• joeyman
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : jtatanan@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-05
  • จำนวนเรื่อง : 110
  • จำนวนผู้ชม : 134567
  • ส่ง msg :
  • โหวต 137 คน
My Story
ความคิด ความเห็น ส่วนตัว ห้ามตีความ หรือตั้ง กกน.สอบสวน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/visa
วันอาทิตย์ ที่ 6 มกราคม 2551
Posted by joeyman , ผู้อ่าน : 3362 , 15:47:15 น.  
หมวด : กล้อง/ถ่ายภาพ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เช้าวันที่ 31 ธันวาคม 50

   ตื่น!!! สายแล้วหกโมงกว่าแล้ว... เสียงพ่อผมเรียก ท่านชอบปลุกผมให้ตื่นด้วยเสียงตื่นเต้นแบบนี้มาตั้งแต่เด็กจนเริ่มจะแก่แล้ว หลังจากงัวเงียสักพักก็นึกขึ้นได้ว่า วันนี้เราจะนั่งรถไปเที่ยวประเทศเพื่อนบ้าน "ลาว" กันอีกแล้ว สะบัดหัวให้เบียร์ออกไปสักหน่อย เมื่อคืนไปฉลองกลับอุบลฯที่บ้านเพื่อนมานิดหน่อย

   ผมไม่รู้เรื่องอะไรนักหรอกเกี่ยวกับเมืองสะหวันนะเขตที่เรากำลังจะไปกัน รู้เพียงพี่สาวบอกว่า กลับบ้านปีใหม่ครั้งนี้ที่บ้านเขาจะนั่งรถเล่นไปเที่ยวลาวกัน ไปสะหวันนะเขต "อ๋อ...ไปดูสะพานข้ามแห่งที่สองน่ะเหรอ มีอะไรให้ดูบ้างละ"...

"ดูในโปรแกรมก็เห็นแต่ไปวัด แล้วก็วิ่งรถวนในเมือง"...พี่สาวตอบ

"เออ ก็น่าสนใจนะ"...ผมตอบแค่นั้นจริงๆ

   การเดินทางครั้งนี้คณะเราก็เป็นชุดเดิมเหมือนเมื่อครั้งไปเที่ยวเขมรเมื่อต้นปีที่แล้ว มีเพิ่มเติมมาอีก 2 คน พ่อผมทำหน้าที่หัวหน้าชุดท่องเที่ยวที่ลูกทัวร์ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด อาจจะเป็นเพราะพ่อเคยทำงานรถไฟฯมาก่อน เลยจะออกตรงเวลา (แต่รถไฟมาถึงไม่ตรงเวลาเสมอ)

   อาการวันนั้นค่อนข้างหนาว ที่อุบลฯหน้าหนาวอากาศจะเย็นและมีลม ลมจะแรงมากพอสัก 5 โมงเย็นลมก็จะพัดมาแล้ว

   เราใช้เวลาเดินทางจาก จ.อุบลฯไปที่ จ.มุกดาหาร ประมาณเกือบ 3 ชั่วโมง ระยะทาง 170 กว่ากิโลเมตร ก็ค่อยๆไปกันครับ ผมเองก็หลับๆตื่นๆ จนเรามาถึงสะพานที่จะข้ามไปสะหวันนะเขต รู้สึกว่าสะพานข้ามโขงแห่งที่สองจะยาวกว่าแห่งแรกนะครับ เพราะแม่น้ำค่อนข้างกว้าง ข้ามไปก็จะเป็นด่านของทางลาว ตรงนี้เราต้องจัดการเรื่องเข้าประเทศ

 

- ด่านทางฝั่งลาว

   ระหว่างที่รอทำหนังสือผ่านแดน เราไม่เสียเวลาครับ งานนี้คณะเราเตรียมอาหารเช้ามาเป็นอย่างดี แน่นอนว่าไม่ใช่กาแฟกับแซนวิต อะไรจะไปอร่อยเท่าข้าวเหนียว หมูแดดเดียว หมูยออุบลฯที่ขึ้นชื่อ และที่รสชาติเด็ดขาดที่สุดในงานนี้คือ แจ่ว...แจ่วคือน้ำพริกชนิดหนึ่งที่ใส่ปลาร้านั่นแหละครับ เป็นอาหารที่พิสูจน์ฝีมือกันไปเลย เพราะเครื่องปรุงไม่มาก เอามาตำๆผสมกันเป็นใช้ได้ ใครทำแจ่วอร่อยแถวบ้านผมนี่ร้องหากันระงมเลยล่ะครับ

 

             

     - อ้าว...ต่างคนต่างปั้นข้าวเหนียวจิ้มแจ่ว...แซ่บอีหลี

   หลังจากทำเรื่องเข้าประเทศเสร็จ เราก็อิ่มกันพอดี ผมเดินย่อยไปซื้อเบียร์อาซาฮีมาตุนไว้เผื่อมื้อกลางวัน จากนั้นเราก็เดินทางกันต่อ จุดหมายแรกของเราคือพระธาตุอิงฮัง เป็นพระธาตุที่สำคัญของประเทศราว ตามข้อมูลที่ผมค้นมา เป็นพระธาตุคู่แฝดของพระธาตุพนมที่นครพนมฝั่งไทย

   ก่อนที่เราจะเข้าไปถึงวัดแห่งนี้ สองข้างทางมีชาวบ้านตั้งโต๊ะขายกระทงหรือกรวยหรือจะเรียกอะไรดี? ซึ่งเราซื้อเพื่อไปสักการะพระธาตุกัน 10 บาทเองครับ ทำได้สวยงามมาก ร้านแบบนี้มีเรียงรายกันพอสมควร ดูแล้วเขาตั้งใจทำกันดีนะครับ สวยงาม ไม่เหมือนบ้านเราเจริญแล้วเลยใช้ระบบหมุนเวียน เอาของเก่ามาเก็บเงินใหม่เห็นได้ตามวัดที่วไป นี่ดูเหมือนเขาตั้งใจทำให้เราเอาไปถวายพระกันจริงๆเลย 

     

     

      - ก่อนเข้าพระธาตุต้องเปลี่ยนเป็นผ้าซิ่นก่อนเด้อ

   ภายในพระธาตุอิงฮัง บรรจุพระบรมสารีริกธาตุส่วนกระดูสันหลังของพระพุทธเจ้า ส่วนบริเวณภายนอกมีลวดลายแกะสลักในแบบล้านช้าง (กรุณาอย่าถามว่าเป็นแบบใด) ตามข้อมูลบอกว่าพระธาตุแห่งนี้สร้างในแบบเจดีย์ผสมวิหาร คือมีประตุที่สามารถเข้าไปภายในได้ ตามประวัติบอกว่า พระพุทธเจ้าเคยเสด็จมาบริเวณนี้ และฉันเพลที่ได้ต้นฮัง หรือต้นสาละ

    

    

    

    

    

     - เวียนเทียนเอาฤกษ์เอาชัยเสียหน่อย

   ผมก็เดินลัดเลาะถ่ายรูปไปเรื่อย เดินไปเดินมาดันเดินทะลุออกไปด้านข้างของวัด ก็ไปเจอกุฏิพระสถาปัตยกรรมสวยงามมาก เลยไปหน่อยเห็นศาลาไม้ในรูปแบบโบราณรู้สึกแปลกตาดี ส่วนตัวแล้วชอบครับเลยชักรูปมาฝากกัน พอถ่ายเสร็จจะเดินเข้าไปที่วัดอีก ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่เขาเดินมาปิดประตูที่ผมเดินออกมาเสียแล้ว เลยต้องเดินกลับไปที่รถซึ่งพอไปถึงคณะเดินทางก็มารออยู่แล้ว

    

     - น่าจะเป็นกุฏิพระนะ เห็นคนขึ้นไปนั่งคุยกับพระเต็มไปหมด

    

     - ศาลาแบบเก่าๆสวยงามดี โทรมมากแล้วอายุคงเยอะพอตัว

    

   จากพระธาตุอิงฮัง เราเดินทางต่อไปยังสถานที่ขายผ้าไหมลาว ไปถึงก็เจอแต่ร้านขายผ้าไหม เพราะเป็นวันส่งท้ายปีคนงานที่ทอผ้าหยุดกันหมดเหลือแต่กี่ให้เราดูต่างหน้า ลวดลายก็เป็นแบบพื้นบ้านของลาวครับ

    

    

    

   จากร้านผ้าไหมเราก็เดินทางต่อไปร้านขายผ้าฝ้าย ได้ดูเครื่องมือที่ใช้ในการย้อมผ้า ส่วนมากก็ใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติเป็นส่วนใหญ่ ที่นี่ก็เหมือนกันคนงานก็หยุดกันหมด เหลือแต่ของใช้ไว้ให้ดูต่างหน้า

    

    

    

    

   บรรยากาศบ้านเมืองของสะหวันนะเขต พื้นที่ค่อนข้างกว้างนะครับ เป็นแขวงที่ใหญ่อันดับสอง รองจากเวียงจันทร์เมืองหลวง เมืองนี้กำลังเตรียมการจัดแข่งขันซีเกมส์ เห็นสนามกีฬาที่สร้างเสร็จแล้ว สวยงาม แต่บริเวณข้างๆยังเป็นสนามหญ้าโล่งๆมีวัวเดินเล็มหญ้าอยู่ เลยมีคำถามว่าถ้านักกีฬามาแข่งที่นี่จะไปนอนที่ไหนกันหนอ...ข้ามไปนอนฝั่งไทยก็น่าจะสะดวกกว่านะ เราก็พลอยได้เงินจากเขาไปด้วยน่ะสิ

    

    

     - บรรยากาศริมโขงมองจากร้านอาหารลงมา

   อาหารกลางวัน เราไปทานกันที่ร้านริมแม่น้ำ อาหารที่วางอยู่ข้างหน้าก็เป็นอาหารแบบพื้นๆบ้านเรา ผัดผักรวมใส่ลูกชิ้นปลา ต้มยำน้ำใสปลา ผัดปลา จำพวกนี้ แต่ต้มยำนี่ตักทีไรเจอแต่หัวปลากับหางปลา สงสัยตรงลำตัวเอามาทำเป็นผัดปลาหมดแล้ว...

     แม้หน้าตาอาหารจะธรรมดาแต่ราคาไม่ธรรมดานะครับ มื้อนั้นคณะเราจ่ายไปสองพันกว่าบาท..แพงมาก...คิดดูสิครับว่า สองพันกว่าบาท ถ้ามากินที่บ้านเราอาหารจะต้องดีกว่านี้แน่นอน ดังนั้นใครที่ไปลาวอย่าหลงดีใจนะครับว่า เงินเราแพงกว่า ได้พกเงินเป็นล้านๆกีบ อาหารที่นั่นตามเมืองท่องเที่ยวค่อนข้างแพงมาก อย่างก๋วยเตี๋ยวลาวนี่ชามนึงตก 40 บาทนี่ธรรมดาครับ ถามเขาๆก็บอกว่าสินค้าส่วนใหญ่ต้องเอามาจากฝั่งไทยเลยแพง

   จ่ายเงินค่าอาหารกลางวันที่แพงสุดๆไปแล้ว เราก็เดินทางต่อ...มองไปดูเวลาเห็นยังเหลืออีกเยอะ เลยขอให้ทัวร์ปล่อยให้เราเดินเล่นบริเวณท่าน้ำ ซึ่งเมื่อก่อนมีสะพานที่นี่จะคึกคักมาก บรรดาพ่อค้าแม่ค้าจะขนสินค้าจากฝั่งไทยมาขายกันมากมาย นักท่องเที่ยวก็เยอะแยะ แต่เดี๋ยวนี้เงียบครับ มีแม่ค้าไม่กี่คนที่ยังขนสินค้าเข้ามาทางเรือ ส่วนนักท่องเที่ยวก็ใช้สะพานข้ามเข้ามาแทน

    

     - บรรยากาศริมท่าน้ำเก่ายังพอมีแม่ค้าขนสินค้ามาจากไทยให้เห็นบ้าง

    

     - เรือที่ข้ามมาจากฝั่งไทย

    

     - ร้านรวงริมทางแถบท่าน้ำเก่า ได้อารมณ์แปลกไปอีกแบบ

   บริเวณรอบสังเกตเห็นตึกรามบ้านช่องในรูปแบบฝรั่งเศส ถึงจะเก่าคราคร่ำแต่ก็ยังพอมองเห็นความงดงามที่ซ่อนอยู่เบื้อหลังรอยอดีต บ้านบางหลังพอมีทุนก็ปรับปรุงให้ดูงดงาม ซึ่งก็ดูมีเสน่ห์มาก...

    

    

    

    

     ความจริงตึกแบบนี้ ถ้าใครเคยเดินทางไปที่ จ.อุบลฯ ที่นั่นก็มีตึกแบบนี้หลงเหลืออยู่มาก อย่างที่ อ.วารินฯ ซึ่งเป้นที่ตั้งสถานีรถไฟอุบลฯ ก็มีตึกแบบนี้อยู่หลายหลังสวยๆทั้งนั้น ในตัวเมืองอุบลฯย่านเมืองเก่าบริเวณริมแม่น้ำมูลก็มีตึกแบบนี้เรียงรายกัน สวยงามครับ ก็น่าจะอนุรักษ์ไว้ แต่คงลำบากเพราะนายกฯเทศมนตรีระยะหลังเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างก็มักคิดแต่จะทุบถนนสร้างถนน ไม่มีความคิดเรื่องอนุรักษ์ในหัวสมอง ก็อย่าหวังอะไรจะดีกว่า อีกหน่อยเราคงต้องข้ามไปชมตึกเก่าๆสวยงามแบบนี้กันที่ลาวแล้วกระมัง

   เราเดินมาจนพบลานกว้างๆสองข้างทางเรียงรายไปด้วยตึกเก่าๆนี่คงเป็นรูปแบบการวางผังของฝรั่งเศสแน่นอน เพราะเมืองสะหวันนะเขตวางผังเมืองเป็นระบบฝรั่งเศส แบ่งเป็นช่องๆถนนเชื่อมต่อกันหมด ขับไปเถอะครับเดี๋ยวเจอสี่แยก จะว่าไปก็คล้ายเมืองอุบลฯ ที่วางผังเมืองเป็นแบบตาข่ายสี่แยกจึงเยอะมาก..เราเดินมาจนถึงปลายสุดของถนนเจอโบสถ์แห่งหนึ่งสวยงามมาก แต่เราไม่ได้เข้าไปครับเพราะรถตู้มารอรับพอดี แต่ผมก็อดที่จะวิ่งไปชักรูปสวยๆของโบสถ์แห่งนี้มากฝากกันไม่ได้ มารู้ทีหลังว่านี่เป็นโบสถ์สถาปัตยกรรมฝรั่งเศสชื่อ เซนต์เทเรซ่า เป็นที่นับถือของชาวเวียดนามที่นับถือคริสต์ มาถึงตรงนี้ผมนึกขึ้นได้ว่าที่นี่น่าจะมีขาวเวียดนามมาอาศัยอยู่เยอะ ส่วนมากก็จะค้าขาย ส่วนชาวลาวแท้ก็ทำไร่ทำนา คงไม่ต้องบอกนะครับว่าใครจะรวยกว่ากัน

    

     - ปลายสุดของถนนเห็นโบสถ์อยู่ไกลๆ

    

   วัดชัยสมบรูณ์..ชาวสะหวันนะเขตเรียกวัดใหญ่ เป็นวัดเก่าแก่ของที่นี่ ไกด์บอกเราว่าจุดเด่นของที่นี่คือปูนปั้นเป็นรูปอูฐและแรด แต่พอไปถึงวัดจริงๆพวกเราก็มุ่งหน้าเดินเข้าไปไหว้พระ จนกลับออกมาผมถามคณะทัวร์ว่ามีใครเห็นอูฐกับแรดที่เขาปั้นไว้บ้าง ...เยี่ยมครับ ไม่มีใครสังเกตเห็นเลย แสดงว่านี่ไม่น่าจะเป็นจุดขายเพราะเราคงเห็นเป็นเรื่องธรรมดาถ้าเป็นรูปอูฐกับแรด

    

    

     -  และนี่คือ...แรด ไม่บอกคงรู้กันนะ

    

      - นี่ก็อูฐ สองอย่างนี่แหละที่เขาพามาดู

   จุดสุดท้ายที่เราเดินทางไปเยี่ยมคือ ตลาดสิงคโปร์ แน่นอนครับตลาดแห่งนี้สิงคโปร์ให้เงินมาสร้างชาวบ้านเลยเรียกว่าตลาดสิงคโปร์(ไม่มีโตก) ที่นี่เป็นตลาดใหม่ย้ายมาจากตลาดเก่าในตัวเมือง ตอนที่เข้าไปถึงมองไปเห็นชาวบ้านกลุ่มหนึ่งกำลังสนุกสนานกับวันส่งท้ายปีเก่าในบรรยากาศข้างตลาด ดูแล้วสนุกสนานดี มีนักร้องเพลงหมอลำ มีการร้องเพลงสอยกัน(แซวกัน) และที่ขาดไม่ได้ เบยลาว ที่สร้างสีสันให้สนุกสนานกันเหลือเกิน

    

    

     - บรรยากาศฉลองส่งท้ายปีเก่าเริ่มขึ้นแล้ว เอ้า...เบยลาวอีกซักจอก..เฮ

    

   สำหรับผมตลาดสิงคโปร์ก็ไม่มีอะไรอาจจะเป็นเพราะผมเกิดมาก็เห็นตลาดวารินชำราบที่อุบลฯ บรรยากาศก็คล้ายๆกัน ภาษาก็ไม่ต่างกัน รูปร่างคนก็ยิ่งเหมือนกัน แต่ที่แปลกคือบริการขัดเท้าครับ สาวๆที่นี่มาใช้บริการกันเยอะเพราะเห็นแม่ค้าขัดเท้ายืนรอหาลูกค้ากันหลายคน ก็ขัดกันริมทางนั่นแหละครับ ใครที่ส้นเท้าแตกลอกก็น่าจะใช้บริการดูนะ

    

    

   สินค้าที่เห็นมีมากคือ ทองคำ แต่ที่นี่สีจะออกแดงมากกว่าทองบ้านเรา เอาเป็นว่าเยาวราชคงไม่กล้ารับจำนำทองจากลาวหรอกครับ เพราะมันแดงเหลือเกิน แต่ก็เห็นมีคนซื้อกันเยอะ ร้านไหนขายด๊ก็จะนำเงินเอามากองโชว์กันให้เห็นจะจะกันไปเลย เออ..เขาไม่กลัวกันเนาะ ขนาดเซเว่นบ้านเราเก็บเงินมิดชิดโจรมันยังมาปล้นไม่เว้นแต่ละวัน

    

    

     หลังจากตลาดสิงคโปร์แล้วก็ได้เวลากลับประเทศไทย คณะเราข้ามมาฝั่งมุกดาหารแล้ว ก็ไปเดินเล่นกันต่อที่ตลาดริมโขงหรือเขาเรียกว่าตลาดอินโดจีน ที่นี่มีของขายเยอะแยะ  มากกว่าฝั่งลาวเสียอีก เลยไม่รู้ว่าเขาเอามาจากไหน แต่ดูๆก็ อ๋อ..จากจีนนั่นแหละ

     แม่ผมเดินหากะละมังใบใหญ่ๆหนาที่เขาเล่ากันว่าทำมาจากเครื่องบินที่ตก คุณภาพจะดีมาก ผมก็พยายามบอกแม่และน้าสาวว่า เครื่องบินมันไม่ได้ตกทุกวันนะ ตอนนั้นมันสมัยสงคราม เลยมีเหล็กมีอลูมิเนียมเยอะ นี่หมดสงครามมาตั้งนานแล้ว นักบินก็คงไปเกิดกันหมด กะละมังแบบนั้นคงหมดไปแล้ว สุดท้ายเลยได้ของจีนมาแทน ตราจระเข้แต่สายพันธุ์จีนนะครับ

    

   การเดินทางของทริปสั้นๆนี้เราตบท้ายด้วยอาหารอร่อยๆมื้อค่ำที่ร้านริมโขง เขาบอกว่าจะได้ทานอาหารดูบรรยากาศไปด้วย แต่ตอนนั้นลมหนาวก็พัดมาอย่างไม่เกรงใจ มองไปฝั่งลาวก็เห็นแต่แสงไฟยาวๆริมถนน แม่น้ำโขงก็มืดมิด สิ่งที่ดีที่สุดน่าจะเป็นรสชาติของลาบปลาอร่อยๆ ปลานึ่งอีกล่ะ ต้มยำแซ่บๆ กับไวน์อร่อยๆที่หอบมาจากฝั่งลาว เราจึงจบการเดินทางทริปนี้ด้วยความอิ่มและอร่อยเป็นการส่งท้ายปีเก่า...ลาทีปีหมูเขี้ยวตัน...สวัสดีปีหนู....? สร้อยท้ายเติมเอาเองตามใจชอบเด้อ สบายดีปีใหม่

  

  

  

Get this widget |Track details |eSnips Social DNA




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
vickie วันที่ : 12/01/2008 เวลา : 14.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vickie
       เด็ดดอกไม้  สะเทือนถึงดวงดาว      http://www.oknation.net/blog/vickie1

บ้านเมืองดูสงบดีจัง ป๋มชอบนะ ตรงที่เค้าพยายามควบคุมไม่ให้ความเจริญเถาโถมเข้าไปหาเค้ามากจนเกินไป ทำให้เสียความมีวัฒนธรรม ประเพณีอันดีงาม
บ้านเราหาพวกใส่เสื้อแขนกระบอก นุงผ้าถุงเข้าวัดแทบไม่เจอแลบ้วฮับ วันก่อนดูรายการทีวีช่องหนึ่งที่ผู้ชายเป็นดาราทีวี ส่วนฝ่ายหญิงเป็นนักร้องชื่อญี่ปุ่น ก็เข้าใจว่าเป็นวัยรุ่น แต่พาไปเที่ยวแปดริ้ว แน่นอน แวะวัดหลวงพ่อโสธร แต่ดันใส่ขาสั้น เสื้อแขนกุด
ช่างไม่คำนึงถึงอะไรซะเลย สักแต่ถ่ายทำ .... อุ๊บส์ เผลอบ่นซะแล้ว

กลับเข้าเรื่องดีกว่า .... เบยลาวนี่ เข้ากั๊น เข้ากัน ใครไปใครมาต้องจิบนะป๋มทว่า แถมมีหิ้วติดมือมาฝากอีก

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ครูแหลม วันที่ : 11/01/2008 เวลา : 23.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kulaem
ภาพเขียนของเด็กๆ กับครูศิลปะดุๆ และจินตนาการที่ไม่มีวันหมด


พี่โจ้...เที่ยวไปทำงาน นะครับ อิจ....
http://www.oknation.net/blog/kulaem/

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
มะอึก วันที่ : 11/01/2008 เวลา : 22.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom

โอว....น่าสนใจ......พรุ่งนี้ผมจะเข้ามาอีกครั้งนะครับ....วันนี้อ่านเอารายละเอียดไม่ได้แล้ว ปวดตา....เพราะเมื่อเช้าผงเข้าตา......
.

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ปลิวลม วันที่ : 08/01/2008 เวลา : 01.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pliewlom

ชอบผ้าถุงจังค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน