• ศุภศรุต
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : jeabvoranai@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-28
  • จำนวนเรื่อง : 224
  • จำนวนผู้ชม : 2189966
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1574 คน
วรณัย พงศาชลากร
เรื่องราวทางมานุษยวิทยา ประวัติศาสตร์ โบราณคดี สหวิทยาการและมุม Gossip
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/voranai
วันอังคาร ที่ 14 พฤศจิกายน 2560
Posted by ศุภศรุต , ผู้อ่าน : 1080 , 10:37:45 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

จากปราสาทเขมร สู่ ความเป็นปรางค์ไทย (๒)

การเปลี่ยนรูป “เครื่องปัก” มาเป็น “บัวกลีบขนุน”

.

.

             ในช่วงกลางพุทธศตวรรษที่ 19 เป็นช่วงเวลาที่เกิดการเปลี่ยนแปลงของราสาทแบบเขมรในคติฮินดู - วัชรยาน มาสู่ความเป็นปรางค์ (เจดีย์ - เจติยะทรงปราสาท)ในพุทธศาสนาเถรวาท ทั้งรายละเอียดของรูปแบบสถาปัตยกรรมและคติความเชื่อที่กำกับรูปลักษณ์ เป็นครั้งแรก

.

             ในส่วนเมืองลวะปุระ – ละโว้ ถึงแม้ว่า สถาปัตยกรรมของอาคารปราสาท จะยังคงรักษาลักษณะของรูปแบบปราสาทเขมร ทั้งการเรียงชั้นวิมานแบบลดหลั่น (ทรงศิขระวิมาน) ขึ้นไป 5 ชั้น จบที่บัวกลุ่มยอดปราสาท – นภศูล หรือ “จอมโมฬี” ตามชื่อเรียกแบบปรางค์ ซึ่งกลุ่มบัวก็อาจกลายเป็นผลซี่มะเฟือง แต่ละชั้นเชิงบาตรยังคงประดับประดาด้วยเครื่องปักหรือบัวกาบขนุนรูปบุคคล มีซุ้มบัญชร ทั้ง 4 ด้าน วางปักบันแถลงที่หน้าซุ้ม

.

                แต่อิทธิพลความศรัทธาในพุทธศาสนาสายเถรวาทลังกาในยุคแรก ก็ได้ปรับเปลี่ยนเรื่องราวภาพสลักหรือปั้นปูน จากเทพเจ้าประจำทิศมาเป็นรูปพระพุทธเจ้าสมณโคดมที่บันแถลง ส่วนเครื่องปักประดับก็ยังคงรักษาศิลปะของเหล่าเทพยดา นางฟ้า และทวารบาล (ยักษ์) ตามแบบศิลปะเขมรในยุคก่อนหน้าไว้ โดยตัดรูปนักบวชฤๅษีออกไปทั้งหมด

.

              แต่ที่อโยธยา – อยุธยา ในช่วงกลางถึงปลายพุทธศตวรรษที่ 19 ถึงแม้ว่ารูปแบบของอาคารหลัก จะยังคงรักษารูปแบบตามปราสาทเขมร แต่การจัดชั้นเชิงบาตรนั้น ก็บีบรัดเข้าจนทรงชะลูดสูง ท้องไม้ระหว่างเชิงบาตรเว้นห่าง กลุ่มลวดบัวหน้ากระดานแคบเข้าจนชิดผนังท้องไม้ของเชิงบาตรมากกว่าปราสาทเขมรแบบเดิม แต่ยังคงรักษาความถี่ของการเพิ่มมุม เช่นเดียวกับปราสาทแบบเขมร (มุม 12 ไม่นับมุมซุ้มบัญชร) ลดขนาดของมุมหลักเรือนธาตุลง (ที่ต่อมุมขึ้นมาจากฐานเรือนธาตุโดยตรง) จนมีขนาดเกือบเท่ากับมุมย่อย

.

.

          อิทธิพลของคติพุทธศาสนาแบบเถรวาทลังกาในกรุงศรีอยุธยา อาจมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงความเป็นปราสาทมาเป็นปรางค์มากกว่าในกลุ่มละโว้ ดังตัวอย่างที่ “ปรางค์วัดส้ม” ทางใต้ของเกาะเมืองริมคลองท่อ และปรางค์บริวารในวัดมหาธาตุ ที่มีการเปลี่ยนแปลงรูปทรงจนชะลูด สูงขึ้น ไม่อ้วนป้อมหรือเป็นทรงพุ่ม แต่ ก็ยังไม่เป็นทรง “ฝักข้าวโพด” ในทันที เพราะยังวางองค์ประกอบของเชิงบาตรตามแบบปราสาทเขมรอยู่อย่างครบถ้วน

.

.

          “บันแถลง” และ “บัวกลีบขนุน” ที่ประดับบนเชิงบาตรของปรางค์ยุคแรกที่อยุธยา ก็ยังคงรักษารูปแบบงานประดับปราสาทเขมรไว้อย่างครบถ้วน แต่ก็มีเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์และคติความเชื่อไปจากเดิม โดยไม่มีรูปบุคคลประดับตามแบบเขมรขึ้นเป็นครั้งแรก

.

           นั่นก็คือ การเกิดขึ้นของปรางค์แบบพุทธเถรวาท ในช่วงรอยต่อของปราสาทเขมร ไงครับ

.

              ในงานศิลปะของบันแถลงและกลีบขนุนที่วัดส้มและปรางค์ราย วัดมหาธาตุ ทำเป็นแผ่นรูปทรง “กลีบบัว” ฐานทำเป็นกลีบบัวหงาย พื้นหน้าไม่มีลวดลาย ขอบทำเป็นซุ้มเรือนแก้วใบกระหนก ท้องเป็นกรอบสามเหลี่ยมทรงจอมแห มีดอกไม้ 4 กลีบครึ่งดอกอยู่ภายใน

.

.

              และเมื่อลองจับรูปประติมากรรมของกลีบขนุนประดับเชิงบาตร จากแท่งโค้ง คลี่กางออกมาเป็นเส้นตรงแบบหน้ากระดานแล้ว ก็จะพบว่า มีลักษณะแบบเดียวกับบันแถลง คือเป็นรูปของ “กลีบบัว” ซึ่งแม้ว่าทั้งบันแถลงและ (บัว) กลีบขนุน นั้น จะไม่มีส่วนที่เรียกว่า “เอวเว้า” แต่ก็เป็นรูปลักษณ์ทางศิลปะของ “ใบเสมา” ทรงกลีบบัว (ที่ภายหลัง สันกลางของกลีบ ได้พัฒนากลายเป็นเส้นลายหรือสันที่เรียกว่า “หน้าอกเสมา”หรือ “อกเลา”ครับ)

.

.

           จากเทพประจำทิศและเทวดา – ยักษ์ผู้ปกป้อง ตามแบบแผนเดิมของปราสาทเขมรและปรางค์ละโว้ บนบัวกลีบขนุนและบันแถลงของปรางค์เริ่มแรกที่อยุธยาได้ปรับความหมายและรูปศิลปะมาเป็น “ใบเสมา” ตามคติเถรวาทลังกา ในความหมายใหม่ อันหมายถึง เขตแดนหรือปริมณฑลอันศักดิ์สิทธิ์ ของพระพุทธเจ้าและอดีตพระพุทธเจ้าบนสรวงสวรรค์ เป็นชั้น ๆ (ที่ยังคงเป็นรูปเป็นวิมานศิขระ ตามแบบปราสาทเขมร) หรือ “เขาพระสุเมรุ” ในช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ 19

.

              ซึ่งการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ ได้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรูปแบบปราสาทมาเป็นปรางค์แบบไทยในคติเถรวาท “ทรงฝักข้าวโพด” อย่างสมบูรณ์ ในช่วงต้นศตวรรษต่อมา ครับ

.

.

 

ปรางค์วัดลังกา อยุธยา จัดเป็นปรางค์ไทยยุคแรก มีประติมากรรมปูนปั้น  ทวารบาลเป็นรูปยักษ์ถือกระบอง

บนชั้นเชิงบาตรเหนือชุดลวดบัวรัดเกล้า  รูปทรงปรางค์โดยรวมยังไม่สูงชะลูดสูงเป็นทรงฝักข้าวโพด 

 

.





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

งานวันผู้ไทโลก ครั้งที่ 8

งานวันผู้ไทโลก เท่อที่ 8 "พระธาตุศรีมงคลงามสง่า บูซาเจ้าปู่มเหศักดิ์ โฮมฮักผู้ไทโลก" วันที่ 4 - 6 เมษายน 2560 ณ อำเภอวาริชภูมิ จังหวัดสกลนคร

View All
<< พฤศจิกายน 2017 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    



[ Add to my favorite ] [ X ]