• ศุภศรุต
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : jeabvoranai@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-28
  • จำนวนเรื่อง : 230
  • จำนวนผู้ชม : 2536537
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1574 คน
วรณัย พงศาชลากร
เรื่องราวทางมานุษยวิทยา ประวัติศาสตร์ โบราณคดี สหวิทยาการและมุม Gossip
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/voranai
วันพฤหัสบดี ที่ 5 กรกฎาคม 2550
Posted by ศุภศรุต , ผู้อ่าน : 37156 , 12:56:57 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

             อโยธยาศรีรามเทพนคร  กรุงเทพทวารวดีศรีอยุธยา กรุงศรีอยุธยา โยเดีย โอเดีย จูเทีย และพระนครศรีอยุธยา ก็ล้วนแต่เป็นชื่อของมหานครโบราณ ศูนย์กลางแห่งราชอาณาจักรของชาวสยาม  จักรวรรดิราชแห่งลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา  ที่ก่อกำเนิดสืบเนื่อง รุ่งเรืองและดับสูญลงอย่างหายนะ เพราะเหตุจากพระราชสงคราม ในปี  2308 – 2310 กับพม่าอังวะผู้อหังการ 

  

           อดีตแห่งมหาราชธานี ที่เหลือเพียงซากปรักหักพัง พร้อมกับ เรื่องราวเล่าขาน ตำนานประวัติศาสตร์ พงศาวดารและวรรณกรรม มากมาย ถูกนำมาใช้เป็นประวัติศาสตร์หน้าสำคัญเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญและเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งแรก ในปี 2532 ของประเทศไทยในยุคสมัยแห่งความสงบสุข

        อดีตแห่งกรุงศรีอยุธยา ได้ถูกนำมาถ่ายทอดมาเป็นเรื่องราวเนื้อหาทางวิชาการ ข้อมูล บทประพันธ์ วรรณกรรม นิยาย คำอธิบายการท่องเที่ยว ภาพยนตร์และการ์ตูน มาแล้วมากมาย ครั้งแล้วครั้งเล่า ..........................มากมายจริง ๆ

              เนื้อหาใน Blog นี้ก็เช่นกัน คงจะเป็นเรื่องราวเดิม ๆ ของประวัติศาสตร์กรุงศรีอยุธยาที่ซ้ำซากจำเจ รู้เห็นกันอยู่แล้วจาก Brochure ท่องเที่ยวที่มีอยู่ดาษดื่น.... ..................แต่....ขออย่าเพิ่งคิดเช่นนั้น จนกว่าท่านจะอ่านเรื่องราวในมุมมอง ของผมจนจบนะครับ  

              ผมขออนุญาตพาท่านขึ้น TIME MACHINE ในจินตนาการความฝัน ย้อนเวลากลับไปในอดีตด้วยกัน ไปสู่ยุคสมัยของกรุงอโยธยา ในวันที่รุ่งเรืองสูงสุดก่อนยุคสมัยของสงคราม สัมผัสเรื่องราว Gossip นอกตำรา มุมมองที่แตกต่างไปจากประวัติศาสตร์ที่เคยรับรู้

            สัมผัสย้อนเวลาของเรา มันเป็นต้นเดือนธันวาคม ปี 2295 อันเป็นช่วงฤดูหนาว ในรัชสมัยของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ พระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคปลายของกรุงศรีอยุธยา บ้านเมืองสงบสุขมานานกว่า 150 ปีแล้ว หลายคนยังคงให้ Credits ที่สมเด็จพระนเรศวรราชาธิราช ว่าทำให้พม่าขยาดกลัวเป็นเวลายาวนาน แต่ในความเป็นจริง อาณาจักรมอญต่างหากที่ได้กลับเข้าครอบครองพม่าตอนล่าง ขับไล่พม่าขึ้นไปอยู่ทางทิศเหนือยาวนานกว่า 100 ปี

         

           ยิ่งในยุคปลายสมัยอันรุ่งโรจน์นี้ อโยธยาให้การสนับสนุนกองทัพมอญให้บดขยี้และเหยียบย่ำพม่าอย่างออกหน้าออกตาและอย่างลับ ๆ  จนเป็นเหตุแค้นเคืองสำคัญที่ผูกใจเจ็บให้พม่าหวังแก้แค้นเอาคืน ซึ่งพวกเขาก็ทำสำเร็จหลังจากปลดแอกอิสระภาพจากมอญได้ในปี 2300

             กลับมาที่พระนคร ในตอนนี้ ขออย่าให้ท่านทำตัวเป็น ”ประชาชน” อย่างเด็ดขาด เพราะยุคนั้น ยังไม่มีประชาธิปไตย ยังไม่มีทุนนิยม พวกแปลกหน้า(ดูดี)อย่างเราอาจเจอทหารหลวงจับไปไต่สวนและจำตรวน  ติ้งต่างละกันว่าเราเป็นพ่อค้าชาวต่างประเทศที่มาติดต่อกับกรมพระคลังเพื่อมาเลือก Shopping สินค้าของชาวโยเดีย (ออกเสียงอย่างฮอลลันดา) 

ภาพ ชาวอยุธยาและขุนนางจากบันทึกของ เดอลาลูแบร์

       

            ฐานะนี้คงพอจะได้มีอิสระในการเดินทางไปมาในพระนครได้อยู่พอควร เพราะถ้าเราเป็นไพร่ฟ้าธรรมดา  คงต้องคอยอธิบายกับพวกทหารหลวงประจำด่านภายในพระนคร (ค่ายผนบ) ว่าไปไหน ไปทำไม เมื่อไหร่กลับ ทำไมไม่มีรอยสักข้อมือ สังกัดกรมไหน กินข้าวมาหรือยัง หรือถ้าสุดซวยก็จะโดนข้อหา เป็นเสือหมอบแมวเซา(สายลับ) ของพวกเมืองอื่น ๆ ( คนไทยในปัจจุบันติดคำว่า “ไปไหนมา“  ก็เพราะเรื่องไพร่ฟ้าต้องเข้าเวรออกเวรในสมัยโบราณนี่แหละครับ)

ภาพ ไพร่เวลาเดินทาง

            พระนครอโยธยาเป็นเมืองป้อมปราการ มีแม่น้ำและกำแพงเมืองล้อมรอบเป็น “เกาะเมือง” พวกฝรั่งบ้างก็บอกเป็นรูปสำเภา บ้างก็บอกว่าเป็นรูป ”พระพุทธบาท”  มีป้อมปืนขนาดใหญ่จำนวน 16 – 22 ป้อม มีประตูใหญ่บก 11 ประตูคลองน้ำ 12 ประตูช่องกุด  (ประตูเล็ก ) 61 ประตู  หากเดินทางเข้าเกาะเมืองจะต้องข้ามเรือที่ท่าเรือข้าม ซึ่งมีจำนวนกว่า 20 ท่า รอบเกาะเมือง ส่วนทางเข้าพระนครทางบกมีทางเดียวเรียกว่า “ทำนบหัวรอ” บริเวณคูขื่อหน้า (ตลาดหัวรอในปัจจุบัน)

            แต่วัวควายต่างแดนห้ามเข้านะครับ มีเจ้าพนักงานกรมพระนครบาล สังกัดออกญาจักรี รักษาการณ์ ตรวจตราผู้คนเข้าออกอยู่อย่างเข้มงวด ขบวนเกวียนสินค้าคาราวานและนายฮ้อยโบราณ จากหัวเมืองโคราชและพระตะบอง จะมาพักค้าขายกันอยู่ที่ “บ้านศาลาเกวียน” ด้านนอกพระนคร สินค้าที่เขาเอามานั้น Shop กันนะครับ (ตอนนี้เราเป็นชาวต่างประเทศอยู่นะ) 

 

            “......น้ำรัก ขี้ผึ้งปีกนก ผ้าตาราง ผ้าสายบัวสี่คืบหน้าเกบทอง แลผ้าตาบัวปอกตาเลดงา แลหนังเนื้อ เอนเนื้อ เนื้อแผ่น ครั่ง ไหม กำยาน ดีบุก หน่องาของป่าต่างๆ เกวียนเมืองพระตะบอง พวกเขมรบันทุกลูกเร่ว กระวาน ไหม กำยาน ครั่ง ดีบุก หน่อ งา แลผ้าปูม แพรญวนทองพรายพลอยแดง แลสินค้าต่างๆตามอย่างเมืองเขมร ....”

ภาพ บ้านเรือนแพ ขบวนเกวียนการค้าและการเดินทางทางน้ำ


  

           เอ้า ตามกันมาอย่าหลงทาง  ไพร่ฟ้าชาวอยุธยาในสมัยนั้น ลักษณะเนื้อตัวและการพูดไม่เหมือนกับเราในปัจจุบันเท่าไหร่ ภาษาพื้น ๆ เหน่อ ๆ เข้าใจยาก  ฟันดำเพราะกินหมาก และไม่ค่อยอยากจะสุงสิงกับพวกเรา(ชาวต่างประเทศ) กลัวโดนลงโทษ ถึงแม้ว่าในยุคสมัยนี้จะดูมีอิสระในการค้าขาย และการเดินทางมากขึ้นกว่าแต่ก่อนก็ตาม  แต่ก็จำกัดด้วยระบบการจัดการไพร่ – ทาส การสังกัดมูลนาย ซึ่งเป็นระบบการปกครองแบบจารีตโบราณในสมัยนั้น

            ถึงตอนนี้ พักเหนื่อยกันซักนิด เราคงจะต้องใช้แผนที่ เพื่อกำหนดจุดท่องเที่ยวในพระนครให้ชัดกว่าเดิม จากที่เราเดินเตร็ดเตร่กันมาตั้งนาน ผมเลือกไว้  12 แห่ง ครับ แล้วหากใครอยากจะมาเที่ยวย้อนอดีตกันอีก ก็ช่วยเขียนความเห็นสนับสนุนด้วยนะครับ (Check ผู้สนใจ)

             จุดที่  1 พระบรมหาราชวัง  จริง ๆ แล้วฝรั่งอย่างพวกเรา (ขำ) ก็ห้ามเข้าไปภายในกำแพงวัง จะเข้าได้ก็เฉพาะนางในและโขลนทวาร (หญิงตัวใหญ่แข็งแรง ทำงานในวัง) เจ้านายและเชื้อพระวงศ์   ส่วนขุนนางและชาวต่างประเทศ เมื่อจะเข้าเฝ้า ก็จะผ่านเข้าทางประตูโขลน ด้านนอกเป็นทหารหลวงชาย ด้านในเป็นจ่าโขลนหญิง อาวุธและของน่ากลัวที่นำมาด้วยจะถูกยึดไว้ คานหามและผู้ติดตามก็ให้รออยู่ด้านนอกกำแพงวัง

             ในวังหลวงจะมีวัดพระศรีสรรเพชญเป็นวัดประจำพระวัง หรือ เป็นหอพระแก้วของพระนคร อันได้พระศรีสรรเพชญ พระพุทธรูปทองคำขนาดใหญ่ ฝรั่งแชรแวส ชาวฝรั่งเศสที่เข้ามาก่อนเราเขาเห็น เขาบอกว่าเป็นพระพุทธรูปนั่ง ต่างจาก ในประวัติศาสตร์ไทยของเราเขาไม่เห็น สืบจากคำบอกเล่าเขียนว่าเป็นพระพุทธรูปยืน ไม่รู้จะเชื่อใครดี ?  

             เจดีย์สีทององค์ใหญ่โดดเด่นของวัดพระแก้วที่กรุงเทพมหานคร สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 ก็ลอกแบบมาจากวัดพระศรีสรรเพชญโดยตรงนี้แหละครับ สื่อความหมายมหามงคลว่า ความเป็นกรุงศรีอยุธยา ที่ถูกทำลายไปในสงครามปี 2310นั้น  ได้กลับคืนมาแล้ว ที่กรุงเทพมหานคร นี่เอง 

 

              พระที่นั่งสรรเพชญปราสาท เป็นพระที่นั่งท้องพระโรงเช่นเดียวกับพระที่นั่งวิหารสมเด็จ เอาไว้สำหรับว่าราชการของพระมหากษัตริย์ ขุนนางระดับออกญาหรือเจ้าพระยา และเจ้าฟ้าทรงกรมทั้งหลาย จะเข้าเฝ้าภายในปราสาท ส่วนขุนนางระดับล่างลงมาจะหมอบกราบอยู่ภายนอก บริเวณหน้ามุขสีหบัญชร

 

 

          หลังจากที่พระนารายณ์ นำปืนใหญ่และไพร่ทหารจากวังหน้ายิงถล่มวังหลวงและเข้าชิงราชบัลลังก์จากพระเจ้าอาพระศรีสุธรรมราชาแล้ว ได้มีการ Modify พระที่นั่ง ตำหนักต่าง ๆ  รวมทั้งการวางระบบน้ำประปาและสร้างพระนั่งสุริยาศมรินทร์ ขึ้นใหม่ พระที่นั่งองค์นี้เป็นที่โปรดปรานของพระเจ้าเอกทัศน์ พระมหากษัตริย์พระองค์สุดท้ายของกรุงศรีอยุธยา ซึ่งทรงชอบออกว่าราชการที่พระนั่งนี้เป็นประจำ จึงได้ชื่อเรียก(อย่างสนิทสนม)ว่า “สมเด็จพระที่นั่งสุริยาศมรินทร์” จากเหล่าพระญาติพระวงศ์และขุนนางชั้นผู้ใหญ่

 

 

2   ระบบประปาของพระราชวัง  รากฐานการประปามีมาตั้งแต่ครั้งสมเด็จพระนารายณ์ ที่ได้รับเทคโนโลยีมาจากชาวฝรั่งเศสโดยตรง โดยใช้แรงงานไพร่-ทาส ระบบกังหัน ระหัดวิดน้ำและท่ออัดน้ำล้น  ผันน้ำจากแม่น้ำลพบุรีริมพระราชวังเข้ามาสู่ถังเก็บน้ำขนาดใหญ่ 2 จุด  แล้วปล่อยน้ำลงในระบบท่อดินเผา ไปสู่ตำหนักต่าง ๆ (เชื่อว่ายังไม่มีการผสมคลอรีนเพื่อการฆ่าเชื้อโรค) ส่วนไพร่ฟ้าทั้งหลาย ก็ใช้น้ำจากคูคลองหนองบึงตามปกติ เรื่องโรคติดต่อไม่ต้องพูดถึง เป็นกันประจำ ตายเป็นเบือ โดยเฉพาะโรคเกี่ยวกับทางเดินอาหาร อหิวาตกโรคหรือโรคห่า นี่แหละตัวดี

 

 3   อู่เรือหลวง อยู่ตรงข้ามพระราชวัง  ตรงปากคลองคูไม้ร้อง แถววัดเชิงท่า เป็นที่ตั้งของตลาดน้ำขนาดใหญ่และเป็นอู่เรือพระที่นั่ง จากหลักฐานคำให้การ มีจำนวนเรือพระที่นั่งมากกว่า 50 ลำ  มีชื่อต่าง ๆ  มากมาย “...... ศีศะพระครุธพาหนะ อสุราวายุภักษ ศีศะหงษพาหนะ (สุพรรณหงส์)  ครุธพาหนะ  แก้วจักรมณี  สุวรรณจักรรัตนพิมานไชย  สุวรรณพิมานไชย สาลิกาล่องลม เอกไชย สินธุประเวศ รัตนพิมานอำมเรศ ฯลฯ ......”  ในคราวเสียกรุงปี 2310  เรือพระที่นั่งถูกทำลายทั้งหมด

ภาพ หัวเรือพระที่นั่งรูปครุฑ ที่จมอยู่ในคลองหน้าวัดเชิงท่า

 

4  วัดมหาธาตุ เป็นวัดที่มีความสำคัญที่สุดของกรุงศรีอยุธยา ร่องรอยหลักฐานที่เหลืออยู่ แสดงให้เห็นว่า บริเวณวัดมหาธาตุ วัดพระรามและวัดราชบูรณะ น่าจะเคยเป็นที่ปราสาทแบบเขมรโบราณ ตั้งแต่ราวพุทธศตวรรษที่ 16 และเป็นอโรคยศาลาในพุทธที่ 18 ก่อนการเปลี่ยนแปลงศาสนาและผู้ปกครองกลุ่มใหม่ ดัดแปลงให้ปราสาทกลายเป็นปรางค์ในคติ”พระมหาธาตุ” ในพุทธศตวรรษที่ 20 ร่องรอยของหินทรายสีเทา ที่เคยนำมาใช้เป็นโครงสร้างของปราสาท ได้ถูกรื้อเป็นก้อน ๆ และดัดแปลง สลักเป็นชิ้นส่วนของพระพุทธรูปขนาดเล็กใหญ่ กระจายตัวอยู่ในวัดและวัดใกล้เคียง

           พระปรางค์วัดมหาธาตุ พังถล่มลงมาในช่วงปลายสมัยของรัชกาลที่ 6 หลังจากที่มีการลักลอบขุดกรุวัดราชบูรณะ จึงมีการขุดกรุวัดมหาธาตุเพื่อป้องกันการลักลอบขุดหาสมบัติ พบพระบรมสารีริกธาตุและเครื่องทองชั้นสูงอันเป็นพุทธบูชาโดยพระมหากษัตริย์ในสมัยแรกบรรจุ ปัจจุบันพระบรมสารีริกธาตุอันสูงค่าสมัยกรุงศรีอยุธยา ถูกนำมา “จัดแสดง” อยู่ในพิพิธภัณฑ์แห่งชาติสามพระยา


5   ป้อมประตูข้าวข้าวเปลือก เป็นป้อมประตูน้ำ (ไม่ใช่ประตูบก) ปากคลองข้าวเปลือก (ปัจจุบันหลงเหลือซากโบราณสถานอยู่ริมถนนรอบเกาะและในเขตวัดราชประดิษฐ์ ) ปากคลองข้าวเปลือกเป็นย่านการค้าชั้น “ไฮโซ” มีตลาดที่มีผู้คนขวักไขว่ เรือใหญ่น้อยพายแจวเบียดไปมาบรรทุกผลผลิตมาแลกเปลี่ยนและค้าขาย คลองนี้เป็นเส้นเลือดสำคัญเพราะเป็นเส้นทางบรรทุกเข้าของข้าวเปลือกเหลืองทองสุกอร่ามจากท้องทุ่งเจ้าพระยาทางทิศเหนือ ลัดเลาะตามคลองลงมาทางใต้ยังบ้านสีข้าว บ้านข้าวสาร ก่อนที่จะกลายเป็นแกลบข้าว บรรทุกเรือออกไปยังประตูแกลบ ไปออกยังคลองแกลบทางทิศตะวันตกของพระนคร

6   กรุงศรีอยุธยาก็มีเสาชิงช้าเช่นเดียวกับเสาชิงช้าที่กรุงเทพฯ เป็นชุมชน ย่านผลิตและตลาดการค้าของผู้นับถือเทพเจ้าในศาสนาพราหมณ์ ฮินดู มีชื่อต่าง ๆ  เช่น “.....ตลาดศาลพระกาฬ  ตลาดชีกุนตลาดบ้านพราหมณ์ บ้านช่างเงิน  บ้านหล่อพระ ฯลฯ....”  

7   ถนนหลวงกลางพระนคร ชื่อ มหารัฐยา สร้างด้วยอิฐปูพื้นลายก้างปลา เป็นเส้นทางนำเข้าสินค้าหรูหราและอาวุธสมัยใหม่จากต่างประเทศเข้าสู่พระบรมหาราชวัง ใช้ในการต้อนรับราชทูตและพ่อค้าชาวต่างประเทศ ที่อนุญาตให้เข้าพระนครได้เฉพาะทางประตูไชย (อยู่ปลายถนนทางทิศใต้ของเกาะเมือง) เท่านั้น นอกจากนี้ใช้ในกระบวนแห่พยุหยาตราทางบก ขบวนกฐินหลวงพระราชทาน ขบวนแห่นาคหลวง ขบวนแห่พระบรมศพ

8 ย่านชุมชนชาวจีน อยู่ทางตอนใต้ของเกาะเมือง แถวคลองสวนพลู ส่วนภายในพระพระนคร อยู่บริเวณประตูในไก่  ประตูคลองจีน ย่านนี้เป็นที่ครึกครื้นและวุ่นวายมากที่สุดในพระนคร เพราะเป็นท่าเรือใหญ่ เป็นที่จอดสำเภา (สำเภาสลุปกำปั่น) ของชาวตะวันตก จีน ที่เข้ามาทำการค้ากับอโยธยา

           มีป้อมเพชรและป้อมเกาะแก้วเป็นป้อมปืนใหญ่ที่ทันสมัยที่สุด คอยดักไม่ให้เรือทะเลชาวต่างประเทศสามารถรุกล้ำเข้าไปคูเมือง ที่สามารถแล่นเรือไปถึงพระบรมหาราชวังได้

ภาพ ป้อมมหาไชย กรุงเทพ สร้างในแบบเดียวกับป้อมมหาไชยที่กรุงศรีอยุธยา

 

         ชุมชนชาวจีน มีย่านการผลิตและการค้าขนาดใหญ่ มีตึกอาคารสร้างด้วยอิฐถือปูนเป็นคลังสินค้ามากมาย ทะลักเข้าไปในพระนคร และด้วยเป็นที่รวมของพ่อค้านานาชาติ จึงมีสินค้าหลากหลายชนิด “... เครื่องสำเภา เครื่องทองเหลือง ทองขาว กระเบื้อง ถ้วยโถโอชาม ผ้าแพรสีต่าง ๆ อย่างจีน ไหมสีต่าง ๆ  เครื่องมือเหล็กและสรรพเครื่อง อาหารและผลไม้มาแต่เมืองจีน  มีของสด สุกร เป็ด ไก่ ปลาทะเล ปู หอย ขนมจีน ขนมเปี๊ยะ ขนมโก๋ เครื่องจันอับ ขนมแห้งจีน สุรา เส้นหมี่แห้ง......แขกจามนำน้ำตาลทราย น้ำตาลกรวด สาคูเม็ดใหญ่เม็ดเล็ก กำมะถัน จันทน์แดง หวายตะค้า กระแซง เคย มาขาย..... ”

 

          ประตูหอย เป็นย่านตลาดการค้าอาหารทะเลของชาวพระนครอันขึ้นชื่อ  “.......มีเรือลูกค้าชาวเล มาจอดขายหอยแมงพู่ หอยตะพง ปูทะเล แมงดา ปลาทะเลย่างและสดบ้าง ชาวยี่สาร บ้านแหลมเมืองเพชร บ้านบางตะบูน นำ กะปิ น้ำปลา ปูเค็ม ปลากุเลา ปลากะพง ปลาทู ปลากะเบนย่าง มาจอดเรือขายแถวท้ายวัดพนัญเชิง.....”

          ตลาดน้ำบ้านน้ำวนบางกะจะ ตั้งอยู่หน้าวัดพนัญเชิง วัดนี้สร้างขึ้นในรัชสมัยของพระนเรศวรราชาธิราช  ก็อีกนั่นแหละ ประวัติศาสตร์ไทยยกไปให้พระเจ้าสายน้ำผึ้งเป็นผู้สร้างโดยใช้ ”ตำนาน” เรื่องนางสร้อยดอกหมาก ผสมกับกับพงศาดารเหนือ แต่หลักฐานของชาวต่างประเทศที่เข้ามาในยุคสมัยนั้นกลับกล่าว่า พระองค์(พระนเรศ)โปรดให้สร้างพระพุทธรูปกลางแจ้ง ขึ้นที่วัดพะนางเชิง ก็ไม่รู้จะเชื่อใครดี ?

9  แม่น้ำป่าสัก เป็นคูเมืองทิศตะวันออก ในยุคที่เรามาเยือนนี้ มีขนาดกว้างกว่าในปัจจุบันประมาณ 2.5 เท่า แม่น้ำป่าสักแต่เดิมเป็นคลองขุดขนาดเล็กเพื่อใช้เป็นคูเมือง แต่กระแสน้ำป่าของแม่น้ำรุนแรงมากในหน้าน้ำหลาก ได้เปลี่ยนทิศของแม่น้ำป่าสักเดิม ให้ไหลมาทางคลองขุด ขยายเป็นแม่น้ำใหญ่

  

10 ย่านชาวต่างประเทศ  บริเวณทิศใต้ของเกาะเมือง เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวต่างประเทศที่เข้ามาติดต่อการค้ากับสยามตั้งแต่ในสมัยพระรามาธิบดีที่ 2  มีหมู่บ้านชาวโปตุเกส ชาวฮอลันดา ชาวฝรั่งเศส ชาวญี่ปุ่น และสถานีการค้าของ VOC ( สถานีการค้านี้ภายหลังอังกฤษเข้ามาถือหุ้นใหญ่และพัฒนากลายเป็นบริษัท อีสต์อินเดีย)  

 “.......ครั้นถึงฤดูลมสำเภาพัดเข้ามาในกรุง เป็นมรสุมเทศกาลพวกลูกค้าพานิชสำเภาจีน และลูกค้าแขกสลุปลูกค้าฝรั่งกำปั่น ลูกค้าแขกกุศราชและพวกลูกค้าแขกสุรัด แขกชวามลายู แขกเทศฝรั่งเศส ฝรั่งโลกสง โปตุเกศ วิลันดา สเปน อังกฤษ และฝรั่งดำ ฝรั่งเรือรังกุนี แขกเกาะ เป็นพ่อค้าพานิชคุมสำเภาสลุปกำปั่นแล่นเข้ามาทอดสมออยู่ท้ายคู ขนสินค้าขึ้น มาไว้บนตึกห้างในกำแพงพระนครกรุงศรีอยุธยาตามที่ของตนซื้อและเช่าต่าง ๆ กัน เปิดร้านห้างตึกขายของตามเพศตามภาษา....”

 

11  คลองตะเคียน  เป็นที่ตั้งของอู่เรือรบทางทะเล แสงยานุภาพทางทะเลของกรุงศรีอยุธยาในยุคสมัยนี้ มีขึ้นเพื่อการคุ้มครองขบวนเรือสินค้าข้าวและสินค้าป่าจากสยามที่ไปขายยังมณฑลฟูเจี้ยนของราชวงศ์ชิง  ซึ่งต้องผ่านน่านน้ำที่มีโจรสลัดอันนัมและตังเกี๋ยที่โหดร้าย คอยปล้นสดมภ์ การค้าข้าวทางทะเลนำมาซึ่งรายได้และผลประโยชน์มหาศาลในช่วงปลายกรุงศรีอยุธยา นี่แหละคือที่มาของความร่ำรวยและรุ่งโรจน์ของกรุงศรีอยุธยา จนพม่าอังวะอิจฉาต้องยกทัพมาปล้นชิง

 

ภาพ เรือสำเภา 2 ใบของชาวอยุธยา

12  ปากคลองขุนละครไชย  เป็นชุมชนชาวจีน ทางทิศใต้ของเกาะเมือง ตามคำให้การฉบับหอหลวงกล่าวว่า  “......มีหญิงละครโสเภณี ตั้งโรงอยู่ท้ายตลาด “ รับจ้างทำชำเราแก่บุรุษ” ตลาดนี้เป็นตลาดใหญ่ใกล้ทางเรือแลทางบก มีตึกกว้านร้านจีนมาก ขายของจีนมากกว่าของไทย มีศาลเจ้าจีนศาลหนึ่งอยู่ท้ายตลาด.......”  

          หญิงละครโสเภณี ไม่ใช่คนระดับล่าง ๆ หรือขายบริการกับใครก็ได้นะครับ แต่เป็นถึง ”ลูกสาว” ของมูลนาย ขุนนาง รวมทั้งคหบดีชาวจีน ที่ใช้ลูกสาวให้ความสุขสำราญผ่านการละครกับเจ้านาย ขุนนางและเชื้อพระวงศ์ที่สูงยศและทรัพย์สมบัติกว่า เพื่อการไต่”เต้า”ไปสู่อนาคต

  

                ตึ๊ด ตึ๊ด .....ตู๊ด ตู๊ด.......เสียงเตือน หน้ากระดาษยาวไปแล้ว Time Machine จึงพากลับมาอย่างรวดเร็ว....อัตโนมัติ เรื่องราวย้อนอดีตอีกมากมายที่มหาราชธานีกรุงศรีอยุธยา ยังไม่ได้บอกเล่า น่าเสียดาย .......... ต้องรอ Set เครื่อง(Blog)ใหม่อีกครั้ง   แต่ เอ..... ใครจะไปกับผมบ้างล่ะครับ........ช่วยบอกด้วย...พอชื่นใจ




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
CoOliO วันที่ : 16/07/2007 เวลา : 15.11 น.

ชอบรูปแบบในการเล่าเรื่องครับ อ่านแล้วเห็นภาพความเจริญของประเทศไทยในอดีตได้

จะติดตามต่อไปนะครับ ขอบคุณมาก

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
Dogstar วันที่ : 16/07/2007 เวลา : 11.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dogstar

ตามมาอ่านเรื่องอื่นๆที่โพสต์ไว้นะคะ
เรื่องที่เขียนอ้างอิงตามประวัติศาสตรือ่านสนุกไม่เครียด
และไม่เบื่อหน่าย เพียงแต่....
เวลาจบบันทัดข้อความจะขาดหายไป
ทําไงดี? เขียนอีกนะคะจะตามมาอ่าน
มีทั้งเศร้าใจและภูมิใจในอดีตอันรุ่งเรืองและรํ่ารวย
ไปด้วยประวัติศาสตร์และอารยธรรม
ว่างๆลองวิจารณ์อารยธรรมยุครัตนโกสินทร์ให้อ่านกันบ้างนะคะ

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
ศุภศรุต วันที่ : 15/07/2007 เวลา : 23.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/voranai
เรื่องราวหลากหลายในมุมมองของนักวิชากวน

ขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมเที่ยวชมครับ
คราวหน้าจะพาย้อนไปสัมผัส เรื่องราวแห่งราชสำนักโบราณแห่งเมืองพระนคร
ไปจีบสาวสวยที่มาของ"อัปสรา"กันครับ

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
เด็กชายม่อน วันที่ : 07/07/2007 เวลา : 17.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hohmokland

อ่านแล้วนึกภาพตามสนุกดีครับ..ว่าแต่ ช่วยทำฉบับเต็มนี่จะโอเชมากมาย..อิอิ จะติดตามครับ

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
ราษีไศล วันที่ : 07/07/2007 เวลา : 14.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/motorcyrubjang
ณ บ้านดวนน้อย ราษีไศล ศรีสะเกษ twitter : @motorcyrubjang / facebook.com/motorcyrubjang  

แวะมาชวนไปเที่ยวน้ำตกครับผม

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
สามจอ วันที่ : 06/07/2007 เวลา : 21.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SamJaw
ชัตเตอร์ด้านได้อายอด   : เราฆาตกรรมต้นไม้เพียงเพื่อนำมันมาใช้ทำหนังสือพิมพิ์เลวๆ เจมส์ จี วัตต์ จากหนังสือ A DAY เพิ่มเติมเป้าต้องแสนห้า นะ  

ถ้าไม่ถุกเผาก็ผุไปตามสภาพ แต่ก็คงสวยงามกว่าปัจจุบัน แต่ในเมื่อ วัดก็เป็นที่เคารพของชาวพุทธ ซึ่งพม่าก็เป็นพุทธจะกล้าเผาวัดจริงหรือ!!!

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
นายไขเคว็ดบ้านโคกหม้อ วันที่ : 06/07/2007 เวลา : 20.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khokmaw
ตำบลชายคลอง บ้านโคกหม้อ : พันธะชีวา นยะสหคาม (Community Life)

อยุทธยา งามอลังการเสมอครับ

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
ในนามสุรินทร์สโมสร วันที่ : 06/07/2007 เวลา : 18.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/surin-samosorn
สุรินทร์สโมสร

สุรินทร์สโมสรแวะมาอ่าน แวะมาเยี่ยม และแวะมาชม น่าตื่นตาตื่นใจมาก

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 06/07/2007 เวลา : 15.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 

ขอบคุณสำหรับ ภาพและข้อมูลค่ะ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
กรรมกรหุ้น วันที่ : 06/07/2007 เวลา : 13.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/keng13
กรรมกรหุ้น

ไม่น่าถูกเผาเลย

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
คน(ผี)ทะเล วันที่ : 06/07/2007 เวลา : 13.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/seaman-57

ไปเยือนเมืองโบราณอยุธยามาตั้งแต่เด็กๆ
ชอบมากชอบไป
ทุกวันนี้ยังแวะไปหากมีโอกาส
คิดถึงอดีตอันยิ่งใหญ่ของซากปรักหักพัง
คงจะอลังการ์นาดู

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
mr.koe วันที่ : 06/07/2007 เวลา : 11.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nammon
*ก า ร เ ดิ น ท า ง ข อ ง นั ก ถ่ า ย ภ า พ ส มั ค ร เ ล่ น บ้ า น น อ ก ! ! !

ชอบครับ...กดให้..1 โหวต..

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
falcon วันที่ : 05/07/2007 เวลา : 21.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/falcon
"ศิลปะอยู่เหนือพลัง ผู้ใดทิ้งศิลปะย่อมเอาตัวไม่รอด" บาจรีย์ เขตร ศรียาภัย

เห็นภาพเลยครับพี่โดราเอมอน
รอบหน้า ไปด้วยแน่นอน

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
pook วันที่ : 05/07/2007 เวลา : 20.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pook17
 Never complain. Never explain.

ได้ความรู้เพียบเลย
เขียนอีกนะคะ จะรออ่าน

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
กวินทรากร วันที่ : 05/07/2007 เวลา : 18.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tao

มาอ่านครับ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
เจเจค่ะ วันที่ : 05/07/2007 เวลา : 17.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jj
Completely support 137 


หนูไปด้วยนะคะ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 05/07/2007 เวลา : 16.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ยอดเยี่ยมจริงๆครับ ขออนุญาตให้โหวตนะครับ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
อรุณ วันที่ : 05/07/2007 เวลา : 16.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thinking-aloud

น่าสนใจชวนให้ติดตามอ่าน

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
นายไก่ย่าง วันที่ : 05/07/2007 เวลา : 15.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/KAIPOP

ชอบๆ.แล้วจะตามอ่านนะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
เก่งกิ่งไผ่ วันที่ : 05/07/2007 เวลา : 14.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pharichaidaoudom

ชอบมากเลยครับได้ความรู้มากขึ้นบอกตามตรงผมเป็นชาวอยุธยาแท้ ๆ เพิ่งรู้วันนี้เองนะเนี่ยะเอาอีกจะรออ่าน

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
BlackandWhite วันที่ : 05/07/2007 เวลา : 13.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/blackandwhite



นั่งอ่านมานาน เกือบกลับ Time Machine ไม่ทันแนะครับ

รายละเอียดสุดยอดครับ เอามาลงอีกนะครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ปลิวลม วันที่ : 05/07/2007 เวลา : 13.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pliewlom

ชอบมากค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
เรือรบเมืองมั่น วันที่ : 05/07/2007 เวลา : 13.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ruarob

ความรู้สึกระคนกันครับเมื่องมองถึงซากแห่ง"นครที่ไม่เคยพ่ายแพ้การยุทธ์" แห่งนี้ เศร้าใจที่เหลือแต่สิ่งที่พังภินทรื แต่ก็ภูมิใจที่มันยังเหลืออยู่ให้เรารู้ถึงความยิ่งใหญ่ในอดีตของรากเหง้าเรา

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

งานวันผู้ไทโลก ครั้งที่ 8

งานวันผู้ไทโลก เท่อที่ 8 "พระธาตุศรีมงคลงามสง่า บูซาเจ้าปู่มเหศักดิ์ โฮมฮักผู้ไทโลก" วันที่ 4 - 6 เมษายน 2560 ณ อำเภอวาริชภูมิ จังหวัดสกลนคร

View All
<< กรกฎาคม 2007 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        



[ Add to my favorite ] [ X ]