• ศุภศรุต
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : jeabvoranai@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-28
  • จำนวนเรื่อง : 230
  • จำนวนผู้ชม : 2392081
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1574 คน
วรณัย พงศาชลากร
เรื่องราวทางมานุษยวิทยา ประวัติศาสตร์ โบราณคดี สหวิทยาการและมุม Gossip
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/voranai
วันศุกร์ ที่ 24 สิงหาคม 2550
Posted by ศุภศรุต , ผู้อ่าน : 17670 , 11:45:57 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

     วันนี้ก็เป็นศุกร์อีกแล้วนะครับ เพื่อน Blog OKnation หลายคนก็คงนึกอยากจะไปเที่ยวกันบ้าง หลังจากซีเรียสรี่มากับหลายเรื่องหลายราวกับชีวิตประจำวัน

.

     หากคุณเป็นคนหนึ่งที่อยากจะหาที่ท่องเที่ยวใหม่ ๆ ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก เดินทางสะดวก ไปกลับได้ในหนึ่งวัน และมี Concepts ท่องเที่ยว ในมุมมองของวัฒนธรรมท้องถิ่น โบราณสถาน ธรรมชาติริมน้ำใหญ่และอาหารการกินพร้อมมูล

.

     ผมขอแนะนำ .....นี่เลย "ทุกวันหยุด เที่ยวสุด ๆ ใกล้กรุงเทพฯ ที่สามโคก กับ อยุธยาที่ซ่อนเร้นและสัมผัสอารยธรรมมอญโบราณ"

.

   และนี่ก็คือเรื่องราวที่ผมจะขอนำเสนอเป็น"ข้อมูลเบื้องต้น" เพื่อคุณจะได้ใช้ในการตัดสินใจ หากจะเลือกท่องเที่ยวในมุมนี้

.

    "สามโคก" เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดปทุมธานี ชุมชนมอญเก่าแก่จะตั้งเรียงรายอยู่บนสองฝั่งแม่น้ำ บนเส้นทางเดินเรือที่จะผ่านไปออกปากแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณสายน้ำใสก่อนเข้าสู่กรุงเทพมหานคร

     เราสามารถเดินทางโดยรถยนต์ ตามเส้นทางวงแหวนตะวันตก ระยะทางจากบางบัวทอง ถึงแยกเสนา – สามโคก ประมาณ 50 กิโลเมตร เลี้ยวขวาตามแยกก็จะเข้าสู่อำเภอสามโคกทางทิศเหนือ หรือประมาณ  6 กิโลเมตรหากเดินทางจากตัวจังหวัดปทุมธานี

.

      เมืองสามโคกในอดีตเปลี่ยนชื่อมาเป็น "เมืองประทุมธานี" และยกฐานะขึ้นเป็นเมืองชั้นตรี สืบเนื่องมาจากการที่พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย พร้อมด้วยกรมพระราชวังบวรมหาเสนานุรักษ์ได้ประพาสเมืองสามโคกเพื่อเยี่ยมเยียนชาวมอญที่อพยพเข้ามาอาศัยแถบนี้ และทรงประทับแรม ณ พลับพลาริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันออกเยื้องเมืองสามโคก

.

       ทรงรับดอกบัวหลวงจากชาวมอญที่นำมาทูลเกล้าฯ ถวายเป็นจำนวนมาก และประกอบกับในช่วงนั้นเป็นเดือน 11  ซึ่งเป็นฤดูน้ำหลากนั้น มีดอกบัวบานหลวงออกดอกบานสะพรั่งอยู่ทั่วไป จึงพระราชทานนามเมืองสามโคกใหม่ว่า "เมืองประทุมธานี" ซึ่งมีปรากฏในนิราศภูเขาทองของสุนทรภู่ว่า

.

        ถึงสามโคกโศกถวิลถึงปิ่นเกล้า      พระพุทธเจ้าบำรุงซึ่งกรุงศรี

    ประทานนามสามโคกเป็นเมืองตรี       ชื่อปทุมธานีเพราะมีบัว

.

      เมืองสามโคกจึงย้ายไปตั้งใหม่ทางทิศใต้ กลายมาเป็นตัวจังหวัดปทุมธานี ในปัจจุบัน  ส่วนตัวสามโคกเดิม รัชกาลที่ 5ได้ทรงโปรดตั้งเมืองสามโคกเดิมขึ้นเป็นอำเภอสามโคกอีกครั้ง

     ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของอำเภอสามโคก น่าจะเริ่มได้จากการเข้ามาตั้งถิ่นฐานของกลุ่มชาติพันธุ์ (Ethnic Group) มอญ (Mon) หรือจะเรียกว่า เมง รามัญ ตเลง เป็นสำคัญ

.

.

       ราวปี  2202  ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช แห่งกรุงศรีอยุธยา "สมิงเปอ" กับพรรคพวกมอญ รวม 11 คนได้พาครอบครัวมอญ ประมาณ 10, 000 คน อพยพหนีความกดขี่ของพม่าอังวะเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร  จึงโปรดเกล้าฯ ให้ครอบครัวมอญไปตั้งบ้านเรือนอยู่ที่  "บ้านสามโคก"  ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตก บริเวณระหว่างวัดตำหนักกับวัดสะแก ชุมชนมอญได้ขยายตัวตั้งเป็น "เมืองสามโคก" ขึ้นบริเวณใกล้วัดสิงห์ ในเวลาไม่นานนัก

.

        ต่อมาได้มีการอพยพของชาวมอญอีก 2 ครั้ง คือ ในปี 2317 ซึ่งตรงกับสมัย สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี โดยมี "พระยาเจ่ง ตะละเส่ง ตละเก็บ" กับ"พระยากลาง"  เป็นหัวหน้า ได้พาพรรคพวกครอบครัวมอญที่ถูกพม่ากวดต้อนไปหลังจากเสียกรุงศรีอยุธยา กลับเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารอีกครั้ง  จึงทรงโปรดให้ตั้งบ้านเรือนอยู่ใกล้เคียงกัน

.

      ปี  2358 ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย "สมิงรามัญ" เมืองเมาะตะมะ และพรรคพวกได้อพยพครอบครัวมอญเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารอีกครั้งหนึ่ง

. 

     ชาวมอญที่อพยพมาทั้ง 2 ครั้งหลังนี้ ส่วนหนึ่งไปตั้งบ้านเรือนอยู่ที่เมืองสามโคก และอีกส่วนหนึ่งขยายตัวไปตั้งบ้านเรือนอยู่ที่ปากเกร็ด เมืองนนทบุรี และเมืองนครเขื่อนขันธ์ พระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ

       สามโคก จึงเป็น ถิ่นของคนมอญที่ถูกกล่าวถึงบ่อย ๆ ในวรรณกรรม โดยเฉพาะในนิราศเรื่องต่าง ๆ  ของ "สุนทรภู่" กวีเอกแห่งสยาม เพราะเป็นชุมชนที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เส้นทางสัญจรไปมาที่สำคัญในอดีต เช่นในนิราศพระบาท ที่สุนทรภู่แต่งขึ้นเมื่อครั้งตามเสด็จพระองค์เจ้าปฐมวงศ์ไปไหว้พระพุทธบาทที่สระบุรี สุนทรภู่พูดถึงหญิงชาวมอญว่า

                                                    ถึงสามโคกต้องแดดยิ่งแผดแสง

    ให้รุ่มร้อนอ่อนจิตระอิดแรง            เห็นมอญแต่งตัวเดินมาตามทาง    

    ตาโถงนุ่งอ้อมลงกรอมซ่น            เป็นแยบยลเมื่อยกยับย่าง

    เห็นขาขาววางแวบอยู่ว่างกลาง    ใครยลนางก็เป็นน่าจะปรานี

.

     ในนิราศวัดเจ้าฟ้าก็บรรยายลักษณะคนมอญว่า

.

       เห็นพวกชายฝ่ายมอญแต่ก่อนมา  ล้วนสักขาเขียนหมึกจารึกพุง
    ฝ่ายสาวสาวเกล้ามวยสวยสะอาด    แต่ขยาดอยู่ว่านุ่งผ้าถุง

    ทั้งตาห่มตาหรี่เหมือนสีรุ้ง               ทั้งผ้านุ่งนั้นก็อ้อมลงกรอมตีน

    เมื่อยกเท้าก้าวย่างสว่างแวบ          เหมือนฟ้าแลบแลผาดแทบขาดศีล

    นี่หากเห็นเป็นเด็กแม้นเจ็กจีน         เจียนจะปีนซุ่มซ่ามไปตามนาง

.

     อีกตอนหนึ่งของนิราศวัดเจ้าฟ้า มีกล่าวถึงสภาพที่วัด ความเป็นอยู่ของคนมอญ ว่า

.

    ชาวบ้านนั้นปั้นอีเลิ้งใส่เพิงพะ   กระโถนกระทะอ่างโอ่งกระโถงกระถาง

  เขาวานน้องร้องถามไปตามทาง    ว่าบางขวางหรือไม่ขวางพี่นางมอญ

.    

     ในนิราศพระประธมมีตอนหนึ่งกล่าวถึงชาวมอญสามโคกว่า

   ถึงบางขวางปางก่อนว่ามอญขวาง     เดี๋ยวนี้นางไทยลาวล้วนสลอน

 น่ายกย่องขวางแขนแสนแง่งอน    ถึงนางมอญก็ไม่ขวางเหมือนนางไทย

.

     จากนิราศของสุนทรภู่ที่กล่าวมานี้ สะท้อนให้เห็นสภาพทางสังคมและวัฒนธรรมของคนมอญในถิ่นสามโคก  ยังคงรักษาลักษณะความเป็นมอญไว้ได้อย่างมากมายมาจนถึงปัจจุบัน เช่น ผู้หญิงนุ่งผ้าถุง มีผ้าคลุมไหล่ ลายผ้ามีตะโกงตะกี่ และเกล้าผมมวย และพวกผู้ชายนิยมสักร่างกายไม่ใส่เสื้อ ต่างไปจากคนไทยที่นุ่งผ้าหาง (จูงกระเบน) และไว้ผมทรงทัดผมปีก

.

. 

      ชาวมอญสามโคกในอดีตมีอาชีพปั้นโอ่งอ่าง กระถางเร่ขายไปตามเมืองต่าง ๆ และนิยมปลูกเรือนขวางลำแม่น้ำจึงมักถูกเรียกว่า "มอญขวาง" ในขณะที่พวกคนไทยนิยมปลูกเรือนขนานไปกับแม่น้ำ นอกจากเรื่องลักษณะความเป็นอยู่ของคนมอญแล้วใน นิราศวัดเจ้าฟ้า ยังกล่าวถึงความเก่าแก่ของท้องถิ่นเมืองสามโคกไว้ว่า

.

     พอเลยนาคบากข้ามถึงสามโคก    เป็นคำโลกสมมุติสุดสงสัย

  ถามบิดาว่าผู้เฒ่าท่านกล่าวไว้        ว่าท้าวไทพระอู่ทองเธอกองทรัพย์

  หวังจะไว้ให้ประชาเป็นค่าจ้าง        ด้วยจะสร้างบ้านเมืองเครื่องประดับ

  พอห่ากินสิ้นบุญไปสูญลับ         เป็นคำโลกสมมุติสุดแถลง

  ครั้งพระโกศโปรดปรานประทานแปลง      ที่ตำแหน่งมอญมาสามิภักดิ์

. 

       อาณาเขตของเมืองสามโคกทางเหนือนั้นผ่านตำบลบางกระบือไปสุดที่ตำบลท้ายเกาะ ต่อจากนั้นก็เข้าเขตอำเภอบางไทร ในนิราศพระบาท มีความว่า 

.

     ถึงทุ่งขวางกลางย่านบ้านกระบือ    ที่ลมอื้อนั้นค่อยเหือดด้วยคุ้งขวาง

ถึงย่านหนึ่งน้ำเซาะเป็นเกาะกลาง        ต้องแยกทางสองแควกระแสชล

ปางบุรำบุราณขนานนาม                    ราชครามเกาะใหญ่เป็นไพรสณฑ์

ในแถวทางกลางย่านกันดารคน           นาวาดลเดินเบื้องบูรพา

โอ้กระแสแควเดียวทีเดียวหนอ             มาเกิดก่อเกาะถนัดสกัดหน้า

ต้องแยกคลองออกเป็นสองทางคงคา    นี่หรือคนจะมิน่าเป็นสองใจ

.

      นั่นก็คือ เมื่อเลยวัดท้ายเกาะขึ้นไปจะเป็นเขตว่างคน เคยเป็นที่ตั้งของเกาะใหญ่ "ราชคราม" เกาะกลางแม่น้ำเจ้าพระยา ที่เต็มไปด้วยป่าไม้ใหญ่น้อยและเป็นเครื่องหมายในการเดินทางในสมัยโบราณ แต่ปัจจุบันกลายเป็นเกาะเล็ก ๆ เพราะการดูดทรายในลำน้ำเจ้าพระยา ทำให้เกาะขาดหายไปเกือบหมด

.

 

.

    ชาวมอญสามโคกในอดีตมีอาชีพทำการเกษตรกรรมเพาะปลูกข้าวและร่องเรือค้าขาย อีกทั้งยังมีอาชีพผลิตเครื่องปั้นดินเผา โดยเฉพาะภาชนะที่เรียกว่า"ตุ่มสามโคก"  

.

      ในปัจจุบันชุมชนมอญสามโคก ไม่ได้ทำอาชีพเช่นในสมัยก่อนแล้วครับ เพราะว่ามีโรงงานอุตสาหกรรมเกิดขึ้นในพื้นที่ใกล้เคียงเป็นจำนวนมาก แรงงานวัยหนุ่มสาวหายไปจากหมู่บ้านเกือบทั้งหมดแล้ว

.

      ชาวมอญใน "กวาน" หรือ "กลุ่มบ้าน" ต่าง ๆ ที่ตั้งชื่อกลุ่มบ้านของตนตามชื่อของวัดในรัฐมอญเดิม ยังคงรักษาประเพณีของชาวมอญสืบมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการนับถือผีบรรพบุรุษและการสืบสานพระพุทธศาสนาอย่างเหนียวแน่น จึงปรากฏหลักฐานวัฒนธรรมประเพณี และวัดวาอารามทั้งที่มีมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี มีรูป "เสาหงส์" เป็นสัญลักษณ์สำคัญด้านหน้าของ "วัดมอญ" ที่สังเกตเห็นได้ง่ายหากเมื่อเดินทางเข้าไปนมัสการหรือท่องเที่ยวครับ

.

     จุดเด่นที่สำคัญของแหล่งท่องเที่ยวตามสายน้ำที่สามโคก คือ "กลิ่นอาย อดีตแห่งกรุงศรีอยุธยา (Living Ayutthaya) ที่ซ่อนเร้น" อยู่ในบริเวณที่เรียกว่าอำเภอ สามโคกในปัจจุบันครับ

.

      จากหลักฐานทางวรรณกรรม ประวัติศาสตร์และโบราณคดี ได้พบร่องรอยการตั้งถิ่นฐานอยู่อาศัยมาตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนต้น (ราวพุทธศตวรรษที่ 20) จากกำสรวลสมุทรหรือกำสรวลศรีปราชญ์

.

     ต่อมาชุมชนเริ่มหนาแน่นขึ้นเมื่อชาวมอญ อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานนับตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ซึ่งแผนที่ของชาวฝรั่งเศสในยุคนั้นก็ได้ระบุชื่อของหมู่บ้านสามโคก Samcok และกลุ่มบ้านมอญริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาไว้ในแผนที่อย่างชัดเจน

.

      "ทุ่งพญาเมือง" คือเมืองเก่าแก่ที่สุดของสามโคกครับ ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของลำน้ำเจ้าพระยาบริเวณวัดป่างิ้ว บริเวณนี้มีคูคันดินล้อมรอบ มีซากวัดร้างที่มีชื่อว่า วัดพญาเมือง พบหลักฐานพระพุทธรูปศิลาแบบอู่ทอง และมีโคกเนินซากโบราณสถานอยู่หลายแห่ง เศษภาชนะดินเผาเคลือบแบบสังคโลกสุโขทัย รวมทั้งเครื่องลายครามในสมัยราชวงศ์หยวนและเหม็งปะปนอยู่

.

       แต่อย่าเข้าไปเลยครับ ไม่มีอะไรเหลืออยู่แล้ว !!!

.

      มีเรื่องเล่าต่อ ๆ กันมาเกี่ยวกับวัดนี้ว่า ในช่วงเสียกรุงศรีอยุธยา เมื่อพระยาตากยกกองทัพจากจันทบุรีเข้ามาต่อรบชนะพม่าที่ค่ายโพธิ์สามต้นแล้ว ระหว่างเดินทางล่องเรือมายังเมืองธนบุรี ได้แวะพักไพร่พลหุงหาอาหารที่วัดพญาเมืองและวัดนางหยาดด้วย

       วัดหลายวัดของสามโคกเป็นวัดของชาวมอญที่เข้ามาตั้งหลักแหล่งตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช  มีร่องรอยการเคลื่อนย้ายพระพุทธรูปและศาสนวัตถุจากวัดเดิม ๆ ที่มีมาก่อนหน้า เข้ามาเก็บรักษา ปรับปรุง บูรณะในวัดที่ชุมชนชาวมอญสร้างขึ้นใหม่ ดังเห็นได้จากพระพุทธรูปสำคัญของวัดต่าง ๆ ที่เป็นพระพุทธรูปหินทรายและมีศิลปะเป็นแบบอู่ทอง อย่างเช่น พระพุทธรูปหลวงพ่อนรสิงห์วัดกร่าง พระพุทธรูปวัดสิงห์ พระพุทธรูปหลวงพ่อขาว วัดเกาะเกรียง วัดอำเภอเมือง ปทุมธานี เป็นต้น

.

       ความหนาแน่นของชุมชนมอญก็ค่อย ๆ เติบโตขึ้นในสมัยปลายกรุงศรีอยุธยา เพราะเป็นศูนย์กลางที่สำคัญในการผลิตเครื่องปั้น หม้อ ไห ดินเผา ดังเห็นได้จากหลักฐานของโคกเนินขนาดใหญ่ที่เป็นแหล่งเตาเครื่องปั้นดินเผาถึงสามแห่ง อันเป็นเหตุให้ถูกเรียกว่า "สามโคก" ซึ่งปัจจุบันเหลือเพียงโคกใหญ่ที่ "เตาโอ่งอ่าง" หน้าวัดสิงห์เพียงโคกเดียวเท่านั้น

.

.

       เราเริ่มต้นท่องเที่ยวอยุธยาที่ซ่อนเร้น โดยเริ่มต้นเดินทางจาก "วัดสิงห์" วัดโบราณวัดแรกของชุมชนมอญโบราณ ชม โบสถ์ วิหารและพระเจดีย์ย่อมุมไม้ และพระพุทธบาทไม้ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งล้วนสร้างขึ้นในสมัยปลายกรุงศรีอยุธยาและต้นรัตนโกสินทร์ อีกทั้งวัดสิงห์ยังเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์โบราณวัตถุศิลปะมอญ  และแท่นบรรทมของล้นเกล้ารัชกาลที่ 2  เมื่อครั้งเสด็จประพาสเมืองสามโคกอีกด้วย

.

.

.

     ใกล้ ๆ กันกับวัดสิงห์ เป็นที่ตั้งของ "โบราณสถานเตาโอ่งอ่าง" หรือ "เตาสามโคก" ที่มีการจัดภูมิทัศน์เป็นอาคารนิทรรศการเปิด เป็นซากเตาเผาขนาดใหญ่และมีร่องรอยอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องปั้นดินเผานานาชนิด

.

.

     จากนั้นเราเดินทางไปขึ้นท่าน้ำที่ "วัดสะแก" ชมวิหารโบราณลายมอญผสมตะวันตก  ซึ่งหน้าบันของวิหารวัดสะแกนี้ ตกแต่งด้วยลายปูนปั้นเป็นลวดลายศิลปะ "ร็อคโคโค" (Rococo) แบบตะวันตก ประดิษฐ์เป็นลายก้านขดใบและดอก "อะแคนธัส" (Acanthus) ก้านดอกตั้งตรงอยู่บนฐานหน้าสิงห์ 

.

.

       หน้าบันแบบตะวันตกนี้จะไม่มีช่อฟ้าและหางหงส์อย่างหน้าบันในศิลปกรรมของไทย ด้านหลังหน้าบันด้านในวิหารมีศิลปกรรมก่ออิฐเป็นช่องโค้งสามเหลี่ยมยอดแหลมที่เรียกว่า "อาร์ค" ตามแบบศิลปะ "โกธิค"  เชื่อว่านายช่างจากฝรั่งเศสเป็นผู้มาสร้างวิหารนี้ไว้ในสมัยพระนารายณ์มหาราช  ซึ่งในช่วงเวลานั้นสังคมสมัยอยุธยามีความนิยมชมชอบการก่อสร้างตามแบบเปอร์เซียและตะวันตก

.

      ภายในวิหารวัดสะแกประดิษฐานพระประธานบนฐานชุกชีก่อด้วยอิฐถือปูนลงรักปิดทองประทับนั่งปางมารวิชัย หันหลังพิงกัน 4 องค์ โดยมีสถูปเจดีย์อยู่ตรงกลาง

. 
      พระพุทธรูปองค์หน้าเป็นประธานมีขนาดใหญ่ ส่วนอีกสามองค์มีขนาดเล็กลงมา ชาวบ้านเรียกพระพุทธรูปในวิหารวัดสะแกนี้ว่า "พระบังเงา" 
.

      เล่ากันมาว่า เจดีย์ที่อยู่ตรงกลางพระพุทธรูปทั้ง 4 องค์นั้นใต้ฐานจะเป็นอุโมงค์ สร้างไว้เป็นที่หลบภัยพม่าในอดีตครับ !!!

.

.

     พระพุทธรูป 4 องค์นั้น หมายถึงอดีตพระพุทธเจ้า 4 พระองค์ คือ พระกกุสันโธ พระโกนาคมน์ พระกัสสปะ และพระสมนโคดม รูปแบบการก่อสร้างพระพุทธเจ้า 4 พระองค์นี้น่าจะได้รับอิทธิพลมาจากศิลปมอญโดยเอาแบบอย่างมาจาก "เจดีย์ไจปุน" (Kyai pun Pagoda) ที่เมืองหงสาวดี ซึ่งสร้างโดย "พระธรรมเจดีย์" กษัตริย์มอญแห่งกรุงหงสาวดี 

.
      วัดสะแกจึงเปรียบเสมือนเป็นอนุสรณ์ที่ระลึกถึงบ้านเกิดเมืองนอน ด้วยแรงศรัทธาของชาวมอญที่อพยพเข้ามา จึงได้ก่อสร้างพระพุทธรูปศิลปะของตนไว้กราบไหว้บูชา เพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวมอญที่ไม่มีโอกาสกลับคืนบ้านเกิดแผ่นดินเดิมได้อีกเลย

.
       ตามเส้นทางถนนสายสามโคกห่างจากวัดสะแกไม่มากนัก จะนำทางไปสู่ "วัดตำหนัก" ริมแม่น้ำเจ้าพระยา  เป็นวัดโบราณ ที่ตั้งของโบสถ์ตกท้องสำเภาอันเป็นเอกลักษณ์ของศิลปะอยุธยาตอนปลายและเจดีย์ใหญ่ย่อมุมไม้สิบสองที่ยังคงปรากฏลวดลายปูนปั้นประดับอยู่แข้งสิงห์อยู่อย่างสมบูรณ์รวมทั้งเจดีย์ทรงลังการ้างในยุคต้นรัตนโกสินทร์

.

.

.

.

.

      นอกจากวัดโบราณในกลิ่นอายอดีตแห่งกรุงศรีอยุธยาและต้นรัตนโกสินทร์แล้ว สามโคกยังมีวัดใน"วัฒนธรรมมอญ" หลายแห่งให้เที่ยวชมนะครับ เช่นที่วัดจันทร์กะพ้อ ก็เป็นวัดสำคัญของชาวมอญที่รวบรวมสิ่งของเครื่องใช้และเก็บรวบรวมองค์ความรู้ของชาวมอญมาจัดเป็นพิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน

.

.

.

      วัดเจดีย์ทอง มีพระเจดีย์สถาปัตยกรรมมอญที่เลียนแบบมาจากเจดีย์จิตตะกองในประเทศเมียนม่าร์  วัดสองพี่น้อง วัดศาลาแดงเหนือ วัดป่ามะม่วง วัดเมตารางค์ วัดพลับสุธาวาส ก็ล้วนเป็นวัดใน"กวาน" หรือชุมชนชาวมอญที่กระจายตัวอยู่ทั้งฝั่งซ้ายและฝั่งขวาของแม่น้ำเจ้าพระยา

.

.

.

.

.

      วัดไผ่ล้อม ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาเช่นกัน ที่วัดนี้มีฝูง "นกปากห่าง" เข้ามาอาศัยในป่าข้างวัดอยู่เป็นจำนวนมาก บรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยาหน้าวัดกว้างขวาง ลมเย็นสบายและมีฝูงปลามากมายมารอคอยรับอาหาร

.

     สิ้นสุดการเดินทางที่ วัดท้ายเกาะ วัดปลายสุดท้ายของชุมชนชาวมอญทางทิศเหนือของแม่น้ำ เป็นที่ตั้งของมหาเจดีย์ทรงมอญทองอร่ามที่ใหญ่ที่สุดของชุมชนมอญในสามโคกครับ

.

.

       ก่อนจะเดินทางกลับ ร้านอาหารอร่อยที่จะขอแนะนำ คือ สวนอาหารอี๊เติ้ง-อี๊ต้อย ตรงถนนวงแหวนตะวันตกกก่อนเลี้ยวเข้าสามโคก  ร้านครัวท้ายเกาะ แยกถนนวงแหวนตรงเชิงสะพานข้ามแม้น้ำเจ้าพระยาและ ร้านอาหารเอี้ยเซี้ยฮวด ในตัวอำเภอสามโคกครับ

.

      แวะไปเที่ยวเมืองปทุมธานีครั้งหน้า เผื่อเวลากันซักนิดกับระยะทางไม่ถึง 10 กิโลเมตรจากตัวเมือง หรือ ประมาณ 30 กิโลเมตร จากฟิวเจอร์ปาร์ครังสิต ลองแวะไปเที่ยวชมกลิ่นอายของอดีตแห่งอยุธยาที่ซ่อนเร้นและวัฒนธรรมมอญที่สามโคก ตามสายน้ำสะอาดของแม่น้ำเจ้าพระยากันดูนะครับ

.  

       แล้วมุมมองท่องเที่ยวเชิง "วัฒนธรรม" ของคุณจะกว้างขึ้นอีกมากมายครับ !!! 

.

เพลงตะลุงมอญซ่อนผ้า จาก Blog คุณสอนสุพรรณครับ

.

Entry นี้ส่วนหนึ่งปรับปรุงมาจากงานเขียนของ

อาจารย์ศรีศักร วัลลิโภดม

อาจารย์วีรวัฒน์ วงศ์ศุปไทย ปราชญ์ชาวสามโคก




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
ศักดิ์ศิริ วันที่ : 21/01/2008 เวลา : 23.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saksiri2498
โอ...ค่ำคืนครั้งนั้น พระพุทธองค์...ทรงตรัสรู้อริยสัจจ์ ๔

ไม่อยากไปครับ จากมาด้วยความระทม
อยากกลับไปตะนาวศรี
อยากไปดูสถานที่ในพม่า
รอดูภาพยนต์พระนเรศวรตอนต่อไปครับ

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
แม่สีไฟ วันที่ : 27/08/2007 เวลา : 21.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ting

แหะ แหะ อยุธยายังเที่ยวไม่ทั่วเลยค่ะ
สามโคกก็น่าไปอีกแล้ว

ลางานสักอาทิตย์ท่าจะดี
ไปเที่ยวให้ทั่วไทย
ไปดูชุมชนชาวมอญ

กลับมาท่าจะแย่แน่ ๆ ค่ะ
ทำงานไม่ทัน

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
NickyNick วันที่ : 26/08/2007 เวลา : 13.53 น.
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=nickynick
เกร็ดท่องเที่ยวและเรื่องเล่าทั่วไปภาคกลาง,ตะวันออก,ชลบุรี

อ้อ เจอแล้ว หน้า Default อัพเดทอยู่ตรงนี้เอง
เมื่อกี้ไปเปิดบริสุทธิ์แรกที่พระมาลาทองคำวัดมหาธาตุแล้ว
http://www.oknation.net/blog/voranai/2007/08/15/entry-1

ก็เลยย่องมาตรงนี้อีกที
เรื่องมอญซะด้วย เราก็มีเชื้ออยู่ เพราะสุพรรณเป็นเมืองหน้าด่าน ต้อนรับมอญพม่าเยอะ
เดี๋ยวว่างๆ จะมาอ่านทวนความให้แม่นอีกครั้งนะครับอาจารย์เจี๊ยบ

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
บาง...เยื่อเคย วันที่ : 26/08/2007 เวลา : 09.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/samwa


เชื่อไหมว่ายังมีชุมชนชาวมอญอยู่
ในกทม.อีกแห่งหนึ่ง ห่างจากมีนบุรี
แค่เจ็ดก.ม. ที่คลองสี่สามวาตะวันตก
ชาวมอญที่นี่เป็นเครือญาติกับมอญ
สามโคก มอญพระประแดงและบาง
บัวทอง...

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
kibagnkok วันที่ : 25/08/2007 เวลา : 22.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thaithai
สีน้ำ(มือสมัครเล่น)และเรื่องราวชิวชิวที่ไร้สาระของผู้ชายหน้าแก่     .    ลุงกิ๊..

ภาพสีสดสวยมากครับ และข้อมุลดีมากเลยครับ

ไปปทุมธานีหลายครั้ง พี่งรู้ว่าที่นี่เป็นถิ่นของชาวมอญ
ไปคราวหน้าต้องขอใช้ข้อมุลโพสนี้ ไปศึกษาเพิ่มเติมหน่อยละครับ

ขอโหวดให้ 1 แต้มครับ ถูกใจ ภาพสวย กลอนเพราะ ข้อมูลเยี่ยม

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
saleman วันที่ : 25/08/2007 เวลา : 22.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saleman

ขอบคุณพี่มากครับที่แวะให้ข้อมูลเกี่ยวกับพระธาตุช่อแฮ และไปเที่ยวอยุธยาแบบเจาะลึกเลย

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
นักข่าวบ้านนอก วันที่ : 25/08/2007 เวลา : 19.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/opel

ขอบคุณ...คุณศุภศรุต มากค่ะที่แวะไปเติมเต็มภาพให้กับนักข่าวบ้านนอก

ส่วน ภาพเก่าที่คุณศุภศรุต ส่งมาให้ดู ที่ถ่ายจากทางอากาศ หันหน้าไปทางทิศตะวันออก นั้น จะลองค้นหาภาพทางอากาศที่ไปถ่ายมา...ไม่รู้ว่าได้ถ่ายมุมนี้ไว้บ้างหรือเปล่า

ขอบคุณอีกครั้งที่แวะไปเยี่ยมบ้านค่ะ...จะเข้ามาขอรับความรู้ blog นี้บ่อย ๆ นะคะ

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
กู่ วันที่ : 25/08/2007 เวลา : 16.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/shadowy
 ขอบคุณค่ะสำหรับทุกถ้อยคำแห่งน้ำมิตร ขอบคุณจริงๆ   

มาอ่านค่ะ เพลงเพราะมาก ไม่ได้ฟังนานแล้ว
ขอบคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
บรรณาลัย วันที่ : 25/08/2007 เวลา : 15.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yongyoot

แวะมาอ่านครับ

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
ปรีเปรม วันที่ : 25/08/2007 เวลา : 14.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/preprem

เห็นด้วยกะพี่ราษี..น่าไปเที่ยวเจงๆครับ

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
ราษีไศล วันที่ : 25/08/2007 เวลา : 13.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/motorcyrubjang
ณ บ้านดวนน้อย ราษีไศล ศรีสะเกษ twitter : @motorcyrubjang / facebook.com/motorcyrubjang  

น่าไปเที่ยวจังเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
ครูทิพย์ วันที่ : 25/08/2007 เวลา : 09.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Tip2
Every minute is precious if every minute I have you. ทุกนาทีจะมีค่า หากทุกเวลาฉันมีเธอ 


สวัสดียามเช้าวันเสาร์ค่ะ...ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆ และภาพสวยๆฦฦฝีมือถ่ายภาพของคุณวรณัยสุดยอดค่ะ...เรียนทางด้านถ่ายภาพมาด้วยหรือเปล่าคะ
**********************************
ขอบพระคุณที่แวะไปคอมเม้นต์ที่บ้านทิพย์นะคะ...จริงอย่างคุณว่านะคะ...มันเป็นอย่างนั้นกันแทบทุกวงการ..ใช่เลยค่ะ..ทิพย์คงต้องเหนื่อย"ใจ"ไปอีกนาน

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
ศุภศรุต วันที่ : 25/08/2007 เวลา : 08.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/voranai
เรื่องราวหลากหลายในมุมมองของนักวิชากวน

คุณมหรรณพ์ไสว ขอบคุณที่ให้คำชมครับ
คุณกำปงพิรา Credit เพลงนี้ ต้องยกให้คุณเฟิงสุ่ยครับ เรียนรู้มาจากคำแนะนำใน Blog เธอ เลย Copy เพลงมาด้วย ชอบเพลงบรรเลงมาใช้ประกอบงานเขียนครับ

คุณสุภาวัลย์ หายแล้วสิท่า จึงมีเวลาไปเที่ยว สำหรับข้อมูล เลือกใช้ได้ตามสบายครับ Credit ของอาจารย์ที่ผมอ้างอิงไว้

คุณ jui กำลังเหงาอยู่ที่เมืองจีน เพื่อน ๆ ชาวBlog ไปช่วยกันปลอบขวัญที่ Blog กันหน่อยครับ


ความคิดเห็นที่ 16 (0)
Jui วันที่ : 25/08/2007 เวลา : 07.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jui880

ขอบคุณที่นำประวัติดีๆมาเล่า แล้วมอญระแหงละครับแยกมาจากสามโคกหรือเปล่า ยายผมเป็นคนไทยที่เข้าใจว่ามีเชื้อมอญเพราะอยู่แถวระแหงติดกับสามโคก ปทุมธานี

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
Supawan วันที่ : 25/08/2007 เวลา : 06.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

วันนี้จะไปเที่ยวพระประแดงค่ะ ขออนุญาตล่วงหน้านำบางส่วนของบทความที่เกี่ยวกับวัดมอญมาประกอบเรื่องด้วยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
Supawan วันที่ : 25/08/2007 เวลา : 06.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

ขอบคุณมากค่ะ สำหรับเรื่องดีๆ ที่มีผู้รู้จริงนำมาถ่ายทอด

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
กำปงพิราเทวี วันที่ : 24/08/2007 เวลา : 22.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kampong
  ก ร ะ เ ป๋ า ห ม า ก แ ห่ ง ก า ร เ ดิ น ท า ง ข อ ง ห ม่ อ ม   

เยี่ยมไปเลยค่ะ ^^


ใกล้เกลือกินด่างจริงๆ เลยเรา อิอิ คนนนทบุรีแท้ๆ ยังไม่เคยไปเที่ยวเลยอ่ะ


ขอบคุณมากค่ะ


..................................


อ้อ ขอบคุณอีกอย่างนึงเรื่องเพลงประกอบบล๊อกด้วยนะคะ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ร้านเรา (ที่ทำงาน) มีการเลี้ยงพระ แล้วในช่วงเวลาที่พระฉัน ต้องเปิดเพลงให้ได้บรรยากาศ แต่ร้านเราไม่มีเพลงไทยบรรเลงเลย จึงเปิดบล๊อกของคุณในบล๊อก "พระมาลาทองคำ" เพื่อเอาเพลงออกลำโพงของร้านประกอบรายการค่ะ


ขอบคุณมาก



ความคิดเห็นที่ 12 (0)
มหรรณพ์ไสว วันที่ : 24/08/2007 เวลา : 22.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mahansawai
 

ชอบเพลงมากครับ เพราะและเข้าเนื้อดีจัง

คุณศุภศรุตนี่ เครื่องจักรผลิตงานคุณภาพจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ศุภศรุต วันที่ : 24/08/2007 เวลา : 20.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/voranai
เรื่องราวหลากหลายในมุมมองของนักวิชากวน


ขอบคุณ"รอบแรก"กับหลายท่านที่แวะเวียนมาท่องเที่ยววัฒนธรรมที่บ้านนะครับ
คุณ joeyman ยินดีให้ความร่วมมือครับกับสารคดีที่จะทำในอนาคต

คุณเฟิงสุ่ย หากขับรถไปทางวงแหวน พอข้ามสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาก่อนเข้าบางไทร มองมาทางซ้ายมือ จะเห็นวัด"ท้ายเกาะ" สวยเป็นจุดเด่น และเกาะ"ราชคราม" มากชัดเจนครับ วันหลังถ้าผ่านไปอีก ก็ลองแวะดู วิวริมแม่น้ำที่นี่สวยมาก

คุณ Psty ภาพที่ใช้ อยู่ในช่วงงาน"เปิงสงกรานต์"ในเดือนเมษายนของมอญสามโคกครับ ถ้าไปในช่วงนี้ ก็เหมือนกับไปเที่ยววัดและพิพิธภัณฑ์อารมณ์ย้อนยุคมอญและอยุธยาครับ

คุณมักคุเทศก์ทางวิญญาณ ยังมี"อยุธยาที่ซ่อนเร้นอีกหลายแห่ง" จะนำมาเสนอในคราวต่อไป

คุณป่าตอง นักเที่ยวอารมณ์เดียวกัน ที่เกาะเกร็ด เมืองนนทบุรี ก็มีงานเปิงสงกรานต์ครับ วัดที่นนท์เก่าแก่ก็มาก
บ้านเมืองเปลี่ยนแปลงไปเยอะ ที่สามโคกก็คล้าย ๆ กันครับ ...ผมว่าที่นนท์ดูจะสะดวกกว่าด้วยซ้ำ

คุณลูกเสือ แวะไปชมวรรกรรมพระอภัยมณีและเวณิชเมืองจีนมาแล้วนะครับ ขอบคุณที่ติดตามโดยตลอด

คุณสยามแพตทริออต เรื่องของชาติพันธุ์ที่หลากหลายในรัฐชาติไทย เป็นเรื่องละเอียดอ่อนมาก หลายคนยังไม่เข้าใจ"รากเหง้า"ของตน จึงยังคงดูถูกผู้อื่นอย่างโง่เขลาครับ

คุณ Naitiwa ขอบคุณที่มาเยี่ยมทุกครั้ง โรตีสายไหม จริง ๆ แล้วไม่ใช่ของแขกที่อยุธยานะครับ คนจีนไปรับมาขายจากปากคลองตลาดเมื่อไม่นานนี้เอง โรตีสายไหมหลากสีธรรชาติ กำลังเป็นที่นิยม ...สูตรของผมต้องกินแป้งร้อน ๆ นิด ๆ สายไหมเยอะ ๆ จึงจะอร่อย

ลุงต้าลี่ ขอบคุณครับที่เข้ามาเยี่มชมทุกครั้ง ผมใช้ Blog เป็นที่"สื่อสาร" ในเรื่องที่ถนัด ถ้ามันมีประโยชน์หรือแค่ไปสะกิดความจำให้กับใคร ผมก็มีความสุขแล้ว....ขอบคุณสำหรับคำชมที่ทำให้มีความมั่นใจมากขึ้น

ส่วนเรื่องกรมศิลปากรและการอนุรักษ์ ไม่ค่อยอยากพูดถึงครับ เพราะต่างกระบวนทัศน์ทางความคิด
ของผม"การพัฒนาต้องมาจากประชาชน" ครับ
ส่วนของกรมอาจจะติดเงื่อนไขหลายอย่าง
ซึ่งก็คงต้องปรับจูนเข้าหากันให้มากในอนาคต

ก่อนที่หลักฐานทางวัฒนธรรมและโบราณสถานจะหายไปจนหมด ( เช่นกรุเจดีย์วัดตำหนัก ก็ถูกขุดหาพระเครื่องจนพรุนหมดแล้ว กรมศิลป์ก็ต้องปล่อยเพราะทำอะไรไม่ได้ เรื่องนี้ก็ไม่อยากพูดถึงครับ เพราะถ้าเป็นผม ก็พยายามไปหารูปหรือพระเครื่องบางส่วนกลับมาแล้วจัดทำเป็นนิทรรศาการไว้ที่วัด ส่วนโบราณสถานก็ทำวางสะอาดและปรับภูมิทัศน์ ไม่ใช่เอางบมาบูรณะอย่างเดียว องค์ความรู้ไม่สร้างให้ท้องถิ่น)

ขอบคุณรอบแรกครับ
ท่านอื่นล่ะครับ มีความเห็นอย่างไร ก็เชิญลงนามเยี่ยมหน่อยนะครับ !!!



ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ลุงต้าลี่ วันที่ : 24/08/2007 เวลา : 18.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/loongdali

เรื่องราวที่คุณศุภศรุต post ทุกเรื่อง เป็นคุณูประการต่อชาวblog และสังคมทั่วไปจริงๆ
เรื่องนี้วิถีชีวิตชาวมอญ และวัดมอญเก่า ๆ อย่างนี้หาดูได้ยาก ทั้ง ๆที่อยู่ไม่ไกลจาก กทม. แต่ขาดการประชาสัมพันธ์เชิญชวนนักท่องเที่ยว อยากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องรักษาของเก่าเอาไว้อย่าไปโป๊วทับของเก่าเสียล่ะ กรมศิลปากรรีบขึ้นทะเบียนโบราณสถานเช่นนี้ไว้เป็นของคู่บ้านคู่เมือง โดยเฉพาะประวัติศาสตร์ท้องถิ่นที่เป็นที่ตั้งของโบราณสถาน ถ้ามีข้อมูลการเดินทางและแผนที่สังเขปจะรีบไปดูทันทีครับ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
joeyman วันที่ : 24/08/2007 เวลา : 18.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/inmind

ขอบคุณครับที่แวะไปเยี่ยม ตัดต่อ Blog TV ก็เหมือนตัดต่องานทีวีปกติเลยล่ะครับ ก็ต้องอาศัยประสบการณ์เหมือนกัน พอดีผมทำงานด้านสื่อก็เลยปลีกเวลามาทำงานอย่างที่ตัวเองรักครับ นี่ว่าอยากจะทำเรื่องเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ในพื้นที่กรุงเทพเหมือนกันครับ ยังไงคงขอปรึกษานะครับ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
naitiwa วันที่ : 24/08/2007 เวลา : 18.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/naitiwa
...ที่เห็น ที่เป็นไป ใช่ ไม่ใช่ ไม่สำคัญ...

วันนี้แวะมาอ่านอย่างเดียวครับ แหะ แหะ
อ่านพร้อม ๆ กับ กัดกร้วม ๆ ของฝากจากอยุธยา โรตีสายไหม บังดิน เจ้าอร่อย ที่น้องสาวคนหนึ่ง หิ้วมาฝากเมื่อตะกี้นี้เองครับ แหะ แหะ
สวัสดีครับ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
siampatriot วันที่ : 24/08/2007 เวลา : 17.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/siampatriot
แวะมาเยี่ยมคร๊าบบบบ

อ่านประวัติศาสตร์แล้วขนลุกครับ ทำให้ความรู้สึกว่าการแบ่งแยกเชื้อชาติ วัฒนธรรมที่มีอยู่ลึกๆ ในใจลดลงไปเยอะ สงครามไทยพม่าคนมอญช่วยคนไทยมาโดยตลอด แต่เรายังได้ยินบ่อยๆ แนวเหยียดๆ ว่าพวก"พม่ารามัญ" ทั้งที่เมื่อก่อนรัฐมอญก็เป็นดินแดนของอธุยาเช่นกัน ขอบคุณสำหรับเรื่องดีๆ อีกครั้งครับ...

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 24/08/2007 เวลา : 15.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ขอบคุณด้วยใจจริงครับผม
ที่นำเรื่องและภาพยอดเยี่ยมมาฝาก

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
Patong วันที่ : 24/08/2007 เวลา : 14.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Patong

เคยพาเด็กๆ ไปที่เกาะเกร็ดค่ะ ที่นั่นไม่ค่อยเหลือวิถีชีวิตเก่าๆ ให้เห็นเท่าไหร่แล้ว ถูกปรุงแต่งให้รับแขกจนน่าเสียดาย

ดูๆ แล้วที่นี่ยังน่าเที่ยวค่ะ

แวะมาแล้วไม่ผิดหวังค่ะ ได้ข้อมูลดีๆ เพียบ


ความคิดเห็นที่ 4 (0)
มัคคุเทศก์ทางวิญญาณ วันที่ : 24/08/2007 เวลา : 13.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/guide007
ฉันถอดเสื้อสีแล้ว!!!! คุยกับฉันได้ไหมเพื่อนมนุษย์!!!!

เรื่องราวที่ซ่อนเร้น
ในประเด็นของชาวมอญ
อยุธยามีรามัญซ่อน
ฝากสมัยให้น่าศึกษา
น่าสนใจครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
psty วันที่ : 24/08/2007 เวลา : 13.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/prasityoo

ถ้าไปในช่วงที่ไม่ใช่เทศกาล จะได้เห็นบรรยากาศนี้ไหมครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
feng_shui วันที่ : 24/08/2007 เวลา : 13.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

ไปอยุธยา ยังไม่เคยแวะไปสามโคกสักทีเลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
joeyman วันที่ : 24/08/2007 เวลา : 11.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/inmind

ขอบคุณครับสำหรับเรื่องดีๆแบบนี้ ว่างๆจะไปถ่ายทำเป็นสารคดีแบบ Blog TV มาให้เพื่อนๆชาว Blog ชมบ้างคงไม่ว่ากันนะครับผม

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

งานวันผู้ไทโลก ครั้งที่ 8

งานวันผู้ไทโลก เท่อที่ 8 "พระธาตุศรีมงคลงามสง่า บูซาเจ้าปู่มเหศักดิ์ โฮมฮักผู้ไทโลก" วันที่ 4 - 6 เมษายน 2560 ณ อำเภอวาริชภูมิ จังหวัดสกลนคร

View All
<< สิงหาคม 2007 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  



[ Add to my favorite ] [ X ]