• ศุภศรุต
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : jeabvoranai@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-28
  • จำนวนเรื่อง : 224
  • จำนวนผู้ชม : 2217776
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1574 คน
วรณัย พงศาชลากร
เรื่องราวทางมานุษยวิทยา ประวัติศาสตร์ โบราณคดี สหวิทยาการและมุม Gossip
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/voranai
วันพุธ ที่ 25 กรกฎาคม 2555
Posted by ศุภศรุต , ผู้อ่าน : 42476 , 13:33:02 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 14 คน ปอมมี่ , ni_gul และอีก 12 คนโหวตเรื่องนี้

         ในครั้งนี้ก็ขอต่อเนื่องมาจาก Entry ที่แล้ว ในเรื่อง “พระชัยพุทธมหานาถ” พระพุทธปฏิมากรนาคปรก ...พลานุภาพแห่งจักรวรรดิบายน  *(ท่านใดที่ยังไม่ได้อ่านก็พลิกหน้า กลับไปอ่านซักนิดนะครับ) ที่บอกเล่าเรื่องราวของพระพุทธปฏิมากรนาคปรก การทำลายล้างรูปประติมากรรมทางความเชื่อในยุคของพระเจ้าชัยวรมันที่ 8 มาจนถึงเรื่องของประติมากรรมรูปเคารพที่มีเค้าใบหน้า (พระพักตร์) ของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ที่ผมได้ขยายแยกไว้ 4 รูปแบบ คือ รูปแบบพระโพธิสัตว์ รูปแบบพระพุทธรูปนาคปรก รูปแบบพระ ”สุคต” ที่มีปลายมวยพระเกศาแบบขนมโมทกะ และรูปแบบสุดท้ายคือ“รูปเหมือนของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 โดยตรง” 

.

         เรื่องราวในวันนี้ ผมก็ขอเขียน Update ข้อมูล “ล่าสุด” ในรายละเอียดของรูปประติมากรรมลอยตัวแบบเหมือนจริงของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 (Realistic sculptures of Jayavarman VII) เพิ่มเติมกันอีกซักนิด เพราะเมื่อไม่นานมานี้ (2 - 3 ปี) ก็เพิ่งมีการค้นพบรูปประติมากรรมเหมือนจริงของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 องค์ล่าสุด แต่ก็ไม่ใช่เป็นการค้นพบจากการขุดค้นหรือไปเจอหมกไว้กลางป่ากลางดงที่ไหนนะครับ รูปเหมือนจริงองค์ใหม่นี้ พบกันมาตั้งแต่ช่วงที่ฝรั่งเศสตั้งสำนักงาน  “โครงการอนุรักษ์เมืองพระนคร”  (Conservation d’ Angkor/Angkor Conservation Office) และเก็บรวบรวมชิ้นส่วนประดับปราสาท รูปสลักประติมากรรมและรูปเคารพจำนวนมากมายมหาศาลจากพื้นที่โดยรอบจังหวัดเสียมเรียบมาเก็บรักษาไว้ ชิ้นส่วนรูปเหมือนของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ในสภาพถูก “ทุบทำลาย” อย่างยับเยิน 2 ชิ้นใหญ่ คือ ส่วนของพระเศียรที่ถูกทุบจนแตกผ่ากลางกระหม่อมเหลือแต่เพียงฝั่งใบหน้า ส่วนพระวรกายก็ถูกทุบทำลายที่หน้าตักจนแตกยับ ทั้งหมดเคยถูกเก็บรักษาไว้แบบวาง “แยกจากกัน” ในพื้นที่ของสำนักงานโครงการอนุรักษ์เมืองพระนคร จนเมื่อปี 2002 ส่วนพระเศียรที่แตกหักได้ถูกย้ายไปจัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติกรุงพนมเปญ โดยในขณะนั้นก็ยังไม่มีใครรู้ว่า ส่วนของพระวรกายถูกเก็บไว้ในที่เดียวกัน ทุกคนเชื่อกันต่อมาว่าคงจะเหลือแต่เพียงส่วนของพระเศียรครึ่งซีกเท่านั้น

.

.

รูปประติมากรรมและชิ้นส่วนประดับปราสาทจำนวนมาก

ที่สำนักงานโครงการอนุรักษ์เมืองพระนคร

(Conservation d’ Angkor/Angkor Conservation Office)

.

          รูปประติมากรรมเหมือนจริงของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เป็นรูปสลักที่พบได้น้อยมากจากอดีต ซึ่งสาเหตุก็อาจมาจากเหตุผลเดียวกันกับประติมากรรมรูปของพระพุทธปฏิมากรนาคปรก ที่ถูกทุบทำลายอย่างตั้งใจในยุคของพระเจ้าชัยวรมันที่ 8 นั่นแหละครับ แต่รูปเหมือนของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ผู้เป็นจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิบายนอันยิ่งใหญ่ ก็อาจเป็นเป้าหมายของการทำลายที่เลือก “เฉพาะเจาะจง” มากกว่ารูปสลักอื่น ๆ  รูปเหมือนของพระองค์อาจจะสลักขึ้นจำนวนมากในยุคแห่งความรุ่งเรือง แต่เมื่อถึงกาลเสื่อมสลายแห่ง “อำนาจแลอานุภาพ” รูปเหมือนของพระองค์จึงน่าจะมีพระราชโองการให้ทุบทำลายแบบต้องการให้เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยเป็นอันดับแรกทีเดียว รูปใดที่ประดิษฐานในอาคารศาสนสถานก็ถูกรื้อถอน มัดฉุดลากออกจากที่ตั้ง ส่วนของใบหน้ารูปสลักที่เหลืออยู่ก็ยังปรากฏร่องรอยของการทุบตี ทั้งแบบตีแรง ๆ และตีถี่ ๆ  จนส่วนของพระนาสิกแตกหัก พระเศียรถูกทุบแยกออกจากพระวรกายเกือบทุกรูปสลัก

.

.

โกรลโรมัส หรือคอกแรด ทางทิศเหนือของเมืองพระนครธม

.

         รูปเหมือนจริงของ “พระเจ้าชัยวรมันที่ 7” ที่เหลือรอดมาในยุคหลัง คงมีเหลืออยู่เพียงไม่กี่รูป รูปสลักเหมือนจริงที่มีชื่อเสียงที่สุดรูปแรก ถูกพบในปี ค.ศ. 1934 ที่ ”โกรลโรมัส” (Kraol Romeas) ห่างไปทางทิศเหนือของประตูเมืองพระนครธมเฉียงไปทางทิศตะวันออกประมาณ 500 เมตร ในสภาพที่แตกหักเป็นหลายชิ้นส่วน

.

.

ประติมากรรมรูปเหมือนจริงของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7

พบที่โกรลโรมัส (Krol Romeas - คอกแรด) อาคารแนวรูปวงกลมใกล้ประตูทางทิศเหนือของเมืองพระนครธม ในสภาพที่ยังแกะสลักไม่เสร็จและถูกทุบทำลาย

ปัจจุบันจัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติกัมพูชา

.

         “โกรลโรมัส” แปลตามชื่อที่เรียกจะมีความหมายถึง “คอกแรด” ตามความเข้าใจของนักวิชาการจากสำนักฝรั่งเศสแห่งปลายบุรพทิศ (EFEO) ที่เชื่อว่าเป็นอาคารเลี้ยงสัตว์ประเภท "แรด" (กระซู่) ที่เคยมีอยู่อย่างมากมายรอบโตนเลสาบ (แต่ในปัจจุบันนี้สูญพันธุ์ไปจนหมดสิ้นแล้วครับ) ตามลักษณะของอาคารที่เป็นแนวกำแพงหินรูปวงกลมขนาดใหญ่ ซึ่งนอกจากจะสันนิษฐานว่าเป็นที่เลี้ยงแรดแล้ว นักวิชาการบางคนก็เสนอว่าน่าจะใช้เป็นสถานที่ในการเลี้ยงช้างหรือเป็น “เพนียดคล้องช้าง” ในยุคจักรวรรดิบายนมากกว่าครับ

.

         รูปสลักเหมือนจริงของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ความสูงรวมฐาน 1.35 เมตร ที่ค้นพบที่โกรลโรมัสนี้ อาจเป็นรูปที่สมบูรณ์แบบหากพระพาหา (แขน) ทั้งสองข้างไม่หักหายไป นุ่งภูษาสมพต(คล้ายกางเกง)ขาสั้น แข้งคม มีกล้ามเนื้อรอบสะบ้าเข่า นั่งขัดสมาธิราบ ไม่ปรากฏร่องรอยของพระหัตถ์ที่หน้าตัก จึงสันนิษฐานกันในครั้งแรก ๆ ว่า แขนที่หักหายไปอาจจะอยู่ในท่าพนมมือ แสดง “อัญชลี” แก่รูปพระชัยพุทธมหานาถ ประธานแห่งศาสนสถานที่รูปประติมากรรมนั้นไปตั้งอยู่

.

.

ภาพจินตนาการ – สันนิษฐาน ตามแนวทางการศึกษาของนักวิชาการสายฝรั่งเศส

(วาดโดย Maurice Fiévet ในปี 1950)

ที่เชื่อว่า แขนที่หักหายไปของประติมากรรมรูปสลักเหมือนจริงของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7

ควรยกขึ้นในท่า “พนมหัตถ์” เพื่อนำรูปเคารพไปตั้งหันหน้าเข้านมัสการรูปพระชัยพุทธมหานาถ ประธานของปราสาท

.

         มีข้อสังเกตเล็กน้อยที่บริเวณพระอุระของรูปสลัก มีร่องรอยของการสกัดเป็นแนวเส้นโค้ง แบบการครองจีวรของพระพุทธรูป ซึ่งก็อาจจะเป็นช่วงแรกของความพยายาม (โดยข้าแผ่นดินเก่า ?) ที่จะรักษารูปประติมากรรมเอาไว้จากราชโอการให้ทุบทำลาย โดยพยายามจะแปลงรูปเหมือนให้กลายเป็นรูปพระพุทธรูป แต่ก็คงไม่เป็นผล เพราะแม้แต่รูปพระพุทธปฏิมากรนาคปรกทั้งหลายในเขตเมืองพระนครธมก็ยังไม่รอดจากโศกนาฏกรรมในครั้งนั้น   

.

.

ริ้วรอยของการทุบทำลายที่ใบหน้า

และรอยเส้นพาด ที่พยายามเปลี่ยนแปลงให้เป็นพระพุทธรูปที่พระอุระ

.

         รูปประติมากรรมเหมือนจริงของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ที่พบที่โกรลโรมัส ปัจจุบันถูกจัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติกรุงพนมเปญ  ถือเป็นรูป “ต้นแบบ” สำคัญของรูปสลักเลียนแบบที่กลายมาเป็นของที่ระลึกสำคัญในธุรกิจการท่องเที่ยวยุคปัจจุบันเลยครับ

.

.

ปรางค์พรหมทัต ภายในปริมณฑลจักรวาลของปราสาทหินพิมาย

.

         รูปเหมือนจริงของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ที่คงเหลือรอดมาจากอดีตรูปที่สอง พบที่ปราสาทหินพิมาย (Phimai Pr.) เป็นชิ้นส่วนแตกหักกองอยู่ภายในปรางค์พรหมทัต เมื่อมาปฏิสังขรณ์แล้วมีความสูงนับรวมฐานประมาณ 1.4 เมตร มีลักษณะคล้ายคลึงกับรูปเหมือนที่พบที่โกรลโรมัส คือพระพาหา (แขน) ทั้งสองข้างหักหายไปจากการทุบทำลายโดยตั้งใจ พระเศียรแยกออกจากพระวรกาย นุ่งภูษาสมพต(คล้ายกางเกง)ขาสั้น แข้งคม มีกล้ามเนื้อรอบสะบ้าเข่า นั่งขัดสมาธิราบ ไม่ปรากฏร่องรอยของพระหัตถ์ที่หน้าตัก ที่หน้าพระพักตร์มีร่องรอยของการ “ทุบ” แบบซ้ำแล้วซ้ำอีก (คิ้ว ตา ปาก แก้ม ใบหูแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย) คล้าย ๆ กับการจงเกลียดจงชัง “ผู้ปกครอง – อำนาจเก่า” ที่สูญสลายไปจากเมืองพิมาย ส่วนแขนที่หักหายไปจากเดิมที่เคยเชื่อว่าอยู่ในท่าของการ “อัญชลี” (พนมมือในระดับพระอุระ) แล้ว ในยุคหลังยังมีการสันนิษฐานเพิ่มเติมว่า แขนที่หายไปอาจอยู่ท่าของการประคองถือ “พระสูตรแห่งวัชรยาน”  (คัมภีร์) แสดงท่ากำลังท่องสวดมนตราแห่งพุทธตันตระยานอยู่ ตามแบบของรูปเคารพในยุคเดียวกันที่มีท่าของการยก พระสูตรขึ้นเหนือพระเศียร ในความหมายของการเทินทูนคำสอนไว้เหนือเกล้า

.

.

ประติมากรรมรูปเหมือนจริงของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7

พบที่ปราสาทหินพิมาย ในสภาพที่ยังแกะสลักไม่เสร็จและถูกทุบทำลาย

ปัจจุบันจัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย

.

          รูปประติมากรรมเหมือนจริงของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ที่พบที่ปรางค์พรหมทัต ปราสาทหินพิมาย ปัจจุบันถูกจัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย จังหวัดนครราชสีมาครับ

.

.

 ภาพจินตนาการ – สันนิษฐาน ประติมากรรมรูปเหมือนจริงของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7

หากอยู่ในสภาพสมบูรณ์ จะทรงท่องสวดมนตรา

พระเพลาทั้งสองจะยกขึ้นถือพระสูตรแห่งตันตระญานไว้ในพระหัตถ์

.

.

รูปประติมากรรมพระพุทธเจ้า ? แข้งคม ทูนพระสูตรไว้เหนือพระเศียร

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติกรุงพนมเปญ

.

         รูปเหมือนจริงของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ที่คงเหลือรอดมาจากอดีตรูปที่สาม พบที่ปราสาทบากัน (Bakan Pr.) หรือปราสาทพระขรรค์ แห่งเมืองกำปงสวาย (Preah Khan Kampong Svay) เป็นพระเศียรและพระวรกายที่ถูกทุบแขนขาจนเหลือเพียงแต่ลำตัว ความสูงที่เหลืออยู่ประมาณ 1 เมตร ลักษณะของพระพักตร์ยังดูหนุ่มแน่น สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นตามเหตุการณ์ในวัย”หนุ่มฉกรรจ์“เมื่อครั้งมาประทับใช้เมืองกำปงสวายเป็นฐานที่มั่นใหญ่ในการต่อสู้กับกองทัพจามปา ก่อนจะมีชัยชนะครั้งสำคัญในครั้งยุทธนาวีเหนือโตเลสาบ ในราวปี พ.ศ. 1724  

.

.

หมู่ปราสาทบากัน ที่เมืองกำปงสวาย

.

.

.

รูปสลักพระเศียรและพระวรกาย ที่พบที่ปราสาทบากัน

จัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติกรุงพนมเปญ

.

          รูปประติมากรรมเหมือนจริงของพระเจ้าชัยวรมันที่รูปที่สี่ พบในเขตจังหวัดกำปงธม เฉพาะส่วนพระเศียรที่มีความสูงประมาณ 0.42 เมตร ขนาดใกล้เคียงกับที่พบที่ปราสาทพระขรรค์เมืองกำปงสวาย เป็นพระเศียรที่มีความสมบูรณ์ ไม่ถูกทุบทำลายแบบยับเยินที่หน้าพระพักตร์ ปัจจุบันจัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์กีเมต์ ประเทศฝรั่งเศสครับ

.

.

.

รูปสลักพระเศียร ที่พบที่ปราสาทในเขตจังหวัดกำปงธม

จัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์กีเมต์ ประเทศฝรั่งเศส

.

          รูปประติมากรรมเหมือนจริงชิ้นที่ห้า พบคงเหลือเพียงแค่ส่วนของลำตัวประทับนั่งบนฐานรวมความสูงประมาณ 0.8 เมตร พระพาหา (แขน) ทั้งสองข้าง พระเศียร พระเพลา หักหายไปจากร่องรอยของการทุบทำลาย นุ่งภูษาสมพต(คล้ายกางเกง) รัดเข็มขัดลายดอกไม้โดยรอบ พระวรกายเอียงมาทางด้านหน้าเช่นเดียวกับรูปเหมือนอื่น ๆ ปัจจุบันจัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย

.

.

ชิ้นส่วนแตกหักของูปสลักบุคคล

 จัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย

.

         รูปประติมากรรมเหมือนจริงของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 แบบลอยตัวรูปที่หกและเจ็ด ซึ่งเป็นรูปล่าสุดและสุดท้ายที่ค้นพบ ผมต้องขอนำมาเล่าไว้ทีหลัง เพื่อให้การอธิบายจะได้มีความละเอียดและต่อเนื่องกันครับ

.

         รูปสลักเหมือนจริงที่พบใหม่ ก็ไม่ได้เป็นการค้นพบใหม่จากการขุดค้นอย่างที่บอกไว้ตั้งแต่แรกนะครับ แต่เป็นการมาพบกันระหว่างส่วนของลำตัวและส่วนของพระเศียร หลังจากต้องแยกกันอยู่นานหลายปี ก่อนปี 1993 ทั้งส่วนพระเศียรและลำตัวของรูปเหมือนถูกเก็บรักษาไว้ที่สำนักงาน “โครงการอนุรักษ์เมืองพระนคร” (Conservation d’ Angkor/Angkor Conservation Office) ที่ชานเมืองเสียมเรียบ โดยวางแยกจากกันในกองรูปประติมากรรมจำนวนมาก จนถึงเดือนตุลาคม ปี 2002 ส่วนกระเศียรจึงถูกย้ายไปจัดแสดงยังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติกรุงพนมเปญ

.

.

พระเศียร เมื่อครั้งถูกย้ายไปจัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติกรุงพนมเปญ

คู่กับรูปจำลองของพระเศียรที่พบที่ปราสาทบากันเมืองกำปงสวาย

.

         ในเดือนเมษายนปี 2004 เมื่อทีมงานอนุรักษ์ได้เห็นภาพเก่าของรูปประติมากรรมจำนวนมาก ในบันทึกของ เบอร์นาร์ด ฟิลลิป โกรสลิเย่ร์  (M.Bernard Philippe Groslier) นักโบราณคดีของสำนักฝรั่งเศสแห่งปลายบุรพทิศ (EFEO) ที่บันทึกไว้ตั้งแต่ปี 1960 และเมื่อได้ตรวจสอบมายังสำนักงานอนุรักษ์ที่เมืองเสียมเรียบ ก็พบว่า ส่วนของลำตัวยังคงถูกเก็บรักษาในโกดัง รวมไว้กับรูปประติมากรรมอื่น ๆ  

.

.

ส่วนลำตัว (พระวรกาย)ที่แตกหัก ย้ายมาจากสำนักงานโครงการอนุรักษ์เมืองอังกอร์

.

          ในเดือนมิถุนายน ปี 2009 ชิ้นส่วนพระเศียรจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติกรุงพนมเปญ และ ชิ้นส่วนพระวรกายจากสำนักงานโครงการอนุรักษ์เมืองพระนคร จึงได้ถูกจัดส่งมาทำการบูรณปฏิสังขรณ์ (Restorations) ที่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอังกอร์ (Angkor National Museum)

.

.

การซ่อมแซมปฏิสังขรณ์ ต่อส่วนพระเศียรเข้ากับพระวรกาย

.

         ชิ้นส่วนที่แตกหักหลายชิ้นที่ค้นพบภายในตัวเมืองพระนครธม ก็ได้ถูกนำมาประกอบเข้ากันใหม่อีกครั้ง เป็นรูปเหมือนที่มีความสูงจากฐานรวม 1.4 เมตร สภาพโดยรวมถูกทุบทำลายจนแตกกะเทาะไปทั่วองค์โดยเฉพาะด้านหน้า ประทับนั่งในท่า “ธยานะมุทรา” (นั่งขัดสมาธิราบ) นุ่งภูษาสมพต(คล้ายกางเกง) มีเข็มขัดรัด พระวรกายเอียงมาทางด้านหน้าเช่นเดียวกับรูปเหมือนอื่น ๆ ปัจจุบันจัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอังกอร์

.

.

.

ประติมากรรมรูปเหมือนจริงของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 รูปล่าสุดที่พบโดยบังเอิญ

ส่วนของพระวรกายพบในตัวเมืองโบราณนครธมในสภาพถูกทุบทำลาย

และส่วนพระเศียรก็พบมาตั้งแต่ยุคฝรั่งเศสและนำไปจัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์กรุงพนมเปญ

เมื่อนำมาต่อก็เข้ากันได้พอดี

เป็นรูปแสดงท่านั่งปางสมาธิแบบเดียวกับชิ้นส่วนหน้าตักที่พบที่สุโขทัยอย่างชัดเจน

ปัจจุบันจัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ Angkor National Museum เมืองเสียมเรียบ

.

         จากการค้นพบจนนำมาสู่การประกอบรูปประติมากรรมเหมือนจริงของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 รูปล่าสุดที่อยู่ในท่าประทับนั่งพระหัตถ์แสดงมุทราสมาธิอย่างชัดเจนที่เมืองเสียมเรียบ จึงเชื่อมโยงมายังรูปสลักแตกหัก “ปริศนา” รูปหนึ่ง ที่จัดแสดงอยู่กลางแจ้งในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติรามคำแหง จังหวัดสุโขทัย ซึ่งก็ยังคงติดป้ายคำอธิบายว่าเป็นเพียงรูปของพระพุทธรูป

.

.

ชิ้นส่วนของประติมากรรมรูปเหมือนจริงของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7

ประทับนั่งในปางสมาธิ (ธยานะมุทรา) นุ่งกางแกงขาสั้น รัดเข็มขัด

แข้งคมและมีลูกสะบ้าที่พระชานุเหมือนรูปดอกไม้

พบที่ปราสาทวัดพระพายหลวงปัจจุบันจัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติรามคำแหง

.

.

วัดพระพายหลวง ปราสาทเขมรแบบ 3 องค์ในยุคเริ่มแรกของกรุงสุโขทัย

.

          แต่กระนั้น ลักษณะสำคัญของชิ้นส่วนที่เหลือของรูปสลักปริศนา ที่พบมาจากปราสาทวัดพระพายหลวง (Wat Pra Phai Luang Pr.) คงเหลือเพียงส่วนของหน้าตักและลำตัว ในสภาพถูกทุบทำลาย (อย่างรุนแรง) ไม่ต่างต่างไปจากรูปอื่น ๆ ก็แสดงให้เห็นรูปบุคคลเพศชายบนฐานเขียง ประทับนั่งในท่า “ธยานะมุทรา” (นั่งขัดสมาธิราบ) นุ่งภูษาสมพต(คล้ายกางเกง)ขาสั้น พระวรกายเอียงมาทางด้านหน้า หน้าแข้งคม ที่หัวเข่าสลักเป็นลูกสะบ้ามีกล้ามเนื้อล้อมรอบ ซึ่งทั้งหมดก็ล้วนแต่เป็นลักษณะสำคัญ (Character - Style) ของรูปประติมากรรมเหมือนจริงของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ทั้งสิ้น

.

.

รายละเอียดของส่วนหน้าแข้งและหัวเข่าของรูปสลักปริศนาที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติรามคำแหง

.

.

เมื่อนำรูปประติมากรรมที่พบที่เมืองพระนครธม

มาเทียบซ้อนกันกับชิ้นส่วนประติมากรรมที่พบที่สุโขทัย

.

             จึงอาจนับได้ว่า การค้นพบและอนุรักษ์รูปประติมากรรมเหมือนจริงที่พิพิธภัณฑ์เมืองเสียมเรียบ ก็ได้ช่วยคลี่คลายปริศนาของรูปสลัก “พระศิลาแข้งคม” ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติรามคำแหงว่าไม่ควรจะเป็นรูปของพระพุทธรูป ที่ในยุคจักรวรรดิบายนนั้น จะสร้างเป็นรูปของพระปฏิมากรนาคปรก แต่ควรเป็นรูปประติมากรรมเหมือนจริงของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ที่เหลือรอดมาจาก “โศกนาฏกรรม” ของอำนาจแลอานุภาพที่เสื่อมสลายไปในอดีตเพียงหนึ่งใน  7 รูปเช่นเดียวกันครับ

.

.

.

ภาพเปรียบเทียบ

ด้านหลังของรูปประติมากรรมที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอังกอร์

และรูปประติมากรรมที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติรามคำแหง

จะเห็นถึงความ"เหมือนกัน" ของรูปสลักทั้งสองได้อย่างชัดเจน

ถ้ารูปหนึ่งเป็นรูปเหมือนของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เป็นที่แน่นอนแล้ว

รูปสลักปริศนาที่สุโขทัยก็ควรได้ข้อสรุปเช่นเดียวกัน ?

ไม่ใช่ยังคง "ปัด" (แบบชาตินิยม) ให้กลายเป็น "พระพุทธรูป"

.

.

.

Reference

http://www.angkornationalmuseum.com





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
NickyNick วันที่ : 30/07/2012 เวลา : 09.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/NickyNick
เกร็ดท่องเที่ยวและเรื่องเล่าทั่วไปภาคกลาง,ตะวันออก,ชลบุรี

ความรู้แน่นเอี๊ยด ยังอ่านไม่ทัน ขอฝากชื่อไว้ตรงนี้ก่อนครับ

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
ว่าที่ร.ต.สมโชคเฉตระการ วันที่ : 27/07/2012 เวลา : 20.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/somchoke101

สวัสดีตอนสามทุ่มครับคุณศุภศรุต

ช่างประติมากรรมสมัยก่อน เก่งมากนะครับ ก้อนหินเป็นก้อนสามารถปรับเปลี่ยนมาเป็นพระพุทธรูปหิน แต่น่าเสียดายที่ทั้งถูกขโมย ตัดแขน ตัดขา องค์หลุดออกไป ตัดเศียร บางองค์ต้องย้ายไปอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ต่างประเทศ ไม่รู้ว่าไปอยู่ได้อย่างไร วางตามร้านจำหน่ายของเก่า ฝรั่งเห็นแล้วชอบใจซื้อไปวางในบ้านเป็นของที่ระลึก เพราะเขาไม่ได้ซาบซึ้งอะไร แต่คนไทยเห็นแล้วอดสะท้อนใจไม่ได้ครับ

ขอบคุณกับเนื้อหาดี ๆ ที่มาแบ่งปันให้ความรู้ และสามารถนำอ้างอิงต่อได้ครับศุภศรุต

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
BlueHill วันที่ : 27/07/2012 เวลา : 08.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

-ความคิดเห็นที่ 15 อาจารย์ศุภศรุต
ขอบคุณสำหรับข้่อมูลครับอาจารย์
ทำให้อยากรู้ไปอีกว่า ชัยวรมันที่ 8 คือใคร

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
ครูแดง วันที่ : 27/07/2012 เวลา : 07.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krudang

สวัสดีค่ะอาจารย์วรนัย...
-ขออภัยที่ไม่ได้ไปพิมายตามที่ยืนยันกับอาจารย์ไว้...
เพราะตั้งใจจะไปปฏิบัติ"นิรสาสมาธิ"ที่วัดธรรมมงคล..ให้ครบ สามเดือนในช่วงเข้าพรรษาค่ะ...
.......................................
-อ่านแล้วก็ทำใจได้ว่าว่า..ไม่ว่ายุคใด สมัยใด..ผู้มีอำนาจมักทำลายสิ่งที่ไม่สอดคล้องกับแนวคิดของตน..แม้สิ่งนั้นจะดีเพียงใดก็ตาม...
-ด้วยเหตุนี้หรือเปล่าคะอาจารย์ที่ครูบา ครูบาอาจารย์และฆราวาส(ที่มีบารมี)สมัยนี้นิยมสร้างพระให้สูงให้ ใหญ่เข้าไว้ เพื่อให้ยากต่อการทำลายของมนุษย์และสิ่งแวกล้อม...

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
chailasalle วันที่ : 27/07/2012 เวลา : 01.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chailasalle

เป็นบทความที่ดีครับ .. ปล.ในมุมมองผม เขาอาจจะยังรั้งคำตอบสุดท้ายรอหลักฐานเพิ่มอีกหรือไม่ เพราะพระแข้งคมในบ้านเราก็มีไม่น่อยเช่นกัน ..

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
ลุงต้าลี่ วันที่ : 26/07/2012 เวลา : 19.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/loongdali

พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 คงจะยิ่งใหญ่มาก มีรูปแกะสลักท่านั่งขัดสมาธิราบและมีใบหน้าเหมือนกันทุกหนแห่งเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
Ae^ วันที่ : 26/07/2012 เวลา : 13.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chae-reu-mai

คนสมัยก่อนเก่งนะคะปั้นได้หน้าตาเหมือนกันทุกองค์เลย

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
เหล่าซือสุวรรณา วันที่ : 26/07/2012 เวลา : 11.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chineseclub
泰汉语与文化比较  张碧云博客

บล็อกอาจารย์มีแต่เนื้อหาสาระ ข้อมูลความรู้แน่นๆ ที่ต้องหาเวลากลับมาค่อยๆ อ่านค่อยๆ แกะ โหวตค่ะ ขอบคุณมากค่ะ

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
ตาหนุ่ม วันที่ : 26/07/2012 เวลา : 10.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/zumon
รวม เรื่องดีๆ จากประสบการณ์ชีวิตและงานที่ปรึกษาด้านการวางระบบบริหารค่าจ้างเงินเดือน มาแบ่งปันสู่สังคม

ได้ความรู้ดีมากๆ เลย โหวตให้ครับ

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
ทะรี วันที่ : 26/07/2012 เวลา : 10.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lopburiguide

ยอมรับว่าช่วงเวลานี้ยังอ่านไม่จบทั้งหมดครับ..
ทำข้อมูลได้ดีทีเดียวครับ น่าสนใจ มีคุณค่า และเป็นประโยชน์มากครับ

จะเก็บไว้อ่านในโอกาสต่อๆไปรวมทั้งบทความเรื่องอื่นๆที่มี่ใน Blog นี้ครับ (โวตให้เลยครับ)
ทะรี.

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
แม่หมี วันที่ : 26/07/2012 เวลา : 10.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

ประติมากรรมทุกชิ้นรูปพระพักตร์คล้ายกัน ไม่ว่าจะเป็นริมฝีปาก คิ้ว จมูก แม้ภาพวาดในจินตนาการ

มนุษย์ชอบทำลายไม่ว่ายุคไหนๆ

เสียดาย...

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
ศุภศรุต วันที่ : 26/07/2012 เวลา : 09.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/voranai
เรื่องราวหลากหลายในมุมมองของนักวิชากวน

ก็อย่างที่เคยเล่าในตอนที่แล้วล่ะครับว่า

รูปประติมากรรมที่มี "เค้าหน้า" ของชัยวรมันที่ 7 จะมี 4 แบบ ทั้งแบบเหมือน 3 แบบ

และแบบกึ่ง ๆ 1 แบบ ซึ่งนั่นก็คือ รูปเคารพพระนาคปรกทั้งหลายแหละครับ

และจะสังเกตได้ง่าย ๆ ว่า หากรูปเคารพใด (ทั้ง 4 แบบ) เป็นรูปที่มีเค้าหน้า ก็มักจะ "ไม่รอด"

ส่วนรูปเคารพในยุคก่อน ยุคเดียวกัน หรือยุคหลัง ที่ไม่มี "เค้าหน้า" ก็มักจะรอด (เป็นส่วนใหญ่)

ยิ่งรูปพระพุทธเจ้าในสาย "เถรวาท" (ยึดพุทธประวัติ) ก็จะรอด (เป็นส่วนใหญ่เช่นกัน)

และการที่พระพุทธรูปนาคปรกมี "แข้งคม"ในยุคเดียวกับที่มีกษัตริย์ที่สมมุติตัวเองเป็น "พระพุทธเจ้าในโลกปัจจุบัน" ก็อาจเป็น "แบบแผน" สำคัญที่เกิดมาจากรูปเหมือนของพระองค์ ใบหน้า และร่างกาย มาสวมไว้ใน พระนาคปรกที่สร้างในยุคเดียวกัน เท่านั้น

ส่วนยุคต่อมา ก็เรียกว่า "ลอกแบบ" ต่อเท่านั้น


.........

คุณชาลี
ชัยวรมันที่ 8 ไม่่มีหลักฐานชัดเจนว่ามาจากไหนครับ
แต่ที่รู้กันก็คือ พระองค์ครองราชย์กว่า 50 ปี นานเกือบเท่าชัยวรมันที่ 7

ไม่ได้อยู่ในราชวงศ์มหิธระปุระ อาจเป็นพระญาติห่าง ๆ
แต่บังเอิญ "คุมกำลัง"

คล้ายกับกรณีของชัยวรมันที่ 4 ที่ย้ายไปสร้างเกาะแกร์ครับ

ดูจากผลงาน พระองค์ไม่ได้เกลียดชัง "พุทธศาสนา" แต่พระองค์เกลียดชัง เหล่าพุทธเทวะในวัชรยาน ที่ทำตัวมี "อำนาจ" เหนือเทพเจ้าเก่าแก่ของฮินดู

และ พระองค์ น่าจะ "เกลียด" พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 มากกว่าพุทธะเทวะ อาจเพราะพระเจ้าชัยวรทันที่ 7 ทำตัวเป็นเทพเจ้า เป็นพระพุทธเจ้า ที่เหนืออำนาจของเทพเจ้า และพุทะเทวะอีกที


ความคิดเห็นที่ 14 (0)
wansuk วันที่ : 26/07/2012 เวลา : 09.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wansuk

พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 กษัตริย์โลกไม่ลืม

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
มารูโกะ วันที่ : 26/07/2012 เวลา : 08.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/maruko

บทนี้ความยาวกำลังดีค่ะ นักเรียนอ่านแล้วตาไม่ล้า 555
เมื่อไรจะพาไปเห็นของจริงอีกล่ะคะ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
เคียงดิน วันที่ : 26/07/2012 เวลา : 08.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/keangdin
รั ก แ ค่ ว า ท ก ร ร ม  อำ พ  ร า ง

ช่างปั้น รุ่นนั้นเก่งมากค่ะ สวยละเอียดจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
มะอึก วันที่ : 26/07/2012 เวลา : 08.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom

อาจารย์..
"พระพุทธปฏิมากรนาคปรก – พระนาคปรก" นั่งสมาธิ..แข้งคม...
ก็มีให้เห็นใช่ไหมครับ?

หรือว่าจะเป็นเพียงในระยะต้น ๆ ที่พระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ แปลงเพศมาเป็นพระโพธิสัตย์...?
.

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
มะอึก วันที่ : 26/07/2012 เวลา : 07.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom

นุ่งสมพต(กางเกง) ขาสั้น
แข้งคม
มีกล้ามเนื้อรอบสะบ้าเข้า
นั่งขัดสมาธิราบ
ไม่ปรากฏร่องรอยของพระหัตถ์ที่หน้าตัก
.
.
เพียงแค่นี้ ผมก็สามารถแยกแยะภาพจำหลักนั้นได้แล้วครับอาจารย์...
.
.
เรื่องนี้อ่านง่าย...และสามารถเข้าใจได้ง่ายดีครับ...
.
(คำผิดตกยกเว้น....ผมไม่ได้ดูนะครับ)
.

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ป้ารุ วันที่ : 26/07/2012 เวลา : 07.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/paaru

คุณชาลี คห.ที่ 2 คะ ป้ารุว่าคงเป็นที่ความเชื่อทางศาสนาที่ต่างกันเพราะพระเจ้าชัยวรมันที่ 8 ทรงนับถือศาสนาฮินดู ในขณะที่พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เป็นพุทธ สิ่งก่อสร้างต่าง ๆในสมัยพระองค์ก็จะเป็นพุทธค่ะ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
hayyana วันที่ : 26/07/2012 เวลา : 00.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hayyana
You are what you is  !   

โหเด็ดครับ ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ไทบ้าน วันที่ : 25/07/2012 เวลา : 22.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thaibaan
อีสานมั่นคง เมืองไทยมั่นคง OKnature 

ของดี มีประโยชน์ดี ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
NN1234 วันที่ : 25/07/2012 เวลา : 22.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

สมพต คือ ผ้านุ่ง,ผ้าที่ใช้นุ่ง เช่น (ชาย)นุ่งโสร่ง (หญิง)นุ่งสมพต จองกระเบ็น(นุ่งโจงกระเบน)

วัฒนธรรมทางอีสานใต้ ตัวภาษาออกเสียงว่า ซอมป๊วด ส่วนการนุ่งซอมป๊วดเป็นการนุ่งผ้าถุงในเพศหญิง อย่างสตรีแม่บ้านนุ่งผ้าถุงกัน

ขออนุญาตแชร์ความคิดเห็นครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
กำหนัน วันที่ : 25/07/2012 เวลา : 20.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saiyai21

สวัสดีครับอาจารย์ อึ้งเลยครับจัดเต็มทุกครั้งเลย

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
บรรณาลัย วันที่ : 25/07/2012 เวลา : 17.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yongyoot

สุดยอดของเก่า ความรู้ใหม่

แต่
กฺรอลโรเมี๊ยสฺ
ซ็อมป๊วต (ผ้านุ่ง)
คอ (กางเกง)

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
driftworm วันที่ : 25/07/2012 เวลา : 16.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

สนุกดี
น่าทึ่งด้วย
.

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
BlueHill วันที่ : 25/07/2012 เวลา : 14.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

พระเจ้าชัยวรมันที่ 8 ไม่ได้เป็นเครือญาติของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 หรอกหรือครับ ไฉนสั่งให้ทุบทำลายรูปปั้นกษัตริย์องค์ก่ิอน

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 25/07/2012 เวลา : 13.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

หน้าตาแบบนี้เหรอ ...

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

งานวันผู้ไทโลก ครั้งที่ 8

งานวันผู้ไทโลก เท่อที่ 8 "พระธาตุศรีมงคลงามสง่า บูซาเจ้าปู่มเหศักดิ์ โฮมฮักผู้ไทโลก" วันที่ 4 - 6 เมษายน 2560 ณ อำเภอวาริชภูมิ จังหวัดสกลนคร

View All
<< กรกฎาคม 2012 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        



[ Add to my favorite ] [ X ]