• ศุภศรุต
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : jeabvoranai@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-28
  • จำนวนเรื่อง : 224
  • จำนวนผู้ชม : 2293248
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1574 คน
วรณัย พงศาชลากร
เรื่องราวทางมานุษยวิทยา ประวัติศาสตร์ โบราณคดี สหวิทยาการและมุม Gossip
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/voranai
วันเสาร์ ที่ 1 ตุลาคม 2559
Posted by ศุภศรุต , ผู้อ่าน : 4728 , 13:29:07 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 8 คน BlueHill , แม่หมี และอีก 6 คนโหวตเรื่องนี้

             ร่องรอยของชื่อนาม “กลองสำริด” (Bronze Drum ,Rain Dram ,Frog Drum) จากอดีตที่ยาวนานกว่า 2,500 ปีนี้ ปรากฏในหลักฐานวรรณกรรมไตรภูมิพระร่วง ที่กล่าวถึงกลองที่ให้เสียงอันศักดิ์สิทธิ์ไว้ว่า “พื้นฆ้องกลองแตรสังข์ ระฆังกังสดาล มหระทึกกึกก้องทำนุกดี” ในยุคกรุงศรีอยุธยาปรากฏเรื่องราวในกฎมณเฑียรบาลกล่าวไว้ตอนหนึ่งว่า “อินโทรตีอินทเภรี ศรีเกดตีฆ้องชัย ขุนดนตรีตีหรทึก” แสดงให้เห็นว่ากลองมโหระทึกนั้นเป็นส่วนหนึ่งของรากฐานวัฒนธรรมไท – ไทยที่สืบเนื่องมาจากอดีต

.

            เชื่อกันในงานศึกษาที่อัพเดทในปัจจุบันแล้วว่า กลองมโหระทึกหรือกลองกบนี้ เริ่มสร้างขึ้นครั้งแรกในเขตวัฒนธรรมของกลุ่มตระกูลไท – ไต ที่มีเขตแดนทางวัฒนธรรมในพื้นที่ขนาดใหญ่ ทางตอนใต้ของประเทศจีนเชื่อมโยงภูมิภาคกับตอนเหนือของเวียดนาม ไทย ลาวและพม่า อาจมีชื่อเรียกขานกลุ่มชนผู้ผลิตกลองที่มีชื่อนามแตกต่างกันไป ทั้ง ไท โลโล ม่าน ยูง ยัวนะ (ยวน -โยนก) เนียง นุง ไป่เยวี่ย หมาน เหล่า (ลาว)

.

            กลองมโหระทึกเกิดขึ้นจากการโลหกรรมสำริด ที่ตั้งใจหล่อขึ้นเพื่อเลียนแบบกลองเนื้อไม้ที่ขึงหน้ากลองด้วยหนังสัตว์ ใช้ตีเป็นเสียงดังกังวานไกลในงานพิธีกรรมเนื่องในโอกาสต่าง ๆ  พัฒนาการของยุคสำริดเริ่มแรกในภูมิภาคนี้ จึงมีอายุอยู่ที่ราว 2,300 – 2,500 ปี

.

            แต่ในช่วง 2,300 ปีที่ผ่านมา แหล่งผลิตกลองสำริดที่สำคัญไปปรากฏอยู่ในเขตวัฒนธรรมดองเซิน ทางตอนเหนือของประเทศเวียดนามติดกับตอนใต้ของจีน และสิ้นสลายไปในช่วงพุทธศตวรรษที่ 6 เมื่อนายพลม้าอ้วน (Ma Yuan) ได้นำกองทัพฮั่นลงแดนใต้มาปราบ “กบฏชาวป่า” ในท้องที่แถวมณฑลตังเกี๋ย และได้ขนเอาผู้คนกลับไปยังแดนจงหยวน ชุมชนผู้ผลิตกลองสำริดที่ดองเซินจึงถูกทำลาย ผู้คนถูกกวาดต้อนหายไปจนสิ้น

.

            ลักษณะของกลองมโหระทึก แบ่งออกตามชื่อของนักวิชาการชาวฝรั่งเศส ฟรานซ์ เฮกเกอร์ ที่ได้จัดแบ่งกลองกบไว้ 4 ประเภท (อย่างที่เราเคยได้ยินกันครับ ว่าแบบเฮกเกอร์) 

.

.

            “แบบเฮกเกอร์ 1”  เป็นแบบมาตรฐานที่พบเห็นในวัฒนธรรมดองเซินอย่างที่พบในเขตภูมิภาคคาบสมุทรเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เรื่อยไปถึงหมู่เกาะ จัดเป็นกลองมโหระทึกที่มีอายุเก่าแก่ที่สุด ลักษณะของกลองกบแบบนี้จะแบ่งกลองออกเป็นสามส่วน คือ ส่วนฐานที่ผายออก ส่วนกลางที่คอดเข้าทั้งทรงกระบอกหรือคอดเว้า และส่วนบนขอบโค้งคล้ายบาตรหรือบัวโค้ง มีหน้ากลองแบน หน้ากลองมีลวดลายสำคัญทำเป็นวงกลมล้อมต่อเนื่องกันออกมาเป็นรัศมีจากจุดศูนย์กลาง จากวงเล็กไปวงใหญ่ ในวงกลมที่จุดศูนย์กลางเป็นลายดาวรัศมี (พระอาทิตย์) 8 – 16 แฉก ถัดวงกลมออกไปเป็นลวดลายเรขาคณิตในกรอบเส้นลวด อย่างลายฟันซี่ ลายซี่หวี ลายขั้นบันได ลายขดทแยง ลายลูกแก้ว(เครื่องประดับ) สลับช่องในเส้นลวดวงกลมกับลวดลายธรรมชาติหรือสิ่งมีชีวิต อย่างลายเรือรูปหัวนกมีคนถือท้าย หรือมีคนพาย (พิธีกรรมแห่งความตาย เรือนกเป็นเครื่องหมายไปส่งวิญญาณในปรโลก) ปลายหางเรือก็เป็นหางนก ลายนักรบมีขนนกปักอยู่ที่หัว อาจถืออาวุธ เครื่องดนตรี หรือกำลังเต้น รูปบ้านหลังคาโค้งคล้ายอานม้า ภายในบ้านมีผู้คนกำลังทำพิธีกรรม รูปสัตว์อย่างนกบิน เช่นนกกระทุง นกยางขาว นกเงือก (ในรุ่นหลัง ๆ ของกลองแบบจีนอาจปรับกลายเป็นลายมังกร 4 ขา) ซึ่งเป็นนกขายาวพื้นถิ่นที่พบในเขตทำนาข้าวของกลุ่มชนตระกูลไท และรูปสัตว์หลายอย่างปะปนกัน (Composite Animals) รูปแบบของนกในยุคกลองจีน มีการปรับเปลี่ยนลวดลายกลายเป็นรูปลายเส้น อาจเหลือแค่รูปวงกลมของดวงตาผสมลายปีกนก

.

.

            ที่ปลายขอบของหน้ากลอง นิยมทำเป็นรูปตัวสัตว์แบบลอยตัว วางเป็นมุมประสานตรงข้ามระหว่างกันเป็นคู่ ๆ ที่พบมากคือรูปกบ ตั้งแต่ 2 ตัวไปจนถึง 8 ตัว แบบกบตัวเดียวไปจนถึงกบขี่กัน 3 - 4 ชั้น บางทีก็อาจทำเป็นรูปสัตว์อื่น ๆ อย่างม้า คนขี่ม้า นก เป็ด หรือหอยโข่ง ซึ่งรูปสัตว์ที่หน้ากลองล้วนสะท้อนคติความเชื่อในเรื่องความอุดมสมบูรณ์เป็นหลัก

            แต่กระนั้น การจัดวางลวดลายของกลองแบบเฮกเกอร์ 1 ในแต่ละใบ ก็ไม่ได้มีความเหมือนกันแต่อย่างใด บางใบอาจมีแต่ลวดลายเรขาคณิตสลับรูปสัตว์และนักรบ บางใบใส่รูปสิ่งมีชีวิตอย่างรูปสัตว์ไว้ที่หน้ากลอง บางใบใส่รูปคนไว้ที่ส่วนกลางของกลองสลับกับลายเส้น ไม่ตายตัวเสมอไป

.

.

             ที่ส่วนกลางเชื่อมต่อกับส่วนบน เฮกเกอร์ 1 นิยมทำห่วงเชื่อมเป็นหูจับ 4 คู่ประดับด้วยลายเกลียวเชือกควั่น เพื่อใช้ในการขนย้าย โดยเฉพาะการใช้ตีในช่วงพิธีกรรมต่าง ๆ  หรือใช้เป็นกลองสะบัดชัย เพื่อสร้างความฮึกเหิมให้กับนักรบก่อนออกสงคราม

            “กลองแบบเฮกเกอร์ 2” ยังคงเป็นกลองขนาดใหญ่แบบเดียวกับเฮกเกอร์ 1 แตกต่างกันตรงที่ ส่วนประกอบของกลองทั้งบนกลางล่าง จะต่อเนื่องกันคล้ายกลองที่คอดเอวธรรมดา ไม่ได้ดูแยกเป็นส่วน ๆ  อีกทั้งแผ่นหน้ากลองจะแผ่กว้างออกมาจากตัวกลอง สำหรับการจัดวางลวดลายนั้นก็ยังคงคล้ายคลึงกันแต่มีความละเอียดมากขึ้น นิยมทำเป็นลายเรขาคณิต ที่ข้างกลองนิยมทำเป็นหูจับเล็ก ๆ กลองกบแบบนี้ พบได้ทั้งในประเทศจีน พม่า ไทใหญ่ กระเหรี่ยง

.

.

            “กลองแบบเฮกเกอร์ 3” ลักษณะยังคล้ายคลึงกับเฮกเกอร์ 2 แต่ขนาดจะเล็กลง ตัวกลองมีรูปลักษณ์ชะลูดสูง เอวคอด ตัวกลองมีแต่ลายประดิษฐ์เรขาคณิต หูกลองมีขนาดเล็ก กลองสำริดแบบนี้อาจเรียกว่ากลองแบบยางหรือกระเหรี่ยง กลองแบบนี้ยังนิยมใช้ในล้านช้าง/ลาว อย่างภาพขบวนแห่ในหลวงพระบาง ที่ยังใช้กลองกบประกอบเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ร่วมอยู่ในขบวน

.

.

           “กลองแบบเฮกเกอร์ 4”  เรียกว่าแบบกลองจีน เพราะปรากฏลวดลายในอิทธิพลของวัฒนธรรมจีน ที่หน้ากลองแทนที่ลวดลายธรรมชาติแบบดองเซินเดิม บนหน้ากลองไม่ค่อยจะพบว่ามีตัวกบหรือสัตว์อื่น ๆ  เป็นกลองที่มีสัดส่วนเตี้ยกว่ากลองแบบเฮกเกอร์อื่น ๆ เพราะส่วนกลาง(เอวคอด)ของกลองถูกตัดสั้นจนแทบหายไปทั้งหมด คงเหลือแต่ส่วนบนและล่างมาชิดกัน  กลองสำริดแบบนี้มีอายุหลังกว่าแบบเฮกเกอร์ 1 - 3 มักพบอยู่ทางตอนใต้ของประเทศจีนและตอนเหนือของเวียดนาม

.

.

            กลองแบบเฮกเกอร์ 4 นี้ ยังคงพบเห็นและใช้ประโยชน์กันมาจนถึงในยุคปัจจุบัน  พวกชาวเขาในลาวจะเอากลองกบที่ได้จากพวกเนียงมาใช้ในพิธีกรรมต่าง ๆ อย่างพิธีกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการผลิต ภายหลังการนวดข้าวจะมีพิธีสังเวยผีที่สิงอยู่ในกลองและผีปู่ตา เสียงกลองจะทำให้วิญญาณของบรรพบุรุษมีความสุข ถ้าเจ้าของกลองตายโดยไม่มีทายาท ก็จะทุบทำลายกลองจนแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย และฝังรวมไปกับเจ้าของในหลุมศพ  

.

            ในกลุ่มชนกระเหรี่ยง ยังเชื่อว่า หากมีคนตาย ทายาทและพี่น้องจะต้องเจาะเศษเนื้อกลองมโหระทึกของผู้ตายไปฝังด้วย ซึ่งร่องรอยประเพณีที่เกี่ยวเนื่องกับความตายที่สืบเนื่องมาจากวัฒนธรรมในยุคโบราณนี้ ยังปรากฏบนกลองมโหระทึกโบราณที่พบในประเทศไทยหลายใบ อย่างกลองมโหระทึกในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร บางใบจะมีการเจาะเป็นรูปสี่เหลี่ยมขนาดประมาณ 1 x 1 เซนติเมตร บางใบก็มีรอยอุด  อีกทั้งยังพบรอยเจาะรูปสี่เหลี่ยมบนหน้ากลองที่ฝังรวมกับศพในยุคเหล็กอีกด้วย

.

.

            กลุ่มพวกละว้าและขมุ ยังคงนิยมใช้กลองมโหระทึกในพิธีกรรมแห่งความอุดมสมบูรณ์ ในช่วงต้นและปลายการผลิต โดยมักจะเอากลองไปฝังไว้ (ตามนิทานไท -ลาว ที่กลองกบจะคำรามใส่สิ่งชั่วร้ายอย่างตัวเสือและตัวเงือก (พี่น้องตัวฟ้า – แถนฟ้าและปู่รู้ทั่ว) ไม่หยุดหย่อนจนก่อความรำคาญ จึงต้องเอาไปฝังดิน) เมื่อต้นฤดูกาลหรือในช่วงฝนแล้ง ก็จะขุดกลองออกมาทำพิธีเรียกฝน

.

.

              ร่องรอยของกลองแบบเฮกเกอร์ 4 ปรากฏชัดเจนในประเพณีพิธีกรรมกลุ่มชนจ้วง ชนกลุ่มตระกูลไททางตะวันตกเฉียงใต้ของมณฑลกวางซี ที่ยังมีหลักฐานภาพเขียนโบราณที่ผาลาย เป็นรูปของพิธีกรรมหรืองานเฉลิมฉลองที่มีรูปหน้ากลองมโหระทึกเป็นดาวแฉกประกอบอยู่ อีกทั้งรูปลายเส้นการเต้นของบุคคลก็เป็นท่าคล้ายกบ  ซึ่งอาจต่อเนื่องมาจากถึงในปัจจุบัน ที่ในช่วงต้นฤดูกาลผลิตราวเดือนมีนาคม ชาวจ้วงจะจัดงานเทศกาลเฉลิมฉลองก่อนการเพาะปลูก โดยใช้กลองกบเป็นเครื่องดนตรีประโคมเสียง ส่งสัญญาณขอฝนและความคุ้มครองจากเทพเจ้า (ผีฟ้าผีแถน) พร้อมร่วมกันร่ายรำประกอบด้วยท่าเต้นกบกระโดดตามแบบอย่างประเพณีโบราณ รวมถึงใช้กลองมโหระทึกตีประกอบในพิธีกรรมเกี่ยวกับความตาย เช่น ใช้ตีเสียงส่งสัญญาณให้วิญญาณบรรพบุรุษให้มารับของเซ่นไหว้ หรือใช้เป็นวัตถุศักดิ์สิทธิ์ที่ตั้งวางของเซ่นไหว้ในคราวพิธีการสำคัญ ๆ ครับ

.

.

 




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 chaiyassu ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ศุภศรุต วันที่ : 05/10/2016 เวลา : 18.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/voranai
เรื่องราวหลากหลายในมุมมองของนักวิชากวน

คุณชาลี ขุดพบในประเทศไทย เยอะมากครับ ไกลสุดเห็นจะเป็นเกาะสมุย สุราษฎร์ธานี ส่วนใหญ่จะฝังดินครับ ขนาดใหญ่สุดอยู่ที่ดอนตาล มุกดาหาร (ลงมาตามลำน้ำโขง) อายุก็อยู่ในยุคเหล็ก สำริด ที่มีลูกปัด ประมาณ 2,000 - 2,400 ปี การใช้งานหายไปนานครับ ที่ยังเจออยู่ก็ประกอบในเครื่องดนตรีราชสำนัก (แบบเฮกเกอร์ 3)

ความคิดเห็นที่ 4 ศุภศรุต ถูกใจสิ่งนี้ (1)
BlueHill วันที่ : 05/10/2016 เวลา : 17.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ถามแบบคนไม่รู้เรื่อง
กลองยุคโบราณนี้มีใช้กันในพื้นที่ของไทยในอดีตบ้างไหมครับ

ความคิดเห็นที่ 3 ศุภศรุต ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ป้ารุ วันที่ : 04/10/2016 เวลา : 06.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/paaru

เรื่องเจาะรูบนกลองนี่ป้ารุยังมีคำถามในใจอยู่หลายเรื่อง รอฟังอาจารย์เจี๊ยบคุยให้ฟังอยู่ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 Anacarika , ศุภศรุต และอีก 2 คนถูกใจสิ่งนี้ (4)
พล.ท.นันทเดช วันที่ : 02/10/2016 เวลา : 15.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nunrimfar
พลโทนันทเดช เมฆสวัสดิ์

ในสมัยโบราญนั้น กลองทำหน้าที่ ทุกอย่าง ทั้งในยามสงบ (การฝึกซ้อมของทหาร) และยามศึกสงคราม เสียงกลองจึงเป็นปัจจัยท่ีบอกถึงการแพ้ ชนะ มากกว่าธงประจำตัวแม่ทัพ กลองยังดัง ก็ยังรบกันต่อไป
กลองหยุด ก็เลิกรบ กลองยังบอกรูปขบวนรบ, กลุ่มทหารท่ีใช้อาวุธแบบไหน, การ รุก ร่น ถอย สารพัดท่ีเกิดจากกลองครับ

ความคิดเห็นที่ 1 chaiyassu , ศุภศรุต และอีก 3 คนถูกใจสิ่งนี้ (5)
chailasalle วันที่ : 02/10/2016 เวลา : 03.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chailasalle

น่าสนใจมาก นอกจากกลองที่เป็นโลหะผสม จีนยังมีกลองที่เป็นไม้ แต่ไม่มีหนังกลองขึงด้วยอีกอย่าง ...

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

งานวันผู้ไทโลก ครั้งที่ 8

งานวันผู้ไทโลก เท่อที่ 8 "พระธาตุศรีมงคลงามสง่า บูซาเจ้าปู่มเหศักดิ์ โฮมฮักผู้ไทโลก" วันที่ 4 - 6 เมษายน 2560 ณ อำเภอวาริชภูมิ จังหวัดสกลนคร

View All
<< ตุลาคม 2016 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          



[ Add to my favorite ] [ X ]