• ศุภศรุต
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : jeabvoranai@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-28
  • จำนวนเรื่อง : 182
  • จำนวนผู้ชม : 1754358
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1562 คน
วรณัย พงศาชลากร
เรื่องราวทางมานุษยวิทยา ประวัติศาสตร์ โบราณคดี สหวิทยาการและมุม Gossip
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/voranai
วันพฤหัสบดี ที่ 6 สิงหาคม 2552
Posted by ศุภศรุต , ผู้อ่าน : 16404 , 14:29:05 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

      หากเราจะพูดถึงการค้นพบหลักฐานของมนุษย์โบราณ ที่เริ่มมี “วัฒนธรรม” เป็นครั้งแรก ๆ  ของประเทศไทย เราก็คงจะต้องพูดถึง ดร. เอช.อาร์.แวน เฮเกอเรน (Dr.H.R.Van Heekeren) ชาวฮอลันดา ที่ตกเป็นเชลยศึกในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี  2488 เขาได้พบเครื่องมือหินอายุเก่าแก่เป็นจำนวนมากบริเวณริมฝั่งแม่น้ำแควน้อย มันมากมายเสียจนทำให้เขารู้สึกว่า “ได้เดินทางย้อนกลับไปสู่โลกดึกดำบรรพ์  และได้พูดคุยกับเจ้าของเครื่องมือหินกะเทาะ“ แต่กระนั้น การศึกษาเครื่องมือหินเก่าแก่นี้ ก็ยังไม่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น จนเมื่อสิ้นสุดสงครามโลก เขาได้เดินทางกลับไปยุโรป พร้อมเครื่องมือหินจำนวนหนึ่ง และได้เริ่มทำการศึกษาอย่างจริงจัง เครื่องมือหินกะเทาะเหล่านั้นมีอายุมากกว่า 100,000 – 300,000 ปี มันเป็นจุดเริ่มต้นของการศึกษาโบราณคดีก่อนประวัติศาสตร์ในประเทศไทยและเป็นที่มาของชื่อ วัฒนธรรมแฟงนอยด์ (Fengnoi Culture) หรือวัฒนธรรมแควน้อย ครับ

.

        การสำรวจ ศึกษา และขุดค้นทางโบราณคดีในภูมิภาคตะวันตก ลุ่มน้ำแควน้อย ดำเนินต่อเนื่องมาโดยตลอด นับแต่ปี 2499  เป็นต้นมา หลาย ๆ คนคงได้ยินชื่อของ ศาสตรจารย์ชิน อยู่ดี ศาสตราจารย์ ฮัลแลม เอช โมเวียส นายคาร์ล จี. ไฮเดอร์  โครงการคณะสำรวจไทย - เดนมาร์ก มิสเตอร์เปียร์  ซอเรนเซน ศาสตราจารย์สุด แสงวิเชียร  ที่เป็นกลจักรสำคัญในการศึกษาวิชาโบราณคดีก่อนประวัติศาสตร์ของไทย

.

        จนถึงปี 2504 – 2507 “แหล่งโบราณคดีบ้านเก่า” จึงได้เผยโฉมขึ้น ณ ที่แห่งนี้ ได้มีการขุดค้นพบหลุมศพจำนวนมากริมฝั่งแม่น้ำแควน้อย อีกทั้งยังพบเครื่องมือเครื่องใช้ที่ทำขึ้นจากหิน (Stone Tools) เครื่องปั้นดินเผา (Pottery) รวมทั้งภาชนะชิ้นสำคัญ อันได้แก่ “หม้อสามขา  (tripod)” ที่เป็นหลักฐานสำคัญของการเชื่อมโยงแนวคิด การอพยพของชนทางทางใต้ของประเทศจีนลงมาสู่สุวรรณภูมิ

.

        ผ่านมากว่า 40 ปี .....เรื่องราวของวัฒนธรรมบ้านเก่า หม้อสามขาและเครื่องมือหิน ได้กลายเป็นเพียงเรื่องเล่าขาน สิ่งของและวัตถุโบราณมากมายจากหลุมศพ  เพียงถูกวางโชว์ไว้ในพิพิธภัณฑ์สวยหรู ควบคู่ไปกับความ ”เงียบเหงา” และ "ไม่น่าใส่ใจ” ของคนรุ่นใหม่ ๆ

.

.     

        ..........ผมได้โอกาสไปทำงานที่จังหวัดสุพรรณบุรี ในช่วง  4 – 5  เดือนที่ผ่านมาครับ  เมื่อเอ่ยถึง “ชื่อ”ของจังหวัดนี้ ใคร ๆ ก็คงรู้จัก ทั้ง ฯพณฯ บรรหาร ศิลปอาชา กับความเป็น “นายกรัฐมนตรีคนที่ 21” ( ห้ามเรียกอดีตนายกรัฐมนตรีอย่างเด็ดขาด มิงั้น หุ หุ !!!)  หรือแม้แต่ “มังกรสวรรค์” ที่ยาวใหญ่ที่สุดในโลก (เพราะที่อื่นเขายังไม่สร้าง หุ หุ ) แหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่  ที่ทุ่มทุน(งบประมาณแผ่นดิน) สร้างอย่างใหญ่โต เป็นที่ตั้งของ “พิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกร” ค่าเข้า 300 บาทขาดตัว ไม่ยกเว้นใคร !!!

        สายลมแห่งความใคร่รู้ มันโชยกลิ่นของอดีตมาสู่หัวใจของผมอีกครั้ง ก่อนหน้านี้ ผมเพียงได้รับข่าวคราวว่า มีการค้นพบแหล่งโบราณคดีแห่งใหม่ มีการขุดค้นและเปิด "หลุม" อย่างเป็นทางการโดยกรมศิลปากรที่ 2  ที่บ้านหนองเปล้า ตำบลหนองราชวัตร อำเภอหนองหญ้าไซ จังหวัดสุพรรณบุรี ผมก็ไม่ค่อยสนใจมากนัก เพราะมันเป็นแหล่งโบราณคดีที่มีแต่หม้อกับหิน  เก่าแก่เกินกว่าจะมี “ลูกปัด” สวย ๆ ให้ค้นหา

 .

         และเมื่อโอกาสเหมาะมาถึง  ผมจึงได้มีโอกาสเดินทางไปยังหนองราชวัตร ที่ ๆ ลึก ๆ แล้ว ผมรู้สึกเหมือนมี “บางอย่าง” ร้องเรียกให้ผมไปถึงที่นั่นให้ได้ บางอย่างนั้นพยายามเรียกให้ผมมาเห็น มาพบ มาเข้าใจ และบอกเล่าเรื่องราวของพวกเขาให้กับผู้คน ให้กับโลก ได้รู้ถึงความสำคัญของชุมชนโบราณ “หนองราชวัตร” บนแผ่นดินไทยหรืออดีต.....คาบสมุทรสุวรรณภูมิ

.

.

           ผสมกับความสนใจใคร่รู้  อยากรู้อยากเห็น และ ความซอกแซกที่มีอยู่ในตัว คำถามมากมายผุดขึ้นในระหว่างการเดินทาง จากจังหวัดสุพรรณบุรี เดินทางไปทางเหนือผ่าน “วัดป่าเลไลยก์” วัดสำคัญของชาวสุพรรณบุรี  ผ่านบ้านตลิ่งชัน และบ้านดอนระฆัง ที่ล้วนแต่เป็นแหล่งโบราณคดีขนาดใหญ่ แต่ก็ถูกรุกขุดทำลายเพื่อค้นหาของมีค่าที่ฝังรวมไว้กับซากศพแห่งอดีต “เครื่องพลีกรรม” หรือ ”ของใช้ในโลกหน้า” โดยเฉพาะ “ลูกปัด” คือสาเหตุสำคัญที่ทำให้แหล่งโบราณคดีก่อนประวัติศาสตร์ในแต่ละยุคสมัยถูกผู้คนในยุคปัจจุบันลักลอบขุดทำลายจนสิ้น

.

        เมื่อมาถึงอนุสรณ์ดอนเจดีย์ เราแยกซ้ายไปทางสระกระโจม ข้ามคลองชลประทาน ไปอีกไม่ไกลนัก ก็จะมาถึงแยกวัด “หนองหลอด” เลี้ยวขวาไปตามถนนชนบทสาย 3015 สองข้างทางเป็นที่ดอน ดินแดงไม่อุ้มน้ำ พืชเศรษฐกิจของพื้นที่จึงเป็นพืชทนแล้ง ทั้งอ้อย ข้าวโพด มันสำปะหลัง

.

        มาตามเส้นทางแยกขวา ตรงวัดหนองราชวัตร ตรงเข้าไปยัง อบต.หนองราชวัตร แยกซ้ายอีกนิดตรงข้าง ๆ กับตัวอบต. ประมาณ 100 -200 เมตร บนถนนลูกรังเล็ก ๆ  ก็จะมาถึงเนินดินขนาดย่อมกลางไร่อ้อย อันที่ตั้งของ “แหล่งโบราณคดีหนองราชวัตร” ครับ

.

.

        เมื่อผมเดินทางมาถึงพร้อมกับคณะประมาณ 8 – 10 คน รวมทั้ง “ศุภศรุต” ตัวน้อย ที่ตั้งใจหนีบเอามาวิ่งเล่นและดูโลกกว้าง ๆ ยาว ๆ ตั้งแต่เด็ก ฝนปรอย ๆ ที่นี่ทำให้อากาศชื้น ทางรถยนต์ก็เข้ายาก แต่กระนั้น คณะของเราก็โชคดี ที่มีเจ้าหน้าที่ อบต. มาช่วยอำนวยความสะดวก พร้อมกับพาไปทัวร์หลุมขุดด้วยความยินดี

.

        ก่อนจะเล่าเรื่อง “หนองราชวัตร Missing Link” นี้ ก็คงต้องบอกก่อนว่า ข้อมูลและการตีความหรือข้อสันนิฐานของผม จะไม่เหมือนใคร จะ “เชื่อ” หรือ “ไม่เชื่อ” ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ จุดมุ่งหมายของผมก็คือ ให้ทุกคนที่สนใจเรื่องราวในอดีต ประวัติศาสตร์ โบราณคดี มานุษยวิทยา สามารถคิดและหาข้อมูลที่แตกต่าง มาสร้างเป็น “ภาพ” (Images) และ “ความรู้” (Knowledge)  ให้กับ ”ตัวเอง” โดยไม่ต้องไปติดยึด ติดกรอบใด ๆ (โดยเฉพาะกรอบทางวิชาการ) และที่สำคัญ “อย่าเชื่อผมนะ” อ่านแล้วพิจารณาเหตุและผลที่มีอยู่เอาเอง เมื่อคุณทำได้ คุณก็สามารถ คิด”นอกกรอบ” ได้ทุก ๆ คนครับ

.

.

.

       เมื่อผมมาถึง “หนองราชวัตร”  เรื่องราวมหัศจรรย์มากมายที่ทำให้ผมหัวใจพองโต กับคำถามกว่ากว่า 40 ปี ของเรื่องราว “หม้อสามขา” ที่หายไปพร้อมกับชีวิตของผู้ศึกษารุ่นแรก ๆ  แต่ที่หนองราชวัตร มันปรากฏตัวอยู่มากมาย ทั้งขาสั้น ขายาว ปรากฏบรรจงวางอยู่ในหลุมศพที่เปิดออกให้ผมได้เห็นรายละเอียด ทั้งการวาง รูปทรง สีสัน และร่องรอยการใช้ ในวัฒนธรรมของพวกเขา เป็นครั้งแรกในชีวิตครับ !!!

             ก็แน่ล่ะครับ การขุดค้นที่บ้านเก่า ผมไปเกิดทันซะที่ไหน แต่ที่ หนองราชวัตรผมได้เห็นตำตา และได้พบเห็นเป็นจำนวนมาก อเมสซิ่ง !!!

.

            เรื่องมหัศจรรย์ ไม่ได้มีแค่เรื่องหม้อสามขานะครับ  ผมเคยได้พบหม้อสามขาในแหล่งโบราณคดีที่ถูกลักลอบขุดทำลายเพื่อหาสมบัติมากมาย ทั้งในจังหวัดลพบุรี หรือที่บ้านใหม่ชัยมงคล จังหวัดนครสวรรค์ ที่นั่นก็มีการพบหม้อสามขา ผิวขัดมันดำ – น้ำตาล จำนวนไม่น้อย 

.

        

.

        แต่ในวงการวิชาการ เขายังรู้จักหม้อสามขา เพียงจากการศึกษาเมื่อ 40 ปีที่แล้ว เฉพาะที่บ้านเก่าเท่านั้น เพราะที่อื่น ๆ กรมศิลปากรยังตามพวกลักลอบขุดหาสมบัติไม่เคยทันซักที เฮ้อ !!!

.

.

        และหากคุณเป็นคนสนใจเรื่องเครื่องมือหิน เราเรียนกันตาม ”กรอบ” เรียงมาจากยุคหินเก่า ยุคหินกลางและยุคหินใหม่ ใช่ไหมครับ อายุเก่าแก่ ก็คงเป็นหินกะเทาะ อายุเป็นแสน ๆ ปี เรียงมาเป็นหินขัด และหินขัดแบบมีบ่า ซึ่งมีอายุในยุคหินใหม่ ประมาณ 3,000 – 5,000 ปี

.

.

       แต่ที่หนองราชวัตรนี้ กลับพบเครื่องมือหินทั้งสามแบบ (กะเทาะ – ขัด – มีบ่า) วางอยู่ในหลุมศพเดียวกัน กับหม้อสามขา ที่ สันนิฐานว่าได้รับอิทธิพลมาจากกลุ่มวัฒนธรรมลุง-ชาน (Lung-Shan) วัฒนธรรมยาง-โชว (Yang-shao culture) และวัฒนธรรมเซียว-ตุ่น (Hsiao-tun culture) ซึ่งเป็นกลุ่มชนจากแผ่นดินจีนตอนใต้ อายุอานามก็ 6,000  - 7,000 ปี โน้น โอ้โห !!!

.

.

        โดยเฉพาะเรื่องของ “ขวานหิน”  ซึ่งทำให้ผมตกใจ และขอใช้คำว่า “การค้นพบรอยต่อที่สูญหาย” ได้อย่างไม่อายปากนัก “หนองราชวัตร” เป็นแหล่งโบราณคดีที่สำคัญมาก ๆ สำหรับการอธิบาย “พัฒนาการ” ของกลุ่มคนและ ”การติดต่อ” ระหว่างกลุ่มคนในภูมิภาคครั้งแรก ก่อนการเข้ามาของวัฒนธรรมอินเดียครับ

.

        “ขวานหิน” ที่ทำขึ้นจากหินกะเทาะ ประเภท “หินเหล็กไฟหรือหินฟลิ้นท์ (Flint Stone)”  เนื้อใสเป็นแว็กซ์ คล้ายขี้ผึง แตกเป็นแว่น เป็นซีก ๆ พบในหลุมศพแทบทุกหลุม หินชนิดนี้ ไม่มีในเขตภาคกลางนะครับ แหล่งของหินอยู่ในเขตภูเขาของอำเภอศรีสวัสดิ์ รูปแบบของเครื่องมือหินฟลิ้นท์นี้ พบกระจัดกระจาย “เหมือนกัน” อยู่ทั่วไปในภูมิภาคตะวันตก แต่ไม่พบในเขตลอนลูกคลื่นลพบุรี ป่าสัก เจ้าพระยาตะวันออก เลย

.

        อายุของเครื่องมือหินฟลิ้นท์ ประมาณ 10,000 – 5,000 ปี กำลังบอกว่า คนโบราณที่หนองราชวัตรเคลื่อนย้ายมาจากเขตตะนาวศรี - ศรีสวัสดิ์ ไปทางตะวันออก  มาหยุดที่หนองราชวัตรเพื่อเริ่มต้น “การเกษตรกรรม” ครั้งแรกของสุวรรณภูมิ !!!

.

        ประกอบกับการพบ “เคียวหิน” ที่มีรูปแบบ “เดียวกัน” กระจายตัวไปทั่วภูมิภาคตะวันตก นี่คือรูปเครื่องมือเกษตรกรรม เพื่อการ “เกี่ยวข้าวป่า ข้าวปลูก” ครั้งแรก ของชาวสุวรรณภูมิ ครับ

. 

.

       รูปแบบของเคียวหินที่หนองราชวัตร  เป็นเหมือนตัวแทนของเคียวหินที่พบมากมายในภูมิภาคตะวันตก ทำจากหินชนิดเดียวกัน รูปทรงเดียวกัน ร่องสำหรับเสียบไม้หรือร่องสำหรับมือจับเหมือนกัน (อย่างน้อยก็เหมือนกับที่ผมเก็บไว้จากแหล่งโบราณคดีหลาย ๆ แห่งในภาคตะวันตก แหละ หุหุ)

.

        ที่ผมรู้สึกหัวใจพองโต นั่นก็เพราะ นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็น “เจ้าของ” เครื่องมือหินเหล่านั้นนอนทอดร่างอย่างสงบ  ผมยังไม่เคยพบหรือเห็นจากหนังสือหรือเอกสารการศึกษาใด ๆ ครับ !!!

.

.

.

.

.

         ภาชนะดินเผา รูปทรงต่าง ๆ คือร่องรอยของการรับเอาเทคโนโลยีจากภายนอก นั่นก็คือหลักฐานการ “ติดต่อระหว่างชุมชน” ครั้งแรก ๆ ของผู้คน เมื่อ 5,000 ปีที่แล้ว

.

        Missing Link ในมุมมองของผม อธิบายว่า กลุ่มชนที่หนองราชวัตร และกลุ่มชนใกล้เคียง (มีเป็นจำนวนมาก กระจัดกระจายอยู่ทางเหนือของจังหวัดสุพรรณบุรี) เป็นกลุ่มคนกลุ่มแรก ๆ ในยุคที่เราเรียกว่า “ยุคหิน” ได้เดินทางออกมาจากเขตเทือกเขา แต่ก็ยังไม่กล้าที่จะมาตั้งชุมชนริมน้ำใหญ่ จึงปักหลักอยู่บนที่ดอน ในช่วงที่น้ำทะเลยังขึ้นไปถึงนครสวรรค์ สุพรรณบุรียังเป็นป่าโกงโกง  หรือประมาณ 5,000 ปีที่แล้ว !!!

.

.

.

.

.

        การค้นพบช่วงต่อที่สูญหาย  คือช่วงของการเกิด “ หมู่บ้านเกษตรกรรมเริ่มแรก” ที่มีการเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์ การเพาะปลูกก่อให้เกิดการหยุดนิ่งไม่เคลื่อนย้ายอพยพเหมือนแต่ก่อน กลุ่มชนหนองราชวัตรจึงเริ่มมีการสะสมตัวทางวัฒนธรรม มีการแบ่งแรงงานจึงสามารถสร้างการผลิตภาชนะดินเผาและการทอผ้า มีการติดต่อกับชุมชนโบราณภายนอก ในเขตที่ราบลอนลูกคลื่นของลพบุรี นครสวรรค์ เป็นเน็ทเวิร์คสายแรก ๆ ของภูมิภาค

.

.

.

.

         การค้นพบ ขวานหินที่ทำมากจากหิน เชิร์ต หรือ ตะกอนภูเขาไฟ หินฮอนเฟล และหินตะกอนแปรรูปเนื้อแข็ง ซึ่งเป็นหินที่มีแหล่งวัตถุดิบ มาจากภูเขาในเขตภาคกลาง ฝังรวมอยู่ในหลุมศพพร้อมกับ หินฟลิ้นท์ ที่มีแหล่งกำเนิดในภาคตะวันตก  ย้ำให้เห็นเส้นทางหรือเครือข่ายการติดต่อในยุคเกษตรกรรมเริ่มแรกของสุวรรณภูมิ

.

.

        ภาชนะดินเผารูปทรงสามขา (Tripod)  และพิธีกรรมการฝังศพ เป็นหลักฐานของการจัดระเบียบสังคม และวัฒนธรรมเริ่มแรกของผู้คน ในระดับสังคมหมู่บ้าน (Village) ที่เริ่มมีการจัดระเบียบสังคมและสร้างวัฒนธรรม หลังจากยุคหินเก่าที่อาศัยอยู่เพียงในถ้ำ หรือสร้างที่พักง่าย ๆ อพยพโยกย้ายไปตามฤดูกาล

.

        ผมจึงให้ นิยาม ของชุมชนโบราณที่หนอองราชวัตร ว่า “เป็นหมู่บ้านเกษตรกรรมแห่งแรกของสุวรรณภูมิ”ก่อนการสร้างบ้านแปลงเมืองมาเป็นชาวสยามในยุคต่อมา ที่แหล่งโบราณคดี “บ้านเก่า” ไม่อาจจะเป็นได้

.

.

         อายุของชุมชนโบราณที่หนองราชวัตร ผมให้ไว้ที่ 4,000 – 5,000 ปี  ด้วยยังคงติดใจว่า  หากมีการติดต่อในช่วง 4,000 ปี ระหว่างภูมิภาค ทำไม เครื่องประดับและเครื่องมือที่ทำจาก “หอยทะเล” จึงยังไม่ปรากฏที่หนองราชวัตรเลยซักชิ้น นอกจากพบเครื่องประดับประเภทของขลัง ที่เรียกกันว่า “ตะกรุดหิน” จำนวนไม่มากนัก ( เพราะไม่ได้ลักลอบขุด จึงขุดขึ้นมาไม่มาก) ทำจากหินที่มีแหล่งวัตถุดิบในเขตลพบุรี นครสวรรค์

.

. 

          ทั้งเครื่องมือหินเหล็กไฟเก่าแก่ หม้อสามขา ภาชนะขัดมันแดง ขวานหินขัด และขวานหินแบบมีบ่าที่น่าจะอยู่คนละสมัยกัน มันได้มารวมอยู่ที่นี่พร้อมกัน....... !!!

.

         “บ้านเก่า” ในวันนี้ตอบคำถามผมไม่ได้ แต่ที่นี่ สามารถตอบคำถามที่คาใจผมได้อย่างมากมายครับ

.

          ผมได้มาพบกับ "เจ้าของ" เครื่องมือหินที่เคยพบเห็นกระจัดกระจายมากมายในเขตภูมิภาคตะวันตก ทั้งหินควอทไซท์(Quartzite) หินฟลิ้นท์ และหินจากภูมิภาคกลาง จากเขตลพบุรี – ป่าสัก นครสวรรค์ เช่นหินเชิร์ต (Chert)   หินตะกอน หินภูเขาไฟ ฯลฯ เป็นครั้งแรก !!!

.

.

         และผมก็ได้มาพบกับเจ้าของ “เคียวหิน” ในรูปแบบเดียวกันกับที่พบเห็นมาตั้งแต่จังหวัดอุทัยลงมายังราชบุรี กาญจนบุรี ฯ ซึ่งที่น่าจะมีอายุ กว่า 10,000 ปี  แต่กลับมาพบ "เจ้าของ" ที่นอนเรียงรายอยู่ที่หนองราชวัตร ...... นี่เอง !!!

.

         พวกเขาสืบทอดรูปแบบ วัสดุ และการใช้ “เคียวหิน” ที่ทำจากหินเหล็กไฟมาจากบรรพบุรุษ ตั้งแต่ยุคที่พวกเขาอาศัยตามเพิงผาถ้ำ บนเทือกเขาตะนาวศรี ตามแนวจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี ตาก แม่ฮ่องสอน ตั้งแต่ราวหมื่นปีที่แล้ว

.

.

.

       ผมได้มีโอกาสนั่งคุยกับปลัดอบต. หนองราชวัตร  หลังเที่ยวชมห้องจัดแสดงวัตถุโบราณ รวมทั้งโครงกระดูกสมบูรณ์ ของชายร่างเล็ก อายุไม่เกิน 25 ปี  ที่ขุดได้ ถึงแนวทางการพัฒนาและรักษาแหล่งโบราณคดีแห่งนี้ไว้  เป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวที่มี “คุณค่า”

.

.

        ท่านปลัดเป็นคนหนุ่ม และมีความรู้ ท่านพยายามหาแนวทางการพัฒนาแหล่งโบราณคดีหนองราชวัตร ให้ดีที่สุด

.

         ปลัดฯ ได้เล่าว่า จากเดิมที่กรมศิลปากรได้ขุดค้นไว้ และจะทำการกลบปิดหลุม แต่ทางชุมชนโดยเฉพาะทางอบต. ไม่ยอม ขอให้เปิดไว้เพื่อพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว และได้รับการสนับสนุนการจัดห้องนิทรรศการ เพื่อจัดแสดงวัตถุโบราณจากกรมศิลปากร  ไว้ที่หน้า อบต.

.

           จนเมื่อปีกลาย จึงได้รับการสนับสนุนหลังคาเหล็กมาจากงานพระราชพิธีของพระพี่นางที่สนามหลวง วันนี้ แนวทางการพัฒนาก็ยังไม่ชัดเจน ถึงทางอบต .จะซื้อที่ดินทั้ง 15 ไร่ คืนจากเจ้าของไร่อ้อย แต่แผนงานพัฒนาและการสร้างการเรียนรู้ ก็ยังคงไม่ชัดเจนนัก เพราะติดที่งบประมาณที่จะใช้

.

.

        เมื่อผมได้มีโอกาส จึงแนะนำท่านไปว่า หากมีโอกาส อยากให้ชุมชนและกรมศิลปากรทำงานร่วมกัน เป็น "โบราณคดีชุมชน" อย่าพัฒนาโดยการสร้างวัตถุ แต่อยากให้สร้างการเรียนรู้ และพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต อยากให้ดำเนินการจัดรูปแบบของแหล่งโบราณคดี ให้เป็นการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ (Eco – tourism) คือ “ ไม่เปลี่ยนแปลงพื้นที่  ไม่เอาวัสดุที่ไม่ใช่ของในท้องถิ่นเข้าไปเททับ เทถม ใช้วัสดุที่รื้อถอนออกได้ เปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ด้วยการปลูกต้นไม้ให้มาก  ควรสร้างหมู่บ้านจำลองย้อนยุค บริเวณชายเนินริมฝั่งน้ำ เพื่อจำลองเอาชีวิตในยุคนั้น กลับมาให้เห็น สอนลูกหลานในชุมชนให้รู้จัก อาคารนิทรรศการหลังเล็ก ๆ หลายจุด  ให้คนที่มาเที่ยวได้เดินชมเป็นเส้นทาง Routing ฯลฯ“

             คำแนะนำของผม อาจไม่สำคัญนัก หากเจ้าของพื้นที่ยังมองว่า การทุ่มงบประมาณ เพื่อสร้างอาคารใหญ่โตทัน ภาพประกอบที่สวยหรู สำคัญกว่า การใช้สร้าง “วิญญาณ” และ ”องค์ความรู้” ที่จับต้องไม่ได้ และใช้งบประมาณไม่สะใจ

.

          เช่นเดียวกับแหล่งโบราณคดีทั่วประเทศไทย ที่เปิดหลุมศพคนโบราณออกโชว์ ใช้เงินงบประมาณแผ่นดินมากมายในการสร้างอาคารใหญ่โต  แต่กลับร้าง ไร้ซึ่งผู้คนที่สนใจ เพราะไม่ได้จัดงบไว้สร้าง “หัวใจ” และ "องค์ความรู้" ของแหล่งนั้น ๆ ไว้ ทั้งที่บ้านปราสาท เมืองสิงห์ วัดชมชื่น บ้านโปรตุเกส โป่งมะนาว ฯลฯ ดังที่ผมเคยได้ยินนักท่องเที่ยว (คนไทย) บ่นกันว่า

.

        “ใครล่ะอยากจะไปเที่ยวดูศพโครงกระดูก และคำบรรยายบนฝาผนัง” ที่น่าปวดหัว !!!





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 32 (0)
สมดุล วันที่ : 06/11/2009 เวลา : 13.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/retailshop

ร่วมช่วยกัน ปลดหนี้เกษตรกร 8 แสนล้านบาท กับนวัตกรรมล้ำสมัย Atomic Biotech ร่วมกับระบบ อี-คอมเมิร์ซ ของบริษัทมหาชนขนาดใหญ่ เชิญที่ http://www.ainews1.com

ความคิดเห็นที่ 31 (0)
หนูแจ๋ว วันที่ : 13/09/2009 เวลา : 01.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/primj

อ่านเดินสู่อิสรภาพของอาจารย์ประมวลแล้วยังค๊ะ ? ถ้ายัง..อ่านได้แล้วนะคะ นักมานุษยวิทยายิ่งควรอ่านอย่างยิ่ง เพราะเป็นเรื่องราวของมนุษย์ดีๆคนหนึ่ง และอีกหลายๆคน งง !! มั้ยค๊ะ?

ความคิดเห็นที่ 30 (0)
บรรณาลัย วันที่ : 09/09/2009 เวลา : 20.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yongyoot

เมื่อไหร่อาจารย์จะรวบรวมงานเป็นเล่มสักทีผมอยากได้ข้อมูลไว้ศึกษาอ้างอิง

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
siampatriot วันที่ : 16/08/2009 เวลา : 23.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/siampatriot
แวะมาเยี่ยมคร๊าบบบบ


ความคิดเห็นที่ 28 (0)
Louvorian วันที่ : 09/08/2009 เวลา : 19.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/louvorian

กำลังจะถามเรยยว่า ป่าโกงโกง ที่เป็นศัพท์ทางวิชาการหรือเปล่า มีคนแย่งซีนไปแร้วว อิอิ

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
driftworm วันที่ : 08/08/2009 เวลา : 12.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

เพื่อนที่จ.สุพรรณฯอ่านกระทู้นี้แล้ว แทงความเห็นกลับมาเป็นตัวโตๆว่า ......

เคยรู้มาว่า กรมศิลป์ต้องการ "กลบ" ไว้ก่อน เพราะไม่สามารถ "ป้องกัน" คนเข้าไปลักขุดได้ เนื่องจากขาดงบประมาณ
ถ้าไม่มี "ผู้ใหญ่น่าระอา" คนนั้น เราคงมีเงินพอที่จะทำให้ "หนองราชวัตร" ดังไปทั้งโลก

.

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
Dr.Kaew วันที่ : 08/08/2009 เวลา : 11.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/learning

ขอบคุณสำหรับความรู้อีกแขนงที่ผมไม่เคยรู้มาก่อนครับ

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
Din วันที่ : 07/08/2009 เวลา : 23.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/372smallroom
ดินน้อมรับคำปรามาสแล้วผลิดอกเพื่อตอบแทนชมรมคนรักษ์ภาษาไทย


ป่าโกงโกงนี่เมื่อ 5000 ปี ก่อนมันยังไม่กางใช่ป่ะจ๊ะ

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
หมีปิศาจ วันที่ : 07/08/2009 เวลา : 16.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mee104
ขอบคุณสำหรับทุกความเห็น ช่วยแนะนำมือใหม่หัดเขียนด้วยครับ

มาอ่านและทำความเข้าใจกับ ความเชื่อของอาจารย์ครับ
จะบอกว่าไม่เชื่อก็ไม่ได้ เพราะผมแทบจะไม่รู้อะไรเลย
แต่จะเชื่อ อาจารย์ก็บอกไม่ให้เชื่ออีก
โดยเฉพาะที่ให้นิยามว่า หนองราชวัตรเป็นหมู่บ้านเกษตรกรรมแห่งแรกของสุวรรณภูมิ

โชคดีที่เอนทรี่นี้ ทำให้ผมเข้าใจ Eco-tourism อย่างถ่องแท้ครับ
แนวทางที่อาจารย์นำเสนอคุณปลัดหนุ่ม ผมยอมรับเลยว่าน่าสนใจมากครับ

ก็ได้แต่หวังว่า เขาจะเชื่ออาจารย์กับคำแนะนำในส่วนนี้นะครับ

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
ผีเสื้อพเนจร วันที่ : 07/08/2009 เวลา : 10.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ontheway
บอกเล่าเรื่องราวผ่านภาพถ่าย http://www.oknation.net/blog/vagrant

เรื่องราวของ ประวัติศาสตร์ นี่ ลึกลับ ชวนค้นหาดีจริงๆครับ

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
BigHead วันที่ : 07/08/2009 เวลา : 10.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bighead
วันว่างๆที่ไม่ว่าง.. http://www.oknation.net/blog/darkside

คิดอีกว่า... มีความนัยทั้งเรื่องต่างๆแฝงให้คิดอยู่มากมายที่บทความแห่งนี้ :-)

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
บ่าวขี้เมี่ยง วันที่ : 07/08/2009 เวลา : 10.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nampol
อยู่ในสายลม....อยู่ที่โค้งรุ้งทอ.... @ ผู้ชายสีน้ำทะเล

ได้มาอ่านเพิ่มความรู้ ได้หลายกรอบเลยครับอาจารย์ เมื่อเดือนที่แล้วผมก็ไปมาครับ บ้านพี่สาวและพี่ชายอยู่ตรงย่านนั้นพอดี...
สำหรับพี่ๆเพื่อนๆที่จะเดินทางไปดูเรื่องราว แวะไปนอนที่บ้านพี่สาวพิกกี้และพี่ชายผม(พี่แดง)ได้นะครับ ฟรีครับ..เอาเต้นท์ไปปักนอนได้ ฟรีๆ ซื้ออาหารไปทำกันกินเอง ลองโทรไปหารือพี่สาวผมดูนะครับ พี่หมู โทร.086-5337101..บอกว่าชายน้ำ TKT แนะนำมาครับ.

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
BigHead วันที่ : 07/08/2009 เวลา : 10.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bighead
วันว่างๆที่ไม่ว่าง.. http://www.oknation.net/blog/darkside

อ่านแล้วส่วนหนึ่ง ยังไม่ค่อยเข้าใจ เดี๋ยวมาอ่านแบบตั้งอกตั้งใจอีกครั้ง ดูว่าสมองจะคิดตามไหวไหมค่ะ

แวะมาเยี่ยมค่ะ สบายดีนะคะพี่

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
feng_shui วันที่ : 07/08/2009 เวลา : 08.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

ต้องมาอ่านอีกรอบ เรียนรู้แบบนี้ สนุกดีค่ะ


.

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
Supawan วันที่ : 07/08/2009 เวลา : 07.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

ลีลาการเขียนยังน่าอ่านเหมือนเดิม ... ด้วยองค์ความรู้ที่แน่นปึ๊ก ... ทัวร์สุพรรณบุรีกันดีไม๊คะอาจารย์เจี๊ยบ?

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
ไทบ้าน วันที่ : 07/08/2009 เวลา : 00.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thaibaan
อีสานมั่นคง เมืองไทยมั่นคง OKnature 

แวะมาชมและศึกษาไปด้วยครับผม

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
ลุงต้าลี่ วันที่ : 06/08/2009 เวลา : 21.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/loongdali

ท่านกลับมาแล้วด้วยความรู้ที่แน่นเหมือนเดิม บอกเล่าประวัติศาสตร์ได้ทั้งมิติที่ลึกและกว้าง ขอบคุณครับ อาจารย์! ทำให้ทราบว่า หนองราชวัตร เป็นแหล่งรวม มีทั้งหม้อสามขา เคียวหิน และเครื่องมือหิน

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
ปรัชญาชนบท วันที่ : 06/08/2009 เวลา : 21.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/j-direk

มาเยี่ยมชมนักโบราณคดี
ตอนเป็นชอบมาก
แต่บุญพี่มีก็คงไม่ถึง
ฟ้าจึงไม่เวทนา

ธรรมะสวัสดี

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
ลีลาวดี2508 วันที่ : 06/08/2009 เวลา : 20.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lelawadee
ศิลปะคู่ไทย เทิดไท้องค์ราชันย์

สายลมแห่งความใคร่รู้ มันโชยกลิ่นของอดีตมาสู่หัวใจของผมอีกครั้งและอีกครั้งๆๆๆๆๆครูอ้อยว่าสำหรับอ.เจี๊ยบ..ตราบใดที่ยังมีลมหายใจอยู่สายลมแห่งความใคร่รู้ มันโชยกลิ่นของอดีตมาสู่หัวใจของผมตลอดเวลาต่างหาก....

มาเยี่ยมชมมาอ่านด้วยเพลินเลย..เคยไปที่บ้านโปรตุเกส..มันช่างเงียบเหงาเสียจริง..แถมบางครั้งน้ำท่วมด้วย..ที่สำคัญ..ไม่มีคนมาให้ความรู้เลย..อย่างที่อ.จารย์ว่า.อ่านที่ผนังแล้วหันมาถามกันเองถึงข้อสงสัย..ต่างก็แซวกันว่าจะรู้ไหมเนี่ย..ก็มาด้วยกัน

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
มัชฌิมาปกร วันที่ : 06/08/2009 เวลา : 20.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kintaro
kintaro2- ภาพ kintaro3- กลอน >คมความคิด ชีวิตมีสุข หนังสือเล่มแรกของผม


สวัสดีครับอาจารย์

ผมเป็นคนชอบเรื่องโบราณคดีมากเลยครับ
ยังคิดว่าหากได้เรียนและทำงานด้านนี้ก็สนุกไม่น้อย
แต่ว่าเมื่อไม่ได้เป็นตามนั้น ก็ได้เรียนรู้จากผู้รู้ก็ไม่ต่างกัน
ขอบคุณอาจารย์ที่นำเรื่องราวดี ๆ มานำเสนอครับ

หลังจากห่างหายมานานกว่า 6 เดือน

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
BlueHill วันที่ : 06/08/2009 เวลา : 18.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ผมว่าที่นี่ น่าสนใจมากกว่า พิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกร เสียอีก แต่ป๋าเติ้ง คงไม่คิดอย่างนั้น

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
JoyGangster วันที่ : 06/08/2009 เวลา : 17.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/gangster-1
Photo Blog...สากกระเบือยันเรือรบ, I Love เมืองไทย I Like Korea, เรื่องกินเรื่องเที่ยวเรื่องเดียวกัน...

....................

....ได้ความรู้เพิ่มค่ะ.....

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ป้ารุ วันที่ : 06/08/2009 เวลา : 17.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/paaru


ไปดูกันเถอะค่ะ
จะได้ช่วยกันกระจายความคิดดี ๆ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
เพชรชมพู วันที่ : 06/08/2009 เวลา : 17.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pinkdiamond
                      

มะเช้านู๋แซวหน่อยเดียวเอ๊ง
ตกบ่ายอัพเลยเหรอคะพี่


ความคิดเห็นที่ 8 (0)
มะอึก วันที่ : 06/08/2009 เวลา : 15.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom

ความทรงจำผมเริ่มถอยหลังกลับไปเมื่อเกือบ 40 ปีที่แล้ว
ผมเคยนั่งเอามือลูบหม้อสามขาใบหนึ่ง
ซึ่งอยู่ในพิพิธภัณฑ์วัดพระมหาธาตุ นครศรีธรรมราช
.
.
ผมมานั่งคิดตามอาจารย์ทำไมเนี่ย?
ไปล่ะ................
ปู้น......
.
.

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
มะอึก วันที่ : 06/08/2009 เวลา : 15.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom

คิดต่อ.....
บทความชิ้นนี้อาจารย์เจี๊ยบไม่ได้ขายความคิดเรื่องหม้อสามขานี่หว่า
อาจารย์ขายความคิดเรื่องการพัฒนาพื้นที่ประวัติศาสตร์ในเชิงนิเวศน์วิทยา
.
ขายความคิดอย่างเดียวไม่ได้ซะแล้วครับอาจารย์
ต้องเข้าไปช่วยบริหารจัดการเชิง 4 M.....
.

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
มะอึก วันที่ : 06/08/2009 เวลา : 15.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom

ปัญญาบังเกิดขึ้นมาอีกนิดหนึ่งแล้วครับอาจารย์
คืออาจารย์ได้จุดประกายให้ผมเริ่มทำความรู้จักกับหม้อสามขา...ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้สนใจเรื่องหม้อสามขา
(อาจจะเป็นเพราะผมไม่ใช่นักมานุษย์วิทยา หรือนักประวัติศาตร์..ก็ได้)
.
ผมไปเปิดอ่านเรื่องราวของหม้อสามขาในกูเกิลมา 4-5 เรื่อง
แล้วมาอ่านเรื่องหนองราชวัตรนี้อีกครั้ง
ปัญญาเริ่มบังเกิดแล้วครับ
.
คงต้องเข้ามาอ่านเรื่องนี้อีกหลาย ๆ ครั้ง
ควบคู่กับการอ่านเรื่องหม้อสามขาเรื่องอื่น ๆ ต่อไป
.
ผมพยายามผลักตัวเองให้กลับไปสู่ยุคหม้อสามขา
ยุคที่คนโบราณหุงหาอาหารบนพื้นทรายโดยปักหม้อลงไปบนผืนทราย
และก่อไฟปรุงอาหารโดยไม่ต้องใช้เตา
.
ผมเริ่มคิดตามแล้วแล้วครับ
หากนำหม้อสามขา มาต้มลูกชิ้นกุดชุม...
น่าจะทำให้รสชาติลูกชิ้นกุดชุมอร่อยยิ่งขึ้น เราะกลิ่นดินเผาจากหม้อสามขา
ปรุงแต่งให้อาหารมีรสชาติมากขึ้น
.

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
มะอึก วันที่ : 06/08/2009 เวลา : 15.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom

ผมอ่านทุกตัวอักษรอย่างตั้งใจแล้วครับอาจารย์
.
อ่านวันนี้...ปัญญายังไม่เกิด
อาจารย์กระตุ้นปัญญาผมอีกนิดซีครับ
.

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
spyone วันที่ : 06/08/2009 เวลา : 15.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/spyone
  โลกหมุนด้วยความรัก

สวัสดีค่ะ ขอบคุณมากสำหรับข้อมูล

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ณสยาม วันที่ : 06/08/2009 เวลา : 14.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/slaonark

มาเรียนรู้วัฒนธรรม ครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
feng_shui วันที่ : 06/08/2009 เวลา : 14.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

เจิมไม่ทันคุณ ชาย


โห


น่าไปสำรวจ ตามรอย อ.เจี๊ยบ

ปล. ยังคงเจี๊ยบ เยี่ยงเดิมนะคะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 06/08/2009 เวลา : 14.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ตามมาดู..ว่าที่ไหน

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

งานวันผู้ไทโลก ครั้งที่ 8

งานวันผู้ไทโลก เท่อที่ 8 "พระธาตุศรีมงคลงามสง่า บูซาเจ้าปู่มเหศักดิ์ โฮมฮักผู้ไทโลก" วันที่ 4 - 6 เมษายน 2560 ณ อำเภอวาริชภูมิ จังหวัดสกลนคร

View All
<< สิงหาคม 2009 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]