนิด วางไข่เมื่อไร หรือมีพฤติกรรมอย่างไรเท่านั้น ชาวบ้านรู้จัก "วัฒนธรรมปลา" นิสัยใจคอของปลา เป็นความรู้จากประสบการณ์ที่ลงลึกไปในรายละเอียดและหลายมิติ จนไม่สามารถถ่ายทอดให้ใครได้

เห็นทีมวิจัยรายงานว่า วันนี้ได้เพิ่มมิติของการวิจัยอดีตของท้องถิ่นเข้าไปด้วย ซึ่งเป็นเรื่องดีทีเดียว เพราะนั่นคือความพยายาม "เชื่อมอดีตกับปัจจุบันเพื่อสานอนาคต" ประโยคที่ผมคิดได้ตอนวิเคราะห์เรื่องนี้ในตอนเย็น

เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ วันหนึ่งผมไปนครพนม พักที่โรงแรมนครพนมริเวอร์วิว โรงแรมเดียวกับที่เราไปพักคราวนี้ นั่งกินอาหารเช้า (ที่อร่อยมาก - หายากที่มีอาหารครบเครื่องและดีๆ อย่างนี้) นั่งมองไปทางแม่น้ำโขง เห็นแม่น้ำ เห็นเมืองท่าแขกและเทือกเขาที่ทอดยาวเป็นฉากในภาพวาดอันวิจิตของศิลปินธรรมชาติ พลันก็ได้ยินเสียงจากทีวีในห้องอาหาร เป็นรายการเกี่ยวกับคนพื้นเมืองในแม็กซิโก ในยุคอาณานิคม มีเสียงบอกประมาณว่า "นักล่าอาณานิคมพยายามทำลายอดีตของคนท้องถิ่น เพื่อจะได้เป็นผู้กำหนดอนาคตให้พวกเขา"

วันนี้เราอยู่ในยุคอาณานิคมใหม่ (Neo-colonialism) เรากำลังถูกทำแบบเดียวกัน ลูกหลานเรารู้จักลุ่มน้ำอะเมซอน แต่ไม่รู้จักลุ่มน้ำเจ้าพระยา ลุ่มน้ำสงคราม การวิจัยไทบ้านจะมีคุณค่ามหาศาลถ้าหากสามารถสืบสานสำนึกของคนท้องถิ่น ให้ภูมิใจและหวงแหนไม่เพียงแต่ทรัพยากร แต่รากเหง้า ประวัติศาสตร์ และความเป็นตัวตนของพวกเขาเอง

http://www.phongphit.com/index.php?option=com_content&task=view&id=55&Itemid=52





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
อณูทิพย์ธารทอง วันที่ : 29/08/2010 เวลา : 18.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Anutip

สวัสดีครับ...ผมเคยลิ้มลองปลาแดกลุ่มน้ำสงคราม เหมือนกัน..รสแซบนัวสมคำร่ำลือจริง ๆ..

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
มะอึก วันที่ : 29/08/2010 เวลา : 15.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom

คนอีสานก็เหมือนกับคนที่ไหนในภาคอื่นและในโลก
ไม่ได้กินเพียงเพื่ออยู่และไม่ให้ตายเท่านั้น
แต่กินเพราะอร่อย มีรสมีชาติ
อะไรไม่อร่อย ไม่ถูกปากก็ไม่กิน
มีทางเลือกก็จะเลือกที่อร่อยกว่าเสมอ
.
.
เป็นคำจำกัดความการกินของชาวอีสานได้ถูกใจผมยิ่งนักครับท่าน

1 โหวต

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

น้ำพุร้อนโป่งเดือด

น้ำพุร้อนโป่งเดือด แม่แตง เชียงใหม่ (ใช้เส้นทางเชียงใหม่ แม่ริม แม่มาลัย ปาย)

View All
<< สิงหาคม 2010 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        



[ Add to my favorite ] [ X ]