• ศุภศรุต
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : jeabvoranai@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-28
  • จำนวนเรื่อง : 230
  • จำนวนผู้ชม : 2554097
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1574 คน
วรณัย พงศาชลากร
เรื่องราวทางมานุษยวิทยา ประวัติศาสตร์ โบราณคดี สหวิทยาการและมุม Gossip
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/voranai
วันเสาร์ ที่ 4 สิงหาคม 2550
Posted by ศุภศรุต , ผู้อ่าน : 4362 , 16:12:18 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

            อาทิตย์ที่ผ่านมา ผมได้ตะลอนทัวร์กับผู้สนใจกลุ่มหนึ่งไปยังเส้นทางสายอีสานใต้อีกครั้ง จากจังหวัดสุรินทร์ ไปยังอำเภอกาบเชิง เป็นที่ตั้งของช่องเข้า ”ช่องจอม”  เส้นทางเก่าแก่ระหว่างหุบเขาจากเขมรล่างมายังเขมรสูงของอีสานใต้ในอดีต

..

          ติดกับอำเภอช่องจอม จังหวัดสุรินทร์ จะเป็นอำเภอสำโรง จังหวัดอุดรมีชัย ของประเทศกัมพูชา ซึ่งทั้งสองประเทศได้ตั้งด่านจุดผ่านแดนถาวรขึ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ

..

        ที่ว่าเรียบร้อย เพราะเมื่อหลายปีที่แล้วที่ผมเคยได้แวะไปตะลอน ตอนนั้นช่องจอมยังเป็นด่านแบบจุดผ่อนปรนชั่วคราวอยู่ เราต้องเดินทางผ่านเขต " No MAN Land"  อันหมายถึงเขตปลอดทหาร ข้ามไปเที่ยวชมสินค้าพื้นเมืองและของหนีภาษี รวมทั้งของจากป่าสด ๆ  ... ( ไอ้ที่ยังไม่ตายก็มี ) ในตลาดเล็ก ๆ ฝั่งตรงข้าม บรรยากาศการเที่ยวต่างประเทศ ( พูดซะหรูเลย )ในช่วงนั้นสนุกสนานมากครับ เพราะมีรถเข็นและรถตุ๊กคันเล็ก ลำเลียงคนผ่านเขตปลอดทหาร จำได้ว่าคนละ 20 บาท

..

         วันนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปหมดแล้ว ถนนลาดยางมะตอยอย่างดี จากตัวจังหวัดไปจนถึงด่านช่องจอม ส่วนในฝั่งของกัมพูชา ก็มีการพัฒนาบ้านเมืองเป็นตลาดใหญ่และมีคนไทยร่วมทุนกับ "ผู้ใหญ่"  เปิดบ่อนคาสิโนในฝั่งประเทศกัมพูชา 2 แห่งมีชื่อว่า   โรยัล ฮิลล์ กับ โอเสม็ดรีสอร์ท โดยแต่ละวันจะมีรถตู้โดยสารของบ่อนคาสิโน มาจอดรองรับคนไทยที่จะเดินทางเข้าไปเสี่ยงหายนะ(หรือรับโชค) จากการพนัน รอรับหมู อู๊ด ๆ อยู่ทุกวัน บริเวณหน้าประตูทางออกของฝั่งกัมพูชา

.

         ข้าราชการของฝั่งไทยเป็นลูกค้าชั้นดีครับ พี่ที่ด่านเล่าว่า พอผู้ใหญ่สั่งให้นำเอากล้องทีวีวงจรปิดมาติดตั้ง เพื่อจับภาพบุคคลเข้า - ออกประเทศในช่วงวันเงินเดือนออกและต้นเดือน ข้าราชการในท้องถิ่นก็เริ่มหายหน้ากันไป เห็นว่ากลัวจะดังเกินไป กลัวเป็นดารา คล้ายกับน้องเจี๊ยบ WHERE ARE YOU

.

         วันนั้น กรุ๊ปของผมก็อยากจะข้ามไปเที่ยว  แต่ด้วยข้อมูลเก่าผมคงล้าหลัง เขต NO MAN LAND คงจะยกเลิกไปแล้ว ด่านที่นี่จะต้องใช้พาสปอร์ตในการทำเรื่องขอข้ามแดนตามปกติ  หลายคนในคณะไม่ได้พกเอาพลาสปอร์ตมา ก็เลยได้แต่ตัดพ้อผม ทั้งทางตรงและทางอ้อม

..

         แต่ในใจของผมกลับคิดว่าเป็นโชคดีครับ ที่ผมจะได้ไม่ต้องพาใครไป "อิบหอ๋าย" กับเรื่องพรรณอย่างนี้ ส่วนใคร  " Want "  มาก ก็ให้มากันเองในคราวหน้าล่ะกัน โปรแกรมนี้ผมจะพาไปตะลอนเที่ยวทางประวัติศาสตร์ โบราณดคีนะครับ

..       

       ประวัติศาสตร์ โบราณคดีของคนนอกกรอบอย่างผม ก็คงแตกต่างไปจากตำราโบราณคดีและ Brochures ท่องเที่ยวไปหลายอย่างหลายเรื่อง ก็แล้วแต่จะเชื่อนะครับ เอาสนุกเมื่อได้เที่ยวจะดีกว่าจะไปจำอะไรน่าปวดหัวนัก!!!

..

         กลุ่มปราสาทบ้านตาเมือน อยู่ห่างจากแยกอำเภอปราสาทไปประมาณ 40 กิโลเมตร ก็ต้องมีความตั้งใจที่จะเข้าไปเที่ยวชมกันจริง ๆ ถึงจะเดินทางแยกเข้าไป เพราะเขตนี้เคยเป็นเส้นทางอันตราย เปลี่ยวและเป็นเส้นไปสุดทางตัน

...

        สมัยก่อนแถวนี้เป็นที่ตั้งค่ายพักของผู้อพยพชาวเขมรแดง ที่รัฐบาลไทยให้การคุ้มครองตั้งค่ายอพยพและดูแลอย่างดี .....ส่วนที่ไม่ดีไม่ต้องไปพูดถึงหรอก มันเยอะมาก!!!

.

           กลุ่มปราสาทตาเมือน เป็นกลุ่มปราสาทในพื้นที่สำคัญขนาดใหญ่ของช่องเขาที่เป็นจุดพักหรือเชื่อมโยงเส้นทางติดต่อระหว่างเขมรสูง(อีสานใต้) และเขมรล่าง (ในเขตกระเทศกัมพูชา)มาตั้งแต่สมัยโบราณนานนม...

.

         กลุ่มปราสาทตาเมือน มีปราสาทสำคัญอยู่สามปราสาท ปราสาทแรกที่พบเห็นของเส้นทางเดินรถ คือปราสาทตาเมือนและปราสาทตาเมือนโต็จ ส่วนปราสาทสุดท้ายปลายทางติดกับชายแดนกัมพูชา คือปราสาทตาเมือนธม “ธม” แปลว่า"ใหญ่"จึงหมายความว่าปราสาทตาเมือนธมก็คือปราสาทที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่มครับ

.....
          ที่ปราสาทตาเมือนธมจะมีหน่วย ตชด. ตั้งฐานอยู่ เพื่อดูแลความปลอกภัย ชายแดนและกลายมาเป็นผู้อำนวยความสะดวกในการท่องเที่ยวจำเป็น เมื่อมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามามาก ยิ่งในสมัยการท่องเที่ยวกู้ชาติกำลังรุ่งนี้แล้วด้วย!!!

..

           ปราสาทตาเมือนโต๊จ เป็นธรรมศาลาทางศาสนา  ที่พักคนเดินทางทางเศรษฐกิจ  ด่านตรวจคนเข้าเมืองทางการปกครอง และ อโรคยศาลาในทางการดูแลพสกนิกร มีลักษณะโครงสร้างที่แตกต่างไปจากปราสาทหินยุคเดียวกัน ด้วยทำหน้าที่เป็นเหมือนอาคาร จึงมีมุขปราสาทที่ยาวออกมา มีหน้าต่าง 5 บาน ปลายมุขเป็นหน้าจั่ว แต่คงพังไปหมดแล้ว

..

.

     การวางโครงสร้างของโถงมุขอาคารปราสาทนี้ เป็นลักษณะพิเศษ แต่ก็ไม่คงทนหากเกิดแผ่นดินไหว จารึกที่พบที่นี่บอกว่า เป็น"ธรรมศาลา" เพื่อเป็นที่พักของคนเดินทาง

.

     ผมสังเกตที่ทับหลังส่วนหน้าสุดของมุขโถงอาคาร ก็พบกับ"ทับหลัง"ที่น่าสนใจ ที่บอกเล่าเรื่องราวของประวัติศาสตร์และของปราสาทหลังนี้ได้มากมาย

.

.

         ทับหลังนี้ จัดเป็นศิลปกรรมแบบเขมร(ขอม)โบราณ ในศิลปะแบบปราสาทบายน ในรัชสมัยอันรุ่งเรื่องสุดขีดของอารยธรรมยุคพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ในพุทธศตวรรษที่ 18 ที่ทรงสถาปนา "อโรคยศาลา"จำนวน 102 แห่ง พร้อมส่งพระพุทธรูปประจำทุก "สุคตาลัย" (ศาสนสถานของโรงพยาบาล) ทั่วพระราชอาณาเขต ตามจารึกที่พบในปราสาทพระขรรค์ในเขตจังหวัดเสียมเรียบ ประเทศกัมพูชา

..

          ในสมัยของพระองค์ อารยธรรมเขมรหรือขอมโบราณมีคตินิยมในปรัชญาของศาสนาพุทธนิกาย"วัชรยาน" หลายคนก็หลงไปเป็นลัทธิ"มหายาน"กันเป็นประจำ

..

         มหายานกับวัชรยานต่างกันมากครับ เพราะวัชรยาน คือพุทธนิกายที่ไปเอาลัทธิตันตระของพระเวทในศาสนาฮินดูมาใช้ ในขณะที่มหายาน ไม่ได้ใช้

.

        ภาพสลักดังกล่าวหากสังเกตดี ๆ นะครับ จะเห็นพระพุทธเจ้าในมุมมองของเรา นั่งปางสมาธิ และมีอะไรกลม ๆ อยู่ในมือ

.

        ในมือนั้นก็คือ "หม้อยา" หรือ "หม้อมงคล" เพื่อการรักษาความมืดมนของชีวิต พระองค์นี้จึงเป็นพระพุทธเจ้าเพื่อการรักษาโรคภัย อันเป็นความนิยมเฉพาะในสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 และในศาสนาวัรยานของธิเบตและเนปาลครับ

.

        พระองค์นี้มีชื่อว่า "พระไภษัชยคุรุไวฑูรยประภา" พระพุทธเจ้าเพื่อการรักษาโรคและจิตใจของนิกายวัชรยานเขมรในพุทธศตวรรษที่ 18 

.

         ซึ่งในศาสนาสถานที่สร้างขึ้นเพื่อจุดประสงค์เดียวกัน จะมีรูปพระไภษัชยคุรุนี้ทุกแห่ง ในรูปแบบต่าง ๆ ที่สำคัญ หากสังเกตด้านข้างของรูปสลักองค์พระ ท่านจะเห็นรูปสลักของบุคคลชายหญิงนั่งไหว้อยู่ทั้งซ้ายและขวา ในพลิ้วลวดลายพฤกษา นั่นหมายถึง"ประชาชน"

.

      และนี่คือหลักฐานความเป็น"ประชาชน"ครั้งแรก ที่พบในรูปสลักแห่งเทพเจ้ารูปสลักที่ไม่เคยเปิดโอกาสให้รูปของคนชั้นล่างสุด คนที่ไม่ได้เป็นเทพบนสรวงสวรรค์มาอยู่ในรูปมงคล ... แต่ในยุคสมัยนี้ เชื่อแน่ว่าประชาชนของอาณาจักร มีความสงบและมีความสุขสมบูรณ์ในระดับหนึ่ง.... บ่งบอกผ่านรูปสลักของทับหลังแห่งนี้

.

         พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ใช้คติวัชรยานเพื่อการปกครองคนในราชอาณาจักรครับ มหาราชาผู้ยิ่งใหญ่ในคัมภีร์ทางศาสนาของพราหมณ์ที่ส่งต่อมายังวัชรยาน คือมหาราชาที่ต้องดูแลเรื่องสำคัญสองอย่างของพสกนิกร ก็คือ น้ำ และ สุขภาพหรือโรคภัย ครับ

. 

       พระองค์จึงได้รับสมญานามว่ามหาราชของประเทศกัมพูชาและมหาราชาแห่งภูมิภาคสุวรรณภูมิพระองค์หนึ่ง จากนักวิชาการผู้ไม่ติดยึดกับ"ชาตินิยม"!!!

.

.

        ปราสาทต่อมา คือปราสาทตาเมือน เป็นปราสาท"สุคตาลัย" หรือปราสาทที่สร้างขึ้นเพื่อถวายการบูชาพระพุทธเจ้า "ไภษัชยคุรุไวฑูรยประภา" ประจำอโรคยศาลาที่สร้างเป็นอาคารไม้ภายในกำแพงหรือตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกัน แต่ไม่หลงเหลือทรากอยู่แล้ว ปราสาทหลังนี้ก็สร้างขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับปราสาทตาเมือนโต๊จ

..

        ด้านข้างของสุคตาลัยจะเป็น"บาราย" บ่อน้ำที่เก็บน้ำศักดิ์สิทธิ์ "น้ำ"เป็นตัวเชื่อมโยงสำคัญของโลกมนุษย์และโลกแห่งพระพุทธเจ้าหรือโลกแห่งเทพเจ้า ในการประกอบพิธีกรรม

..

.

          ด้านหน้าของปราสาทตาเมือน มีรากฐานของ "ชานชาลารูปกากบาท" เป็น"สะพานรุ้ง" หรือเส้นทางเข้าสู่สรวงสวรรค์   ที่ยังใช้คติเดิมของเขมรในยุคที่นับถือเรื่องของเทพเจ้าในสมัยก่อนหน้า

.

       ร่องรอยของฐานทางเดินนี้ ทำให้เรารู้ว่า ปราสาทตาเมือนมีความสำคัญมากในระดับไม่ธรรมดา เพราะมีชานชาลาเพิ่มเติมเข้ามาแตกต่างไปจากอโรคยศาลาแห่งอื่น ๆ ในประเทศไทยหลายแห่ง

.

       หรืออาจตีความหมายได้ว่า พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ได้เคยเสด็จมาถึงที่สุคตาลัยปราสาทตาเมือนนี้แล้ว จึงมีการสร้างทางเข้าปราสาทให้สมพระเกียรติ์

.

        และก็คงเป็นเพราะปราสาทหลังนี้ ตั้งอยู่บนเส้นทางสำคัญของเขมรสูงและเขมรล่างที่คงมีผู้คนเดินทางผ่านไปมา แถบนี้คงวุ่นวายโกลาหลด้วยผู้คน ขบวนสินค้าร้านค้า ที่พักแรม  ในยุคสมัยนั้น ปราสาทจึงมีความพิเศษกว่าปราสาทอื่น ๆ

.

.

.

        ปราสาทหลังสุดท้ายของกลุ่มปราสาทตาเมือน คือปราสาทตาเมือนธม ปราสาทหินหลังนี้สร้างขึ้นในยุคสมัยก่อนหน้าปราสาทที่ผ่านมาทั้งสองแห่งครับ

.

.

        ปราสามตาเมือนธม มีแผนผังในระบบจักรวาลเช่นเดียวกับปราสาทหินในวัฒนธรรม"ปราสาท"ของเขมรโบราณ ในยุคพุทธศตวรรษที่ 16 - 17 คือมีปรางค์ประธานอยู่ตรงกลาง รายล้อมด้วยวิหารระเบียงคดเป็นรูปสี่เหลี่ยม มีโคปุระหรือประตู 4 ทิศ และมีปรางค์เล็กสององค์ ที่สร้างขึ้นตามยันต์หรือมันดาราของผู้สร้าง เป็นการวางผังศาสนสถานแบบฮินดู คือ ปรางค์ประธานสร้างขึ้นเพื่อถวายการบูชาแก่พระศิวะ ในลัทธิไศวะนิกาย ปรางค์องค์เล็กสร้างขึ้นเพื่อถวายแด่พระนางอุมา ศักติหรือพลังแห่งพระศิวะ และปราสาทน้อยอีกองค์สร้างขึ้นเพื่อพระผู้เป็นพระอาจารย์หรือสร้างขึ้นเพื่อถวายแด่พระคเณศหรือพระขันธกุมาร ผู้เป็นพลังอันเป็นสักขีพยาน หรือเป็นพลังเบื้องหน้า อยู่ที่ผู้สร้างจะสถาปนาครับ

 .

          ปราสาทหลังนี้ สร้างขึ้นในราวสมัยพุทธศตวรรษที่ 16 ตอนปลาย หันหน้าลงไปทางทิศใต้ คือหันไปทางเมืองพระนครหลวงที่นครวัด สร้างขึ้นบนภูเขาหินทรายสีชมพู เนินเตี้ย ๆ

.

         หินที่ใช้สร้างปราสาทเป็นหินทราย ก็ตัดเอาหินจากเนินเขาที่ตั้งปราสาทนั้นแหละมาสร้าง และปรับปรุงพื้นของหินภูเขามาใช้เป็นรากฐานรวมทั้งการวางท่อรางโสมสูตร น้ำศักดิ์สิทธิ์ในพิธีกรรม.....ให้ไหลออกมาตามแนวของร่องหินที่เซาะไว้สลับกับการสลักหินเป็นรางน้ำ ผ่านไปยังนอกโคปุระเพื่อให้ขุนนางและประชาชนที่มาร่วมพิธีกรรมได้รับน้ำศักดิ์สิทธิ์จากห้องโถงกลางของปราสาทประธาน 

         เป็นการดัดแปลงพื้นหินทรายของภูเขามาเป็นร่องน้ำผสมกับการสลักหินมาทดแทนส่วนที่ขาดไปของพื้นหิน มีเพียงแห่งเดียวในเมืองไทยก็ที่นี่แหละครับ!!!

         

.

        ปราสาทตาเมือนสร้างไม่เสร็จสิ้นครับ โดยเฉพาะปราสาทหลังเดี่ยว ระเบียงคดและโคปุระยังไม่ปรากฏลวดลายสลักแต่อย่างใด เชื่อว่าคงเพราะหมดบุญของเจ้านายเชื้อพระวงศ์หรือกษัตริย์ในพื้นที่นั้นไปเสียก่อน งานก่อสร้างปราสาทจึงหยุดลง ......ตลอดกาล

..

.

          ภายในปราสาทประธาน ยังมีร่องรอยการ"เริ่ม"แกะสลักรูปเกียรติมุข ที่ทับหลังภายใน ส่วนในห้องโถงของเรือนปราสาท เป็นที่ตั้งของ "ลึงค์บรรพต" หรือ" เอกมุขลึงค์ " สัญลักษณ์"เพศชาย" หรืออำนาจสูงสุดแห่งพระศิวะ ที่สลักดัดแปลงจากหินธรรมชาติที่เป็นรากฐานของปราสาท ...

.

.

         ปราสาทประธานมีการแกละสลักลวดลายสวยงามที่สุดในหมู่ปราสาท แต่ก็เป็นที่น่าเสียดายเพราะมีหลักฐานการรื้อทำลายในหลายเวลา การทำลายในสมัยหลังสุดอยู่ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา โดยคนมีสีทางราชการ ที่เข้ามาระเบิดปราสาท กระเทาะนำเอารูปสลักนางอัปราแค่ส่วนหน้าและชิ้นส่วนปราสาทเช่นนาคปลายหน้าบันออกไปจำนวนมาก

.

         ปราสาทตาเมือนธม จึงเป็นอนุสรณ์ของการปล้นทำลายครั้งร้ายแรงที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทยในยุคร่วมสมัย โดยผู้มีอำนาจวาศนาที่หลงไหลในโบราณวัตถุแบบเขมร หลงไหลโดยการทำลายและขโมย !!!

.

.

         ระเบียงคดทางทิศใต้ ด้านหน้าที่หันไปทางประเทศเขมร วิหารระเบียงคดและโคปุระถูกรื้อหายไปทั้งหมด เชื่อว่าถูกรื้อหินไปเพื่อนำไปใช้เป็นวัสดุหลักในการสร้างปราสาทตาเมือนและตาเมือนโต๊จในยุคหลังนั่นเอง..

.

        การรื้อปราสาทเพื่อไปสร้างศาสนสถานใหม่ เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงพุทธศตวรรษที่ 18 เพราะวัสดุศิลาแลง หินทรายเพื่อการใช้แกะสลักและแรงงานในการสร้างปราสาทขาดแคลนอย่างมาก จึงต้องมีวิธีการดัดแปลงทุ่นเวลากันบ้าง เพราะหากมัวแต่ไปหาวัสดุใหม่ ก็คงจะสร้างปราสาทอโรคยศาลาเสร็จไม่ทันตามพระราชบัญชาของของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7  ซึ่งก็อาจจะมีเภพภัยและความโชคร้ายสุด ๆ มาเยือนผู้ปกครองแถบนั้นแทน....เป็นแน่!!!

.

.

         ด้านหน้าสุดของปราสาทตาเมือนธม เป็นขั้นบันไดแบบปิรามิดที่มีการวางฐานสามชั้นตามคติสรวงสวรรค์เขาพระสุเมรุ.... ทางขึ้นสู่เทวาลัยเทพเจ้า

.

        ด้านหน้าที่เห็นเป็นแนวป่า เป็นเขตแดนของประเทศกัมพูชาครับ ที่ดูยังอุดมสมบูรณ์ ไม่ใช่เขาอนุรักษ์ป่าอย่างสุดหัวใจกันแต่อย่างใด แต่ด้วยพื้นที่แถบนี้ มี "กับระเบิด" ที่ยังไม่ฝ่อของเขมรแดงวางอยู่มากมาย เป็นพื้นที่อันตราย...ต่างหาก

. 

       กลุ่มปราสาทตาเมือน เป็นที่น่าท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของอีสานใต้ หากท่านได้มีโอกาสเดินทางมา วันดีคืนดี ก็จะได้พบเห็นชาวบ้านเขมร เดินทางเข้ามาทำบุญและหาซื้ออาหารและของใช้กลับไปในหมู่บ้านฝั่งตรงข้าม เป็นธรรมชาติ ๆ ที่ไม่เครียดเรื่องของพรมแดน เรื่องของชนชาติ

         และหากผมโชคดีในหน้าร้อนหน้านี้ ก็จะมีคณะเดินทางเข้าไปสำรวจปราสาทที่อยู่ในฝั่งกัมพูชา ฝั่งโน้นก็มีนะครับปราสาทในยุคเดียวกับกลุ่มปราสาทตาเมือน...มีหลายแห่งด้วยนะครับ

         สักวันหนึ่งเมื่อตลาดท่องเที่ยวชายแดนเปิด คงจะมีโปรแกรมข้ามไปเที่ยวฝั่งตรงข้าม เพื่อไปชมปราสาท"คู่แฝด"กับกลุ่มปราสาทตาเมือนได้อย่างสบายใจ

        หากในวันนั้นประเทศไทยของเรากับประเศกัมพูชา คงจะได้เลิกหาเรื่องทะเลาะกันในเรื่องสิทธิความเป็นเจ้าของปราสาทตามแนวชายแดน ดังกรณีปัญหาการขอมรดกโลกเขาพระวิหาร รวมทั้งการหาเสียงแบบชาตินิยมในกัมพูชา 

          ซึ่งก็คงเป็นไปได้ยาก!!!




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
สิริปตี วันที่ : 01/09/2008 เวลา : 23.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/siripatee
You are what you eat.You are what you write.


ได้ความรู้มากๆ อีกแล้วค่ะอาจารย์ ไปสองที่แล้วแต่ไม่ลึกอย่างนี้ค่ะ เที่ยวหนึ่ง ไปดูบ่อนหนึ่ง (ดูเฉยๆ ค่ะ) เกือบให้ตังค์เด็กๆ พี่เขาดึงมือไว้ ไม่งั้น แมะ แมะแมะเต็มตัวแน่นแน่ค่ะ แล้วเจอวันเสาร์นี้ค่ะอาจารย์

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
A1. วันที่ : 22/08/2008 เวลา : 00.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bluemarine
I'm Fly...ฉันจะบิน

กลับมาย้อนอ่าน

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
สายธาร วันที่ : 16/08/2008 เวลา : 12.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/cyberfrogy
 http://www.facebook.com/groups/dhammayatrahttps://www.facebook.com/BAAN.RAI.SAITHARN http://www.oknation.net/blog/DigitalTour

รออยู่ที่สุรินทร์...จะรอเก้อไหมครับ อ.เจี๊ยบ

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
ภาษาหลากสี วันที่ : 04/08/2008 เวลา : 23.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pasalarksee
นิดนรี

กลับมาย้อนอ่านค่ะ อาจารย์ ได้ความรู้มากมายอีกตามสมควร

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
มะอึก วันที่ : 12/06/2008 เวลา : 13.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom

เรื่องนี้ อาจารย์นำไปใส่ไว้ในหนังสือแนะขะแมร์ ฯ.....
หน้า 79 ถึงหน้า 86
ผมไม่ได้เข้ามาอ่านที่นี่ แต่อ่านในหนังสือ....ครับ

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
มะโหนก วันที่ : 07/08/2007 เวลา : 13.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bigboom007

ขอบคุณมากค่ะ... ที่ให้ความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ เหวัชระ พอดีหยุดไป 2 วัน เลยเพิ่งได้เข้ามาอ่านเพิ่มเติม... งั้นขอถามต่ออีกหน่อยนะคะ (คงไม่รบกวนมากไปนะคะ)... แล้วเหวัชรมณฑลนี้อยู่ที่ไหนบ้างค่ะ ปัจจุบันยังสามารถพบเห็นได้อยู่รึเปล่าค่ะ (เผื่อมีโอกาสได้ไปชมบ้าง) แล้วมีบทสวดบูชาบ้างไหมค่ะ พอดีได้ถามคุณพ่อเพิ่มเติม ท่านเหล่าให้ฟังว่าได้มาตั้งแต่ก่อน พ.ศ.2511 (เพราะได้มาเกือบ 40 ปีที่แล้ว) เลยอยากศึกษาเกี่ยวกับองค์ท่านให้มากขึ้น เพราะไม่เคยเห็นมาก่อน ปัจจุบันหาได้อยากง่ายแค่ไหนค่ะ...(ที่ถามเยอะเพราะจะเอาไปเหล่าให้คุณพ่อท่านฟัง ท่านอายุมากแล้วค่ะ 87 ปีแล้ว ตอนที่แล้วที่คุณวรณัยเขียนตอบมา ได้นำไปเหล่าให้ท่านฟัง...ท่านตื่นเต้นมากค่ะ ที่ได้รู้เกี่ยวกับประวัติขององค์เหวัชระ)

ขอบคุณมากค่ะ....

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
ปรีเปรม วันที่ : 07/08/2007 เวลา : 07.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/preprem

สุดยอดจริงๆครับ..................รูปสวย
ข้อมูลก็สวย....
บรรยายก็น่าอ่าน....

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
ศุภศรุต วันที่ : 06/08/2007 เวลา : 20.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/voranai
เรื่องราวหลากหลายในมุมมองของนักวิชากวน

คุณคนช่างเล่า
กับคุณวิตามินบีครับ
ผมไม่ใช่นักโบราณคดีและไม่ใช่มัคคุเทศก์ครับ
ผมเป็นนักวิชาเกิน.... ทางมานุษยวิทยาครับ

ผมมีกิจธุระต้องเดินทางหลาย ๆ เหตุผลครับ
เมื่อวันศุกร์เสาร์ ไปขอนแก่น เพราะไปธุรกิจ
วันเสาร์อาทิตย์ จันทร์ ไปเพชรบุรี ชะอำ ไปทำบุญ
โปรแกรมเดินทางยังมีอยู่เรื่อย ๆ ครับ



ว่าจะชวนไปเที่ยวด้วย ฮิฮิ



ความคิดเห็นที่ 12 (0)
วิตามินบี วันที่ : 06/08/2007 เวลา : 00.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/babymind
VitaMin B @ OK Nature  Save Nature Save Life  


คุณเป็นไกด์เหรอคะ
ทำไมได้ท่องเที่ยวบ่อยจัง
น่าอิจฉา

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
คนช่างเล่า วันที่ : 05/08/2007 เวลา : 20.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องประวัติศาสตร์ ในอดีตที่ผ่านมา เพื่อเสริมสร้างจริยธรรมคุณธรรม


ครับขอบคุณมาก คุณคงเป็นนักโบราณคดี นะครับ

ในอดีต ผม เคยด่าพี่ชาย ที่ให้หลานโบราณคดี

แต่เดี่ยวนี้ รู้แล้วว่าก้อนหินแต่ละก้อน สำคัญยิ่ง

กว่าทองคำเสียอีก

พูดถึงสะสมแสตมป์ ผมอยากแนะนำให้ เก็บเปลือกซอง

จดหมายที่จ่าหน้าซองสวย หรือเอกสารลายมือคนสำคัญ

นานๆไปมีค่ามาก เก็บโดยไม่ต้องซื้อ แต่ต้องหา ถ้าเขาทิ้งเราขอเขาครับ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ศุภศรุต วันที่ : 05/08/2007 เวลา : 08.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/voranai
เรื่องราวหลากหลายในมุมมองของนักวิชากวน

คุณ SaKuRa แอบมาเที่ยวแล้ว
คุณ ลูกเสือหมายเลข 9 คงชอบประวัติศาสตร์ในมุมนี้มากขึ้นนะครับ
คนช่างเล่า เล่าเป็นบทกวี
คุณSaleman ถ้าไม่รังเกียจ ก็จะขอแจมเสมอ ๆ ครับ
คุณเฟิงสุ่ย Blogหลากมุม ก็แอบมาเที่ยวปราสาทชายแดนแล้ว

คุณกำปงพิราเทวี Blog ต้นแบบของผม สวยสดกับเรื่องราวสดใสผ่านเลนส์กว้าง ก็ยังมาเที่ยว

คุณบรรณาลัย กับงานแต่งงานเขมรใน Blog ก็แวะมา

คุณมะโหนก ยังสงสัยเหวัชระอยู่ กลับไปเล่าที่ Blog แล้วครับ ใช้ไม่ได้ ก็ถามมาอีก ก็จะเล่าอีก ด้วยความยินดี

คุณ Joeyman ที่แวะเวียนมาเที่ยวด้วยกันเสมอ

ขอบคุณทุกท่านนะครับ

ใครมาแล้ว ก็ทักทายกันหน่อย จะได้กลับไปเยี่ยมเยือนได้ถูก



ความคิดเห็นที่ 9 (0)
joeyman วันที่ : 04/08/2007 เวลา : 23.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/inmind

ขอบคุณครับสำหรับเรื่องราวและสาระน่ารู้อย่างนี้

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
มะโหนก วันที่ : 04/08/2007 เวลา : 22.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bigboom007

ขอบคุณมากค่ะที่ตอบเกี่ยวกับรูป เหวัชระ หรือ พระวัชริน สิบหกกร แต่ยังอยากทราบเพิ่มเติมเพื่อเป็นความรู้อีกหน่อยหนึ่งค่ะว่า...เหวัชระเป็นใครมาจากไหน และพระเกจิอาจารย์ที่สร้างนี้คือท่านใด... เป็นรูปบุคลาฐิษฐานของการบรรลุพระโพธิญาณโดยฉับพลัน นั่นหมายความว่ายังไงค่ะ... คงไม่รบกวนมากนักนะคะ...ขอบคุณมากค่ะ...
ยังคงค่อยติดตามอยู่นะคะ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
บรรณาลัย วันที่ : 04/08/2007 เวลา : 21.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yongyoot

ปราสาทตาเมือน อารยธรรมของพี่น้องและสายสัมพันธ์สองฝั่งไทยกัมพูชา นี่และความเป็นสายสัมพันธ์ก่อเกิดมรดกทางสถาปัตยกรรม

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
กำปงพิราเทวี วันที่ : 04/08/2007 เวลา : 21.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kampong
  ก ร ะ เ ป๋ า ห ม า ก แ ห่ ง ก า ร เ ดิ น ท า ง ข อ ง ห ม่ อ ม   

ขอบคุณค่ะ ชอบค่ะ ติดตามนะคะ ^^


ภาพสวยด้วยค่ะ



ความคิดเห็นที่ 5 (0)
feng_shui วันที่ : 04/08/2007 เวลา : 21.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

กลุ่มปราสาทตาเมือนดูสมบูรณ์ และสวยงามมากเลยค่ะ
ยอดเยี่ยมทั้งภาพ และการเล่าเรื่องค่ะ
ชอบมากๆ ค่ะ
เคยไป แค่ ปราสามพนมรุ้ง ปราสาทหินพิมาย ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
saleman วันที่ : 04/08/2007 เวลา : 21.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saleman

ชอบท่องเที่ยวตามโบราณสถานต่างๆ ได้เห็นถึงความสวยงามของสถาปัตยกรรม และศิลปะ ต่างๆ
ปล.ขอขอบคุณที่ให้ข้อมูลครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
คนช่างเล่า วันที่ : 04/08/2007 เวลา : 21.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องประวัติศาสตร์ ในอดีตที่ผ่านมา เพื่อเสริมสร้างจริยธรรมคุณธรรม

ความยิ่งฝใหญ่ ของอดีตชาติ

ก้อนอิฐ แต่ละก้อนเกินบรรยาย

เราเคยคิดเล่นๆบ้างไหมว่า คน

โบราณเขาใช้เคริ่องมือทุนแรง


ดดยใช้รอก ใช้กว้าน แรงงานเฉลย

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 04/08/2007 เวลา : 18.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

อยากไปมากเลยครับ
ผมชอบเที่ยวพวกปราสาทแบบนี้
เคยไปมาหลายแห่ง ชอบแถวบุรีรัมย์มากครับ
ขอบคุณที่นำมาโชว์ครับ
ภาพสวยมากเลย

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
SaKuRa วันที่ : 04/08/2007 เวลา : 16.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SaKuRa

มาเที่ยวครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

งานวันผู้ไทโลก ครั้งที่ 8

งานวันผู้ไทโลก เท่อที่ 8 "พระธาตุศรีมงคลงามสง่า บูซาเจ้าปู่มเหศักดิ์ โฮมฮักผู้ไทโลก" วันที่ 4 - 6 เมษายน 2560 ณ อำเภอวาริชภูมิ จังหวัดสกลนคร

View All
<< สิงหาคม 2007 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  



[ Add to my favorite ] [ X ]