• ศุภศรุต
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : jeabvoranai@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-28
  • จำนวนเรื่อง : 224
  • จำนวนผู้ชม : 2227554
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1574 คน
วรณัย พงศาชลากร
เรื่องราวทางมานุษยวิทยา ประวัติศาสตร์ โบราณคดี สหวิทยาการและมุม Gossip
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/voranai
วันอาทิตย์ ที่ 11 พฤศจิกายน 2550
Posted by ศุภศรุต , ผู้อ่าน : 19535 , 14:03:03 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

       อีกไม่นานนัก การแข่งขันขันกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติ กีฬาโอลิมปิก “ปักกิ่ง 2008” ที่มีคำขวัญการแข่งขันว่า "One World One Dream" ก็จะเริ่มขึ้น ในระหว่างวันที่ 8 – 24 สิงหาคม 2008  ณ กรุงปักกิ่ง ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน  เห็นข่าวว่าทางประเทศจีนเตรียมตัว และเตรียมพร้อมจัดงานเฉลิมฉลอง รวมทั้งตั้งใจจัดการแข่งขันให้ยิ่งใหญ่สุดอลังการ แลเพื่อให้เป็นที่หนึ่งที่สุดของโลกตามที่ได้ประชาสัมพันธ์ รัฐบาลจีนถึงกลับเชิญสตีเว่น สปีลเบิร์ก ผู้กำกับภาพยนตร์ผู้มีชื่อเสียงคับฟ้ามาเป็น Producer ของงานพิธีเปิดและปิดการแข่งขันโดยตรง แค่งานเฉลิมฉลองของชาวจีนไม่ว่างานไหน ก็เป็นเรื่องยิ่งใหญ่เสมออยู่แล้ว และหากยิ่งมีผู้กำกับระดับโลกมาร่วมด้วยขนาดนี้  “ปักกิ่งเกมส์ 2008” คงจะสร้างสิ่งแปลกใหม่และความประทับใจให้กับวงการกีฬาโลกได้อีกมากมาย

.

.

        แต่ที่ผมให้ความสนใจมากที่สุด ก็คงเป็นตัวมาสคอต (Mascot) หรือสัตว์นำโชค ที่เปิดตัวถึง 5 ตัวครับ สัตว์นำโชคทั้งห้า แทนความหมายห่วงและสีทั้ง 5 ของโอลิมปิก รวมทั้งแทนความหมายธาตุทั้ง 5 แห่งโลก Mascot หรือ ฟู่หวา 福娃 ในปักกิ่งเกมส์ 2008 นี้ ประกอบด้วย
.

        เป้ย เปย 贝贝 เป็นปลา แทนความเจิญรุ่งเรือง , จิง จิง 晶晶  เป็นหมีแพนด้า แทนความสดชื่น สนุกสนาน , ฮวน ฮวน 欢欢  ไฟแห่งตุงหวง แทนความกระตือรือล้น , หยิงยิง 迎迎 แกะธิเบต แทนสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง และ นีหนิ  妮妮 นกนางแอ่น แทนความมีโชคสุขสวัสดิ์ ชื่อทั้ง 5 เมื่อนำมาเรียงต่อกันจะกลายเป็นคำพ้องเสียง  "北京欢迎您" แปลว่า “ปักกิ่งยินดีต้อนรับ” ครับ

.

.

        แต่ผมก็อดเสียงดายไม่ได้ ที่เรื่องราวของ “มนุษย์แห่งปักกิ่ง” (Peking man) ความภาคภูมิใจอย่างหนึ่งของชาวปักกิ่ง ไม่ได้ถูกนำมาเป็น ฟู่หวา กับเขาด้วย นั่นก็คงเป็นเพราะคนจีนเขามองว่า Mascot สากล ก็คือตัวสัตว์ แต่มนุษย์ปักกิ่งคือ "บรรพบุรุษของชาวจีน" เรื่องราวของมนุษย์ปักกิ่ง จึงถูกนำเสนอควบคู่กับการโปรโมทกีฬาโอลิมปิกอย่างสมเกียรติ เชิญชวนให้ผู้คนไปเยือนปักกิ่งในช่วงการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ได้ไปท่องเที่ยว “ภูผากระดูกมังกร” สถานที่ขุดพบ "มนุษย์ปักกิ่ง" ในอดีตครับ

.

.

          ใน Entry นี้ ผมจึงขอตามน้ำกีฬาโอลิมปิกของกรุงปักกิ่ง ด้วยเรื่องราวมนุษย์โบราณ “ปักกิ่งแมน” อธิบายสั้น ๆ ว่า เขาเป็นใคร มาจากไหน  หายไปไหน แล้วทำไมชาวปักกิ่งจึงภาคภูมิใจกับเขามายาวนาน ถึงจะตามน้ำแต่ก็ไปคนละทาง คนละเรื่อง หากท่านสนใจเรื่องราวส่วนหนึ่งแห่งความเป็น "ปักกิ่ง" ก็คงต้องอดทนอ่านกันหน่อยนะครับ

.

        เมื่อช่วงเวลาประมาณ 1 .8 ล้าน  – 1 0,000 ปีที่แล้ว โลกมนุษย์ต้องเผชิญกับฤดูหนาวอันโหดร้ายและยาวนานของยุคน้ำแข็ง หรือที่เรียกว่า “สมัยไพลสโตซีน” ( Pleistocene Epoch ) ลักษณะของภูมิประเทศและภูมิอากาศ แตกต่างจากปัจจุบันอย่างสิ้นเชิง ซีกโลกทางเหนือและซีกโลกด้านใต้ถูกปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งและธารน้ำแข็ง (Glacial) น้ำในทะเลอยู่ในระดับต่ำจากปัจจุบัน 70 – 150 เมตร (น้ำทะเล มันกลายไปเป็นน้ำแข็งแทนครับ)

.

        การลดระดับลงของน้ำทะเลทำให้ผืนแผ่นดินของโลกในยุคน้ำแข็ง มีพื้นดินที่กว้างใหญ่ไพศาล ทวีปอเมริกาเหนือมีแผ่นดินใหญ่เชื่อมกับทวีปเอเซียที่ช่องแคบแบริ่ง (Bering) ระหว่างไซบีเรีย (Siberian) และอลาสก้า(Alaska)  ในขณะที่อ่าวเปอร์เซียและทะเลแดงในคาบสมุทรอารเบีย (Arabian Plate) ของทวีปเอเซีย กลายเป็นแผ่นดินอันกว้างใหญ่เชื่อมทวีปแอฟริกา (African Plate) บริเวณประเทศเอธิโอเปีย ซูดาน และอียิปต์   ทวีปยุโรปเชื่อมกับต่อทวีปแอฟริกาในทะเลเมดิเตอร์ริเนียน (Maditeranean)

.

       ส่วนประเทศไทยที่ตั้งอยู่บนไหล่ทวีปซุนด้า (Sundal Shelf) ได้กลายมาเป็นคาบสมุทรขนาดใหญ่เชื่อมต่อ ประเทศอินโดนิเซีย ชวา เบอร์เนียว ไปจรดเกาะปาลาวันในประเทศฟิลิปปินส์  และในบางครั้ง  แผ่นดินยังได้เชื่อมต่อไปจนถึงนิวซีแลนด์ และทวีปออสเตรเลีย เรียกว่า แผ่นดินซาอูล (Sahul Shelf) เกาะแก่งต่าง ๆ ที่เห็นอยู่ในทะเลในปัจจุบัน คือยอดเขาในอดีตของยุคน้ำแข็งไพลสโตซีนนั่นเอง !!!

. 

         สภาพภูมิอากาศของโลกในช่วงยุคน้ำแข็งมีอากาศหนาวเย็นเป็นระยะเวลายาวนาน บนภาคพื้นทวีป อุณหภูมิลดต่ำกว่าศูนย์องศาหรือมากกว่า เกินสิ่งมีชีวิตและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมจะสามารถอาศัยอยู่ได้ สวนสวรรค์ของเหล่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ในโลกยุคน้ำแข็งจึงมาอยู่ที่บริเวณเส้นศูนย์สูตร ( Equator Line ) ที่พาดผ่านประเทศอินโดนิเซีย แอฟริกากลาง และตอนเหนือของทวีปอเมริกาใต้ในปัจจุบันครับ

.

        ภูมิภาคนี้ได้รับอิทธิพลความร้อนจากดวงอาทิตย์มากที่สุด อากาศหนาวเย็นของโลกในยุคน้ำแข็งจึงมีผลต่อสภาพภูมิอากาศในเขตนี้ได้เพียงเล็กน้อย แผ่นดินสวรรค์ในเขตเส้นศูนย์สูตร มีสภาพเป็นป่าโปร่ง สลับกับทุ่งหญ้า ป่าเบญจพรรณ ป่าดงดิบ ป่าดิบชื้น มีฝนตกชุกรวมทั้งมีอากาศที่อบอุ่นเหมาะต่อการอยู่อาศัยของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมและต่อวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตที่เป็นบรรพบุรุษของมนุษย์

.

        ในบางครั้งภูมิอากาศได้เปลี่ยนแปลงไป อากาศอบอุ่นรุกกลับขึ้นไปในพื้นทวีป ขับไล่อากาศหนาวเย็นของยุคน้ำแข็งให้พ้นไปจนถึงประมาณละติจูดที่ 49 องศาเหนือ กว่า 4 ครั้งใหญ่และครั้งย่อย ๆ อีกหลายครั้ง เกิดพื้นที่ของทุ่งหญ้ากว้างใหญ่และทุ่งหญ้าที่แตกต่างกันตามสภาพภูมิอากาศ (Steppe and Savanna) เกิดป่าเบญจพรรณหรือป่าโปร่ง รอยต่อของอากาศจะกลายเป็นป่าเหนือ (Boreal Forest) แบบผสมกับป่าทุนดร้า(Tundra)

.

        การสลับกันไปมาระหว่างอากาศที่หนาวเย็นกับอากาศที่อบอุ่นนี้ ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมที่มีผลสำคัญต่อวิวัฒนาการของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมและพรรณพืช  เมื่อถึงช่วงเวลาอบอุ่น เหล่าสายพันธุ์พืชของป่าเบญจพรรณ ทุ่งหญ้าสะวันนา และป่าโปร่ง เริ่มรุกเข้าสู่ภาคพื้นทวีปใหญ่ ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นจากเดิม  30 – 50 เมตร พอถึงฤดูหนาวเย็น ยุคน้ำแข็งเริ่มกลับมาเยือนอีกครั้ง สิ่งมีชีวิตและพืชพรรณก็อพยพ เดินทางกลับลงมาหาที่อบอุ่นของภูมิภาคเส้นศูนย์สูตร พื้นแผ่นดินกลายมาเป็นทุ่งหญ้าสเต็ปป์อันกว้างใหญ่  พืชและสัตว์บางชนิดจึงมีวิวัฒนาการให้เข้ากับสภาพภูมิอากาศที่หนาวเย็น

.

        เมื่ออากาศบนพื้นทวีปสลับกลับมาอบอุ่นในระยะเวลาสั้น ๆ  พรรณพืชและเหล่าสัตว์นานาชนิด  ต่างก็เริ่มเคลื่อนตัวอพยพขึ้นเหนือเส้นศูนย์สูตรอีกครั้ง ทิศทางและภูมิประเทศที่แตกต่างกันไม่ได้เป็นปัจจัยสำคัญของการอพยพเคลื่อนย้าย บ้างก็อพยพไปทางซ้าย บ้างก็เคลื่อนเฉียงไปทางขวา เราจึงพบหลักฐานของสิ่งมีชีวิตต่างทวีปมากมายเช่น  Crocuta Crocuta หรือไฮยีน่าลายแถบ หมาป่าไฮยีน่า (Striped Hyenas) หมีแพนด้ายักษ์ (Ailuropoda Melanoleuca) ลิงอุรังอุตัง และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมนอกถิ่นที่อยู่อาศัยในปัจจุบัน ทั้งยังพบหลักฐานของสิ่งมีชีวิตเลี้ยงลูกด้วยนมที่มีวิวัฒนาการในการปรับตัวให้เข้ากับอากาศหนาว  เช่น ช้างแมมมอธ (mammoth) เสือเขี้ยวดาบ ( Sabre – toothed Tigers )  แรดขนปุย ( Woolly Rhinoceroses ) กวางยักษ์เมกะโลซีรอส ( Megaloceros ) ฯลฯ ที่สูญพันธุ์ไปหลังจากยุคน้ำแข็งสุดท้ายเมื่อประมาณ 1 หมื่นปีที่แล้วหรือหลังจากนั้นครับ

.

.

       ความสำคัญของยุคน้ำแข็งไพลสโตซีน เมื่อเกือบสองล้านปีที่ผ่านมา คือการปรากฏตัวของสิ่งมีชีวิตเลี้ยงลูกด้วยนม (Mammalia) ที่เชื่อว่าเป็นสิ่งมีชีวิตคล้ายมนุษย์ (Hominoidea) เป็นสายวิวัฒนาการของบรรพบุรุษมนุษย์ (Early Hominid )โดยตรงเป็นครั้งแรก สิ่งมีชีวิตที่คล้ายมนุษย์นั้น ถูกเรียกว่า โฮโม อิเรคตัส (Homo Erectus) หรือมนุษย์ผู้เดินตัวตรงบนขาทั้งสองข้าง

.

.

       โฮโม อิเรคตัส (Homo Erectus) คือสิ่งมีชีวิตเลี้ยงลูกด้วยนมมีลักษณะที่คล้ายคลึงกับมนุษย์เกือบทุกประการ อาจจะเป็นบรรพบุรุษโดยตรงของโฮโม  ซาเปี้ยน ( Homo Sapiens ) ที่เป็นมนุษย์เช่นเราในปัจจุบัน หรืออาจจะเพียงเป็นสายวิวัฒนาการที่คู่ขนานกันมา  แต่ไม่ใช่บรรพบุรุษของเราโดยตรง  มีชีวิตอยู่ในช่วงยุคน้ำแข็งไพลสโตซีน มีอายุตั้งแต่ 3 แสนปีเรียกว่า โฮโม อิเรคตัสที่ทันสมัย  ไปจนถึงอายุ 1.9 ล้านปี เรียกว่าโฮโม อิเรคตัสที่ล้าหลัง ( พบในทวีปแอฟริกา ) โฮโม อิเรคตัส มีร่างกายขนาดใหญ่กว่า 5 – 6 ฟุต (มากกว่า1.5 เมตร ) เพศหญิงจะเตี้ยกว่า เป็นมนุษย์ที่มีขายาวและยืนตัวตรง กระดูกขาที่พบจากแหล่งขุดค้นต่าง ๆ ทั่วโลกไม่แตกต่างจากมนุษย์ในปัจจุบันเท่าใดนัก ยังไม่พบกระดูกมือที่สมบูรณ์ แต่จากร่องรอยเครื่องมือหิน ทำให้สันนิษฐานว่า โฮโม อิเรคตัส มีมือที่วิวัฒนาการได้ดีเท่ากับมนุษย์ในปัจจุบันแล้ว!!!         

.

       โฮโม  อิเรคตัส มีขนาดปริมาตรความจุของมันสมอง (Cranial Capacity)อยู่ระหว่าง 700 – 1,200 ลบ.ซม. ซึ่งมนุษย์ในปัจจุบันมีขนาดมันสมองระหว่าง 1,000 – 2,000 ลบ.ซม. ขนาดสมองที่ใหญ่ขึ้นนี้คือส่วนสำคัญที่ทำให้โฮโม อิเรคตัส มีพฤติกรรมที่ซับซ้อนขึ้น ฉลาดมากขึ้น สามารถสร้างและใช้เครื่องมือจากหิน กระดูก และไม้ ได้ดีกว่าบรรพบุรุษเดิม นั่นคือโฮโม  แฮบิลิส (Homo habilis : อายุ1.6 – 2.3 ล้านปี พบในทวีปแอฟริกา มีขนาดความจุมันสมอง 600 – 700 ลบ.ซม. ) จนสามารถอพยพขึ้นไปสู่บริเวณทางเหนือที่ไกลจากเส้นศูนย์สูตร และเผชิญกับปัญหาการเอาชีวิตให้รอดจากสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ช่วยกระตุ้นให้เกิดพัฒนาการทางวัฒนธรรมและภาษา ทางกายภาพ เกิดการปรับตัวที่บริเวณผิวหนัง มีขนยาวลดลงและมีต่อมเหงื่อมากขึ้น เพื่อปรับรักษาอุณหภูมิในร่างกายให้คงที่

.

.

        ข้อแตกต่างสำคัญระหว่าง โฮโม อิเรคตัส กับมนุษย์ในปัจจุบัน คือกระดูกที่หนักและหนากว่า กล้ามเนื้อของร่างกายที่ใหญ่กว่า ตามสภาพทางกายภาพของโครงกระดูก มีหน้าผากต่ำและแคบ ลาดเป็นชั้น มีกระดูกคิ้วโปนหนา มีกระดูกขากรรไกรและกรามใหญ่หนา มีผิวหน้าของฟันกรามใหญ่เป็นรูปหลายแฉก  มีฟันเขี้ยวด้านล่างและฟันกรามซี่ 1 –3 ที่ใหญ่กว่า

.

        โฮโม อิเรคตัสที่ทันสมัย หรือมนุษย์ปักกิ่ง ( Peking Man) ถูกพบเป็นครั้งแรกในปีพ.ศ.  2464 ที่หมู่ถ้ำแห่งหนึ่ง ชื่อ "จูกูเทียน" ( Zhoukoudian  or Choukoutain)  ผาถ้ำแห่งนี้อยู่ห่างจากกรุงปักกิ่งไปทางตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 25 ไมล์ หน้าผาหินปูนที่พูดกันอยู่ในหมู่ของหมอยาแผนโบราณชาวจีนว่า เป็นที่สถิตของ "กระดูกมังกร" ส่วนผสมสำคัญของยาอายุวัฒนะชั้นเลิศที่เชื่อถือสืบทอดมาตั้งแต่สมัยโบราณ ในครั้งแรกนักโบราณชีววิทยาชาวเยอรมันชื่อฮีเบอเรอร์ ( K.A. Heberer ) ได้มาพบฟอสซิลของฟันสิ่งมีชีวิตคล้ายมนุษย์ในร้านขายยาแห่งหนึ่งในนครปักกิ่ง  นำไปสู่การติดตามต้นตอของฟันซี่นั้นไปจนถึงหมู่บ้านจูกูเทียน เขาได้รวบรวมตัวอย่างกว่า 100 ชิ้นจากร้านขายยา ส่งไปให้นักโบราณชีววิทยาตรวจสอบ จึงพบว่าฟอลซิลที่ส่งมาตรวจสอบนั้น ชิ้นหนึ่งคือฟันกรามซี่ที่ 3 ด้านซ้ายสิ่งมีชีวิตที่คล้ายมนุษย์ หรืออาจจะเป็นฟันของ.......มนุษย์  แฮเบอเรอร์เชื่อมั่นว่าจะต้องมีมนุษย์โบราณอาศัยอยู่ที่บริเวณผาถ้ำที่หมู่บ้านจูกูเทียนอย่างแน่นอน !!!

.

.

        จอนห์น กันเนอร์ แอนเดอร์สัน (J.Gunnar Andersson) นักธรณีวิทยาชาวสวีเดน เดินทางไปที่จูกูเทียนเพื่อสำรวจแหล่งแร่ธาตุให้กับรัฐบาลจีน ในปี พ.ศ. 2464 เขาได้พบกับฟอสซิลกระดูกสัตว์ที่มีร่องรอยการล่าของมนุษย์ ในหมู่บ้านจูกูเทียนบริเวณที่เรียกว่าเนินกระดูกมังกร (Dragon-Bone Hill) สถานที่แห่งนี้หมอยาชาวจีนมาขุดหาฟอสซิลไปทำยาอายุ วัฒนะเป็นเวลานานกว่า 100 ปีมาแล้ว

.

.

        คนที่ขุดเล่าว่า เคยพบหินควอท์ซไซท์ (Quartzite) ที่แตกกะเทาะอย่างแปลกประหลาด เป็นแง่คมด้านหนึ่งบ้าง ทั้งสองด้านบ้าง ไม่น่าเป็นการกระทำของธรรมชาติ คงมีคนนำมาทิ้งไว้ที่นี่ แอนเดอร์สันและทีมงานจึงได้เริ่มขุดค้นที่เนินกระดูกมังกร และพบซากฟอสซิลมากมาย ทั้งหมดถูกส่งกลับไปที่สวีเดนเพื่อการศึกษาและวิเคราะห์ ผลสรุปออกมาว่า ฟอสซิลที่ส่งไปตรวจสอบ เป็นของสิ่งมีชีวิตเลี้ยงลูกด้วยนมกว่า 20 สายพันธุ์  บางชนิดสูญพันธุ์ไปแล้ว ในปีพ.ศ. 2469 เขาจึงได้ค้นพบฟันของสิ่งมีชีวิตคล้ายมนุษย์ เป็นฟันกรามใหญ่ 1 ซี่ และฟันธรรมดา 1 ซี่ ซึ่งทำให้เขาเชื่ออย่างมากว่า จะต้องพบกับฟอสซิลของมนุษย์ ในเวลาอันใกล้นี้

.

        เดวิดสัน แบล็ค (Davidson Black) นายแพทย์ชาวแคนนาดาผู้เดินทางค้นหาซากฟอสซิลของมนุษย์โบราณไปทั่วโลก เขาต้องพบกับความผิดหวังในประเทศไทยและจีนตอนเหนือ แต่ความเชื่อและความมั่นใจในทฤษฎีที่ว่า ดินแดนของประเทศจีนและเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ในป่าเขตร้อนบริเวณเส้นศูนย์สูตร คือถิ่นที่อยู่อาศัยอันอบอุ่นของมนุษย์ในยุคน้ำแข็งเมื่อหนึ่งล้านปีที่แล้ว ตามแนวคิดทฤษฎีของชาร์ลส์ ดาร์วิน (Charles Darwin : 1859) และอัลเฟรด อาร์ วอลเลส (A.R. Wallace : 1905)  รวมกับแรงบันดาลใจจากการค้นพบมนุษย์โบราณบนเกาะชวาของ เออร์ยีน ดูบัวร์ (Eugene  Dubois 1891) จึงยอมรับตำแหน่งศาสตราจารย์ทางด้านกายวิภาคประจำมหาวิทยาลัยปักกิ่ง ในปีพ.ศ 2462

        ต่อมาในปี พ.ศ. 2470 การขุดค้นที่เนินเขากระดูกมังกรเริ่มขึ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ยากลำบากมากขึ้นกว่าเดิม เพราะพื้นถ้ำชื้นแฉะ สะสมปริมาณน้ำที่เจิ่งนองมาจากเพดานถ้ำ รวมทั้งความไม่สงบในประเทศจีน จนเมื่อวันที่16 ตุลาคม 2470  เบอเกอร์ โบหลิน (Birger  Bohlin) นักโบราณชีววิทยา ผู้อำนวยการขุดค้นชาวสวีเดนได้ส่งซากฟอสซิลมาให้แบล็คตรวจสอบที่ปักกิ่ง มันเป็นกรามและฟันของมนุษย์ที่เก่าแก่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาอย่างแน่นอน แบล็คจึงรีบเขียนโครงการขอทุนวิจัยจากมูลนิธิร็อคกี้ เฟลเลอร์เพื่อนำมาใช้จ่ายในการขุดค้น และประกาศการค้นพบจีนัสและสปีชีส์ใหม่ของมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ ให้ชื่อฟันและกรามใหญ่ที่ค้นพบนั้นว่า ไซแนนโธรปัส พีคินเอนซิส  (Sinanthropus  Pekinensis) หรือ คนจีนแห่งปักกิ่ง  แต่หลักฐานเพียงน้อยนิดนี้ ยังไม่เป็นที่ยอมรับจากนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกในเวลานั้นมากนัก

.

.

        แบล็คกลับมาปักกิ่งในปีพ.ศ. 2471  หลักฐานของไซแนนโธรปัสหรือมนุษย์ปักกิ่ง มีมากขึ้นกว่าเดิม ทีมงานของเขาขุดพบกระดูกขากรรไกร ที่แตกหัก  และชิ้นส่วนต่าง ๆ ของมนุษย์มากขึ้นเรื่อย ๆ  ในปีพ.ศ.  2472  ดร.ไป เวง จุง (Pei Wen Chung) นักโบราณชีววิทยาชาวจีนที่ทำงานร่วมกับแบล็ค ได้ค้นพบกะโหลกศีรษะชิ้นแรกของไซแนนโธรปัสขณะที่ขยายพื้นที่ขุดออกมาอีก 2 ถ้ำ กะโหลกนั้นสมบูรณ์ติดอยู่กับผนังหิน  แบล็คนำมาให้ รอย ซี แอนดรู  เพื่อนนักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกันตรวจสอบ  แอนดรูให้ความเห็นเกี่ยวกับไซแนนโธรปัสนั้นในทันทีว่า ....มันเป็นศีรษะของปัจเจกบุคคลที่มีอายุกว่าครึ่งล้านปีมาแล้ว นับว่าเป็นการค้นพบที่สำคัญที่สุดครั้งหนึ่งเกี่ยวกับวิวัฒนาการของมนุษยชาติโดยตรง !!! 

.

.

        แบล็ค ใช้เวลากว่า 4 เดือนในการแยกฟอสซิลกระโหลกออกจากหิน ทำแม่พิมพ์ของแต่ละชิ้นส่วนไว้ จากนั้นก็ประกอบหัวกะโหลก เพื่อวัดปริมาตรสมอง เขาค้นพบว่า กะโหลกดังกล่าวมีปริมาตรสมองประมาณ 1,000 ลบ.ซม.(1 ลิตร)  นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกเริ่มยอมรับความเป็นมนุษย์ของไซแนนโธรปัสหรือหรือมนุษย์ปักกิ่งมากขึ้น ตรงขนาดความจุของสมองนี้เอง

.

.

        การขุดค้นที่หมู่ถ้ำจูกูเทียนดำเนินต่อมาอีก 7  ปี ลงลึกไปจากพื้นถ้ำเดิม 160 ฟุต  (49 เมตร) พบซากบรรพชีวินทั้งของมนุษย์และสัตว์มากมาย มีร่องรอยหลักฐานว่าสัตว์ล่าเนื้อและสัตว์กินซากเช่นหมาป่าไฮยีน่ายักษ์เคยอาศัยอยู่ที่นี่มานาน บางชั้นดินมีหลักฐานชัดเจนว่ามนุษย์ไล่สัตว์ร้ายออกไป แต่บางครั้งก็ไล่ไม่สำเร็จ !!!

.

.

        ชั้นล่าง ๆ จะสลับกันไปมาระหว่างชั้นดินที่เป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์และชั้นดินที่เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ ชั้นดินด้านบนแสดงการครอบครองของมนุษย์อย่างถาวร !!!

.

.

         แบล็คจัดการระบบข้อมูลจากหลักฐานที่ได้ทั้งหมดอย่างละเอียด แยกแยะ จัดประเภท วาดภาพและถ่ายภาพจัดทำเป็นรายงาน  รวมทั้งสร้างแบบแม่พิมพ์(Moulding) ของโครงสร้างกระดูกแต่ละชิ้นที่ขุดได้ทั้งหมด  แต่เขากลับไม่ได้มีโอกาสอยู่ชื่นชมผลงานของตนเอง แบล็คตายในปีพ.ศ. 2477 ก่อนการขุดค้นจะเสร็จสิ้น

.

.

         มูลนิธิร็อคกี้ เฟลเลอร์ ให้ฟรานซ์  ไวเดนริช (Franz Weidenreich) เข้าดำเนินงานต่อจากแบล็ค  ไวเดนริชเป็นศาสตราจารย์ทางกายวิภาคศาสตร์ จากชิคาโก ไปสอนอยู่ที่ประเทศเยอรมัน เดินทางไปถึงปักกิ่งในปี พ.ศ. 2478 เขาขุดค้นต่อมาได้อีกเพียง 2 ปี ก็เกิดสงครามโลกครั้งที่สอง งานของเขาเน้นไปที่การเก็บข้อมูลให้เป็นระบบระเบียบ การวาดภาพ การถ่ายรูป การปั้นและทำแม่แบบต่าง ๆ เก็บไว้ รวมทั้งงานเผยแพร่รายงานเกี่ยวกับฟอสซิลมนุษย์ปักกิ่ง การศึกษาวิจัยเรื่องกระดูก และโครงสร้างร่างกายมนุษย์ปักกิ่งของเขา จากหลักฐาน ขากรรไกรล่าง ฟัน กระดูกส่วนต่าง ๆ และกะโหลก ทำให้ไซแนนโธรปัสกลายมาเป็นมนุษย์ขึ้นจริง ๆ ในสายวิวัฒนาการของมนุษย์ เป็นมนุษย์ที่ล้าหลังและเก่าที่สุด ไม่ใช่ตัวเชื่อมระหว่างเอป(ลิง)กับมนุษย์อย่างที่เคยเข้าใจกัน เพราะไซแนนโธรปัส มีตำแหน่งต้นคอที่ตั้งตรงขนาดกับพื้นโลกและเดินตัวตรงบนสองขาเช่นเดียวกับมนุษย์ในปัจจุบัน

.

.

        นอกจากนี้  ฟันและเพดานเหงือกรูปโค้งของไซแนนโธรปัส มีส่วนสำคัญที่ทำให้ฟอสซิลเหล่านี้ได้สถานภาพของความเป็นมนุษย์ เพราะฟันเขี้ยวไม่ยื่นออกมาเหมือนของเอป(ลิงโลกเก่า) เหงือกเป็นรูปโค้งไม่ใช่สี่เหลี่ยมเหมือนลิง มีโครงร่างของกะโหลกที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน  แต่สิ่งเหล่านี้ยังไม่เท่าหลักฐานแวดล้อมอื่น ๆ และหลักฐานทาง"วัฒนธรรม" ที่ค้นพบในพื้นที่ขุดค้นของจูกูเทียน ที่ย้ำและยืนยันในความเป็นมนุษย์ของไซแนนโธรปัสหรือมนุษย์ปักกิ่งได้อย่างสมบูรณ์ครับ

.

.

        การศึกษากายวิภาคเปรียบเทียบ (Comparative Anatomy) เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ชวา (Java Man) และมนุษย์ปักกิ่ง (Peking Man) เริ่มต้นเป็นครั้งแรกในปีพ.ศ.2472 เมื่อแบล็ค นำกะโหลกที่สมบูรณ์ของจูกูเทียน มาเปรียบเทียบกับรายงานพิเธคแคนโธรปัสหรือมนุษย์ชวาของดูบัวส์  ทั้งคู่มีกะโหลกที่หนาเท่ากัน หนาผากต่ำและลาดลงมาด้านหน้า มีกระดูกคิ้วนูนหนาเป็นสัน โปนออกจากขอบกระบอกตาบน  ในปี พ.ศ. 2482 มีการเปรียบเทียบกะโหลกศีรษะอีกครั้ง ในห้องทดลองของไวเคนริช เมื่อ โคอีนิกซ์วอลด์นำหลักฐานฟอสซิของกะโหลกที่สมบูรณ์ตัวจริงจากชวา มาเปรียบเทียบกันในสัดส่วนต่าง ๆ รวมทั้งขนาดความจุสมอง ทำให้เราเรียนรู้ว่ามนุษย์ปักกิ่งมีความจุมันสมองขนาด 1075 ลบ.ซม.มากกว่าของมนุษย์ชวา ที่มีประมาณ 975 ลบ.ซม. ขนาดของฟันหน้ากลมและสั้นกว่า ฟันกรามซี่แรกใหญ่กว่าของมนุษย์ชวา แต่ทั้งสองสายพันธุ์มีความเหมือนกันมาก ทั้งคู่สรุปไว้ในรายงานว่า มนุษย์ชวาก็เป็นมนุษย์อย่างแท้จริง โดยถือเอาตามลักษณะของมนุษย์ปักกิ่งเป็นเกณฑ์ 

.

.

        วิลฟริค ลี กรอส คลาก์ เสนอว่ามนุษย์ชวาน่าจะล้าหลังกว่ามนุษย์ปักกิ่ง เพราะมีปริมาตรสมองเพียง 900 ลบ.ซม. มีขากรรไกรที่หนากว่า ชิ้นส่วนกระดูกสัตว์ที่พบร่วมกับมนุษย์ชวามีอายุมากกว่า และไม่พบหลักฐานเทคโนโลยีเครื่องมือหินรวมอยู่กับมนุษย์ชวาเหมือนกับที่พบในมนุษย์ปักกิ่ง

.

       ในปีพ.ศ. 2480 มีการค้นพบฟอสซิลของมนุษย์ปักกิ่ง แยกได้ประมาณ 40 บุคคล ทั้งผู้ชาย ผู้หญิง และเด็ก ในวัยต่าง ๆ กัน ประกอบไปด้วยฟอสซิลของกะโหลกที่สมบูรณ์ 5 ชิ้น ไม่สมบูรณ์ 9 ชิ้น ส่วนของกระดูกใบหน้า 6 ชิ้น กระดูกขากรรไกรล่าง 14  ชิ้น ฟัน 152 ซี่ รวมทั้งชิ้นส่วนอื่น ๆ ของร่างกายมนุษย์และสัตว์อีกมากมาย ต่อมาอีกเพียง 4 ปี จึงเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ขึ้น

.

        ในปี พ.ศ. 2484 กองทัพญี่ปุ่นบุกจีนและชวา โคอีนิกซ์วอลด์ที่ชวา ได้มอบฟอสซิลฝากไว้กับนักภูมิศาสตร์ชาวสวิสเซอร์แลนด์  และนักหนังสือพิมพ์ชาวสวีเดนไว้ก่อนหน้าที่กองทัพญี่ปุ่นจะสั่งให้เขาส่งมอบหลักฐานทั้งหมด เขาส่งมอบบางชิ้นส่วนของพิเธคแคนโธรปัสให้เพียงเล็กน้อย รวมทั้งแบบจำลองที่ปลอมขึ้น ปัจจุบันมนุษย์ชวายังปลอดภัยอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา เนเธอร์แลนด์ เยอรมัน และในประเทศอินโดนิเซียเอง

.

        ส่วนชะตากรรมของมนุษย์ปักกิ่ง เมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่สองขึ้น รัฐบาลจีนต้องรีบขอร้องสถานทูตสหรัฐ ฯ ให้ช่วยนำฟอสซิลของโฮโม อิเรคตัสไปฝากเก็บไว้ที่ประเทศอเมริกาเพื่อความปลอดภัย ทั้งหมดถูกบรรจุลงในหีบไม้สีแดง ส่งขึ้นรถไฟไปยังเมืองจินวางเตา (Chin wang tao) เพื่อเตรียมลงเรือโดยสารอย่างรีบเร่ง โดยมีนาวิกโยธินอเมริกัน 9 นายรักษาอยู่ แต่ระหว่างทางทหารญี่ปุ่นได้หยุดรถไฟ เรื่องราวฟอสซิลของมนุษย์ปักกิ่งในจูกูเทียน จึงหายสาบสูญไป บ้างก็เชื่อว่า กลายเป็นยาอายุวัฒนะแบบบ่นผงที่หมอยาชาวจีนชอบ บ้างก็ว่าจมหายไปในมหาสมุทรพร้อมกับเรือโดยสาร คงเหลืออยู่แต่ ฟันและขากรรไกรที่รัฐบาลจีนขุดพบต่อมาในปีค.ศ. 1950  และรายงานละเอียด แบบหล่อพิมพ์ อันทรงคุณค่าของแบล็ค และไวเดนริช ที่ทำไว้ก่อนหน้านี้ เท่านั้น

.

         ในปีพ.ศ. 2537 นักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกัน ได้ตีพิมพ์รายงานการศึกษาเกี่ยวกับอายุของโฮโม อิเรคตัสที่พบในประเทศจีนและเกาะชวา ชิ้นส่วนฟอสซิลมนุษย์ที่พบจากถ้ำลองกูโป (Longupo) ใกล้กับแม่น้ำแยงซีเกียงในจังหวัด Anhui นั้น กำหนดอายุได้ถึง1.9 ล้านปี ต่างกับอายุที่เชื่อกันมาตั้งแต่เดิม เกิดความเห็นและคำถามใหม่จากแนวคิดเดิมที่ว่ามนุษย์โฮโม อิเรคตัสเดินทางออกมาจากทวีปแอฟริกา มาเป็นแนวคิดใหม่ที่ว่า มนุษย์โฮโม อิเรคตัส อาจจะเดินทางออกจากแผ่นดินซุนด้า ในยุคน้ำแข็ง กระจายไปสู่จีน ทวีปแอฟริกาและยุโรป หรือต่างคนต่างมีวิวัฒนาการแยกสายออกจากกัน เรื่องราวของจุดกำเนิดโฮโม อิเรคตัส รวมทั้งคำถามที่ว่า โฮโม อิเรคตัส คือบรรพบุรุษของมนุษย์ในปัจจุบันหรือไม่ ยังเป็นที่ถกเถียงกันจนถึงในปัจจุบัน

.

. 

        ในปีพ.ศ. 2541 นักวิทยาศาสตร์ของจีน 14 คน ได้รวมกลุ่มกันรื้อฟื้นเรื่องการค้นหาฟอสซิลมนุษย์ปักกิ่งขึ้นมาอีกครั้ง มีเจีย ลันโป (Jia Lumpo) อายุ 89 ปี หนึ่งในคณะผู้ขุดพบกะโหลกมนุษย์ปักกิ่ง เมื่อปีพ.ศ. 2479 พวกเขายื่นหนังสือเปิดผนึกให้สำนักข่าวซินหัวของจีนว่า พวกเขากำลังพยายามหาชิ้นส่วนกะโหลก 6 ชิ้น รวมทั้งฟอสซิลของมนุษย์ปักกิ่งอื่น ๆ ที่สูญหายไปในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง คืนมาสู่ประเทศจีนให้จงได้ !!!

.

        ย้อนกลับมาในประเทศไทยซักนิด  มีข่าวการค้นพบชิ้นส่วนกะโหลกซีกขวาด้านหน้า ใกล้สันกระบอกตา (Cavarai) ของสิ่งมีชีวิตที่คล้าย โฮโม อิเรคตัส จากฟอสซิลที่ติดอยู่กับหินปูน (Limestone – Breccia) ที่กระจัดกระจายบนพื้นดิน บริเวณปากถ้ำหินปูนที่มีร่องรอยการระเบิดเหมืองหิน  ที่หมู่บ้านหาดปู่ด้าย ตำบลนาแสง อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง เมือปี 2542 - 44

.

        ซึ่งก็มีความพยายามในการสร้างภาพและประโคมข่าวการค้นพบโฮโม อิเรคตัส ครั้งแรกในประเทศไทย จากชิ้นส่วนกะโหลกชิ้นนั้น ที่พบอยู่ร่วมกับซากสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ แต่มีอายุแตกต่างกัน เป็นไปได้อย่างไร พบที่เดียวกัน หินปูนชุดเดียวกัน แต่การตรวจสอบอายุของกระดูกสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ที่พบร่วมกันกลับกระโดดไปมา ?

.

.

       ไม่ว่าจะอย่างไร ปรากฏการณ์ Piltdown man ในยุโรป ที่แหกตาวงการมานุษยวิทยากายภาพ เรื่อง Fake วิชาการ กะโหลกคนมาผสมกรามลิง ก็ยังฝังใจเหล่านักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกมาจนถึงทุกวันนี้  เช่นเดียวกับ "ลำปางแมน" ที่ทั่วโลกก็ยังกังขาถึงการได้มาของฟอลซิลจากเศษหินของการระเบิดเหมือง ไม่มีการขุดค้นทางโบราณคดี ไม่พบร่องรอยของ "วัฒนธรรมมนุษย์" อยู่รอบข้าง อายุก็ผิดเวลาไปมาก แต่มีความพยายาม Make อายุขึ้นมาใหม่เพื่อชื่อเสียงและเกียรติยศ และที่สำคัญในยุคเวลาเดียวกับซากสัตว์ต่าง ๆ ที่พบนั้นก็มีสิ่งมีชีวิตที่คล้ายคนหลายสายพันธุ์ เช่นลิงใหญ่ ไจแกนโตพิเธคัส (Gigantopithecus) ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันร่วมอยู่ด้วย

.

        การค้นพบแบบฉาบฉวยของลำปางแมนในประเทศไทย แล้วรีบอาศัยสื่อประโคมข่าวกันใหญ่โต ในที่สุดเรื่องก็เริ่มเงียบไป ผู้ค้นพบก็ไม่ได้มีชื่อเสียงขึ้น เพราะความกังขาในข้อวิทยาศาสตร์และตัวตนของผู้ไปเก็บหินเอง กระดูกสัตว์ที่พบอยู่แวดล้อมก็เริ่มชัดเจนว่า ผิดยุคผิดสมัยอย่างรุนแรง จนกำลังจะกลายเป็นเรื่องตลกร้ายในสังคมวิทยาศาสตร์โลกอีกครั้งถ้าไม่รีบแก้ไข

.

       ระวัง...เราอาจจะได้ภาคภูมิใจกับ “Fakeman Siamensis” กันนะครับ !!!

.





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 55 (0)
ทิพย์อาภา วันที่ : 28/11/2007 เวลา : 12.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rpa


หนูเข้าห้องโน้นไม่ได้ค่ะ

เลยนำของฝากมาวางไว้ห้องนี้แทนนะคะ


ความคิดเห็นที่ 54 (0)
ไอดิน-กลิ่นฝน วันที่ : 23/11/2007 เวลา : 18.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SHOWGirls
เด็กฉลาด ชาติเจริญ

ชอบแมสคอตทั้ง 5 จัง ทั้งน่ารัก ทั้งความหมายดี
ตอนนี้คนจีนต้องปรับตัวกันใหญ่ โดยเฉพาะ
พฤติกรรมขากถุย (ขออภัย) ห้ามเด็ดขาด

ความคิดเห็นที่ 53 (0)
กู่ วันที่ : 22/11/2007 เวลา : 20.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/shadowy
 ขอบคุณค่ะสำหรับทุกถ้อยคำแห่งน้ำมิตร ขอบคุณจริงๆ   

ยอดเยี่ยม

ความคิดเห็นที่ 52 (0)
สุรศักดิ์ วันที่ : 22/11/2007 เวลา : 19.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/surasakc
เชิญอ่านบทความใหม่ "คุณอยากเป็น...คนที่ใครๆ ก็รู้ใจ หรือทำนายไม่ได้" กรุณาคลิกลิงก์บรรทัดบนได้เลย 

ขอบคุณมากครับ สำหรับข้อมูลมนุษย์ปักกิ่ง
ที่แน่นและละเอียดยิบ ผมได้ยินมาบ้างเท่านั้น
น่าสนใจมากทีเดียวครับ และเสียดายที่ลำปางแมน
กลายเป็นเรื่องตลกร้ายไป !!!

ความคิดเห็นที่ 51 (0)
แมวเหมียว วันที่ : 22/11/2007 เวลา : 14.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wassanok

อาจารย์ขาแมวเหมียวมเมียงมองหลายวันแล้ว ยังไม่มีเรื่องใหม่เหรอคะ
มาโหวตซะเลยจะได้เขียนเรื่องใหม่เร็วๆ

ความคิดเห็นที่ 50 (0)
Patong วันที่ : 21/11/2007 เวลา : 12.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Patong

แวะมาตามหาคนขโมยวัว เลยเจอมนุษย์ปักกิ่ง...

ข้อมูลลึกซึ้งจริงๆ ค่ะ ขอคารวะด้วยความเลื่อมใส

ความคิดเห็นที่ 49 (0)
นักรบนักรัก วันที่ : 20/11/2007 เวลา : 22.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mymemory
สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วได้รับชัยชนะ นั่นคือการที่ คนดีๆนิ่งดูดาย ! !

Fakeman Siam
เฮ้อ ขำไม่ออกเลยครับ อาจ้านนนนนนนนนนนนนนนน

ความคิดเห็นที่ 48 (0)
raksanok วันที่ : 20/11/2007 เวลา : 14.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/raksanok
 raksanok เพราะควมสุขอยู่ทีใจ  www.sumbydesign.net


เข้ามาบ้านอาจารย์ทีรัยได้ความรู้อัดเข้ารอยหยักของสมองตลอดเลยค่ะ สามารถเอาไปคุยกับเพื่อนๆได้ไม่อายเลย ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะค่ะอาจารย์

ความคิดเห็นที่ 47 (0)
อะหนึ่ง วันที่ : 19/11/2007 เวลา : 23.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mindhand
  อะหนึ่ง    คิ ด เ ขี ย น...พ อ สั ง เ ข ป  

ไม่น่าเชื่อว่า วงการขุดค้นทางธรณีวิทยา ก็มีการ GO SIX กันด้วย
เพื่อเกียรติยศ ชื่อเสียง และได้ชื่อว่าเป็นผู้คนพบคนแรก แค่นั้นหรือ
บางคนอยากได้ชื่อคู่ไปกับซากฟอสซิล เป็นเกียรติประวัติ

แปลกดี...
------------------------------------
สงสัยอยู่ว่า 'จารย์ หายไปไหน ไม่อัพบล็อก 2 วันเรื่อง
ที่แท้ ก็ติดภาระกิจ เจาะเวลาหาอดีต อยู่แถวราชบุรี(บ้านโป่ง) นั่นเอง

แต่ยังอุส่าห์เจียดเวลาพาทัวร์ สุดยอดครับ สนุกมากๆ
ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 46 (0)
kunbig95 วันที่ : 19/11/2007 เวลา : 23.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kunbig99


มารับคมความคิด ขอบคุณสิ่งที่ดีๆที่ผมได้รับ
แวะเวียนมาหาเพื่อนบ้านครับ

ความคิดเห็นที่ 45 (0)
นักข่าวบ้านนอก วันที่ : 19/11/2007 เวลา : 21.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/opel

ขอบคุณความรู้ที่ได้รับมากมายจากบ้านนี้ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 44 (0)
ครูเจี๊ยบ วันที่ : 19/11/2007 เวลา : 19.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/baan-koo-kai
หัวใจ...ของฉัน..เป็นนักเดินทาง..อักษรของฉัน...เป็นนักเดินทาง หัวใจของฉัน...ไร้ซึ่งพันธนาการอักษรของฉันถูกพันธนาการด้วยหัวใจฉันเอง

มาทักทายค่ะ
ข้อมูลเพียบเลยนะคะ
ขอบคุณค่ะ
มาส่งควมสุขให้ค่ะรักษาสุขภาพด้วยนะคะ

ความคิดเห็นที่ 43 (0)
แม่หมี วันที่ : 19/11/2007 เวลา : 13.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

โฮโม อิเลคตัส นี่เป็นสายพันธุ์เดียวกับโฮโมซาเปี้ยนส์หรือเปล่าคะ วันก่อนดูสารคดีเกี่ยวกับชาติพันธุ์มนุษย์ ก็ยังมีอีกสายพันธุ์หนึ่ง

ความคิดเห็นที่ 42 (0)
สิริปตี วันที่ : 18/11/2007 เวลา : 11.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/siripatee
You are what you eat.You are what you write.


อาจารย์คะ ว่างแล้วแวะไปยิ้มที่บ้านหน่อยนะคะ

ความคิดเห็นที่ 41 (0)
นายไขเคว็ดบ้านโคกหม้อ วันที่ : 16/11/2007 เวลา : 23.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khokmaw
ตำบลชายคลอง บ้านโคกหม้อ : พันธะชีวา นยะสหคาม (Community Life)

ยุคเด่วกะผมเลย

ความคิดเห็นที่ 40 (0)
นายสิบหมื่น วันที่ : 16/11/2007 เวลา : 13.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/namsean
หากแม้นไม่ตายเสียก่อน...ฉันจะคืนสู่รากเหง้าลูกชาวนา

อาจารย์ครับ กรุณารับ tag รักครั้งแรกไปด้วยครับ

ท่านที่สาม : นักวิชาการนอกกรอบ(อ.ศุภรุต)
http://www.oknation.net/blog/voranai
(นักวิชาการเขามีรักครั้งแรกเป็นแบบไหนนะ....)
http://www.oknation.net/blog/namsean/2007/11/16/entry-1

ความคิดเห็นที่ 39 (0)
สุดเขตเวชกุล วันที่ : 16/11/2007 เวลา : 13.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/soodkhet

แวะมาอ่านข้อมุลครับ น่าสนใจ

ความคิดเห็นที่ 38 (0)
siampatriot วันที่ : 16/11/2007 เวลา : 12.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/siampatriot
แวะมาเยี่ยมคร๊าบบบบ

อาจารย์ครับ ผมอ่านแล้วลองส่องกระจกดูตัวเองอีกที คิ้วก็โหนก จมูกก็หนา หน้าก็แบน ขนก็เยอะ สงสัยผมจะเป็นมนุษย์ปักกิ่งสยามอีสานเมนซีสกลับชาติมาเกิดรึเปล่าครับ

ถ้ามองจริงๆ ตามภูมิศาสตร์ ประเทศไทยนี่น่าจะเป็นที่เหมาะที่สุดสำหรับการอาศัยอยู่ของมนุษย์โบราณแล้วนะครับ เพียงแต่ว่าเราน่าจะบกพร่องเรื่องการขุดค้นศึกษาอย่างมีระบบถูกต้องชัดเจนเหมือนที่พวกฝรั่งเขาเข้ามาทำกัน อย่างน้อยคนไทยก็คงไม่เอากระดูกเก่าๆ มาบดทำยาเหมือนที่มนุษย์ปักกิ่งเขาโดนกัน ที่ได้ยินข่าวก็มีพวกคนจีนเข้ามาหาซื้อกระดูกไดโนเสาร์กับพวกตุ๊กแกไปทำยา ฉะนั้นน่าจะยังมีพอหลงเหลือหลักฐานไว้บ้าง
ว่าแต่ว่ามนุษย์ยุกนั้นเค้าอยู่แต่ถ้ำอย่างเดียวหรือครับ พวกตามป่าโปร่ง ท้องทุ่ง หรือตามที่ราบ มีอาศัยกันอยู่บ้างหรือเปล่า? อย่างนี้ที่ราบสูงอย่างภาคอีสาน ที่ราบภาคกลางก็น่าจะไม่มีมนุษย์พวกนี้อาศัยน่ะสิ ถ้าจะไปขุดค้นก็คงต้องเป็นตามถ้ำตามภูเขาน่ะสิครับ

ความคิดเห็นที่ 37 (0)
PinMetal วันที่ : 16/11/2007 เวลา : 03.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PinMetal


ดีค่ะ!!
Thxx For Comment
วันหลังจามาใหม่นะคะ

ความคิดเห็นที่ 36 (0)
่ีืืัjunny วันที่ : 14/11/2007 เวลา : 22.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/junny
เป็นผู้นำหากทาง ที่ผู้อื่นทิ้งไว้ให้นั้นเลือนลาง

ผม ชอบสัตว์นำโชค เค้ามากเลยอ่ะ น่ารักดี

และ ชื่อก็โอเค ด้วย

ปล. ยังไงผมฝากบล็อกผมด้วยน่ะครับ

ความคิดเห็นที่ 35 (0)
คนใกล้ฟ้า วันที่ : 14/11/2007 เวลา : 17.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konklaifa

สวัสดีค่ะ
แวะมาอ่านข้อมูลค่ะ

ความคิดเห็นที่ 34 (0)
วิตามินบี วันที่ : 14/11/2007 เวลา : 00.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/babymind
VitaMin B @ OK Nature  Save Nature Save Life  


บีชอบมาสคอต นิหนิ
น่ารักจังค่ะ
อ่านข้อมูลจากอาจารย์
แล้วยิ่งทำให้อยากดูพิธีเปิดและปิดมากๆ
งานต้องบีต้องเชียร์ประเทศจีน
เพราะปะป๋าบีมาจากที่นั่น

ความคิดเห็นที่ 33 (0)
artemis-tai วันที่ : 13/11/2007 เวลา : 19.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/artemis-inside

ข้อมูลแน่นมากเลยค่ะ
เพื่อนต่ายก็ส่งตุ๊กตามาให้ตัวนึงจากจีน
ตัวสีแดง ฮวนฮวนอ่าค่ะ แต่ใจจริงอยากได้แพนด้ามากกว่า
ขอบคุณนะคะที่แวะไปเยี่ยมเสมอ

ความคิดเห็นที่ 32 (0)
SOMBOONTIEW วันที่ : 13/11/2007 เวลา : 17.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/somboontiew
เราจักทำเวบหลวงปู่ทิม วัดพระขาว ด้วยใจต้องการบูชาพระคุณ หลวงปู่ www.luangputim.com

แวะมาเพิ่มเติมความรู้ ครับ
รายละเอียด งานลอยกระทง หลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์ มาแล้วครับ

ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 31 (0)
นายสิบหมื่น วันที่ : 13/11/2007 เวลา : 15.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/namsean
หากแม้นไม่ตายเสียก่อน...ฉันจะคืนสู่รากเหง้าลูกชาวนา

อาจารย์ครับ นานๆเข้ามาที...ยังอัดแน่นไปด้วยความรู้จริงๆครับ

บล็อคนี้เอาไว้ให้ลูกของผมเข้ามาศึกษาหาความรู้ครับ
+1 ครับ

ความคิดเห็นที่ 30 (0)
joeyman วันที่ : 13/11/2007 เวลา : 01.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/inmind

ผมอยากถามว่าบรรพบุรุษที่น่าลืมอย่าง Homo Samak Man ใครไปขุดขึ้นมาอีกครับ..หมอผี หรือ นักการเมืองครับ

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
สิริปตี วันที่ : 12/11/2007 เวลา : 23.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/siripatee
You are what you eat.You are what you write.


วิชาการล้วนๆ ไม่มั่วนิ่ม

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
แม่สีไฟ วันที่ : 12/11/2007 เวลา : 19.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ting



อ่านมาจนถึงบรรทัดสุดท้ายแล้วก็.....

ยังกับว่าประเทศเห็นคุณค่า
ของการค้นพบทางโบราณคดีมากงั้นล่ะค่ะ

แต่หากเป็นแบบที่ว่า
ก็น่าห่วงนะคะ....

Fakeman Siamensis


ความคิดเห็นที่ 27 (0)
RedStarGirl วันที่ : 12/11/2007 เวลา : 18.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/redstargirl

แล้วที่ว่าเราขุดพบโครงกระดูกไดโนเสาร์ที่สมบูรณ์แบบที่สุดล่ะคะจริงไหม
กำลังหวั่นว่าพอเราเข้ายุคโลกร้อนน้ำท่วมโลก พออีกหมื่นปีต่อไปมีสิ่งมีชีวิตมาขุดพบ
โครงกระดูกเราไปวิเคราะห์แล้วพบว่าความจุของมันสมองยุคปี 2000 น้อยกว่า 700 ลบ.ซม.!!

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
หญิงน้อย วันที่ : 12/11/2007 เวลา : 18.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lifeon
สุขสราญชีวี ชาติเรามีเสรีมานาน แต่มีแดงงงงงงใจพาลคิดรุกรานแผ่นดินแดนไทย อย่าให้มันราวี

สวัสดีค่ะ อ.ศุภศรุต

ฮ่าๆๆๆๆ เข้ามาถูกบ้านแล้วจริงๆค่ะ
เดี๋ยวปอมขอนำข้อมูลบางส่วน ไปอ่านในรายการนะคะ

๕๕๕ มีความสุขจังเลยเพราะปอมกำลังนำเสนอเรื่อง กรุงปักกิ่ง ในรายการพอดีเลย ขอขอบคุณสำหรับข้อมูลที่อ่านเพลินเลยค่ะ

ว่าแต่ตกลง" ไซแนนโธรปัส" เป็นมนุษย์จริงๆเหรอคะ
ส่วนที่ลำปาง เหอๆเค้าเรียกว่าหน้าแตกหรือเปล่าเนี่ย ไม่รู้ว่า เฟค พอๆกับ เรียลลิตี้ เอเวอร์เลส ตอนนี้หรือเปล่า เฮ้อออพี่ไทยนะพี่ไทย

ป.ล.ยินดีที่ได้เข้ามารับรู้ข้อมูลดีๆค่ะ แล้วไปเดท กันอีกน่าค้า คริคริ

ด้วยความเคารพ
หญิงน้อย ณ ภูเก็ต

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
coolwater วันที่ : 12/11/2007 เวลา : 17.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/cool
enough  is  enough   ความเพียงพอคือความพอเพียง

เหมือนอ่านหนังสือประวัติศาสตร์เลยค่ะ
มาตามหาบรรพบุรุษได้ที่นี่เองนะคะ

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
แมวเหมียว วันที่ : 12/11/2007 เวลา : 16.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wassanok

ตุ๊กตาเขาน่ารักดีนะคะ มีความหมายด้วย
ได้ความรู้เรื่องมนุษย์ปักกิ่งเพียบเลย
วันหลังขอเรื่องมัมมี่จีนบ้างนะคะ


เคยได้ยินอยู่นะคะว่าพบมนุษย์โบราณที่ลำปาง กลายเป็นอย่างนี้นี่เอง

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
สุวิริโย วันที่ : 12/11/2007 เวลา : 15.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/19
 พระภูธรกับบทกลอน, หลักธรรม, การเมือง, และเรื่องอื่นๆอีกมากมาย...

การได้ตามร่องรอยแห่งอารยะธรรมโบราณเป็นอะไรที่วิเศษครับ ผมชอบที่จะนำลูกบัดโบราณมาถือไว้ในมือแล้วระลึกนึกย้อนไป ว่าคนในยุกต์นั้นเค้ามีชีวิตอยู่กันอย่างไร เขาใช้ลูกปัดในการดำเนินชีวิตอย่างไร ความคิดนี้คงไม่ถูกต้อง 100 % แต่ก็ทำให้เราพอที่จะสามารถ ระลึกย้อนไปเมื่อหลายพันปีที่แล้ว บอกได้เลยครับว่าเป็นความรู้สึกที่สุดยอด อย่างเช่นการใช้ลูกปัดในการนับจำนวนสัตว์เลี้ยง การใช้ลูกปัดเพื่อจดจำจันทรคติ ฯ คนในยุกต์นั้นสามารถรู้ความเปลี่ยนแปลงของฤดูกาลได้ โดยใช้ก้อนหินก้อนเล็กๆ ลูกปัดโบราณสำหรับผมไม่ใช่เครื่องประดับอย่างเดียว แต่คือจุดเริ่มต้นของการนับจำนวนที่ซับซ้อนขึ้น เทคโนโลยี มีจุดเริ่มต้นมาจากลูกปัดโบราณ (ผมไม่เคยเรียนประวัติติศาสตร์) นี้เป็นสิ่งอัศจรรย์สำหรับผมเวลาที่นำลูกปัดโบราณมาถือไว้ในมือ แล้วนึกภาพ ผมว่าคงไม่สามารถใช้ในทางวิชาการได้ (คนคิดเพ้อเจ้อ) แต่ก็ทำให้ผมมีความสุขกับการได้มองเห็นวิถีชีวิตของมนุษย์เมื่อหลายพันปีที่แล้วในแบบของผม ขอบคุณอาจารย์มากที่แวะไปเยี่ยมเยือนครับ(เนตผมอืดมากภาพหลายภาพไม่ขึ้น ยังอ่านงานของอาจารย์ไม่จบ จะเข้ามาอ่านอีกครั้งให้จบครับ)

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
เต๋อคนดิน วันที่ : 12/11/2007 เวลา : 15.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thur

ชื่นชมผลงานนักวิชาการนอกกรอบ

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
นางราตรี วันที่ : 12/11/2007 เวลา : 14.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/midnight
http://www.oknation.net/blog/fangcows http://www.oknation.net/blog/atnoonแม้เพียงสายลมพัดโชยอ่อนตะวันรอนทำให้ใจหวั่นก้าวเดินใต้แสงแห่งพระจันทร์ไล่ตามฝันหมายไขว่คว้าดาว 

ชอบน้องปลาเป้ยเปย น่ารักดีค่ะ

ส่วนเรื่องเฟกกิ้ง นางราตรีกำลังคิดว่า มันใกล้กับอีกคำนะค่ะ เปลี่ยนสระเอเป็นสระอะ สนธิเข้าไป กลายเป็นไม้หันอากาศ แฮะๆๆ เดี๋ยวได้ยกนิ้วกลางให้กันด้วยความรักหรอกเจ้าค่ะเอิ้ก


ส่วนความเห็นเรื่องที่มาที่ไปของมนุษย์ นางราตรีนึกแล้ว บางทีก็อยากให้คนเลิกคิดถึงมันเสียบ้าง บางครั้งการพยายามมากเกินไป จนสั่งสมความรู้และองค์ความคิดที่ผิดให้เด็กที่กำลังเรียนจำไปจนฝังใจ เป็นความผิดอย่างร้ายแรงของนักวิชาการเลยล่ะค่ะ แล้วพอข้อมูลเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ความรู้ที่เด็กได้รับไป ใครเป็นคนรับผิดชอบ?

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
เมอร์ซีไซด์สีแดง วันที่ : 12/11/2007 เวลา : 10.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/LIVRED


มนุษย์ปักกิ่ง เคยได้ยินมานานแล้วครับ รู้เพิ่มขึ้นเยอะเลย

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
skinhead วันที่ : 12/11/2007 เวลา : 08.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/skinhead
          ส     กิ     น     เ     ฮ     ด         

นี้เป็นอีกแหล่งข้อมูลของผมเลยนะครับ

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
lipss วันที่ : 12/11/2007 เวลา : 08.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/crescentmoon
Suki

ได้ความรู้ประดับสมองเยอะเลยคะ

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
สอนสุพรรณ วันที่ : 12/11/2007 เวลา : 06.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phaen


ประวัติศาสตร์ กับข้อเท็จจริงนี่ ทำให้ผู้สอนรู้สึกกังวลเป็นอย่างมากเหมือนกันครับ...

ขนาดอ้างอิงข้อมูลจากหลาย ๆ ตำราแล้ว ก็ยังไม่กล้าสรุปในตอนท้ายเลย...

บล็อกของอาจารย์เป็นอีกหนี่งแหล่งค้นคว้า ที่ผมให้นักศึกษาได้สืบค้นครับ...ขอบคุณครับ...

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
กวิศุภา วันที่ : 11/11/2007 เวลา : 23.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khienkhao
  เขียนข้าว  : จุลสารออนไลน์บน Blog รายสะดวก : กลุ่มเขียนข้าว

ประวัติศาสตร์ น่าอ่านอีกแล้ว
ชอบๆ ขอบคุณคร้า

๑๕ ปี กลุ่มเขียนข้าว (๔) ชวนอ่าน“สร้อยทองสาร” จุลสารรายสะดวก

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
1000mile วันที่ : 11/11/2007 เวลา : 22.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/1000mile

อ่านมนุษย์ปักกิ่งอยู่เพลินๆ ได้ความรู้ดีค่ะ

ปิดท้ายด้วย fack สะใจดี

หุ หุ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
บรรณาลัย วันที่ : 11/11/2007 เวลา : 21.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yongyoot

ต้นกำเนิดของมนุษย์อีกแหล่งบนพื้นแผ่นโลกประเทศจีน

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
ธมลวรรณ วันที่ : 11/11/2007 เวลา : 21.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tamonwan


ความรู้เกี่ยวกับมนุษย์ปักกิ่ง..อย่างละเอียดยิบก่อนงานระดับโลกที่ปักกิ่ง..
จบด้วยข้อเตือนใจที่น่าหวาดกลัวจังเลย

เรื่อง fake fake จากการค้นพบ วิจัย ได้ยินบ่อยนะคะ ในช่วงหลัง..

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
Din วันที่ : 11/11/2007 เวลา : 21.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/372smallroom
ดินน้อมรับคำปรามาสแล้วผลิดอกเพื่อตอบแทนชมรมคนรักษ์ภาษาไทย

แหะรูปที่เป็นสีน้ำอ่ะสวย
แวะดูเรื่องกิจกรรมวันเด็กของชมรมพู่กันสัญจร สักแป๊บนึงได้มั้ยคะ ขอบพระคุณค่ะ
http://www.oknation.net/blog/372smallroom/2007/11/11/entry-1

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
Jui วันที่ : 11/11/2007 เวลา : 19.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jui880

ได้ความรู้ดีมากเลยครับ
ขอบคุณครับ...

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
เจเจค่ะ วันที่ : 11/11/2007 เวลา : 17.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jj
Completely support 137 

ตบท้ายด้วยความสยดสยอง




ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 11/11/2007 เวลา : 17.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

มนุษย์ปักกิ่ง ผมได้ยินมาตั้งแต่เด้ก
ขอบคุณมากครับที่นำมาเล่าให้อ่านอีกรอบ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ข้าวเหนียว วันที่ : 11/11/2007 เวลา : 17.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/doggiesang

ขอบคุณที่นำความรู้ดีๆมาฝากค่ะ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
Ch.Minivet วันที่ : 11/11/2007 เวลา : 16.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ChMinivet
Ch.Minivet @ OK NATURE Save Nature Save Life 

อ่านไปเรื่อยๆ จนมาถึงลำปางแมน..
งง ตรงนี้ล่ะคะ..
แล้วตกลงเป็นอะไรล่ะคะ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 11/11/2007 เวลา : 15.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 

ข้อมูลแน่นเอี๊ยด เลยนะคะ คุณศุภศรุต...

บางครั้งคนเรา ต่างก็แสวงหา ความแปลก

ความใหม่ เพื่อที่จะแสดงอิทธิฤทธิ์ ว่าฉันเหนือ

มนุษย์ ... แต่ท้ายที่สุด อะไรล่ะคือคำตอบว่า

สิ่งนี้ใครพบก่อนใคร และสิ่งนี้ แปลกใหม่ที่สุด

แน่หรือ ใครล่ะเป้นคนบอกว่ามันเป็นเช่นนั้น

สวัสดีวันหยุดนะคะ...

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ปฐม วันที่ : 11/11/2007 เวลา : 14.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pathom
หยุด !!!  การเกลียดชังทุกอย่าง  หันมาเกลียดตัวเองแทน  ตึ่งโป๊ะ !!!

จริงครับ มนุษย์ปักกิ่งที่หายไป ผมเอาไปทำเป็นยาอายุวัฒนะเอง

แต่ตอนนี้ยังไม่เห็นผล เอาไว้อีกหมื่นปีผมจะมาบอกพี่อีกทีนะครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
NickyNick วันที่ : 11/11/2007 เวลา : 14.44 น.
เกร็ดท่องเที่ยวและเรื่องเล่าทั่วไปภาคกลาง,ตะวันออก,ชลบุรี

มาอ่านครับ
รูปสวยดีจัง

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
Supawan วันที่ : 11/11/2007 เวลา : 14.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

เรื่อง Fake Fake ทั้งหลาย .. น่าเบื่อนะคะ

มีความสุขวันอาทิตย์นะคะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
feng_shui วันที่ : 11/11/2007 เวลา : 14.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

อ้อ นอกจาก Apeman แล้ว ยังมี Fakeman

ใคร หนอ ชอบทำเรื่องให้เป็นโอละพ่อ อยู่ร่ำไป


หุ หุ

..
.
.
.

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Dogstar วันที่ : 11/11/2007 เวลา : 14.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dogstar

เหมือนกับตอนนี้ที่กําลังพูมใจกับการปีนเขาเอเวอร์สเรสต์ใง

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

งานวันผู้ไทโลก ครั้งที่ 8

งานวันผู้ไทโลก เท่อที่ 8 "พระธาตุศรีมงคลงามสง่า บูซาเจ้าปู่มเหศักดิ์ โฮมฮักผู้ไทโลก" วันที่ 4 - 6 เมษายน 2560 ณ อำเภอวาริชภูมิ จังหวัดสกลนคร

View All
<< พฤศจิกายน 2007 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  



[ Add to my favorite ] [ X ]