• ศุภศรุต
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : jeabvoranai@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-28
  • จำนวนเรื่อง : 224
  • จำนวนผู้ชม : 2213052
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1574 คน
วรณัย พงศาชลากร
เรื่องราวทางมานุษยวิทยา ประวัติศาสตร์ โบราณคดี สหวิทยาการและมุม Gossip
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/voranai
วันจันทร์ ที่ 25 มิถุนายน 2550
Posted by ศุภศรุต , ผู้อ่าน : 5053 , 17:05:02 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ก่อนอ่านนะครับ กรุณาอย่าเชื่อและโปรดอย่าใส่ใจ เพราะเป็นเรื่อง Gossip  ไม่ใช่เรื่องจริง ไม่เกี่ยวข้องกับใครถึงชื่ออาจะไปคล้องฟ้องเหมือนก็ตาม

           เมืองสิงห์ ก็ คือปราสาทเมืองสิงห์ ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำแควน้อย ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรีไปประมาณ 30 กิโลเมตร เส้นทางเดียวกับทางไปพิพิธภัณฑ์บ้านเก่านั่นแหละครับ

         หลายคนคงเคยไปเที่ยว บางคนก็คงหลายครั้ง และบางคนก็คงไม่เคยไป

         ไม่เป็นไรครับก็เดินทางไปกับผมใน Blog นี้แหละ แต่บอกก่อนนะครับว่า เรื่องของผม ไม่ค่อยจะเหมือนกับในหนังสือหรือที่เขาพิมพ์ประวัติศาสตร์ความเป็นมาใน Brochure

ท่องเที่ยว เท่าใดนัก

         ปราสาทเมืองสิงห์สร้างขึ้นในช่วง พุทธศตวรรษที่ 18 โดยฝีมือช่างท้องถิ่นผสมกับช่างหลวงเมืองพระนครธม ที่ส่งเข้ามา เพื่อมาสอนช่างในท้องถิ่นแม่น้ำแควให้สร้างปราสาทได้ตามพระประสงค์

        ปราสาทหลังนี้ ตั้งใจสร้างมากครับ ถึงจะไม่ละเอียดงดงามเช่นในศูนย์กลางที่เมืองพระนครก็ตาม ด้วยมีการวางผังในคติจักรวาลอย่างสมบูรณ์แบบ เช่นเดียวกับผังที่มหาปราสาทบายน  ( ลองเทียบใน Google Earth ดูสิครับ ) เพื่อใช้เป็น"หมุด" (หลักเขต) มันดารา ( ยันต์ ) หรือผังมนตรา ในลัทธิวัชรยานตันตระ  ชี้ขอบเขตของราชจักรกัมพุชาเทศโบราณ สมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7  ที่รุกเข้าครอบครองภาคตะวันตกผ่านทุ่งน้ำท่วมลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา จรดถึงแนวหุบเขาสูงใหญ่ตะนาวศรีที่ไม่อาจข้ามไปได้ ปราสาทนี้จึงเป็นหลักเขตและเป็นการแสดงอำนาจแห่งพระโพธิสัตว์มหาไวโรจนะซึ่งก็คือพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 นั่นเอง

          ถึงปราสาทจะสร้างด้วย ศิลาแลง และโบกทับฉาบปกปิดด้วยปูนขาวตำ พร้อมปั้นลายปูนปั้นประดับตามจุดต่าง ๆ  จนสมบูรณ์ (แต่ปัจจุบัน ปูนปั้นหลุดล่วงหล่นและถูกแกะไปย่อยปูนตำทำเป็นใหม่ที่อื่น ๆ ในสมัยหลัง ) แต่รูปสลักหินโครงปราสาทและรูปเคารพที่ทำขึ้นจาก หินทราย ซึ่งไม่ใช่หินในท้องถิ่นนี้เลย ได้ถูกลำเลียงมาอย่างตั้งใจ จากเมืองพระนครหรือจากเขตภาคอีสานแหล่งตัดหิน ผ่านเมืองโบราณหนองแจง  อู่ทอง พงตึก สระโกสินารายณ์ ฯลฯ

 

         รูปสลักจากหินเนื้อสีเทาขาว เนื้อละเอียด ชุดหินทรายภูเขา จากแหล่งเดียวกันนี้ ( หินทรายสลักหากต่างภูเขา สี ความละเอียด และเนื้อหินตะกอนหยาบที่ผสม จะต่างกัน หินทรายละอียดสีเทาขาว ไม่มีเม็ดกรวดปน เป็นหินทรายคุณภาพดีที่สุด ) มีจำนวนมากกว่าที่เห็นในพิพิธภัณฑ์   ประมาณ 70 % ของทั้งหมด (เหลืออยู่ 30%) ส่วน 70 % นี้ถูกลักลอบนำออกไปในหลายยุคหลายสมัย

           ในขณะที่หินทราย ที่ใช้ทำรูปสลักประกอบโครงสร้างของปราสาท เป็นหินหรายที่มีคุณภาพต่ำ ทั้งสีแดงและสีขาวอมแดง ซึ่งหาได้จากเขตภูเขาของจังหวัดสระบุรีต่อลำตะคอง และ หินทรายแดงคุณภาพต่ำ ของจังหวัดราชบุรี

           ปราสาทหลังนี้มีความความตั้งใจการวางผัง และขุดสระน้ำล้อมรอบ แต่ชั้นดินด้านล่างของปราสาทกลับไม่ยอมเล่นด้วย เพราะมีลานหินปูนน้ำเซาะเป็นโครงสร้างขนาดใหญ่อยู่ใต้ดิน การขุดสระน้ำเพื่อใช้ในพิธีกรรมจึงเหลืออยู่เพียงสระเดียว ในขณะที่ความหมายของสระน้ำแทนความหมายมหาสมุทรทั้งสี่ทิศของเขาพระสุเมรุ ก็ยกเว้นไปใช้น้ำจากแม่น้ำแควน้อยแทน ( เห็นไหม คนโบราณเขาก็ไม่ได้เคร่งครัดขนาดต้องทำให้เหมือนที่เมืองพระนคร เพราะสภาพแวดล้อมมันไม่อำนวย )

 

          รูปเคารพที่สำคัญคือ พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรหรือพระโลเกศวรเปล่งรัศมี หมายถึงผู้มีอำนาจหนือความเป็นพระพุทธเจ้า (ตภาคต)เข้าใจง่าย ๆ ว่า วัชรยาน มีพระพุทธเจ้ามากมายก่ายกอง มีพระพุทธเจ้าที่เรานับถือ คือองค์พระศากยมุนี เป็นพระเจ้า 5 พระองค์ 10 พระองค์ ตามแต่คัมภีร์เขาจะกำหนด ซึ่งเป็นคติความเชื่อที่น่าปวดหัว เพราะรายละเอียดมันเยอะ จึงไม่ได้รับความนิยมในสมัยต่อมา 

ภาพ : รูปจำลองพระโลเกศวรเปล่งรัศมี นิกายวัชรยานในปราสาทประธาน ศาสนาพุทธที่เราไม่รู้จักคนปัจจุบันยังให้ความเคารพบูชาเป็นพระพุทธเจ้า บางคนบูชาแบบพราหมณ์โดยเอาผงวิภูติสีแดง ไปเจิมที่หน้าผาก และจุดตะเกียงบูชาไฟวางไว้ที่ฐาน 

 

   

      เอาเป็นข้อ ๆ ดีกว่า จะได้ไม่ปวดหัวเวลาอ่าน

-   ห่างออกไปประมาณ 6 กิโลเมตร ใกล้ ๆ ปราสาทเมืองสิงห์ มีเมืองขนาดเล็กเพื่อให้ที่อยู่อาศัยของชุมชนชาวพระนครและในท้องถิ่น ที่เดินทางมายังชายแดนตะวันตก ตามพระญาติ(แม่ทัพ)ของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7  เรียกว่าเมือง "ครุฑ”   มีปราสาทยอดเดี่ยวขนาดไม่ใหญ่นักอยู่กลางเมือง (แต่พังทลายเกือบหมด)  มีรูปสลักครุฑลอยตัวขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ปัจจุบันหัวครุฑไปเที่ยวต่างประเทศเหลือไว้แต่ตัว ตั้งโชว์อยู่ที่พิพิธภัณฑ์ปราสาทเมืองสิงห์ ความหมายของปราสาทครุฑ น่าจะหมายถึง เป็นสัญลักษณ์ของเมืองที่กษัตริย์มาประทับอยู่ด้วย ซึ่งก็ไม่เคยเสด็จมา

 

     -    แต่ก่อนที่จะมีการบูรณปฏิสังขรณ์ มีรูปสลักหินมากมาย มีรูปสิงห์คู่เฝ้าทางเดิน จำนวนหลายคู่ อันเป็นที่มาของชื่อเมืองสิงห์ แต่บ้างก็ว่ามีสิงห์อาศัยอยู่ จึงเป็นที่มาของชื่อ ( สิงห์มันมีที่ไหนในประเทศไทยเล่า แหม เล่ากันมาได้ ) แต่ปัจจุบันก็หายไปทั้งหมดเมื่อสมัยเมืองสิงห์ร้างผู้คน ก็คือการย้ายเอาไปใช้เฝ้าศาสนาสถานที่อื่น ๆ และถูกขโมยไปจำหน่าย  

    -    ปราสาทเมืองสิงห์ มีชื่ออยู่ในปราสาทพระขรรค์ด้วย ส่วนชื่ออะไรนั้น ค่อยว่ากันที่หลังล่ะกัน

    -    นักโบราณคดีรุ่นเก่าเล่าว่า มีหน้าของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ในภาพของพระโพธิสัตว์มหาไวโรจน บนยอดปราสาท 4 ทิศ แต่ปัจจุบัน รูปหินสลักนั้นหายไปไหน ? หายไปเมื่อไหร่ ? หรือหายไปตอนที่ฝรั่งเศสกำลังจะใช้ปราสาทเมืองสิงห์เพื่อต่อรองทางการเมือง อ้างเป็นเขตแดนของกัมพูชา เพื่อเข้ายึดครองสยาม ? จึงมีการฝังและทำลาย ? ปัจจุบันเหลือส่วนของหินตรงส่วนคางและหู อยู่ในห้องจัดแสดงของอุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ เพียงชิ้นเดียว

ภาพ : หากปราสาทประธานไม่พังถล่มลงมา อาจเห็นเช่นภาพนี้ ก็เป็นได้ ?

          -          รูปเคารพบุคคลมากมาย ของปราสาทเมืองสิงห์ อยู่ในลัทธิวัชรยาน มีพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร และพระนางปรัชญาปารมิตา เป็นแก่นสำคัญของรูปเคารพ บ้างก็ว่า รูปพระนางปรัชญาปารมิตา ช่างละม้ายคล้ายคลึงกับมเหสีสุดสวาทหุ่นผอมบาง(ด้วยโรคภัย)ของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7  มีทั้งฝีมือช่างที่เป็นช่างหลวงเมืองพระนครธมและช่างท้องถิ่น นักเรียนแกะสลัก วัสดุหินทรายและฝีมือช่างเป็นตัวแบ่งแยกให้เห็นความแตกต่างกันระหว่างฝีมือช่างหลวงกับช่างท้องถิ่น

ภาพ: รูปเคารพฝีมือช่างหลวงเมืองพระนครธม เป็นรูปพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร หรือพระโลกเกศวร ผู้ยิ่งใหญ่เหนือพระตถาคตและพระโพธิสัตว์ทั้งปวง นางปรัชญาปรามิตา บุคคลาฐิษฐานแห่งปัญญา

 

           - พระโลเกศวรเปล่งรัศมี พบใต้กองหินของปราสาทประธานที่ถล่มลงมา  เป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดเหนือพระตถาคต  ซึ่งจะพบรูปสลักสื่อความหมายนี้เฉพาะในปราสาทที่อยู่ในพื้นที่สงครามและมีความขัดแย้ง เช่น ที่กำแพงแลง เพชรบุรี ที่จอมปราสาทสระโกสินารายณ์ ฯ มีความหมายแทนอานุภาพของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7

ภาพ : พระโลเกศวรเปล่งรัศมี พบที่จอมปราสาท สระโกสินารายณ์ บ้านโป่ง ราชบุรี

 

            -    พระอวโลกิเตศวรหรือพระโลเกศวรจำนวนมากสร้างขึ้นโดยช่างท้องถิ่น มีสี่กร ถือรูปปะคำ คัมภีร์ หม้อน้ำอมฤต และประทานพร ชำรุดและสูญหายเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่ถูกลักลอบขโมยไปขาย

            - ในการบูรณะ มีการ"ลักไก่" สร้างตัวปรางค์โคปุระทางทิศตะวันตกขึ้นใหม่ทั้งองค์ โดยอ้างว่าอาศัยการเทียบรูปแบบเอาจากปราสาทอื่นแต่ก็ไม่มีหลักฐานชัดเจน และ บูรณะโบราณสถานข้างเคียงทางทิศเหนือ ด้วยการตัดหินศิลาแลงเก่าให้ขอบคมดูเป็นของใหม่ แล้วสร้างขึ้นไปตามใจคิด ซึ่งไม่เคยมีรูปแบบสถาปัตยกรรมเช่นนี้ในโลก

 

            -   รูปหน้าบันประตูโค้ง แล้วหักมุมยุบเข้าไป ก็ไม่เคยปรากฏหลักฐานในศิลปะและวัฒนธรรมใด ๆ ของปราสาทหิน นอกจากการเรียงหน้าบันโค้งของโรมันและอิสลาม ว่ากันว่า หัวหน้าผู้บูรณะของกรม....... อยากใส่อะไรที่กิ๊บเก๋ เป็นความคิดของตัวเอง เพราะเพิ่งเรียนจบจากเมืองนอกมาหมาด ๆ เพื่อเป็นอนุสรณ์ผลงานการบูรณะของตนเองในอนาคต แต่ก็ได้สร้างความอัปยศ ให้กับปราสาทเมืองสิงห์ มานานกว่า 30 ปีแล้ว

ภาพ: ประตูโค้งโรมัน อิสลามและยุโรป ที่ปราสาทเมืองสิงห์

 

       - ความหมายสำคัญของการวางรูปเคารพในแต่ละองค์ปราสาท คือแบบแผนของศาสนาโบราณ ที่ต้องวางรูปเคารพให้ถูกต้อง ก็จะเกิดเป็นพลังเชิงบวก หากวางผิด ก็เป็นอวมงคล รูปเคารพของพระโลกเศวรเปล่งรัศมี ในปรางค์ประธาน ถึงจะยิ่งใหญ่ที่สุด แต่คติโบราณก็ต้องวางรูปของพระนางปรัชญาปรามิตา อันมีความหมายถึง พลัง (ศักติ)ของสตรี( แม่และเมีย) อยู่เบื้องหลังของความสำเร็จแห่งเพศชายเสมอ ต่อให้เพศชายนั้นจะยิ่งใหญ่แค่ไหนก็ตาม

ภาพ : พระนางปรัชญาปารมิตา ในปราสาทโคปุระทิศตะวันตก ผู้เป็นพลังอยู่เบื้องหลัง

 

          -  ปราสาทเมืองสิงห์ ถูกทิ้งร้างไปในป่ารก นานกว่า 400 ปี  ป่าและสัตว์ป่า ได้ปกปักษ์รักษาศิลปวัตถุอันมีคุณค่าและหลักฐานได้เป็นอย่างดี และเพราะปราสาทไม่ได้อยู่ในชุมชนยุคต่อมา  จึงไม่ถูกดัดแปลงเป็นพระธาตุ หรือเป็นปรางค์พุทธสถานในนิกายเถรวาทเช่นในหลาย ๆ แห่งในภาคกลาง บางปราสาทก็ถูกรื้อถอนทำลายไปจนยับเยิน แต่องค์ปราสาทเมืองสิงห์ก็ได้พังถล่มลงมา เพราะหินศิลาแลงที่ใช้เป็นโครงสร้างเปราะน้ำฝน จึงรับน้ำหนักไม่ไหวในระยะเวลาที่ยาวนาน

ภาพ : ปริศนาภาพสลักโกลนบนผนังศิลาแลง ระเบียงคดด้านทิศเหนือ เป็นภาพพระโพธิสัตว์ อวโลกิเตศวร 4 กร ทำไมถึงมาอยู่ตรงนี้ บ้างก็ว่า เป็นจุดที่ตั้งของห้องพราหมณ์ทำพิธี บ้างก็ว่า เป็นรูปที่ตั้งใจจะสร้าง ให้เหมือนที่ปราสาทบันทายฉมาร์คือมีหลายองค์เรียงรายโดยรอบ แต่หินศิลาแลงมันหยาบ การจะมานั่งปั้นรูปปูนปั้นทับทั้งองค์ช่างปั้นปูนคงไม่อยากทำ เพราะงานเขาก็ยังไม่เสร็จ  จึงทำได้องค์เดียวแล้วเลิก

     ส่วนผมเชื่อว่า เป็นภาพโกลนจำหลัก แล้วมีปูนปั้นรูปพระโลเกศวรทับ เป็นที่ตั้งพลังจุดแรกของปราสาทให้ผู้สร้างปราสาทได้ทำพิธีบูชา ในระหว่างที่การสร้างยังไม่เสร็จสิ้น ก่อนการย้ายรูปเคารพเข้ามาในมณฑลภายหลัง

ภาพ : ศาสนสถานโบราณก็ยังคงทำหน้าที่รับใช้ สื่อสารกับเทพเจ้าและอำนาจเหนือธรรมชาติให้กับผู้คนทุกยุคทุกสมัย ในปัจจุบันยังมีผู้คนวางรูปตุ๊กตาแก้บน บนซุ้มประตูทางเข้าทิศตะวันออก  นัยว่าเพื่อความสำเร็จต่อสิ่งที่ตั้งหวัง(หรือขอ)ไว้ 

       เรื่องราว Gossip อีกมุมหนึ่งของปราสาทเมืองสิงห์ ซึ่งคงบอกอะไรไม่ได้มากนักและดูจะเลื่อนลอย  แต่อย่างน้อยมันคงจะช่วยทำให้เรา ๆ ท่าน ๆ ได้มองเห็นอีกมุมมองหนึ่ง ที่บอกเราว่า “ ภาพที่ถูกแต่งเติมให้สวยงามนั้น มักแฝงด้วยความโหดร้ายและการโกหกคำโต อยู่เสมอ”

หากเราต้องการความจริงของชีวิต ..... ก็อย่ามองอะไรเพียงด้านของตัวเราเอง......

ขอบคุณที่อดทนอ่านจนจบ ครับ.....





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
ครูทิพย์ วันที่ : 04/11/2007 เวลา : 02.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Tip2
Every minute is precious if every minute I have you. ทุกนาทีจะมีค่า หากทุกเวลาฉันมีเธอ 

สวัสดียามดึกสงัดค่ะอาจารย์(จริงๆ มันเช้าแล้วนะคะ)..เข้ามาอ่านศึกษาหาความรู้ก่อนออกทัวร์ไปชมสถานที่จริงกับอาจารย์ค่ะ...ขอบพระคุณสำหรับข้อมูลอย่างละเอียด + รูปภาพน่าสนใจมากๆ...+1 ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
feng_shui วันที่ : 30/10/2007 เวลา : 21.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

entryนี้พลาดได้ไง เนียะ ทั้งที่เราไม่เคยไปประสาทเมืองสิงห์ ขออ่านหน่อยนะค่ะ แล้วขอ เอาAbstactไป
Introหน่อยด้วยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
HOF วันที่ : 25/09/2007 เวลา : 20.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/HOF

น่าสนใจมากครับ เคยไปเที่ยว แต่ไม่ได้สนใจดูรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้เลยครับ ได้ความรู้อย่างมาก

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
ราษีไศล วันที่ : 26/06/2007 เวลา : 13.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/motorcyrubjang
ณ บ้านดวนน้อย ราษีไศล ศรีสะเกษ twitter : @motorcyrubjang / facebook.com/motorcyrubjang  

มาเที่ยวปราสาทเมืองสิงห์ครับ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ปุถุชน วันที่ : 26/06/2007 เวลา : 08.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/putushon
บล็อกอย่างเป็นทางการของปุถุชน > http://putushon.wordpress.com

น่าสนใจ
สมัยเรียนมัธยมเคยไปทัศนศึกษา...

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ปรีเปรม วันที่ : 26/06/2007 เวลา : 08.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/preprem

นั่นสิครับ...จะเชื่อใครดี...
ความรู้ก็ยังน้อย..ต้องใฝ่ศึกษาสักหน่อยแระ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
แมวเหมียว วันที่ : 26/06/2007 เวลา : 08.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wassanok

น่าสนใจมากค่ะ ภาพก็สวยเรื่องก็เยี่ยม ขอบคุณนะคะที่นำเสนอ ให้เราได้รับทราบในมุมนี้บ้างค่ะ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
มะอึก วันที่ : 26/06/2007 เวลา : 06.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom

ก่อนอ่านนะครับ กรุณาอย่าเชื่อและโปรดอย่าใส่ใจ เพราะเป็นเรื่อง Gossip

ประโยคนี้ ทำให้ผมเกร็งในการอ่านเรื่องราวที่ท่านนำเสนอ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
falcon วันที่ : 26/06/2007 เวลา : 01.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/falcon
"ศิลปะอยู่เหนือพลัง ผู้ใดทิ้งศิลปะย่อมเอาตัวไม่รอด" บาจรีย์ เขตร ศรียาภัย

ตามมาอ่านครับ
ชอบๆๆ หนุกดี

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
จิ้งจก วันที่ : 26/06/2007 เวลา : 01.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ryuki2007

รูปที่ด้านหลังเห็นพระนางปรัชญาปารมิตา ในปราสาทโคปุระทิศตะวันตก ผู้เป็นพลังอยู่เบื้องหลัง รูปนี้ปรากฎซุ้มประตูโค้งเช่นเดียวกัน ใช่เป็นการซ่อมแล้วทำขึ้นมาใหม่ให้เป็นประตูรูปโค้งแบบโรมัน หรือที่เราเรียกกันว่า Arc ใช่หรือไม่ครับ
-----------------------------------------
ผมเคยไปถ่ายภาพซุ้มประตูวัดมเหยงค์ แต่หลังจากนั้น 10กว่าปีไปโพสต์ลงเว็บมีคนถามผมทันทีว่า รูปนั้นถ่ายนานหรือย้ง ผมบอกว่า 10 กว่าปีแล้ว เขาบอกว่า ซุ้มประตูนั้นถูกทุบทิ้งไปแล้ว เขารู้สึกดีใจที่ได้เห็น แล้วเขาก็เอารูปครุฑ ถ้าผมจำไม่ผิดนะครับที่พระปรางค์วัดราชบูรณะ อยุธยา ก่อนที่จะถูกบูรณะแล้วครุฑตัวที่ว่า ก็แปลงร่างเป็นครูฑอีกแบบไป เอามาให้ชม ได้เห็นแล้วก็ได้แต่อึ้ง อันนี้ยังไม่นับรวมวิธีการบูรณะเจดีย์พระปรางค์ หรือว่า โบราณสถานต่างๆ โดยไม่ได้ให้ความสำคัญกับรายละเอียดเช่น ขนาดของอิฐ และการเรียงอิฐในการก่อสร้าง เพราะว่า ผู้บูรณะไปจ้างเอาพวกรับเหมาก่อสร้างเข้ามาทำ เฮ้อ เห็นภาพและข้อมูลที่ผู้ชมท่านนั้นเอาให้ผมดูแล้วเศร้าครับ ผมว่า ในเมืองไทยเราหลายสิ่งหลายอย่างหายไป และก็ถูกสร้างภาพใหม่ขึ้นมาหลอกเราเต็มไปหมดเลย
-----------------------------------------
ดีใจที่ได้เข้ามาเจอบล๊อกเนชั่น แล้วได้อ่านเรื่องที่คุณ Voranai ได้เพียรพยายามนำเสนอครับ ยอเดเยี่ยมมากครับ จะติดตามมาเข้าคลาสโบราณคดีและประวัติศาสตร์ของอาจารย์ Voranai ตลอดครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ศุภศรุต วันที่ : 25/06/2007 เวลา : 19.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/voranai
เรื่องราวหลากหลายในมุมมองของนักวิชากวน

ขอบคุณทุกท่านที่มาเยี่ยมชม ติดตามเรื่องนอกสาระหนัก ๆ กันนะครับ

คุณ กำปงพิราเทวี คนชอบเที่ยวคอเดียวกัน ครับ
พระโลเกศวรเปล่งรัศมี มีความลึก(ไม่รู้แค่ไหน) ที่ผมแต่งเองว่า ปางประกาศแสงยานุภาพ
ที่ไหนสงบ ส่งพระไภษัชยไวทูรยประภาหรือหมอรักษา หรือใช้พระโลเกศวรรูปนั่งประทับ 4 กร ไปอยู่ ที่ไหน ดูเป็นสมรภูมิและควบคุมยาก ก็ใช้ปางนี้ประทับในยันต์ขนาดใหญ่

พระโลเกศวรเปล่งรัศมี เป็นผู้ยิ่งใหญ่เหนือพระตถาคต ทุกรูขุมขนของพระองค์ เป็นที่บรรจุพระตถาคต ( พระพุทธะ,พระแสงแสงสว่างนิรันดร์ ) กลางหน้าอกหนึ่งและสามองค์ที่ท้องและหลังเป็นรูปพระนางปรัชญาปารมิตา ผู้เป็นมารดาของเหล่าพระตถาคต

ขนาดข้อเท้า หัวแหวน ยังเป็นพระตถาคต
ยิ่งใหญ่จริง ๆ

ทรงมีแปดพระกร ถือดอกบัว ลูกประคำ คัมภีร์ คณโฑ วัชระ จักร หอยสังข์และพระขรรค์ มีพระธยานิพุทธ (อมิตาภะ)อยู่ด้านหน้ามวยผม

ข้อสังเกตครับ
ลทธิ วัชรยาน มีพระวัชรสัตว์ พระชิน พระธยานิ ฯลฯ มากมายก็จริง

วิธีดู ดูจากการให้พระนั้นเป็นตัวแทนหรือบุคคลาฐิษฐานของเรื่องที่จะสอนอะไร ก็จะมีพระเฉพาะเรื่องนั้นเกิดขึ้น




ความคิดเห็นที่ 4 (0)
แม่น้องฯ วันที่ : 25/06/2007 เวลา : 19.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/MAENONGDD
นักการเมืองยื่นปลา พระราชายื่นเบ็ด นักการเมืองแจกแท็บเล็ต กษัตริย์แนะเคล็ดวิชา นักการเมืองห่วงอำนาจ มหาราชห่วงประชานักการเมืองสร้างสัญญา องค์เจ้าฟ้าสร้างสรรธรรม นักการเมืองหาเรื่องกิน องค์ภูมินทร์หาเรื่องทำ นักการเมืองยุให้รำฯ ในหลวงย้ำให้ทำดี นักการเมืองมักแบ่งขั้ว องค์เหนือหัวไม่แบ่งสี นักการเมืองทำสี่ปี องค์ภูมีทำทุกวัน นักการเมืองชอบแบ่งเสียง พ่อพอเพียงชอบแบ่งปัน นักการเมืองคิดสั้นสั้น องค์ราชันย์นั้นคิดยาว(ขอบคุณผู้แต่งกลอนนี้)

เมื่อนักโบราณคดีบิดเบือนหลักฐานข้อมูล ให้ผิดแผกไปจากความ(น่าจะ)เป็นจริงโดยเจตนา เท่ากับว่าผิดจรรยาบรรณ และไม่ว่ามันจะถูกต้องดีแล้ว หรือเบี่ยงเบนโกหก โดยเจตนา หรือ ไม่เจตนา ดิฉันก็อยากให้ผู้เกี่ยวข้อง น่าจะหยิบยกขึ้นมาสังคยนาใหม่นะคะ บ้านเรามีนักปราชญ์ผู้เชี่ยวชาญเยอะแยะ เจ้าของบล็อกแจ้งร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือยังคะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
กำปงพิราเทวี วันที่ : 25/06/2007 เวลา : 19.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kampong
  ก ร ะ เ ป๋ า ห ม า ก แ ห่ ง ก า ร เ ดิ น ท า ง ข อ ง ห ม่ อ ม   

ตอนไปเที่ยว ก็ยังงงๆ อยู่ว่ารูปโกลนที่ผนัง เค๊าทำมาทำไม เห็นที่อยู่จุดเดียวเอง


ลายเล็กๆ บนองค์พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร คือพระนางปรัชญาปรามิตาหรือเปล่าคะ



ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ปรัตยา วันที่ : 25/06/2007 เวลา : 19.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chief-dan
บล็อคที่หวานแหววแต๋วจ๋าที่สุดในโอเคเนชั่นนะเธอ

อู้หู เขียนได้อลังการงานสร้างมากครับ ทั้งรูปทั้งเนื้อหา น่าสนใจและติดตามอ่านมาก

ลึกซึ้งจริง ๆ


ความคิดเห็นที่ 1 (0)
naitiwa วันที่ : 25/06/2007 เวลา : 18.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/naitiwa
...ที่เห็น ที่เป็นไป ใช่ ไม่ใช่ ไม่สำคัญ...


น่าสนใจมากครับ
อันที่จริง ประวัติศาสตร์ คือการเลือกบันทึกและเลือกเชื่อ ตามอย่างที่เราอยากจะเชื่อ
เมื่อเป็นทัศนะและความเชื่อ คงไม่แปลกอะไร แต่จะเพิ่มมุมมองอีกหลาย ๆ ด้าน เพื่อให้เห็นรอบด้านมากขึ้น ซึ่งอาจใกล้เคียงกับความจริง ในระนาบของความเชื่อเดิมมากขึ้น
ผมเห็นว่า เป็นเรื่องดีมากกว่าจะมาตั้งแง่ บอกต่อกันมา แล้วก็เชื่อกันมา
ประมาณว่า กระแสหลักถูกต้อง กระแสอื่น ๆ ผิดและจงใจท้าทาย

แหะ แหะ ขอรับ
สวัสดีครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

งานวันผู้ไทโลก ครั้งที่ 8

งานวันผู้ไทโลก เท่อที่ 8 "พระธาตุศรีมงคลงามสง่า บูซาเจ้าปู่มเหศักดิ์ โฮมฮักผู้ไทโลก" วันที่ 4 - 6 เมษายน 2560 ณ อำเภอวาริชภูมิ จังหวัดสกลนคร

View All
<< มิถุนายน 2007 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30



[ Add to my favorite ] [ X ]