• ศุภศรุต
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : jeabvoranai@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-28
  • จำนวนเรื่อง : 217
  • จำนวนผู้ชม : 1964088
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1574 คน
วรณัย พงศาชลากร
เรื่องราวทางมานุษยวิทยา ประวัติศาสตร์ โบราณคดี สหวิทยาการและมุม Gossip
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/voranai
วันจันทร์ ที่ 12 มีนาคม 2561
Posted by ศุภศรุต , ผู้อ่าน : 1371 , 11:27:02 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน ทางแก้ว , สำรวจฟ้า โหวตเรื่องนี้

.
         ปราสาทตาพรหม (Ta Prohm Pr.) เป็นปราสาทขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ตรงมุมตะวันตกเฉียงใต้ของบารายตะวันออก (ด้านนอกคันดิน) นามในจารึกว่า “ราชวิหาร" (Monastery) ที่พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ทรงสถาปนาขึ้นเพื่ออุทิศถวายแด่พระราชมารดา “พระนางชัยราชจุฑามณีเทวี” แทนความหมายพระชนนี ไว้ภายใต้รูปเทวีปรัชญาปารมิตาผู้เป็นมารดาของพระตถาคต เพื่อการบำเพ็ญปรัชญา 6 แห่งภูมิปัญญาอันล้ำเลิศทั้งปวง
.

.
       จารึกปราสาทตาพรหมกล่าวว่า พระองค์ได้ถวายรูปประติมากรรมจำนวน 260 รูป ได้ตามกุฏิวิหารต่าง ๆ รวมทั้งรูปสลักที่สร้างถวายแก่มหาราชครู “ชัยมังคลารัถ” และถวายแก่พระเชษฐา “ชัยเกียรติ์” ไว้ ภายในราชวิหารแห่งนี้ครับ
.
        ราชวิหาร มีผู้คนอาศัยอยู่ในเขตพื้นที่กัลปนากว่าแปดหมื่นคน ภายในกำแพงที่กว้างยาวประมาณ 1 กิโลเมตร * 700 เมตร กว่าหนึ่งหมื่นคนถูกถวายเป็นข้าวัดที่เรียกว่า “กระโยม” มีพระสงฆ์กว่า 2,800 รูป พระราชาคณะ 18 องค์ ช่วยทำหน้าที่สำคัญในการบริหารอโรคยศาลา ที่ปรากฏในจารึกว่ามีจำนวน 102 แห่ง โดยราชวิหารมีภาระที่ต้องเป็นศูนย์กลางในการจัดหา รวบรวมสะสมเสบียงอาหาร ยา และข้าวของเครื่องใช้ เพื่อแจกจ่ายไปยังอโรคยศาลา – โอสถศาลา ทั่วทั้งจักรวรรดิ
.
            ในยุคแห่งความรุ่งเรือง ที่ราชวิหารแห่งพระมารดาผู้เมตตานี้ คงมีผู้คนมากมาย หลากหลายสรุกจากทั่วทั้งอาณาจักร เดินทางเข้าออกกันโดยตลอดเวลาไม่ขาดสาย
.
            อาคารโคปุระขนาดใหญ่ถัดจากฐานอาคารพลับพลาเครื่องไม้ ทางเข้าด้านหน้าฝั่งทิศตะวันออกของราชวิหาร เป็นทางเข้าที่นักท่องเที่ยวใช้เดินเข้าสู่ปราสาทชั้นใน โดยจะใช้เส้นทางซุ้มประตูเล็กที่ปีกอาคารทั้งสองข้างเป็นทางเดินเข้าหลัก ส่วนประตูใหญ่ตรงกลางโคปุระนั้นถูกปิดไว้ห้ามมิให้เดินเข้า เนื่องจากยังไม่ได้รับการบูรณะ หินโครงสร้างหลังคาอาจถล่มลงมาถ้าได้รับความกระทบกระเทือนบ่อย ๆ ครับ

.

.
          ตรงผนังกำแพงข้างซุ้มประตูเล็กของโคปุระที่ปราสาทตาพรหมนี้ มีการแกะสลักเรื่องราวพุทธประวัติและเรื่องราวตามแบบมหายาน – วัชรยาน ในคติความเชื่อของจักรวรรดิหรือพระสูตรแบบบายน ที่ดูเหมือนว่าจะไม่เคยพบเห็นว่ามีขนบแบบแผนการแกะสลักเรื่องราวในคติความเชื่อแบบนี้ไว้บนผนังกำแพงข้างซุ้มประตูที่ปราสาทหลังอื่น ๆ มาเลยครับ
.
             ก็คงด้วยเพราะ ซุ้มประตูข้างทั้งสองปีกของโคปรุระ คงเป็นเส้นทางเดินเข้าออกที่สำคัญของผู้คนมาตั้งแต่ในอดีต จึงเกิดกุศโลบายอันแยบยล ใส่ภาพเรื่องราวที่สะท้อนคติความเชื่อของอาณาจักรไว้บนผนังกำแพงเพื่อให้ผู้คนที่ผ่านไปมาได้เรียนรู้เรื่องราวผ่านภาพสลักทางศาสนาเหล่านี้
.
           และคงเป็นภาพสลักทางศิลปะที่กลั่นกรองออกมาจากคติความเชื่อ แนวคิดปรัชญาอันเป็นหลักสำคัญ ที่ผู้ปกครองคณะสงฆ์แห่งอาณาจักร ต้องการนำเสนอแก่ผู้คน ไพร่ ทาสในยุคสมัยนั้นให้เกิดความเข้าใจและเกิดความศรัทธาขึ้นในจิตใจได้อย่างแท้จริง
.
           เรื่องราวที่นำมาสลัก จึงคงไม่ใช่เรื่องธรรมดาเป็นแน่ครับ
.
          ภาพสลักข้างซุ้มประตูด้านนอกปีกทิศใต้ เป็นเรื่องราวบนสวรรค์ก่อนการประสูติของพระพุทธเจ้าตามพุทธประวัติแบบมหายาน ภาพสลักด้านล่างเป็นภาพของพระมหาโพธิสัตว์ในมหาปราสาทบนสวรรค์ชั้นดุสิต ประกอบเครื่องสูงธงชัยกระบี่ธุช ฉัตรสัปทน 2 คัน ธงยาวปลายริ้วโค้ง 6 ผืน พัดโบกวาลวิชนี แวดล้อมด้วยเหล่าเทพยดาที่กำลังสาธุการ รับฟังเหตุผลที่พระมหาโพธิสัตว์ (สันดุสิตเทวราชโพธิสัตว์) จะทรงลงมาประสูติเป็นพระพุทธเจ้าศากยมุนีบนโลก

.


.


          เหล่านางฟ้าบนสวรรค์ ต่างถือท่อนมาลัยดอกไม้ เหาะเหิน โปรยปรายดอกมณฑาทิพย์ลงมาจากสวรรค์เพื่อแซ่ซ้องสรรเสริญการตัดสินใจของพระมหาโพธิสัตว์
.
         ด้านบนของภาพปราสาท สลักเป็นภาพ “เขาพระสุเมรุ” (สิเนรุ) ในความพยายามของช่างสลักที่จะอธิบายว่าเรื่องราวนี้เกิดขึ้นบนสวรรค์ชั้นสูง สะท้อนออกมาเป็นงานศิลปะในรูปของ “วิมานฉิมพลี” ดินแดนแห่งพญาครุฑบนต้นงิ้ว ที่ตั้งอยู่ในชะง่อนผาสูงของเขาพระสุเมรุ 
..
.
         ** ภาพสลักข้างซุ้มประตูด้านนอกปีกทิศเหนือ หลังต้นสะปงใหญ่ แบ่งภาพเป็นสองตอนจากเส้นสามเหลี่ยมตรงกลาง ด้านล่างเป็นภาพพุทธประวัติตอนเสวยวิมุขติสุขในสัปดาห์ที่ห้า ตอนที่นางราคะ นางอรตีและนางตัณหา ธิดาพญามารทั้งสาม พร้อมเหล่านางบริวารจำนวนมาก พยายามเต้นรำยั่วยวนพระพุทธเจ้า (ภาพสลักพระพุทธเจ้าถูกสกัดทำลายออกไป) ภาพบนเป็นเรื่องราวตอนมารผจญ (Assault of Māra) ประกอบด้วยกองทัพช้างม้าลำไพร่พลของฝ่ายมาร ตรงกลางเป็นภาพพระแม่ธรณี (นางภูมิเทวี) บิดมวยผม แบบเดียวกับพุทธประวัติของฝ่ายเถรวาท ด้านบนสุดเป็นภาพพระพุทธเจ้าใต้ซุ้มต้นโพธิ์ (ถูกสลักทำลายเช่นเดียวกัน)
.

.
.
           *** ภาพสลักริมซุ้มประตูด้านในฝั่งเดียวกัน ไม่ได้เป็นภาพเรื่องราวพุทธประวัติ แต่เป็นภาพในคติความเชื่อของฝ่ายมหายาน – วัชรยาน ด้านบนสุดเป็นภาพของพระธยานิพุทธอมิตาภะและพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรผู้เป็นธยานิโพธิสัตว์ของพระองค์ ภาพด้านล่างรูปบุคคลถูกกะเทาะออก น่าจะเป็นภาพของพระพุทธเจ้าไภษัชยคุรุไวฑรยประภาสุคต พระศรีสูรยะไวโรจนจันทโรจิและพระศรีจันทรไวโรจนะโรหิณีศะ ผู้เป็นพระชิโนรส ในซุ้มเรือนแก้วทั้งสาม อันเกี่ยวเนื่องกับคติความเชื่อในการรักษาโรคของอโรคยศาลา
.

.
           ด้านขวาสุดเป็นภาพการบูชา “พระโลเกศฺวร อาโรคยศาลี” พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรผู้บริบาล (ถูกสกัดพระกรด้านบนทั้งสองออก เพื่อเปลี่ยนเป็นพระศิวะ) รูปประติมากรรมที่ประดิษฐานไว้ในอโรคยศาลา เหนือขึ้นไปเป็นเหล่านางฟ้าเหาะเหิน 
.
.
          *** ภาพสลักบนผนังริมประตูด้านใน ฝั่งทิศใต้ ภาพสุดท้ายของเรื่องในวันนี้ ก็เป็นภาพเรื่องราวในคติความเชื่อของฝ่ายมหายาน – วัชรยาน เช่นกันครับ ด้านบนเป็นภาพของพระธยานิพุทธอมิตาภะ กำลังแสดงธรรม ท่ามกลางเทพยดาและมนุษย์ที่กำลังแสดงอัญชลีที่ด้านข้างและอสูรนั่งเรียงอยู่แถวล่าง คล้ายเรื่องราววันเทโวโรหนะของฝ่ายเถรวาท ส่วนภาพช่วงล่างเป็นภาพสลักพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร 4 หรือ 6 กร (ถูกสกัดแขนออกเหลือเพียง สองข้างเพื่อเปลี่ยนเป็นรูปของพระศิวะในยุคพระเจ้าชัยวรมันที่ 8) ในซุ้มเรือนปราสาท ในฐานะของพระมหาโพธิสัตว์ผู้เป็นใหญ่ในสกลจักรวาล

.

.
           “...พระองค์มีลักษณะเป็นเจ้าแห่งจักรวาล พระเกศาของพระองค์เป็นที่สถิตของพระพุทธเจ้าซึ่งมีขนาดสูงถึง 25 โยชน์ ทุกส่วนของพระองค์คือจักรวาล 1 จักรวาล พระนลาฏเป็นที่บังเกิดของพระมเหศวร พระเนตรคือพระอาทิตย์และพระจันทร์ พระอังสาเป็นที่กำเนิดพระพรหม พระหทัยเป็นที่กำเนิดพระวิษณุ พระอุทรเป็นที่กำเนิดพระวรุณ พระโอษฐ์เป็นที่กำเนิดพระพาย พระทนต์เป็นที่กำเนิดพระสรัสวดีและแผ่นดินคือพระบาท...”
.
           “คัมภีร์อมิตายุสพุทธานุสัมฤติสูตร” กล่าวว่า พระนามของพระองค์คือ “แสงสว่างอันไม่มีที่สิ้นสุด” เปรียบเสมือนปัญญาส่องทางแก่สรรพสัตว์ให้รอดพ้นจากนรกภูมิทั้งหลาย
.
           “คัมภีร์สัทธรรมปุณฑริก” กล่าวสรรเสริญพระองค์ในฐานะผู้พิทักษ์ภัยอันตรายให้สรรพสัตว์ โดยมีภาวะอยู่ทุกหนแห่ง มีอานุภาพบันดาลให้ประสบผลสำเร็จในกิจกรรมต่าง ๆ พระองค์ยังสามารถเนรมิตให้มีพระเศียรและพระกรจำนวนมากเพื่อให้ช่วยเหลือสรรพสัตว์ได้มากขึ้น 
.
           “....พระองค์เป็นประหนึ่งวิญญาณของจักรวาลที่ได้เปล่งประกายสารัตถะแห่งการช่วยเหลือสัตว์โลกให้หลุดพ้นจากภาวะทั้งปวง และความรอบรู้ชั้นสูงสุดยอดที่จะเผยแผ่ให้คงอยู่ได้ยาวนานตลอดไปด้วยจำนวนมากมายที่มีอยู่ของบรรดาพระพุทธองค์ทั้งหลายอันอยู่รอบพระวรกาย...”
.
.
          เพียงแค่เราเอ่ยบทสวดถึงพระองค์ “โอม มณีปัทเม หูม” ก็จะได้บุญกุศลเท่ากับการถวายความเคารพบรรดาพระพุทธเจ้าซึ่งมีจำนวนหกสิบสองเท่าของเม็ดทรายในแม่น้ำคงคาเลยครับ
.
.
“โอม มณีปัทเม หูม”
“โอม มณีปัทเม หูม”
“โอม มณีปัทเม หูม”...
.
.





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
สำรวจฟ้า วันที่ : 13/03/2018 เวลา : 15.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PeeThong

อ่านเรื่องราวของปราสาทตาพรมก็ต้องไปหาอ่านปราสาทพระขันธ์ พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ทรงทำเพื่อราษฎรของพระองค์ อโรคยาศาลา มีทั่วทุกเส้นทางที่ไปเมืองอื่นๆ ร่องรอยอโรคยาศาลาแถบอิสานไม่ทราบว่ามีบ้างไหมครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

งานวันผู้ไทโลก ครั้งที่ 8

งานวันผู้ไทโลก เท่อที่ 8 "พระธาตุศรีมงคลงามสง่า บูซาเจ้าปู่มเหศักดิ์ โฮมฮักผู้ไทโลก" วันที่ 4 - 6 เมษายน 2560 ณ อำเภอวาริชภูมิ จังหวัดสกลนคร

View All
<< มีนาคม 2018 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31



[ Add to my favorite ] [ X ]