• ศุภศรุต
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : jeabvoranai@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-28
  • จำนวนเรื่อง : 225
  • จำนวนผู้ชม : 2336920
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1574 คน
วรณัย พงศาชลากร
เรื่องราวทางมานุษยวิทยา ประวัติศาสตร์ โบราณคดี สหวิทยาการและมุม Gossip
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/voranai
วันเสาร์ ที่ 19 มีนาคม 2554
Posted by ศุภศรุต , ผู้อ่าน : 12488 , 15:28:12 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 12 คน ni_gul , ทรายรุ้ง และอีก 10 คนโหวตเรื่องนี้

          นี่ก็ใกล้เดือนเมษายน วันปีใหม่ไทยกันแล้วนะครับ

.

เมื่อเราคิดถึงประเพณีเทศกาลสงกรานต์ที่มีชื่อเสียงในระดับต้น ๆ ของประเทศ “สงกรานต์เรณูนคร” ของจังหวัดนครพนม จังหวัดที่ตั้งอยู่ติดพรมแดนแม่น้ำโขงและประเทศลาว ก็น่าจะเป็นอีกสงกรานต์หนึ่งในกิจกรรมการส่งเสริมการท่องเที่ยว “เย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์” ที่ยิ่งใหญ่ งดงามและมีเอกลักษณ์เฉพาะตน อย่างไม่ต้องสงสัยเลยครับ

         ที่กล้า “ฟันธง” กันถึงขนาดนี้ ก็เพราะเมื่อเราคิดถึงเมือง “เรณูนคร” ก็คงจะต้องคิดถึงเสียงเพลงที่ไพเราะ อย่าง “หนาวลมที่เรณู” ที่เป็นเพลงที่มีชื่อเสียง ขับร้องกันหลายเวอร์ชั่น เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางมายาวนานหลาย

สิบปี เนื้อร้องของเพลงก็คือ (หรือจะลองร้องตามเสียงเพลงที่ได้ยินตอนนี้ก็ไม่น่าอายนะครับ)

.

“เรณูนคร” ถิ่นนี้ช่างมีมนต์ขลัง ได้พบนวลนาง ดั่งเหมือนต้องมนต์แน่นิ่ง
น้องนุ่งซิ่นไหม ไว้ผมมวยสวยเพริด พริ้ง
พี่รักเจ้าแล้วแท้จริง สาวเวียงพิงค์แห่งแดนอีสาน
เราเคยสัมพันธ์ พลอดรักเมื่อคราวหน้าหนาว

คืนฟ้าสกาว เหน็บหนาวน้ำค้างหรือนั่น
เพราะได้เคียงน้อง ถึงต้องหนาวตายไม่หวาดหวั่น
รุ่งรางต้องร้างไกลกัน สุดหวั่นไหว ก่อนลา
ผ้าผวยร้อยผืน ไม่ชื่นเหมือนน้องอยู่ใกล้
ดูดอุร้อยไห ไม่คลายหนาวได้หรอกหนา

ห่าง...น้อง พี่ต้องหนาวหนักอุรา คอยนับวันเวลา จะกลับมาอบไอรักเก่า
เย็นลมเหมันต์ ผ่านพ้นยิ่งพาสะท้อน โธ่น้องบังอร ก่อนนั้นเคยคลอเคียงเจ้า
ครั้งเที่ยวชมงานพระธาตุพนม ยามหน้าหนาว

พี่ยังไม่ลืมนงเยาว์ โอ้แม่สาว...... เรณู

ก่อนที่จะถึงวันเวลาปีใหม่ไทย กับเทศกาลแห่งสายน้ำและความสุขของคนไทยทั้งประเทศ กับกิจกรรม“เย็นทั่วหล้ามหาสงกรานต์” ที่มีจะมีการแถลงข่าวใหญ่ ณ ลานเวิร์ดเทรดเซ็นเตอร์ ในวันที่ 30 มีนาคมนี้ ผมจึงมาเขียน “เรื่องราว” ในบล็อควัฒนธรรมแห่งหมู่บ้านโอเคเนชั่นแห่งนี้ เพื่อสร้างความเข้าใจต่อเรื่องราวของ “กลุ่มชาติพันธุ์ผู้ไท”  งานสงกรานต์ที่เมืองเรณูนคร และวันผู้ไทโลกครับ

 

ก็ขอเชิญชวนท่านที่สนใจ เมื่ออ่านเรื่องราว “ชนช้าง  บายศรี ฟ้อนรำ ข้าวปุ้นและพาแลง” จากมหาสงกรานต์ “ผู้ไท” เรณูนคร สู่อนาคต “วันผู้ไทโลก” นี้แล้ว ก็ชวนไปร่วมกันร้องเพลง “หนาวลมที่เรณู” และรำฟ้อนผู้ไทโลกด้วยกัน ในงานวันผู้ไทโลก “สุขสันต์วันใหม่ ผู้ไทเยือนถิ่น” สงกรานต์เรณูนคร ในปีนี้ครับ

          มาเริ่มต้นประวัติศาสตร์ท้องถิ่นกันพอหอมปากหอมคอ ตามสไตล์นักวิชากวนนอกกรอบกันซักนิดนะครับ ชาวเรณูนคร เป็นกลุ่มคนที่มีรากเหง้า รากฐานมาจาก “กลุ่มชาติพันธุ์ผู้ไท  ภูไท หรือ ปู่ไท” (จะเรียกอย่างไรก็มีความหมายคล้าย ๆ กันครับ)  เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีอาณาเขตทางวัฒนธรรม (Ethnic Boundaries) และเชื้อชาติคล้ายคลึงหรือเกือบเหมือนกับกลุ่มชาติพันธุ์ไท - ลาว  ภาษาที่ใช้พูดก็อยู่ในตระกูลเดียวกันกับภาษาไทย – ลาว  คือภาษาในตระกูลไท – กะได (ออสโตรเอเชียติก) ส่วนเดเอ็นเอและโครงสร้างทางพันธุกรรมมีลักษณะทางเชื้อชาติเหมือนกับคนไทยในปัจจุบันนี่แหละ

.

 

          ชาวผู้ไท อาจเรียกว่า เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ “ต้นตระกูล” สายหนึ่งของคนไทยในปัจจุบันก็คงไม่ผิดนักหรอกครับ !!!

แต่เดิม ราว 4,000 – 1,500 ปี ที่แล้ว กลุ่มชาติพันธุ์ผู้ไทยังคงเป็นรัฐระดับชนเผ่าหรือโคตรตระกูล มีโครงสร้างของการจัดระเบียบทางสังคมไม่ซับซ้อน มีการเคลื่อนย้ายอพยพเพื่อหาถิ่นที่อยู่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ไปมาระหว่างภูมิภาคทางตอนใต้ของจีนแถบมณฑลยูนนาน , กวางสี , กวางโจว เรื่อยมาทางตะวันออกเฉียงใต้ ในเขตแคว้นสิบสองจุไทย เวียดนามเหนือ มาจรดทางทิศเหนือของภาคอีสาน(ในประเทศไทยในยุคปัจจุบัน)

.

 

          ก็ยุคนั้นมันไม่มีแผนที่ ไม่มีเส้นสมมุติเขตแดน ก็เลยเคลื่อนย้ายกันได้โดยง่าย ไม่เหมือนในปัจจุบันที่วุ่นวายกับไอ้เส้นสมมุติกันจัง !!!

.

          กลุ่มชาติพันธุ์ผู้ไทที่เคลื่อนย้ายเข้ามาตั้งถิ่นฐานในเขตสิบสองจุไท ประเทศเวียดนาม มีเมืองแถน หรือ เมืองแถงเป็นศูนย์กลาง แต่ละกลุ่มก็จะกระจายตัวไปตามภูมิภาคต่าง ๆ โดยเฉพาะตามสายน้ำสำคัญในเขตเวียดนามเหนือ จึงกลายมาเป็นชื่อเรียกว่ากลุ่มชาติพันธุ์ผู้ไทที่กระจายตัวตามชื่อแม่น้ำ อันได้แก่ แม่น้ำแดง ก็จะถูกเรียกว่า ไทแดง กลุ่มที่แยกตัวไปตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนแถบลุ่มแม่น้ำดำ ก็จะถูกเรียกว่า ไทดำ ส่วนกลุ่มที่ไปอาศัยใกล้กับแม่น้ำขาว ก็จะถูกเรียกว่าไทขาว

.

           มีบางกลุ่ม เคลื่อนย้ายเข้ามาอาศัยอยู่ทางตอนเหนือ ถึงตอนกลางของประเทศลาว ก็มักจะถูกเรียกว่า ผู้ไท – ลาวตามเขตสภาพแวดล้อมของที่ตั้งถิ่นฐาน 

 

.

            ในช่วงที่กรุงสยามขาดแรงงาน บ้านเมืองต้องฟื้นฟูจากการเสียกรุงศรีอยุธยาให้กับอังวะ ประชากรที่ส่วนใหญ่เป็นลูกผสมขอมและพื้นเมือง (พูดเหน่อ)เดิม ถูกกวาดต้อน หายไปอยู่มัณฑะเลย์เมืองเมียนมาร์ไปซะก็มาก ผู้ปกครองกรุงสยามยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์จึงได้ยกทัพขึ้นไปกวาดต้อนผู้คนกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ ในสายของผู้ไทจากดินแดนที่ห่างไกล ไปจนถึงเดียนเบียนฟูหรือเมืองแถนในเวียดนามเหนือ หัวเมืองลาวฝั่งตะวันออกของแม่น้ำโขง หัวพันห้าทั้งหก สิบสองจุไท รวมทั้งสิบสองปันนาลงมาตั้งถิ่นฐาน ล้อมเป็นเมืองชั้นนอกของพระนครกรุงเทพ ฯ แถบสระบุรี ราชบุรี เพชรบุรี สุพรรณบุรี และในเขตอีสาน

           จากอดีตมาจนถึงในปัจจุบัน กลุ่มชาติพันธุ์ผู้ไทในภูมิภาคต่าง ๆ ที่เคลื่อนย้ายเข้ามาสู่ประเทศไทย ได้กระจายตัวตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนแตกแยกกันออกไปตามภูมิภาค แต่ละกลุ่มก็จะมี “พัฒนาการของสังคม วัฒนธรรม” และมีรายละเอียดของประเพณีพิธีกรรมที่แตกต่างกันไปจากยุคแรก ๆ ที่ถูกอพยพหรือถูกกวาดต้อนเข้ามา จึงดูเหมือนว่า กลุ่มชาติพันธุ์ผู้ไทในแต่ละท้องถิ่น จะมี “อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม” ที่ไม่เหมือนกันทั้งหมด สุดแท้แต่การผสมผสานทางวัฒนธรรมกับท้องถิ่น เช่นกรณีของผู้ไท กลุ่มไทยดำ ที่กลายมาเป็นลาวโซ่ง ไททรงดำหรือไทดำ และกรณีของผู้ไทเขตเรณูนคร เขตสกลนคร เขตกาฬสินธุ์ ที่จะมีรายละเอียดของวิถีชีวิตแตกต่างกันไปบ้างในยุคปัจจุบันครับ

.

 .

สาวงามที่เรณูนคร

.

            ปัจจุบันเชื้อสายของกลุ่มชาติพันธุ์ผู้ไท จะตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนอยู่ในหลายจังหวัดทั่วประเทศไทย เฉพาะในภาคอีสาน จะพบกลุ่มชุมชนชาวผู้ไทอยู่ในพื้นที่ 9 จังหวัด 33 อำเภอ ได้แก่

-      จังหวัดสกลนคร  9 อำเภอ (พรรณานิคม เมืองสกลนครวาริชภูมิพังโคน บ้านม่วง วานรนิวาส กุสุมาลย์ สว่างแดนดิน กุดบาก)

-      จังหวัดกาฬสินธุ์  5 อำเภอ (เขาวง กุฉินารายณ์ คำม่วง สมเด็จ สหัสขันธ์)

-      จังหวัดหนองคาย  3 อำเภอ(โซ่พิสัย บึงกาฬ พรเจริญ)

-      จังหวัดอำนาจเจริญ  2 อำเภอ (เสนางคนิคม ขานุมาน)

-      จังหวัดอุดรธานี  2 อำเภอ (วังสามหมอ ศรีธาตุ)

-      จังหวัดยโสธร  1 อำเภอ (เลิงนกทา)

-      จังหวัดร้อยเอ็ด 1 หมู่บ้าน (โพนทอง)

-      จังหวัดมุกดาหาร  5 อำเภอ (คำชะอีก เมืองมุกดาหาร นิคมคำสร้อย ดอนตาล หนองสูง)

-      จังหวัดนครพนม  5 อำเภอ (นาแก เรณูนคร ธาตุพนม ศรีสงคราม เมืองนครพนม)

.

หากเรานับรวมกลุ่มชาติพันธุ์ในตระกูลภาษาและวัฒนธรรมเดียวกันกับผู้ไท จำนวนประชากรของชาวผู้ไทในสายต่าง ๆ ก็น่าจะมีมากกว่า 10 ล้านคนทั่วโลก หรืออาจมากกว่าที่เห็นอยู่ในทุกวันนี้ เพราะเฉพาะประชากรเชื้อสายผู้ไทในประเทศลาว ก็ปาไป 2 – 3 ล้านคนแล้ว

.

            

.

ฟ้อนผู้ไทกับแขกบ้านแขกเมืองในโอกาสต่าง ๆ

.

          ส่วนที่เมืองเรณูนคร ซึ่งแต่เดิมชื่อว่า “เมืองเว” เป็นชุมชนกลุ่มชาติพันธุ์ผู้ไท ที่อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนครั้งแรกในช่วงสมัยรัชกาลที่ 3 ส่วนใหญ่จะเป็นชาวผู้ไทที่อพยพมาจากเมืองวัง ประเทศลาว พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ ตั้งให้ “ท้าวสาย” ผู้นำกลุ่มชาวผู้ไทขึ้นเป็น “พระแก้วโกมล”  เจ้าเมืองเรณูคนแรก และทรงยกบ้านเมืองหวายขึ้นเป็นเมืองเรณูนคร เมื่อราวปี พ.ศ. 2387 อายุเมืองเรณูนครมาจนถึงปัจจุบัน จึงนับได้ 167 ปี มาแล้วครับ

           ลักษณะเด่นของกลุ่มชาติพันธุ์ผู้ไท คือเป็นกลุ่มชนที่มีความขยัน อดออม พึ่งตนเอง โดยเฉพาะการทอผ้า ที่จะทำทั้งผ้าฝ้าย ผ้าไหมเพื่อใช้เองในครัวเรือน ทั้งเป็น “ผ้าซิ่น” ตีนเต๊าะ ตีนต่อ ผ้าไหมหมี่สาดหรือมัดหมี่ ทำเป็นรูป หมี่ปลา หมี่ตุ้ม หมี่กระจัง หมี่ข้อ ทำเป็นหมี่คั่น มิได้ทอเป็นหมี่ทั้งผืน แต่หากมีลายต่าง ๆ มาคั่นไว้ สีที่นิยมคือ สีเขียว สีน้ำเงิน สีแดง สีม่วง พื้นมักใช้เครือหูกฝ้ายสีเปลือกอ้อย อีกทั้งเสื้อ ก็นิยมทำเป็นเสื้อแขนกระบอกสามส่วนติดกระดุมธรรมดา กระดุมเงิน หรือเหรียญสตางค์ เช่น เหรียญสตางค์ห้า สตางค์สิบ มาติดเรียงเป็นแถว นิยมใช้เป็นผ้าย้อม ครามเข้มหรือน้ำเงิน จนถึงในราวปี พ.ศ. 2480 จึง เริ่มมีผู้นำผ้าขลิบแดงติดชายเสื้อ เช่น ที่คอสาบเสื้อปลายแขนเพื่อใช้เป็นชุดแต่งในการฟ้อนรำ และใช้กันมาจนถึงปัจจุบันนี้

.

ฟ้อนคู่หนุ่มสาว

.

          ผ้าของกลุ่มชาติพันธุ์ผู้ไทที่จัดว่ามีชื่อเสียงไปทั่วโลก เรียกกันว่า “ผ้าแพรวา” ครับ ปัจจุบันนิยมทอกันอยู่ในเขตจังหวัดกาฬสินธุ์ ส่วนสาวที่เรณูนคร นิยมรำฟ้อนสวย ๆ งาม ๆ มากกว่าทอผ้าครับ หุหุ

.

          ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา ชาวผู้ไทเรณูนครได้รังสรรค์งานประเพณีสงกรานต์ขึ้นมาใหม่ บนพื้นฐานวัฒนธรรมดั้งเดิมที่สืบทอดต่อกันมาในอดีต ทั้งพิธีกรรม “บายศรีสู่ขวัญ” ที่รับแขกบ้านแขกเมืองผู้มาเยือนถึงใจในระดับวิญญาณ ไม่ใช่แค่รับแขก แต่มีขั้นตอนการ “ผูกเสี่ยว - ผูกข้อมือต่อแขน” ดองกันเป็นดุจญาติมิตรกันเลยทีเดียว

.

 

.

พิธีกรรมการรับขวัญและบายศรีอันเลื่องชื่อของชาวผู้ไทเรณูนคร

.

อีกทั้งพิธีการชนช้าง หรือ ดวลอุ (เหล้าหมักในไห ) ที่นำสาวเจ้าสุดสวยในชุดฟ้อนผู้ไท ลงมาประชันดูดอุด้วยหลอดยาว ๆ แข่งกับหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่แขกบ้านแขกเมืองผู้มาเยือนอย่างสนิทชิดเชื้อ จนหลายหนุ่มเก็บอาการลุกลี้ลุกลนเอาไว้ไม่อยู่ บ้างก็ออกอาการครางเพลง “หนาวลมที่เรณู” กันแทบทุกรายไป

.

หลายคนที่เคยไปเยือนเรณูนคร ก็มักจะกล่าวถึง ความประทับใจในการต้อนรับขับสู้แขกผู้มาเยือน ด้วยความงดงาม ความนุ่มนวลของสาวผู้ไทเรณูนคร ประกอบกับเครื่องแต่งกายของสาวน้อยใหญ่ชาวผู้ไทเรณูนคร ที่ใช้ชุดสีน้ำเงินขลิบแดง มีผ้าสไบพาดไหล่สีขาว ประดับด้วย "กุหลาบแดงสด" สัญลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของผู้ไทเรณู ทัดดอกไม้ขาวที่มวยผม  หรือชุดของสาวใหญ่ที่มีลายผ้าซิ่นสีออกดำคราม ก็ล้วนเป็นสิ่งที่ทำให้สาวผู้ไทเรณูนคร  ดูโดดเด่นและแตกต่างจากสาวผู้ไทยที่อื่น ๆ ครับ

.

งานชนช้างหรือดวลอุ ระหว่างแขกบ้านกับสาวผู้ไท

.           

 

.

งานแถลงข่าวเมื่อวันที่ 13 มีนาคมที่ผ่านมา มีนายประจักษ์จิตต์ อภิวาท รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนมเป็นประธาน ร่วมด้วย ดร. วิทยาอินาลา สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดนครพนม

นายไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทรราษฎรจังหวัดนครพนม นายนิวัต เจียวิริยบุญญา

นายกเทศมนตรีเมืองนครพนม และนางรัตนาภรณ์ คงพราหมณ์ นายกเทศมนตรีตำบลเรณูนคร

 ณ วัดธาตุเรณู จังหวัดนครพนม 

.

          นอกจากประเพณี – พิธีกรรม ที่อบอวลไปด้วยมิตรภาพและความงดงามแล้ว ชาวผู้ไทเรณูยังมีประเพณีการฟ้อนรำที่เรียกว่า “ฟ้อนผู้ไท” ที่อาจถือได้ว่าเป็นเอกลักษณ์สำคัญอีกอย่างหนึ่ง

.

          ท่าฟ้อนผู้ไทมีท่ารำต่าง ๆ เรียกกันว่า ท่าเตรียม ท่านกกระบาบิน ท่ากาเต้นก้อน ท่ารำม้วน ท่าฉาย ท่าลำเพลิน ท่ารำส่าย ท่ารำบูชา ท่าก้อนข้าวเย็น ท่าจระเข้ฟาดหาง  ท่าเสือออกเหล่า การฟ้อนจะจัดเป็นคู่ ๆ  ใช้ชายจริงหญิงแท้ตั้งแต่ 10 คู่ขึ้นไป เครื่องดนตรีประกอบด้วย แคน กลองกิ่ง กลองแตะ กลองยาว ฆ้องโหม่ง พังฮาด และกั๊บแก๊บ

.

.

บรรยากาศงานวันแถลงข่าว งานวันผู้ไทโลก สุขสันต์วันใหม่ผู้ไทเยือนถิ่น

.

           นอกจากประเพณี – พิธีกรรม บายศรี ฟ้อนรำ ชนช้าง – ดวลอุ กันแล้ว ชาวผู้ไทเรณูนครยังมีอาหารประจำกลุ่มชาติพันธุ์ไท – ลาว ที่เรียกกันว่า “ ข้าวปุ้น”  คือ “ขนมจีน” แบบที่พบเห็นกันทั่วไปแต่จะมีเส้นเล็กกว่า ราดด้วยน้ำยากะปิ (น้ำนัว) สูตรลับเฉพาะของเมืองเรณูนคร

 

           จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของการจัดเลี้ยงแบบผู้ไท จะเรียกกันว่า “พาแลง” หรือที่อาจแปลได้ว่า “ชวนมานั่งทานข้าวเย็นร่วมกัน” เป็นงานจัดเลี้ยงที่มีภาชนะจักสาน ที่เรียกว่า “โตก” แบบชาวเหนือ ภายในถาดจักสาน ก็จะมีอาหารพื้นเมือง ทั้ง แกงผักหวาน  ส้มตำไทย  ลาบหมู  ไก่ย่าง ส้มตำ ปลานึ่ง ลาบประเภทต่าง ๆ ที่ขาดไม่ได้ก็คงเป็น “ข้าวเหนียว” นั่งทานกันท่ามกลาง

บรรยากาศการฟ้อนรำประกอบการนั่งล้อมวงรับประทาน พาแลงละ 5 – 6 คน

.

.

นายกรัตนาภรณืฟ้อนรำร่วมกับนายกนิวัต ในงานแถลงข่าว

.

          เป็นอย่างไรกันบ้างครับ กับเรื่องราวต่าง ๆ  ในประเพณีต้อนรับของชาวผู้ไท ที่ทั้งหมดนี้ล้วนแต่อยู่ในงานประเพณีสงกรานต์เรณูนคร ที่ยังมีการประกวดเทพีสงกรานต์ และการชกมวยเป็นประจำในทุก ๆ ปีอีกด้วย

.

           หลายปีที่ผ่านมา สงกรานต์ของชาวผู้ไทเรณูนคร ถือเป็นสงกรานต์ใหญ่ที่สุดของภาคอีสาน ในแง่ของการแสดงทางประเพณีวัฒนธรรมและองค์ประกอบในกิจกรรมที่มีมากกว่าการสาดน้ำไปมา อีกทั้งขบวนแห่นางสงกรานต์ยาวเหยียด พิธีเปิดประตูเมือง พิธีกรรมการบรวงสรวงปู่ถลา และกิจกรรมบนถนนวัฒนธรรมกลางเมืองเรณูนคร  เป็นงานสงกรานต์ที่ได้รับการส่งเสริมจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ให้เป็นงานสงกรานต์ในระดับ “เย็นทั่วหล้ามหาสงกรานต์” ระดับประเทศ ร่วมกันกับสงกรานต์ "ถนนข้าวปุ้นคึกคัก เรารักนครพนม" ของจังหวัดนครพนม สงกรานต์จังหวัดหนองคายและ "ถนนข้าวเหนียว" ของจังหวัดขอนแก่นครับ

.

.

นายกเทศมนตรีตำบลเรณูนคร คุณรัตนาภรณ์ คงพราหมณ์ ผู้หญิงเก่งแห่งเมืองเรณู

.

            หลากหลายความงดงามทางวัฒนธรรมและประเพณีสงกรานต์ของชาวผู้ไทเรณูนครที่ดำเนินต่อมาในแต่ละปี จนเมื่อคุณรัตนาภรณ์ คงพราหมณ์  นายกเทศมนตรีตำบลเรณูนคร “แม่งาน” คนสำคัญ ที่ได้ใช้ความอุตสาหะ สร้างสรรค์ความสำเร็จในการพัฒนาบ้านเมืองเรณูนครให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง อีกทั้งยังมีบุคลิกที่มุ่งมั่น ท้าทายและหลงใหลในวัฒนธรรมของบ้านเมืองตน ร่วมปรึกษากันกับ ดร. วิทยา อินาลา สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดนครพนม หาหนทางที่จะพัฒนาให้การสืบสานประเพณีและวัฒนธรรมของชาวผู้ไท ได้เติบโตขึ้นจากที่เป็นอยู่  จึงนำไปสู่ การสร้างแบบแผน “ผู้ไทโมเดล” เพื่อการพัฒนาไปสู่ “วันผู้ไทโลก” ครับ

.

.

ดร. วิทยา อินาลา สมาชิกวุฒิสภาและ คุณรัตนาภรณ์ คงพราหมณ์

ผู้คิดริเริ่มแนวทาง One Phutai World ที่เรณูนคร

.

            แนวคิดวันผู้ไทโลก เกิดขึ้นจากความต้องการที่จะรวบรวมกลุ่มชาติพันธุ์ผู้ไทจากทุกภาคส่วนของประเทศไทย ที่ไม่น่าจะมีจำนวนน้อยกว่า 5 ล้านคน รวมกับกลุ่มชาติพันธุ์ผู้ไท ที่อาศัยอยู่ในประเทศเวียดนาม ลาว จีน ได้เข้ามาร่วมกันในวันใดวันหนึ่ง หรือสร้างเป็นงานเทศกาล ที่จะใช้เป็นวันสำคัญที่เรียกว่า “วันผู้ไทยโลก” (World Phutai day) สู่เป้าหมาย “ผู้ไทโลกเป็นหนึ่งเดียว” (One Phutai World)

.

           บรรจบกับความตั้งใจครั้งสำคัญของ ดร. วิทยา อินาลา สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดนครพนม ที่สำนึกตนเป็นคนผู้ไทอย่างแข็งขันและภาคภูมิใจ ด้วยบ้านกำเนิดของท่านก็ตั้งอยู่ที่บ้านโพนแพง อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม เป็นชุมชม “กลุ่มชาติพันธุ์ผู้ไท” ที่ขยายตัวมาจากตัวเมืองเวหรือเรณูนคร อายุยาวนานกว่าเกือบ 100 ปี

 เมื่อโอกาสและความพร้อมเอื้ออำนวย จึงได้มีการปรึกษาหารือ ระดมความคิดจากผู้คนชาวเรณูทุกภาคส่วน ตั้งเป้าหมายที่จะพัฒนาสิ่งดีงามที่มีอยู่แล้วขึ้นสู่ระดับโลก ส.ว. วิทยา อินาลาจึงได้เริ่มมีการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รวมทั้งเทศบาลตำบลเรณูนครและกลุ่มผู้นำชาวเรณูนคร เชิญชวนให้มาร่วมกันสร้างเทศกาลที่จะเป็นจุดเริ่มต้นและจะกลายเป็น “จุดนัดพบ” ของชาวผู้ไทจากทั่วโลกในอนาคตเป็นครั้งแร

.

 งานวันผู้ไทโลก จึงได้รับการสนับสนุนส่งเสริมจากกระทรวงวัฒนธรรม ยกให้เป็นประเพณีสำคัญในปฏิทินวัฒนธรรมของประเทศ ในชื่องานว่า “สุขสันต์วันใหม่ ผู้ไทเยือนเยือนถิ่น” จากผู้ไทโมเดล ......สู่ผู้ไทโลก ครับ

 

           จากจุดเริ่มต้นที่มีพลวัตของแนวคิด “วันผู้ไทโลก” ในโครงการ “สุขสันต์วันใหม่ ผู้ไทเยือนถิ่น” จึงมีการการสร้างแบบแผน หรือที่เรียกว่า ผู้ไทโมเดล (Phutai Model) ของการจัดงานและรายละเอียดของงานเทศกาลวันผู้ไทโลกขึ้นมา ผสมผสานและปรับปรุงประเพณีสงกรานต์เรณูนครเดิมที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักอยู่แล้วทั่วประเทศ ขึ้นเป็นวันเริ่มต้นใหม่ร่วมกัน ในชื่อว่า “สุขสันต์วันใหม่ .....ผู้ไทเยือนถิ่น”  เชิญชวนชาวผู้ไทในแต่ละภูมิภาคของประเทศไทยและชาวผู้ไทในต่างประเทศ เข้ามาร่วมในกิจกรรม ให้เกิดภาพของความเป็นชาวผู้ไทจากทั่วโลก หรือ “ผู้ไทโลก”

.

 

แต่เป้าหมายที่แท้จริง ในการยกระดับของงานกิจกรรมประเพณีและวัฒนธรรมของชาวผู้ไทในประเทศไทยไปสู่ในระดับโลก ก็คือ ยุทธศาสตร์การพัฒนา ที่จะรวบรวมความหลากหลายทางวัฒนธรรม ของดี ของเด่นและอัตลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธ์ผู้ไท ที่ยังคงรักษาประเพณีวัฒนธรรมและพระพุทธศาสนาได้อย่างแนบแน่น ทั้งในจังหวัดนครพนมและในกลุ่มจังหวัดทั้ง  9 รวมทั้ง ชาวผู้ไทที่ออกจากบ้านมาทำงานในที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ ให้เป็นหนึ่งเดียว

 

และที่สำคัญ ก้าวย่างในการพัฒนางานวัฒนธรรมที่เรณูนครนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นการพัฒนาชุมชนผู้ไททั้ง 9 จังหวัดขึ้นไปสู่ “การขอขึ้นทะเบียบมรดกโลกทางวัฒนธรรม” แห่งใหม่ของประเทศไทย ร่วมกันในอนาคต เช่นเดียวกับเมืองมรดกโลก “หลวงพระบาง” ในประเทศลาวครับ

.

           วันผู้ไทโลกในครั้งแรกนี้ ใช้ชื่องานรวม ๆ ว่า “วันผู้ไทโลก สุขสันต์วันใหม่ ผู้ไทยเยือนถิ่น สงกรานต์เรณูนคร”  โดยจะมีจุดไฮไลท์สำคัญของงานประเพณีสงกรานต์อย่างครบถ้วน อบอวลไปด้วยมิตรภาพและความงดงามยิ่งกว่าเดิม โดยจะมีการเพิ่มงานจัดเลี้ยง “พาแลงดินเนอร์” ประกอบดนตรี ฟ้อนรำ บายศรีสู่ขวัญและดวลอุแก่ชาวผู้ไทที่จะเดินทางกลับบ้านและนักท่องเที่ยวที่มาจากทั่วสารทิศ ในค่ำคืนวันที่ 12 เมษายน 2554 ณ ลานวัดธาตุเรณู ท่ามกลางแสงเสียงที่ปรับประยุกต์ให้ทันสมัย รำฟ้อนหมู่ระหว่างชาวผู้ไท นักท่องเที่ยวและแขกบ้านแขกเมืองและที่สำคัญ และจะมีการแสดงฟ้อนผู้ไทรวมกันจากประเทศต่าง ๆ เป็นครั้งแรก เรียกว่า “ฟ้อนผู้ไทโลก” ครับ

.

.

สาวงามประกวดเทพีสงกรานต์ ในขบวนแห่ที่สวยงาม

.           

          ในวันที่ 13 เมษายน ถือเป็นวันพิธีเปิดงาน “วันผู้ไทโลก สุขสันต์วันใหม่ ผู้ไทเยือนถิ่น” โดยจะมีไฮไลท์ อยู่ที่ ขบวนแห่ทั้ง 11 ขบวน จาก 11 ตำบล การประกวดเทพีสงกรานต์ การแห่องค์พระแสน และพิธีมอบเข็มเชิดชูเกียรติแก่ชาวผู้ไท ผู้มอบความดีไว้ให้แผ่นดิน

 

.

วิหารพระองค์แสนและพระธาตุเรณู พระธาตุคู่เมืองเรณูนคร

.

            กำหนดการของงานวันผู้ไทโลก สุขสันต์วันใหม่ ผู้ไทยเยือนถิ่น สงกรานต์เรณูนคร  มีดังนี้ครับ

.

วันที่ 12 เมษายน 2554

เวลา  09.00 น.    พิธีเปิด “ถนนวัฒนธรรมผู้ไท” (โดยผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม)

                        ชมการฟ้อนผู้ไท  84  คู่

                        ชมการแสดงประเพณีวัฒนธรรม  วิถีชีวิตผู้ไท

                        สาธิตการทำข้าวปุ้นน้ำนัวและกินฟรีตลอดวัน

                        การแสดงสินค้า OTOP  กลุ่มชาติพันธุ์ผู้ไท

เวลา  13.30 น.    เสวนาสัญจรเชิงวิชาการ เรื่อง “กลุ่มชาติพันธ์ผู้ไท”ณ โรง

                        ละครเมืองเว วัดธาตุเรณู

                        ชมนิทรรศการวิถีชีวิตวัฒนธรรมผู้ไทเรณูนคร

                        ประกวดการแสดงศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น  เช่น  ประกวดพาน

                        บายศรี,สวดสรภัญญะ, เป่าแคน, ดีดพิณ, ตีกลองตุ้มพังฮาด

เวลา  18.00 น.    พาแลงดินเนอร์  การแสดง    ลานวัฒนธรรม  วัดธาตุเรณู 

                        บายศรีสู่ขวัญ  แขกบ้านแขกเมือง  ชนช้าง  ดูดอุ  ฟ้อนรำหมู่

                        แสดงสินค้า OTOP บริเวณสถานที่จัดงาน

เวลา  19.00 น.   ชมการแข่งขันชกมวยไทย    ลานเอนกประสงค์บริเวณด้าน

                        ข้างตลาดสด เทศบาลตำบลเรณูนคร (สนามฟุตซอล)

วันที่ 13 เมษายน

เวลา  06.00 น.         ชาวเรณูนครรวมกันบริเวณลานหน้าวัดธาตุเรณู

เวลา  07.00 น.         ประธานและคณะผู้มีเกียรติเดินทางมาถึง

                             ไหว้พระรับศีล

                             ประกาศปีใหม่ (สงกรานต์)

                             พระสงฆ์อนุโมทนา

                             พระภิกษุ  สามเณร  รับบิณฑบาต

                             สรงน้ำพระ

                             รดน้ำดำหัว  ขอพรจากผู้สูงอายุ

เวลา  12.00 น.         ขบวนแห่สงกรานต์ทุกขบวนแห่พร้อมกันที่โรงเรียนเรณูนครวิทยานุกูล

เวลา  13.00 น.         เคลื่อนขบวนแห่พระองค์แสน

                              ขบวนพานบายศรี

                              ขบวนแห่เทพีสงกรานต์  11  ขบวน

เวลา  16.00 น.          ทุกขบวนถึงวัดธาตุเรณู

พระองค์แสน พระพุทะรูปศักดิ์สิทธิ์แห่งเมืองเว เรณูนคร

ภาคกลางคืน  (ณ   สวนสุขภาพหน้าห้องสมุดประชาชนเรณูนคร)

เวลา  19.00 น.        การแสดงดนตรี

เวลา  19.30 น.        ประธานในพิธีเดินทางมาถึง

                             นายอำเภอเรณูนครกล่าวรายงาน

ประธานกล่าวเปิดงาน “วันผู้ไทโลก  สุขสันวันใหม่  ผู้ไทเยือนถิ่น สงกรานต์เรณูนคร  นครพนม”

พิธีมอบรางวัลเกียรติยศชาวผู้ไท  ผู้กระทำคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติ

มอบรางวัลการแข่งขันการประกวดประเภทต่าง ๆ

ประกวดเทพีสงกรานต์  รอบแรก

การแสดง

ประกวดเทพีสงกรานต์รอบตัดสิน

มอบรางวัลเทพีสงกรานต์,  รางวัลขบวนแห่

ปิดงาน

.

หรือในอีกจุดหมายหนึ่ง “วันผู้ไทโลก” สงกรานต์เรณูนครในปีนี้ ก็อาจเป็นวันที่คนผู้ไทจากทั่วประเทศและจากต่างประเทศจะได้เดินทาง “กลับถิ่นฐานบ้านเกิด” กันซักครั้งหนึ่ง หลังจากเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา มาเริ่มต้นวันใหม่กันที่เรณูนคร ศูนย์กลางของชาวผู้ไทในปีนี้ ก็น่าจะเป็นโอกาสอันดี

 

และหากท่านอ่านมาถึงบรรทัดนี้และคิดว่าสงกรานต์ในปีนี้ ท่านจะลองหาอะไรใหม่ ๆ ที่มากกว่าความสนุกของการสาดน้ำ อาหารรสเลิศ รถติด และความสับสนวุ่นวายของเมืองหลวง งานเย็นทั่วหล้ามหาสงกรานต์ที่เรณูนคร ก็น่าจะเป็นสงกรานต์ที่อาจทำให้ท่าน ได้มีโอกาสสัมผัสรู้ถึงรากฐานของความเป็น “คนไทย” ที่มีความหลากหลาย มีวัฒนธรรมที่งดงาม มีกลิ่นอายแห่งมิตรภาพและความสุข 

.

.

          ในปีนี้ หากยังไม่ตัดสินใจจะไปสงกรานต์ที่ไหน ก็ลองไปร่วมสร้าง “เย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์” วันใหม่กับ “ชาวผู้ไท” ที่เรณูนคร ถิ่นนี้ช่างมีมนต์ขลังกันสิครับ !!!

 




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
เกรียงไกร-หัวบุญศาล วันที่ : 28/08/2011 เวลา : 01.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kriengkrai


สวัสดีครับคุณศุภศรุต

ยินดีที่รู้จักครับ
ไม่ทราบว่าเป็นภูไทด้วยหรือเปล่าครับ
ผมเพิ่งจะทราบข่าวก่อนนี้ไม่กี่วันว่ามีวันภูไทโลก
แต่ก็ไม่ทราบรายละเอียดว่าใครที่เป็นแกนหลัก
อย่างไรก็ส่งข่าวด้วยนะครับ

จะได้ส่งข่าวถึงกัน

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
zuni วันที่ : 13/04/2011 เวลา : 22.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/zuni


สวัสดีปีใหม่ไทยค่ะ
มีความสุขมากๆตลอดปีตลอดไปนะคะ

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
ลุงชาติ วันที่ : 09/04/2011 เวลา : 08.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/loongchat
http://www.facebook.com/lungchati

สวัสดีครับ

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
ทรายรุ้ง วันที่ : 07/04/2011 เวลา : 19.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kartai
เกาะกูด science : กลุ่มเขียนข้าว http://www.oknation.net/blog/scienceteachวิทยาศาสตร์ในโรงเรียน เนื้อหาวิชาวิทยาศาสตร์ระดับประถมศึกษาปีที่ 1 - 6

สวัสดีค่ะอาจารย์..มาอ่านเอนทรี่นี้โดยเฉพาะค่ะวันนี้ ยิ่งเห็น ยิ่งอ่านยิ่งเสียดาย อยากไปอะค่ะ ทำไงดี ทำไงดี
ที่โรงเรียนมีงานผ้าป่าสามัคคีเพื่อสร้างสมุด แถมต้องไปเตรียมงานตั้งแต่วันที่ 12 อีก แง แง ..
ปล.ลุงมะอึกค่ะถ้าจะติดรถไปเรณูทีหลังรับสมาชิกเพิ่มไหมค่ะ อิอิ

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
มะอึก วันที่ : 07/04/2011 เวลา : 16.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom

วันนี้..ป้วนเปี้ยนเข้า ๆ ออก ๆ อยู่กับเอ็นทรีนี้ทั้งวัน...
สนุกดี...

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
JoyGangster วันที่ : 31/03/2011 เวลา : 10.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/gangster-1
Photo Blog...สากกระเบือยันเรือรบ, I Love เมืองไทย I Like Korea, เรื่องกินเรื่องเที่ยวเรื่องเดียวกัน...

เคยได้ยินแต่งานสงกรานต์ที่ขอนแก่น...

ที่นครพรมไม่เคยรู้มาก่อนว่าจัดงานใหญ่ด้วย

น่าไปเที่ยวจริง ๆ...

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
Kati วันที่ : 21/03/2011 เวลา : 17.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Kati1789

แวะเวียนมาเยี่ยมยามครับ อ.ศุภศรุต

สำหรับเรื่องราว แห่ง ตำนานผู้ไท
สาวงามแห่งเรณูนคร
นับเป็นหนึ่งใน บทเพลง ของความทรงจำ ครับ

อ่านเรื่องราวได้เพลิดเพลินใจยิ่ง ครับ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
tengpong วันที่ : 21/03/2011 เวลา : 10.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tengpong

น่าจะเป็นงานสืบสานวัฒนธรรมที่ยิ่งใหญ่น่าสนใจมากนะครับ
คนที่ไปงานก็น่าจะแต่งกายใหเข้ากับบรรยากาศก็จะยิ่งดี
ผมชอบ พาแลง และ ดวลอุ ครับ

ป.ล. รอคำตอบจากคำถามของ คห๖ ด้วยคนครับอาจารย์

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
feng_shui วันที่ : 21/03/2011 เวลา : 09.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

เอ็นทรี่คุณภาพ สมแห่งการรอคอย

อิ อิ
++โหวต

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
สื่อชุมชน วันที่ : 20/03/2011 เวลา : 23.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phichittoday
ศูนย์เตรียมความพร้อมป้องกันภัยบ้านเนินหัวโล้     ตำบลวังทรายพูน  อำเภอวังทรายพูน  จังหวัดพิจิตร  

แค่ได้ฟังเพลง ก็เกินคุ้ม
เรื่องราว ข้อมูลเยี่ยมยอด
ได้เหลี่ยมมุมความคิดมากมายเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
BlueHill วันที่ : 20/03/2011 เวลา : 12.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

“สงกรานต์เรณูนคร”

อยากไปเที่ยวครับ
จะได้ไปไหว้พระธาตุพนมด้่วย

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 20/03/2011 เวลา : 11.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

อยากไปๆๆๆ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
สาวอิสานอินเตอร์ วันที่ : 20/03/2011 เวลา : 10.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/spj
เฮียมนี้เป็นดั่งดวงดอกไม้     บานอยู่กลางดงฝนบ่ตกลงโฮย                     สิหล่นขุคาต้น

คนผู้ไทยใจดีน่ารักค่ะ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
สอนสุพรรณ วันที่ : 20/03/2011 เวลา : 05.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phaen


สวัสดีครับอาจารย์

ขอแสดงความชื่นชมและขอคารวะต่อคณะทำงานการสร้างแบบแผน “ผู้ไทโมเดล” เพื่อการพัฒนาไปสู่ “วันผู้ไทโลก” ด้วยหัวใจของคนศิลปวัฒนธรรมครับ

กำหนดการและกิจกรรมน่าสนใจมาก หากมีโอกาสไม่พลาดแน่นอนครับ ผมเคยไปร่วมกิจกรรมบายศรี พาแลง ของชาวผู้ไทเรณู แต่ไม่ใช่เทศกาลสงกรานต์ เมื่อหลายปีที่ผ่านมาครับ

จากประโยคที่ว่า "...ประชากรที่ส่วนใหญ่เป็นลูกผสมขอมและพื้นเมือง (พูดเหน่อ) เดิม ถูกกวาดต้อน หายไปอยู่มัณฑะเลย์เมืองเมียนมาร์ไปซะก็มาก..." ผมมีข้อสงสัยอยากเรียนถามอาจารย์ว่า ที่บ้านเกิดผม ต.หนองขาว อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี มีประเพณีการรับยาย มีหม้อยาย มีการนำเครื่องเซ่นสังเวยไปตั้งสำรับที่ศาลตายายทุกปี จะมีรากเหง้ามาจากกลุ่มชาติพันธ์ไหนแน่ครับ ซึ่งตอนนี้เริ่มจางหายไปแล้ว เด็กรุ่นใหม่เขาก็ไม่รับ แม้แต่สำเนียงเหน่อหนองขาวคล้ายชาวใต้ ก็พยายามพูดให้เยื้องแบบกรุงเทพฯ กันหมดแล้วครับ...

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ดีเจกหนุ่มก๊อต วันที่ : 19/03/2011 เวลา : 22.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/djgod

สวยมากครับ..ขอชื่นชม

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ป้ารุ วันที่ : 19/03/2011 เวลา : 20.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/paaru

ข้อมูลจัดหนักตามสไตล์นะคะ
วันก่อนได้หนังสือเรื่องของกลุ่มชาติพันธุ์มาหลายเล่ม คิดถึงอาจารย์ เลยไปฝากไว้กับคุณสุ่ยที่ร้านกาแฟเมืองกระบี่ที่จตุจักร ถ้าว่างลองแวะไปนะคะ เผื่ออาจารย์จะชอบ(ถ้ามีอยู่แล้วก็ไม่ว่ากันนะคะ)

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
numouse วันที่ : 19/03/2011 เวลา : 20.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/numouse
ถ้าเราลดความ "เห็นแก่ตัว" ให้น้อยลงบ้าง อะไรๆ มันคงจะดีกว่านี้ และถ้ายิ่งจัก "ยอม" บ้างคงจะดี

งามหลายสาวผู้ไท

จากสาวไทสกล

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
มะอึก วันที่ : 19/03/2011 เวลา : 16.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom

โหวตก่อน....และนั่งฟังเพลงซึ่งออโตแล้ว

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
veerin วันที่ : 19/03/2011 เวลา : 15.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/veerin

เป็นการประชาสัมพันธ์ที่มองเพลิน อ่านเพลินจริงๆค่ะ
สาวผู้ไทงามมาตั้งแต่อดีตเลย ชอบการอนุรักษ์ประเพณีและวัฒนธรรมเช่นนี้ค่ะ
เดี๋ยวนี้เรื่องความทันสมัยมีมากมายจนเฝือไปแล้ว
อะไรก็สู้วิถีวัฒนธรรม ภูมิปัญญาและประเพณีไทยๆไม่ได้
เป็นแรงใจในการขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมด้วยนะคะ

ชาติไทย ไม่แพ้ชาติใดในโลก ^^

ป.ล.เมนูอาหารในโตก น่าทานมากๆค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

งานวันผู้ไทโลก ครั้งที่ 8

งานวันผู้ไทโลก เท่อที่ 8 "พระธาตุศรีมงคลงามสง่า บูซาเจ้าปู่มเหศักดิ์ โฮมฮักผู้ไทโลก" วันที่ 4 - 6 เมษายน 2560 ณ อำเภอวาริชภูมิ จังหวัดสกลนคร

View All
<< มีนาคม 2011 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



[ Add to my favorite ] [ X ]