• ศุภศรุต
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : jeabvoranai@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-28
  • จำนวนเรื่อง : 224
  • จำนวนผู้ชม : 2293269
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1574 คน
วรณัย พงศาชลากร
เรื่องราวทางมานุษยวิทยา ประวัติศาสตร์ โบราณคดี สหวิทยาการและมุม Gossip
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/voranai
วันพุธ ที่ 16 พฤศจิกายน 2559
Posted by ศุภศรุต , ผู้อ่าน : 2629 , 09:23:42 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน BlueHill โหวตเรื่องนี้

.

            รูปสลักนูนต่ำสำคัญบริเวณผนังระเบียงคดชั้นนอกทิศตะวันตกเฉียงของปราสาทบันทายฉมาร์ แสดงให้เห็นคติ “วัชรยาน” หรือผู้บูชาพระโลเกศวร ผู้ทรงอานุภาพเหนือโลกและจักรวาล ที่มีเหล่า“ยิดัม” คติแห่ง “ตันตระยาน” เหล่าผู้ปกป้องพระศาสนาผู้เหี้ยมหาญชาญชัยเหนืออวิชชาและเทพเจ้าฮินดู 

            พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร  มีความหมายว่า “พระโพธิสัตว์ที่ยิ่งใหญ่ ผู้เพ่งมองโลก” เป็นกายที่แบ่งภาคออกมาจากพระธยานิพุทธเจ้าอมิตาภะ อันเป็นพระพุทธเจ้าในโลกปัจจับันตามความเชื่อแบบมหายาน

            พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ พระมหาธยานิโพธิสัตว์แห่งความเมตตากรุณา ในวัฒนธรรมพุทธศาสนาแบบเนวาร์ของเนปาล เรียกพระนามพระองค์ว่า “พระโลเกศวร” - พระผู้เป็นใหญ่แห่งโลก หรือ “มหากรุณิกา” (พระผู้ทรงพระมหากรุณา) ทรงปรากฏพระองค์ได้ถึง 108 ปาง

            ตามตำนานที่เล่าขานกันสืบมา ครั้งหนึ่ง พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ทรงตั้งพระมหาปณิธานอันยิ่งใหญ่ที่จะนำสรรพสัตว์ทั้งหลายให้พ้นจากสังสารวัฏทุกข์ก่อนที่พระองค์เองจะบรรลุความตรัสรู้ แต่เมื่อทรงแลเห็นว่าสรรพสัตว์ที่พระองค์ทรงช่วยไว้ได้นั้น ช่างน้อยแสนน้อยเหลือเกินเมื่อเทียบกับสรรพสัตว์ที่ยังคงหลงเวียนว่ายในความทุกข์ ความโทมนัสนั้นทำให้พระเศียรและพระวรกายของพระองค์แตกทำลายเป็นเสี่ยงๆ พระอมิตาภะพุทธเจ้าทอดพระเนตรเห็นเช่นนั้น จึงได้เสด็จมาสู่พระผู้ช่วยของพระองค์ ทรงเนรมิตพระวรกายที่แตกออกเป็นเสี่ยง ๆ นั้นกลับขึ้นใหม่ ให้เป็นพระวรกายอันทรงพละกำลังมากยิ่งกว่าเดิม มีสิบเอ็ดพระเศียรและหนึ่งพันพระกร เพื่อจะได้ทอดพระเนตรอันเปี่ยมด้วยกรุณาแลดูสรรพสัตว์ทั้งหลายได้ทั่วทุกทิศ และสามารถช่วยเหลือสรรพสัตว์เหล่านั้นได้ทันท่วงทีด้วยพระกรทั้งพันนั้น

            ตำนานหนึ่งเล่าว่า น้ำพระเนตรแห่งความโทมนัสของพระโลเกศวรจะไหลรวมเป็นทะเลสาบสองแห่ง แล้วพระโพธิสัตว์ตาราเขียวและพระโพธิสัตว์ตาราขาวก็ทรงถือกำเนิดจากดอกบัวอันผุดขึ้นจากทะเลสาบทั้งสองนั้น

 

.

            ผนังกำแพงของอาคารระเบียงคดที่มีหลังคาหินพังที่ถล่มลงมาทั้งหมด เป็นภาพปกรณัมของ “พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรเปล่งอานุภาพ” ในปางมหาอานุภาพบารมีต่าง ๆ จากทั้งหมด 8 รูป ปัจจุบันเหลือเพียง 2 รูป หายไป 4 รูป (สองรูปจัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พนมเปญ) อีก 2 รูปด้านทิศใต้สุดอาจฝังจมอยู่ใต้กองกำแพงที่พังถล่มทับถมอยู่ (?) ซึ่งในปัจจุบันยังไม่เคยมีการพบรูปสลักพระโลกเกศวรผู้ทรงอานุภาพในคติวัชรยานตันตระที่มีเด่นชัดเช่นนี้ในปราสาทหลังอื่น ๆ  นอกจากที่ปราสาทบันทายฉมาร์แห่งนี้เท่านั้นครับ

            รูปแสดง “อานุภาพ” ของพระโลเกศวร ทั้ง 8 ภาพ เป็นการแสดง “อานุภาพบารมี” ออกมาในลักษณะที่แตกต่างกันไปตามการจัดวางองค์ประกอบของภาพ ที่สอดรับกับรายละเอียดทางความเชื่อจากคัมภีร์ปุราณะต่าง ๆ ของฝ่ายวัชรยานตันตระ

            รูปสลักด้านขวาของประตูเล็ก ฝั่งเดียวกับโคปุระ เป็นภาพของ "พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร 22 กร"  ในความหมายของผู้เป็นศูนย์กลางแห่งจักรวาลสากลหรือผู้ให้กำเนิดแก่เหล่าเทพเจ้าและดวงดาว “คัมภีร์การันฑวยูหสูตร” กล่าวว่ามีเทพเจ้า 12 องค์ออกมาจากพระองค์ ทั้งพระพรหม (พระพาหา) พระนารายณ์ พระมหาเทพ พระอินทร์ (รากพระเกศา) พระวรุณ (พระอุทร) พระพาย (โอษฐ์) พระยม พระอาทิตย์ พระจันทร์(พระเนตร) พระปฤถิวี (พระบาท) พระสุรัสวดี (พระทนต์) พระลักษมี (พระชานุทั้งสอง) รูปสลักแทนด้วยวงกลม 11 วง รายล้อมรอบพระองค์

 

ภาพสลักที่หนึ่ง อานุภาพบารมีแห่งพระมหาโพธิสัตว์อวโลิเตศวร ผู้ให้กำเนิดเทพเจ้าและดวงดาว

.

              “คัมภีร์อมิตายุสพุทธานุสัมฤติสูตร” ของฝ่ายมหายานกล่าวว่า พระองค์ประทับอยู่เบื้องขวาของพระพุทธเจ้าอมิตาภะพุทธะ โดยมีพระโพธิสัตว์มหาสถามปราปตะอยู่เบื้องซ้าย คัมภีร์นี้ยังกล่าวถึงพระนามพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรว่าหมายถึง “แสงสว่างอันไม่มีที่สิ้นสุด” เปรียบเสมือนปัญญาส่องทางแก่สรรพสัตว์ให้รอดพ้นจากนรกภูมิทั้งหลาย

ปัจจุบันรูปสลักรูปแรก ยังคงอยู่ที่ปราสาท ไม่ถูกขโมย ไม่พังทลาย

.

            “...พระองค์มีลักษณะเป็นเจ้าแห่งจักรวาล พระเกศาของพระองค์เป็นที่สถิตของพระพุทธเจ้าซึ่งมีขนาดสูงถึง 25 โยชน์ ทุกส่วนของพระองค์คือจักรวาล 1จักรวาล พระนลาฏเป็นที่บังเกิดของพระมเหศวร พระเนตรคือพระอาทิตย์และพระจันทร์ พระอังสาเป็นที่กำเนิดพระพรหม พระหทัยเป็นที่กำเนิดพระวิษณุ พระอุทรเป็นที่กำเนิดพระวรุณ พระโอษฐ์เป็นที่กำเนิดพระพาย พระทนต์เป็นที่กำเนิดพระสรัสวดี และแผ่นดินคือพระบาท...”

 

ภาพสลักที่สอง อานุภาพบารมีแห่งพระมหาโพธิสัตว์อวโลิเตศวร ผู้เป็นใหญ่แห่งสรวงสวรรค์

.

             รูปสลักนูนต่ำลำดับที่สองเรียงไปทางใต้ เป็นภาพของ "พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร 32 กร"  ในความหมายของผู้เป็นใหญ่หรือราชาของเหล่าพระโพธิสัตว์ ในพระหัตถ์ขวาด้านหน้าสุดมีพระโพธิสัตว์ประทับ พระหัตถ์ซ้ายด้านหน้าถือหม้อน้ำอมฤต แสดงมุทราแห่งอำนาจ  โดยมีเหล่าพระโพธิสัตว์ประทับอยู่ในแต่ละชั้นพุทธเกษตร ที่กำลังถวายนมัสการ

 

รูปสลักที่สอง ยังคงเหลือรอดอยู่ที่ตัวปราสาทในปัจจุบัน

.

            ถัดไปรูปที่สามเป็นภาพแสดงอานุภาพบารมี ในฐานะแห่งโพธิสัตว์ผู้ปกป้องและเป็นที่พึ่งแห่งมวลมนุษย์ ปรากฏเป็นรูปพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร 10 กร  ทั้งสามโลกต่างกำลังถวายการเคารพบูชา “คัมภีร์สัทธรรมปุณฑริก” กล่าวสรรเสริญพระองค์ในฐานะผู้พิทักษ์ภัยอันตรายให้สรรพสัตว์ โดยมีภาวะอยู่ทุกหนแห่ง มีอานุภาพบันดาลให้ประสบผลสำเร็จในกิจกรรมต่าง ๆ เชื่อกันว่าเพียงแค่เอ่ยพระนามของพระองค์ “โอม มณีปัทเม หูม” ก็จะได้บุญกุศลเท่ากับการถวายความเคารพบรรดาพระพุทธเจ้าซึ่งมีจำนวนหกสิบสองเท่าของเม็ดทรายในแม่น้ำคงคา พระองค์ยังสามารถเนรมิตให้มีพระเศียรและพระกรจำนวนมากเพื่อให้ช่วยเหลือสรรพสัตว์ได้มากขึ้น  “....พระองค์เป็นประหนึ่งวิญญาณของจักรวาลที่ได้เปล่งประกายสารัตถะแห่งการช่วยเหลือสัตว์โลกให้หลุดพ้นจากภาวะทั้งปวง   และความรอบรู้ชั้นสูงสุดยอดที่จะเผยแผ่ให้คงอยู่ได้ยาวนานตลอดไปด้วยจำนวนมากมายที่มีอยู่ของบรรดาพระพุทธองค์ทั้งหลายอันอยู่รอบพระวรกาย...”

 

ภาพสลักที่สาม อานุภาพบารมีแห่งพระมหาโพธิสัตว์อวโลิเตศวร ผู้ทรงโปรดเมตตาทั้งสามโลก
"จงเอ่ยพระนามเรา"
ปัจจุบันจัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติกรุงพนมเปญ

.

            ภาพที่สี่ เป็นภาพการแสดงอานุภาพบารมีของการให้กำเนิดขององค์พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร 6 กร หรือมุทรา “เปล่งรัศมี” แสดงความยิ่งใหญ่ ใน “คัมภีร์การันฑวยูหสูตร”  กล่าวไว้ว่า  “....ด้วยเพียงพระโลมา 1 เส้นของพระองค์ก็มีอานุภาพมากกว่าพระพุทธเจ้า 62 เท่าของจำนวนเม็ดทรายในแม่น้ำคงคา นอกจากนั้นในขุมพระโลมาแต่ละขุมของพระองค์ ยังมีคนธรรพ์อยู่เป็นจำนวนพัน อีกขุมหนึ่งมีฤๅษีอยู่เป็นจำนวนล้าน ผู้ที่ออกมาจากพระโพธิสัตว์เปล่งรัศมีจึงมีทั้งเทวดา คนธรรพ์ ฤๅษี และพระพุทธเจ้าอีกมากมาย...” ทางด้านซ้ายเป็นภาพพระวัชริน (เหวัชระ) ทางขวาเป็นภาพ เทวีปรัชญาปารมิตา ศักติของพระอวโลกิเตศวร และไตรโลกยวิชัย ยิดัมหรือเทพผู้พิทักษ์พุทธศาสนาวัชรยานตันตระ มีหน้าที่ในการปราบภูตผีปิศาจสิ่งชั่วร้ายต่าง ๆ ไม่ให้ทำอันตรายมนุษย์ รูปอัปสราและเหล่านางฟ้าบนสรวงสวรรค์กำลังถวายความเคารพ

 

 ภาพสลักที่สี่ อานุภาพบารมีแห่งพระมหาโพธิสัตว์อวโลิเตศวร 
ผู้ให้กำเนิดเหล่าพระโพธิสัตว์ ฤๅษีและมานุษิพุทธเจ้า
ปัจจุบันจัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติกรุงพนมเปญ

.

            ภาพสลักที่ห้า เป็นภาพสลักพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร 8 กร แห่ง “เมตตาบารมีอันยิ่งใหญ่” “คัมภีร์อมิตายูรธยานสูตร” กล่าวว่า ประภามณฑลที่ล้อมรอบพระเศียรพระโพธิสัตว์โลเกศวรประกอบด้วย พระพุทธเจ้า 500 พระองค์ แต่ละองค์แวล้อมด้วยพระโพธิสัตว์ 500 พระองค์ และพระโพธิสัตว์แต่ละองค์ก็ยังแวดล้อมด้วยเหล่าเทวดาอีกเป็นจำนวนมาก

 

ภาพสลักที่ห้า อานุภาพบารมีแห่งพระมหาโพธิสัตว์อวโลิเตศวร ผู้ทรงโปรดเมตตามวลมนุษย์

.

            ภาพสลักที่หก เป็นภาพพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร 8 กร ถือ วัชระ อังกุศ หนังสือ สังข์ จักร ลูกประคำ หม้อน้ำอมฤต และดาบ ในฐานะที่ทรงมีอานุภาพเหนือพระมหาเทพศิวะและพระนางปารวตี รวมทั้งเทพเจ้าทั้งหลายของลัทธิฮินดูในสรวงสวรรค์

 

ภาพสลักที่หก อานุภาพบารมีแห่งพระมหาโพธิสัตว์อวโลิเตศวร เหนือเทพเจ้าและจักรวาลแห่งฮินดู

.

            ภาพสลักที่เจ็ดและแปดที่ปลายของผนัง อยู่ในสภาพพังทลาย ถล่มลงเป็นกองหินจากสงคราม หรืออาจถูกลักลอบขนเอาออกไปหมดแล้ว (ภาพถ่ายเก่าของสำนักฝรั่งเศสปลายบุรพทิศ (EFEO)) ภาพที่เจ็ดเป็นการแสดงอานุภาพบารมีแห่งการ “บริบาล” ความทุกข์และโรคร้าย ทั้งทางกายและจิตใจให้แก่โลกและมวลมนุษย์ เป็นภาพของพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร 4 กร พระหัตถ์ถือ ดอกบัวปัทมะ (Padma)  คัมภีร์ปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตร ลูกปะคำของนักบวช (Rudraksha Mala) และอมฤตกุมภ์ (กมัลฑลุ) (Amritakumbha) มีภาพของนางโยคินี (Yogini) ธิดาแห่งเหวัชระ กำลังร่ายรำในท่า “อรรถปรยังกะ” (ความยินดีในชัยชนะเหนืออวิชชาและความชั่วร้าย) และการเฉลิมฉลองของผู้คนด้วยความสุขและยินดี

 

ภาพสลักที่เจ็ด อานุภาพบารมีแห่งพระมหาโพธิสัตว์อวโลิเตศวร ผู้เพ่งมองมวลมนุษย์และบริบาลช่วยเหลือ

.

            ภาพสุดท้าย เป็นภาพการแสดงอานุภาพ ราชาแห่งโลกและสรวงสวรรค์ เป็นภาพ "พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร 16 กร 11 พระพักตร์ (?)" ในท่ามกลางเหล่าเทพเจ้าและกษัตริย์ ประนมหัตถ์นมัสการแซ่ซ้องสาธุการ ด้านบนเป็นพระอาทิตย์และพระจันทร์ เหล่านางฟ้าแห่งสรวงสวรรค์กำลังเหาะเหิน โปรยปรายเครื่องหอมและบุปผามาลัยถวายการบูชา

 

ภาพสลักที่แปด อานุภาพบารมีแห่งพระมหาโพธิสัตว์อวโลิเตศวร ราชาเหนือโลกและสวรรค์

.

.

 

            ...จงเอ่ยพระนามแห่งเรา “โอม มณีปัทเม หูม”  เพื่อให้เราได้เพ่งมองเห็น และจักบริบาลเจ้าด้วยเมตตา...

.

.




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
feng_shui วันที่ : 16/11/2016 เวลา : 12.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

เมื่อไหร่ สบโอกาส พานำชม อีกครั้งนะคะอาจารย์

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

งานวันผู้ไทโลก ครั้งที่ 8

งานวันผู้ไทโลก เท่อที่ 8 "พระธาตุศรีมงคลงามสง่า บูซาเจ้าปู่มเหศักดิ์ โฮมฮักผู้ไทโลก" วันที่ 4 - 6 เมษายน 2560 ณ อำเภอวาริชภูมิ จังหวัดสกลนคร

View All
<< พฤศจิกายน 2016 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      



[ Add to my favorite ] [ X ]