• ศุภศรุต
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : jeabvoranai@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-28
  • จำนวนเรื่อง : 224
  • จำนวนผู้ชม : 2204430
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1574 คน
วรณัย พงศาชลากร
เรื่องราวทางมานุษยวิทยา ประวัติศาสตร์ โบราณคดี สหวิทยาการและมุม Gossip
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/voranai
วันอังคาร ที่ 29 พฤษภาคม 2550
Posted by ศุภศรุต , ผู้อ่าน : 3023 , 13:54:02 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน มะอึก โหวตเรื่องนี้

           วัดมหาธาตุราชบุรี อยู่ในเขตอำเภอเมือง เมื่อท่านเดินทางเข้าสู่จังหวัดราชบุรีตามเส้นทางถนนเพชรเกษม เมื่อถึงสะพานข้ามแม้น้ำแม่กลอง เราจะเห็นยอดปรางค์เด่นเป็นสง่า ทางซ้ายมือ

          จากร่องรอยของวัดมหาธาตุ และหลักฐานทางโบราณคดีและประวัติศาสตร์ แสดงให้เห็นพัฒนาการชุมชนแม่น้ำแม่กลองในราวพุทธศตวรรษที่ 18 ในยุคสมัยที่อิทธิพลของศิลปวัฒนธรรม คติความเชื่อมาจากกัมพูชา ในรัชสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ที่เป็นยุคสมัยแห่งการปรับเปลี่ยน ประยุกต์ใช้คติความเชื่อในศาสนาพุทธสายวัชรยานตันตระมาสยบความเชื่อในศาสนาพราหมณ์ฮินดู

          ถึงแม้จะมีองค์พระโพธสัตว์ เช่นเดียวกันกับมหายานแต่รายละเอียดกลับแตกต่างกัน โดยเฉพาะการผสมผสานเรื่องราวของการปกครองการเมืองที่ผสมเป็นสูตรลงตัวกับการใช้ศาสนาเป็นเครื่องมือในการควบคุมคน รวมกับเทคโนโลยีและภูมิปัญญาที่ดูแล"คน" กลายมาเป็นอนุสรณ์แห่ง"แนวคิด"ของมหาราชันย์แห่งอุษาคเนย์

          พระปรางค์วัดมหาธาตุราชบุรี ในยุคต้นนั้น คืออโรคยศาลาขนาดใหญ่ที่สุดในภาคกลางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา (สูสีกับมหาธาตุอยุธยา หากไปถูกปรับดัดแปลงไปจนสิ้นเค้าเดิม)

          หลักฐานที่สำคัญของคติบายนแบบชัยวรมันที่ 7 ที่วัดมหาธาตุราชบุรีนี้คือ รูปแกะสลักของพระไภสัชยคุรุไวฑูรยประภาในซุ้มเรือนแก้วบนกำแพง พบเพียงสองแห่งคือที่ปราสาทบันทายคดีที่เสียมเรียบ และที่วัดมหาธาตุราชบุรีแห่งนี้ แกะสลักโดยการวางตำแหน่งสามองค์ ( แต่บางครั้งก็แกะหินไม่พอ จึงมีเพียงสององค์เอามาต่อกัน) เป็นคติของวัชรยานบายนที่พบอยู่ทั่วอิทธิพลของกัมพูชา ใช้วัสดุหินทรายแดง คุณภาพหินเกรดตะวันตก(ราชบุรี: เม็ดใหญ่ ไม่ละเอียด สีไม่ค่อยเท่ากัน) คือผลิตในพื้นที่ทั้งหมด

          ในความหมายของการวางCompositions รูปเคารพบนกำแพงแก้วอันเป็นเอกลักษณ์ที่มคุณค่านี้ แทนความหมายถึง "พระไภสัชยคุรุไวฑูรยประภา เคียงข้างด้วยพระศรีสูรยไวโรจนจันทโรจิ และพระศรีจันทรไวโรจนโรหิณีศะ ในซุ้มเรือนแก้ว (ความหมายแทนปราสาท) " เพียงอย่างเดียว
          และนั่นก็หมายถึงว่า ภายในของกำแพง คือ
สวรรค์หรือปริมณฑลของความศักดิ์สิทธิ์
  
           ความศักดิ์สิทธิ์ที่จะนำไปสู่การหายจากความทุกข์ ในโลกของมนุษย์คือโรคภัยไข้เจ็บ ที่นี่คือโรงพยาบาลที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดของประเทศไทย

          วัดพระมหาธาตุราชบุรีถูกดัดแปลงและก่อสร้างมาโดยตลอดทุกยุคทุกสมัย ด้วยความสำคัญของการเป็นจุดศูนย์กลางของเมือง คติวัชรยานตันตระเริ่มหายไป คติแบบเถรวาทและความเชื่อเรื่องของมหาธาตุเจดีย์ได้เข้ามาแทนที่ กำแพงถูกปล่อยทิ้งแต่ตัวปราสาทถูกปรับรื้อและสร้างขึ้นใหม่บนรากฐานเดิม

          หากนับตามผังของอโรคยศาลา ที่มีโคปุระเพียงด้านเดียวของทางเข้า มีกำแพงล้อมเป็นรูปสี่เหลี่ยมและมีบรรณาลัยหรือหอพราหมณ์อยู่ทางด้านซ้าย ก็ยังคงผังตามคติของบายนอย่างชัดเจน

          ภาพฐานของศาสนสถานที่เชื่อว่าเป็นเจดีย์ในยุคหลังพุทธศตวรรษที่ 18  ที่รื้อศิลาแลงจากกำแพงแนวด้านทิศตะวันตกและหอบรรณาลัยมาสร้างใหม่ในราวพุทธศตวรรษที่ 20 พร้อม ๆ กับการสร้างพระปรางค์ขึ้นใหม่

          ฐานขององค์ปรางค์ประธานและพระพุทธรูปหินทรายแดงในคติพุทธศาสนาที่แตกต่างกัน แสดงให้เห็นว่า คนในยุคต่อมาได้ปรับเปลี่ยนวัสดุหินทรายแดง จากที่เคยเป็นหินประกอบโครงสร้างของปราสาท มาแกะสลักเป็นพระพุทธรูปเป็นจำนวนมาก (หากสังเกตุให้ดี ทั้งที่อยุธยาและในพื้นที่ที่เชื่อว่ามีอิทธิพลของวัฒนธรรม"ปราสาท" จะพบเห็นพระหินทรายที่แยกส่วนกัน ทั้งเศียร พระอุระและพระชงฆ์ ฐานนั่ง ก็เพราะวัสดุเดิมคือหินทรายที่เป็นส่วนประกอบของปราสาทหินมีขนาดไม่ใหญ่พอจะนำมาสร้างเป็นพระพุทธรูปได้ทั้งองค์นั่นเอง)

ภาพ: ฐานขององค์ประธานยังคงกรุด้วยศิลาแลงอันเป็นวัสดุหลักในการสร้างปราสาทในยุคพุทธศตวรรษที่ 18

ครุฑยุคนาค ศิลปะปลายบันไดแบบบายนเนี๊ยบ ๆ ก็ยังคงหลักฐานอยู่ ลบเลือนไปมากแต่ก็ยังคงเสน่ห์ของคติฮินดูที่วัชรยานตันตระยืมมาใช้

          หากคิดเรื่อยเปื่อยไป ในสมัยที่รุ่งเรืองด้วยวัชรยาน อโรคยศาลาแห่งนี้น่าจะมีทางเดินบันไดกากบาทและเศียรนาคประดับเช่นที่ปรากฏที่ปราสาทหินพนมรุ่ง พิมาย และอโรคยศาลาอย่างปราสาทตาเหมือน แต่ก็น่าเสียดาย เพราะด้านหน้าโคปุระของปราสาทมหาธาตุราชบุรี  ถูกปรับที่ดินกลายเป็นที่จอดรถและชุมชนมาซ้อนทับมากมายไปนานแล้ว

ภาพ อโรคยศาลาปราสาทตาเมือน

           เศียรครุฑยุดนาคอีกด้านหนึ่ง สะบักสะบอมตามกาลเวลา แต่ก็ทำให้"จินตนาการ"ได้ถึงยุคสมัยที่เขาเคยตั้งตระหง่านอยู่ เคยรุ่งเรืองเมื่อ 800 ปีที่แล้ว

        เมื่อดับสลายก็เกิดใหม่ ร่องรอยของการรื้อศิลาแลงด้านหลัง(ทิศตะวันตก)ไปสร้างองค์ปรางค์ มีการใช้วัสดุใหม่อย่างอิฐเข้าไปแทนที่ เช่นในส่วนด้านข้างซ้ายของแนวกำแพงแก้วที่ขุดแต่งทำให้เห็นรากฐานของการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ของศาสนาสถานในยุคอยุธยา

          เมื่อปีที่แล้ว ผมได้รับหน้าที่กรรมการในคณะกรรมการยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวจังหวัดราชบุรี จึงได้รู้ว่า จังหวัดได้จัดสรรงบประมาณเพื่อการบูรณะวัดมหาธาตุ ตามงบประมาณยุทธศาสตร์ CEO จังหวัด โดยมีสำนักงานศิลปากรเป็นผู้ดูแล

         ผมสังหรณ์ใจว่า กำแพงพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ที่ปรากฏแห่งเดียวในระเทศไทย จะถูกสังเวยอีกครั้งด้วยวิธีการ"จัดซื้อจัดจ้าง" โดยการ"สร้างใหม่" เช่นโบราณสถานอื่น ๆ จึงรีบเข้าไปเก็บรูปก่อนที่จะมีการขุดแต่งและบูรณะ

          แต่กระนั้นผมได้พบว่า งบประมาณกว่า 9 ล้านบาท ได้เทไปในเรื่องเดิมคือเรื่องการก่อสร้างโดยการรื้อและสร้างกำแพงแก้วขึ้นมาใหม่ จากสภาพดั่งเดิมที่ไม่สวยงาม บิดเบี้ยวกลายมาเป็นกำแพงสมัยใหม่ที่สวยงามเรียบร้อย

          ขั้นตอนการขุดแต่งและการบูรณะก็ยังใช้วิธีการเดิม คือขุดแต่ง และจนถึงรากฐาน เก็บรายละเอียดจากที่เจอ หลักฐาน Artifacts หลังจากนั้นก็สร้างขึ้นใหม่ โดยเอาของเก่าที่ตนเองไม่รู้ไปวางไหน ไปกองทิ้ง นำศิลาแลงมาตัดขอบใหม่ให้คม ส่วนที่มนไปตามกาลเวลา คนบูรณะเขาว่าไม่สวย ที่ไม่สวยก็วางกองทิ้ง เช่นเดิม เพราะปัญญาของผู้มีอำนาจมีแค่นั้นจริง ๆ

           ไม่รู้จะวางไว้ไหน(รื้อมาแล้ว เอาของใหม่สร้างแล้ว) เลยกองรวมไว้ก่อน รอเอาไปสุมหลบหลังวัดตามที่เคยทำ (เพราะมีสมองแค่นี้จริง ๆ )ในโบราณสถานปราสาททุกแห่ง

           แนวปะทะของกำแพงเก่าและใหม่ จะเห็นการสร้างใหม่ขึ้นไปเลย อย่างนี้เขาไม่เรียกว่า"บูรณะปฏิสังขรณ์ " เพราะมันไม่ได้พังลงมา ถึงจะพังก็ไม่ใช่ว่าจะต้องรื้อและสร้างใหม่ อย่ามาอ้างว่าไม่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว เพราะใช้เงินยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวของจังหวัดราชบุรีเพื่อการบูรณะ

          ตอนขุดแต่งขุดลอก ลานจอดรถที่สร้างมาชิดถูกขุดรื้อ ทำให้เห็นว่าด้านหน้าของทางเข้า คือ"โคปุระ"อย่างชัดเจน ภาพที่เห็นคือสร้างใหม่แล้ว ใช้ศิลาแลงใหม่และสร้างกรอบเสาประตูใหม่ด้วย"ซีเมนต์เลียนแบบสีหินทราย"

ผู้รับผิดชอบคิดได้แค่นี้เองจริง ๆ หรือ

           เมื่อสร้างใหม่แล้ว ผู้มีอำนาจในการบูรณะโบราณสถานคงภูมิใจ ว่าได้ทำตามที่"โลกทัศน์"ของตนเองอย่างถูกต้อง (ใช่สิ เพราะอำนาจมันเป็นของคุณ แต่ที่ยิ่งหใญ่กว่าคือ ผู้มีอำนาจไม่ใช้อำนาจนั้นแต่กลับให้ปราชญ์ ราชบัณฑิตเป็นผู้สร้างสรรค์ แต่เปล่า ท่านกลับใช้อำนาจนั้นเอง) จึงเกิด"ปัจจุบันสถานขึ้นมาใหม่"

           หากจะบูรณะ โคปุระเดิมฐานก็ไม่ได้พังทลายจนน่าเกลียด ทำไมไม่รักษาไว้ ใช้มาตรฐานอะไรวัดว่า โครงสร้างไม่คงทน หรือไม่สมบูรณ์ ต้องรื้อมาสร้างใหม่

         เสาปรอบประตูก็"ลักหลั่น" ตรงนี้เป็นที่รับไม่ได้มากที่สุดถึงแม้ว่าหลักการอนัสติโลซิส คือการรื้อและประกอบใหม่ก็จริง แต่บอกกันแล้วว่าฝรั่งเศส ก็ยังไม่เคยใช้บูรณะปราสาทหรือศาสนาสถานที่ทำด้วยศิลาแลง

            เมื่อพบหลักฐานว่ามีกรอบประตู เพราะมีเสาประดับกรอบประตูศิลาทรายแดงเป็นหลักฐาน ก็น่าจะใช้วัสดุเช่นเดียวกันกับที่พบในอโรคยศาลาอื่น ๆ คือหินทราย

          ทำให้ครบกรอบทั้งหมดโดยไม่ควรใช้ปูนซีเมนต์มาเลียนแบบและสร้างเพียงครึ่ง ๆ กลาง ๆ ทำดูเหมือนของมันพัง ก็มันสร้างใหม่แล้ว จะไปทำเลียนแบบให้มันพังทำไม เอาอะไรคิดครับ

            ถามจริงเหอะ หินทรายแดงมันแพงมากไหม หรือมันจะประหยัดงบเอาไว้กินกันเองครับ "ค่า - ราด - ชา - กาน" (ฟ้องเสียงไม่ฟ้องรูป)

        กรอบประตู ในยุคหลังอาจจะถูกแยกออกจากตัวปราสาทไปเพราะเหตุว่าเป็นวัสดุชั้นดีในการแกะสลักพระพุทธรูปโดยเฉพาะแบบพระยืน จึงถูกถอดออกไปได้ง่าย คงเหลือแต่เสาประดับกรอบประตู ศิลปะแบบบายน แตกหักทิ้งไว้เป็นหลักฐาน 

        เห็นประตูถูกสร้างขึ้นมาใหม่ด้วยทำซีเมนต์เลียนแบบแล้ว อนาจใจจริง !

          รูปสลักพระไภสัชยคุรุไวฑูรยประภา ที่เคยตั้งบนกำแพงแก้ว ส่วนที่ถูกรื้อ ก็พบว่าเสียหายไปแล้วกว่าครึ่ง บ้างก็ไปอยู่ในพิพิธภัณฑ์ ทั้งของหลวงและส่วนตัว บ้างก็ไปอยู่ในกรุเจดีย์ในยุคสมัยหลังใกล้ๆ เช่นที่เจดีย์หัก หรือเจดีย์ในวัดมหาธาตุราชบุรีเอง ส่วนหนึ่งก็มาวางกองรวมในวิหารล้อมพระปรางค์  ทิ้งให้นอนหงายอยู่

ใช่สิ .....เดี๋ยวนี้เขานิยมพระจตุคามรามเทพ ....พระไภสัชยช่วยแต่เรื่องสุขภาพไม่ช่วยให้รวย แอ่งแม้งอยู่ตรงนี้ละกัน

Blogนี้ อาจจะไม่ตรงใจใครที่ชอบแนวทางการสร้างใหม่ ก็บอกแล้วครับว่า"คิดแตกต่าง" เพราะรู้สึกเสียดายหลักฐานชั้นต้นชั้นดีที่ถูกทำลายด้วย"วิธีการ" เดิม ๆ ที่เป็นแนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยว(อีกแล้ว) คนกรม(อะไรไม่รู้ ง..งาชะมัด)เขาไม่เข้าใจ คิดว่าต้องใช้เงินงบประมาณเพื่อการก่อสร้างโบราณสถานใหม่เท่านั้นถึงจะทำงานได้ (หรือเปล่า) 

          อยากเชิญชวนให้ไปเที่ยวกันนะครับ วัดมหาธาตุราชบุรี มีอะไรที่"ซ้อนทับ"และ"เล่าเรื่อง" ของประวัติศาสตร์โบราณคดี คติชนวิทยา และเรื่องบันเทิงใจทางการท่องเที่ยวแห่งสยามประเทศได้อย่างมากมาย ไปเที่ยวปราสาทกำแพงแลงที่จังหวัเพชรบุรีแล้ว ก็ลองมาเที่ยวชมปราสาทเมืองสิงห์ อย่าลืมเมืองราชบุรีและอย่าลืมเมืองโบราณนครปฐม ด้วยนะครับ

           หรือมีข้อมูลโต้แย้งใด ๆ ก็เชิญนะครับ จะได้ช่วยทำให้ผมเข้าใจถูกเสียทีว่า ที่ผมเห็นมันเรื่องปกติของ"โบราณสถานไทย"

         ผมบ้าไปเอง.........!!!!

    
   

โอ้ .....พระไภสัชยคุรุช่วยด้วย





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
อรุณ วันที่ : 31/05/2007 เวลา : 15.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thinking-aloud

ถ้ามีประสบการณ์นครวัด นครธม ช่วยเล่าให้ฟังบ้าง

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
บูตะซัง วันที่ : 29/05/2007 เวลา : 14.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chutin
บูตะซัง Dogizen Reporter 

ยังคงหลงใหลในโบราณคดีเหมือนเดิมนะเจี๊ยบ หุหุ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

งานวันผู้ไทโลก ครั้งที่ 8

งานวันผู้ไทโลก เท่อที่ 8 "พระธาตุศรีมงคลงามสง่า บูซาเจ้าปู่มเหศักดิ์ โฮมฮักผู้ไทโลก" วันที่ 4 - 6 เมษายน 2560 ณ อำเภอวาริชภูมิ จังหวัดสกลนคร

View All
<< พฤษภาคม 2007 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



[ Add to my favorite ] [ X ]