• ศุภศรุต
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : jeabvoranai@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-28
  • จำนวนเรื่อง : 224
  • จำนวนผู้ชม : 2201611
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1574 คน
วรณัย พงศาชลากร
เรื่องราวทางมานุษยวิทยา ประวัติศาสตร์ โบราณคดี สหวิทยาการและมุม Gossip
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/voranai
วันอังคาร ที่ 29 พฤษภาคม 2550
Posted by ศุภศรุต , ผู้อ่าน : 4771 , 12:01:15 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน มะอึก โหวตเรื่องนี้

           เมื่อเดือนที่แล้วผ่านไปเมืองเพชรบุรี ครับ ผ่านบ่อยมาก เดือนเมษายนนี้ก็ล่อไปสามครั้งแล้วหลายปีมาแล้วที่ไม่ได้มีโอกาสเข้าไปเดินย่ำเท้าสะพายกระเป๋า เดินเที่ยวในเมืองเพชรเหมือนเมื่อหลายยยยย ๆ ปีก่อน

           พอมีโอกาส ก็ขอแวะเข้าไปเที่ยว ปราสาทวัดกำแพงแลง ด้วยประทับใจในวัฒนธรรม"ปราสาท" ที่อุตสาห์ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยามาสร้างปราสาทในคติ"วัชรยานตันตระ "ของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7
ปราสาทกำแพงแลง สร้างขึ้นในสมัยพุทธศตวรรษที่ 18  ร่วมสมัยกับพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ผู้มีตันตระมนตราในอาถรรพ์เวทย์ที่ยังไม่มีใครพูดถึงนัก เพราะด้วยเหตุของตันตระ การสร้างอโรคยศาลาคือการสร้างฮวงจุ้ยที่สำคัญในสมัยของพระองค์เพื่อความเป็นนิรันดร์
          มีสาธุ หรือพราหมณ์เล่าให้ฟังว่า พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 มีศักติ(พลังbackup) ทั้งด้านบวกและอำมหิต ปราสาทมากมายที่ถูกสร้าง มีหลายปราสาทที่เรายังไม่พบ หรือไม่ปรากฏชื่อในจารึกปราสาทพระขรรค์ เพราะเป็นด้านมืด
           แต่อย่างไรก็ตาม ปราสาทกำแพงแลง ก็เป็นปราสาทที่อยู่ไกลที่สุดของราชอาณาเขตแห่งวัชรยานตันตระ ทางตะวันตกเฉียงใต้ เช่นเดียวกับปราสาทเมืองสิงห์และปราสาทเมืองครุฑ 

             ปราสาทกำแพงนี้พบรูปเคารพที่ถูกเจตนาทุบทำลาย อันได้แก่ พระโลเกศวรเปล่งรัศมี เช่นที่พบที่ จอมปราสาท (ปัจจุบันอยู่ในโรงงานกระดาษสยามกราฟ) ข้าง ๆ เป็นสระโกสินารายณ์ ,ปราสาทเมืองสิงห์ (ที่เขาจำลองรูปเคารพไว้ในปรางค์ประธาน) ถ้าคูหาสวรรค์จังหวัดลพบุรี (รู้สึกว่าจะกลายเป็นทวารบาลหน้าถ้ำ)

          พระอวโลกิเตศวร จะมีแปดกร ถือดอกบัว ลูกประคำ คัมภีร์ คณโฑ วัชระ จักร หอยสังข์และพระขรรค์  มีพระธยานิพุทธเจ้าอมิตาภะอยู่ด้านหน้ามวยผม
ลำตัวจะมีการสลักรูปพระอมิตาภะ(พระแห่งแสงสว่างนิรันดร์) จำหลักรอบพระอุระจำนวนมาก มีนางปรัชญาปารมิตา บุคคลาธิษฐานของปัญญาสลักอยู่ที่ท้อง

          ปราสาทกำแพงแลง มีชื่อในจารึกปราสาทพระขรรค์ว่า"ศรีชัยวัชรบุรี" เป็นปราสาทที่ผ่านกาลเวลาของผู้คนที่ ดัดแปลงองค์ปราสาทมาทุกยุคทุกสมัย ด้วยเพชรบุรีเป็นเมืองที่มีความต่อเนื่องของผู้คน สังคมและวัฒนธรรมมาโดยตลอด

ภาพปราสาทกำแพงแลงในสมัยรัชกาลที่ 5

ปราสาทกำแพงแลง มีปราสาท 5 ยอด สร้างขึ้นในคติของพุทธศาสนาสายมหายาน หรือที่เรียกกันให้คม ชัด ลึกคือวัชรยานตันตระ ไม่ใช่อย่างป้ายแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวของหน่วยงานอีกหน่วยงานหนึ่ง (ซึ่งไม่เคยทำงานบูรณาการกันได้จริง ๆ ซักทีกับหน่วยงานอื่น ๆ ) ทำไว้ อธิบายออกทะเลไปคนละทิศ โดยอธิบายไปว่า เป็นศาสนสถานในศาสนาฮินดู ปรางค์ห้ายอดหมายถึง พระอิศวร พระพรหม พระนาราย์ พระลักษมีและพระขันธกุมาร เอาเข้าไป

ปราสาททั้ง 5 สร้างขึ้นในเวลาเดียวกันหรือเปล่า? ก็ยังพาให้สงสัยเพราะเหตุคำถามว่า ".....ทำไมโคปุระจึงมียอดทรงปราสาทเช่นเดียวกับยอดโคปุระที่ปราสาทเมืองสิงห์ แต่ทำไมฐานของโคปุระจึงแตกต่างไปจากปราสาทองค์อื่น หรือจะเร่งสร้างให้ทันเวลา ?...." ก็เป็นคำถามที่น่าคิดหากเมื่อมาได้เที่ยวชม

โคปุระหรือโคปูรัมในภาษาสันสกฤต หมายถึงทางประตูทางเข้า ที่คติของศาสนาต้องสร้างให้สวยงาม ปราสาทกำแพงแลงจึงมีโคปุระที่สวยงามตามคติของปราสาทหิน มีหน้าต่างหลอกปิดม่านครึ่งหนึ่ง ไอเดียเดียวกับที่พบทเห็นในวัฒนธรรมบายน ทำเป็นหน้าต่างหลอก แต่บางด้านก็เปิดลายลูกมะหวดโชว์เต็มที่

ด้านบนหลังคา มีการทำบราลี(ยอดแหลม)จากศิลาแลง ด้วยคงเพราะวัสดุหินทรายหินหาได้ยากมากในเขตภูเขาหินปูนอย่างตะนาวศรี ด้านล่างก็เลียนแบบหน้าต่างหลอกด้วยศิลาแลงสลัก

กำแพงแบบเดิม ๆ ที่ผ่านกาลเวลามาอย่างโชกโชน มาแต่ครั้งแรกสร้าง ส่วนสิ่งของที่วางกองอยู่ ก็ต้องทำใจ เพราะเรายังไม่เคยทำให้"โบราณสถาน"มีคุณค่าทวีคูณเพื่อท้องถิ่นเลย เพราะมัวแต่จะไปทำเพื่อการท่องเที่ยว (ความหมาย"คุณค่าเพื่อท้องถิ่น" ดู จากวารสารเมืองโบราณ ที่กล่าวถึงการใช้ปราสาทหินเป็นศาสนสถานเพื่อท้องถิ่นในภาคอีสาน ของคุณกฤช หลือลมัย)และกิเลสของพระเจ้าอาวาสก็อยากจะให้เป็นของวัดโดยไม่ให้ใครเข้าไปยุ่งวุ่นวายในวัด หลายส่วนของกำแพงแก้วถูกซ่อมขึ้นใหม่ในยุคปัจจุบัน ก็ดูกิ๊บเก๋ดี

มองหมู่ปราสาทกำแพงแลงจากทิศตะวันตก ปราสาททางทิศนี้พังลงไปแล้ว (?)

ข้ามไปอีกมุมหน้าทางทิศตะวันตก ( ก็ไปถึงซะบ่าย แดดมาทางนี้แล้ว แสงสวย เลยต้องเน้นถ่ายจากตะวันตกมาทางทิศตะวันออก)

          ปราสาทประธาน เป็นปราสาทที่มีลวดลายปูนปั้นสวยงามมาก (หากสมบูรณ์จะสวยซักปานใด) เทียบกับปราสาทอื่น ๆ ในเขตภาคกลางตะวันตก เช่นที่จอมปราสาท เนินทางพระ(สามชุก) ปราสาทที่หนองแจง ปราสาทเมืองสิงห์ ก็จะพบร่องรอยของการฉาบปูนบนผิว(อาคาร)ศิลาแลงแล้วแต่งด้วยลายปูนปั้น ทั้งลายบัวคว่ำ บัวหงาย ลายลูกประคำ ลายประจำยาม และรูปสัตว์ ฯลฯ
           หากใครเคยไปเที่ยวที่ปราสาทพะโค - บากอง ก็จะเห็นปูนปั้นลวดลายพันธุ์พฤกษาชอนไช ลูบไล้ทับไปบนปราสาทอิฐเช่นกัน
           เชื่อได้ว่า ปราสาทหินที่สร้างในยุคแห่งความเร่งร้อนนี้ มีความพยายามในการรังสรรค์ให้สวยงาม แต่หลายปราสาทหินก็ดูเหมือนว่าจะตกแต่งไม่เสร็จ หรือปูนหลุดร่วงตามกาลเวลาก็มาก เหตุเพราะวัสดุเปลี่ยนมาใช้ศิลาแลงที่หาได้ง่ายแต่ให้งานที่หยาบและแตกกระเทาะได้ง่าย


           ลวดลายของปราสาทประธานที่กำแพงแลง ยังชวนให้คิดถึงลวดลายที่ปรางค์วัดราชบูรณะ กรุงศรีอยุธยา อายุอาจจะไล่เลี่ยกัน หรืออาจส่งอิทธิพลให้กันและกัน ใครอยากสัมผัสและเก็ยอารมณ์ของอดีตในวันที่สมบูรณืก็ควรมาเที่ยวชมที่ปราสาทกำแพงแลงนี้ด้วย
           ชั้นปราสาทด้านบน มีร่องรอยการ Modify หินศิลาแลงครั้งหลังสุด หลังจากตั้งวัดในปัจจุบันแล้วพยายามแกะหินศิลาแลงให้เป็นรูปใบเสมา ประดับเป็นเครื่องบนของปราสาท
           ส่วนพระพุทธรูปประธานขององค์ปราสาท ทำมาจากหินทรายสีแดง เอามาจากวัดกุฏีทองที่เป็นวัดร้างแล้วนำมาใส่ไว้ในปราสาทในสมัยหลัง ตั้งชื่อใหม่"หลวงพ่อเพชร"

ลายปูนปั้นสุดคลาสลิคที่มีมาตั้งแต่ครั้งสร้างเสร็จ (เพราะไม่มีร่องรอยของการทับและถูกทับ) เป็นชั้นปูนที่ติดอยู่กับหินศิลาแลง นี่คือศิลปะแบบบายน Original ของภาคกลางเจ้าพระยาที่สมบูรณ์ที่สุดที่ยังคงหลงเหลืออยู่นะครับ

          การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงในยุคเถรวาทสมัยอยุธยา ประตูหลอกของปราสาทได้กลายเป็นซุ้มพระยืน และสร้างซุ้มจระนำยื่นออกมาทางทิศตะวันออกและทิศตะวันตก ช่วงนี้ปราสาทหลังทางทิศตะวันตกอาจจะถูกรื้อลงเพื่อนำหินมาปรับปรุงปราสาทสามหลังเมื่อแปลงเป็นพุทธสถาน

           เมื่อเดินมาถึงบริเวณนี้ ก็ให้เอะใจ เพราะมันกลายเป็นที่ราบ ตรงนี้เคยเป็นบ่อน้ำ หรือบารายนี่หน่า?

  

        มองหาสระน้ำหรือบารายของปราสาทที่เคยมานั่งพักผ่อนเมื่อมาเยือน  เดินเข้าไปอีกด้านของกำแพง ด้วยกลัววจะจำตำแหน่งผิด ก็ยังไม่พบ เห็นป้ายตั้งอยู่แต่ไกลก็เข้าไปอ่านดู เขาเขียนว่า "ประกาศ พื้นที่บริเวณนี้เคยเป็นสระน้ำ..... ตามที่กรมศิลปากรได้รับงบประมาณประจำปี 2545 ดำเนินการบูรณะขุดแต่งโบราณสถานในวัดกำแพงแลง แล้วขุดหาหลักฐานทางโบราณคดีของสระน้ำในวัดว่าเป็นองค์ประกอบเดียวกับองค์ปรางค์หรือไม่ นั้น ผลปรากฏว่าจากการขุดตรวจสอบแล้วไม่พบหลักฐานใด ๆ ที่เป็นส่วนประกอบกับองค์ปรางค์ จึงมีมติจากคณะกรรมการวิชาการ ให้ทำการถมสระน้ำเพื่อป้องกันการล้มพังทลายของส่วนกำแพงแลง สำนักงานศิลปากร...."




           ........รู้สึกใจหายกับคณะกรรมการวิชาการฯ มากครับ ที่มีอำนาจขนาดสามารถ"ลงมติ"เพื่อทำลายองค์ประกอบสำคัญของ"อโรคยศาลา"ได้ ทั้ง ๆ ที่พบพระอวโลกิเตศวรเปล่งรัศมี สัญลักษณ์สำคัญของโรงพยาบาลก็แล้ว เอาอะไรคิดครับ.......
นักวิชาการ ?

           สระน้ำหรือบ่อน้ำที่ท่านผู้มีอำนาจแต่ไม่มีสมองหรือสามัญสำนึกในพระราชดำรัส " ......อิฐเก่า ๆ แผ่นเดียวกัมีค่า ควรที่จะรักษาไว้....."
          บ่อน้ำนั้น ไม่ต้องไปขุดอะไรหรอกครับ เพราะเขาเรียกว่า "บาราย" ขอบของบ่อกรุด้วยศิลาแลงทั้ง 4 ด้าน เจตนาของบารายคือบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ หรือมหาสมุทรส่วนย่อของคติความเชื่อในสมัยโบราณ น้ำเป็นตัวเชื่อมของโลก สวรรค์และโรคภัยไข้เจ็บ

          ที่สำคัญ บ่อน้ำนั้นถือว่าเป็น"โบราณสถาน"โดยตัวของมันเอง ไม่ต้องอ้างความเกียวข้องไปถึงองค์ปรางค์ เพราะองค์ปราสาทซึ่งก็คือโบราณสถานเช่นเดียวกัน แต่มีหน้าที่ในคติความเชื่อแตกต่างกัน

          บ่อน้ำหรือบารายก็มีคุณประโยชน์และทำหน้าที่หนึ่งของคติความเชื่อในศาสนา องค์ปราสาทก็เช่นกัน  การโมเมเอาสระน้ำที่มีการก่อสร้าง"กรุ"บ่ออย่างชัดเจนด้วยศิลาแลงก้อนใหญ่ ดูไม่เรียบร้อย ทรุดโทรมไปตามกาลเวลาก็จริง แต่มันคือมรดกที่ตกทอดมาของอโรคยศาลาแห่งนี้หรือโบราณสถานของชาติ ไม่ใช่ของกรมบ้าอำนาจ

เดิมภาพควรเป็นเช่นนี้ ( ผมตัดต่อภาพบ่อน้ำจากอโรคยศาลาแห่งอื่น ๆ มา)

งานบูรณะโบราณสถานของชาติในครั้งนี้ถือว่า"สำนึก"ของผู้บูรณะแย่และตกต่ำมาก นึกแต่เหตุผลที่ละเลยความสำคัญขององค์รวม ความศักดิ์สิทธิ์ของโบราณสถาน และความหมายในอดีต ชอบแต่จะใช้งบประมาณเพื่อทำให้สวยงามรับการท่องเที่ยวและบ้าภูมิใจไปคนเดียว โดยไม่รู้ว่าตัวเองทำลาย"บาราย"ของศาสนาสถานในสมัยที่บรรพบุรุษของตัวเองก็ยังไม่เกิดด้วยซ้ำ

นี่คือภาพของบารายที่ถูกถมแล้ว

          อโรคยศาลาทุกแห่งจะมีบ่อน้ำหรือบาราย เพื่อใช้ในการประกอบพิธีกรรม พอเข้าใจคำว่า"พิธีกรรม"ไหมครับ ท่านผู้มีอำนาจในการถมโบราณสถาน

         ข้ออ้างเรื่องกำแพงก็ดูจะตลก กลัวกำแพงถล่ม ปราสาทนี้อยู่มาได้นานกว่าหน่วยงานของคุณหลายเท่า และจะอยู่ตลอดไปนานกว่าหน่วยงานที่ใช้อำนาจเช่นนี้

          หากบ่อน้ำหรือบารายตั้งอยู่ในกำแพง ก็หาได้ยากในโบราณสถานแบบปราสาท เช่นที่พิมายก็มีบ่อน้ำอยู่หลังระเบียงคด

          บ่อน้ำแทนความหมายมหาสีทันดรในคติเขาพระสุเมรุในคติความเชื่อหนึ่ง

           บ่อน้ำหรือ"สระน้ำ"ที่อ้างว่าไม่มีอะไร มันตั้งอยู่ในปริมณฑลของพระโลเกศวรเปล่งรัศมีที่มีความสำคัญมากในสมัยหนึ่งที่ผู้คนต้องพึ่งพาอำนาจเหนือธรรมาติและอำนาจของความเชื่อ ซึ่งน่าจะมีปราสาทของพระไภสัชยคุรุไวฑรยประภาอยู่หนึ่งองค์ในนั้น

       ความสำคัญของโบราณสถานไม่ได้อยู่ที่โครงสร้างทางกายภาพอย่างเดียว แต่มันสำคัญที่"จิตใจ"ด้วย

           ไม่แปลกใจเลยที่"สำนัก"รักสมบัติของชาติของคนไทยมันหายไป ก็เพราะค่า - ราด - ชา - กาน ( ฟ้องเสียงไม่ฟ้องรูป) หน่วยงานหนึ่งยังลุแก่อำนาจได้ถึงขนาดนี้

        สุดท้ายนี้ ขอเชิญพระราชดำรัส มอบแทนใจแด่ผู้มีอำนาจในการถมบารายของอโรคยศาลา ปราสาทศรีชัยวัชรบุรีเพียงเพราะขุดหาสมบัติแล้วไม่พบอะไรจึงถมเพราะง่ายต่อการใช้เงินงบประมาณ (ดีกว่าบูรณะเช่นที่ทำกับปราสาทเมืองต่ำ เขาตกท้องช้างอยู่ดี ๆ ก็ไปทำให้ตรงซะ)

          "…..การสร้างอาคารสมัยนี้  คงจะเป็นเกียรติสำหรับผู้สร้างคนเดียว  แต่เรื่องโบราณสถานนั้นเป็นเกียรติของชาติ  อิฐเก่า ๆ แผ่นเดียวก็มีค่า  ควรช่วยกันรักษาไว้  ถ้าเราขาดสุโขทัย  อยุธยา  และกรุงเทพฯ  แล้ว  ประเทศไทยก็ไม่มีความหมาย  ไม่ควรจะเอาของใหม่ไปปนกับของเก่า  ควรจะรักษาของเก่าไว้เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับจิตใจของพลเมือง  และสิ่งเหล่านี้เป็นมรดกตกทอดมาจากบรรพบุรุษ  จึงควรรักษาไว้….."


          "…..โบราณวัตถุ  ศิลปวัตถุ  และโบราณสถานทั้งหลายนั้น  ล้วนเป็นของมีคุณค่า และ        จำเป็นแก่การศึกษาค้นคว้าในทางประวัติศาสตร์  ศิลปะและโบราณคดี  เป็นเครื่องแสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองของชาติไทยที่มีมาแต่อดีตกาล  สมควรจะสงวนรักษาให้คงทนถาวรเป็นสมบัติส่วนรวมของชาติไว้ตลอดกาล...."


               หน่วยงานราชการยังไม่ทำและทำไม่ได้ แล้วจะมารณรงค์ให้ใครรัก"โบราณสถาน" ของแผ่นดินของท้องถิ่นของตนเองได้

          ทั้งหมดนี้คือความเห็นของผมคนเดียว กับการได้ไปเยือนปราสาทกำแพงแลง เมืองเพชรบุรีอีกครั้งครับ

ภาพ: แนวศิลาแลงของบาราย ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของปราสาท ริมทางเข้าขวา อันเป็นจุดสัญลักษณ์เดียวกันกับที่ปรากฏในวัฒนธรรม"ปราสาท"วัชรยานตันตระของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ทั่วพระราชอาณาจักร

แต่ที่ศรีชัยวัชรบุรีนี้"ใช้มติ"( ? )ถมทิ้งไปแล้ว





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
มะอึก วันที่ : 10/10/2012 เวลา : 15.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom

ว่าจะไปเดินชมเงียบ ๆ อีกสักรอบ...

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ครูแดง วันที่ : 24/07/2008 เวลา : 00.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krudang

-เป็นความรู้เบื้องต้นที่ดีค่ะ ขอบคุฯนะคะ วันอาทิตย์คงได้เห็นของจริงอีกครั้ง

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
นายมะอึก วันที่ : 21/07/2008 เวลา : 18.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom1
 

ให้ความสนใจ เพราะว่าจะไปเดินดินเมืองเพชรครับอาจารย์

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
Breathe วันที่ : 18/01/2008 เวลา : 18.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Danghinpa

สวัสดีค่ะเป็นสมาชิคใหม่ที่คุณเข้าไปเยี่ยมมา ขอชมเชยว่าบอร์ดของคุณมีสาระสำคัญที่น่าสนใจมากและบอร์ดก็สวยสะดุดตาเป็นเอกลักษณ์มากเลยค่ะ http://www.oknation.net/blog/Belong1

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
siampatriot วันที่ : 23/08/2007 เวลา : 12.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/siampatriot
แวะมาเยี่ยมคร๊าบบบบ

ติดจนต้องย้อนกลับมาอ่าน อ่านทุกเรื่องทุกตัวอักษรครับ...

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
อรุณ วันที่ : 29/05/2007 เวลา : 20.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thinking-aloud

น่าสนใจมาก จะคอยติดตาม และตั้งคำถาม

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

งานวันผู้ไทโลก ครั้งที่ 8

งานวันผู้ไทโลก เท่อที่ 8 "พระธาตุศรีมงคลงามสง่า บูซาเจ้าปู่มเหศักดิ์ โฮมฮักผู้ไทโลก" วันที่ 4 - 6 เมษายน 2560 ณ อำเภอวาริชภูมิ จังหวัดสกลนคร

View All
<< พฤษภาคม 2007 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



[ Add to my favorite ] [ X ]