• ศุภศรุต
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : jeabvoranai@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-28
  • จำนวนเรื่อง : 224
  • จำนวนผู้ชม : 2191299
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1574 คน
วรณัย พงศาชลากร
เรื่องราวทางมานุษยวิทยา ประวัติศาสตร์ โบราณคดี สหวิทยาการและมุม Gossip
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/voranai
วันพุธ ที่ 21 พฤศจิกายน 2561
Posted by ศุภศรุต , ผู้อ่าน : 1012 , 07:38:03 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน Chaoying , แม่หมี และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

            การบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในอำนาจเหนือธรรมชาติและคติความเชื่อทางลัทธิศาสนาด้วยการจัดดอกไม้ประดิษฐ์และตามพระประทีป ในช่วงฤดูน้ำหลาก เดือน 12 ที่เรียกว่าการ “ลอยกระทง” ตามลักษณะนิเวศวัฒนธรรมของพื้นที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้น ไม่ได้มีรายละเอียดหรือความสำคัญในเชิงคติความศักดิ์สิทธิ์ หรือความเชื่อทางศาสนาทั้งของฮินดูและพุทธมากนัก เช่นเดียวกับประเพณีและพิธีกรรมอื่น ๆ ในรอบ 12 เดือน จึงไม่เคยปรากฏรายละเอียดของภาพของ “เครื่องบูชาลอยน้ำประดิษฐ์เป็นรูปกระทง” ที่กระทำโดยมนุษย์ ในงานประติมากรรมหรือภาพวาดตามศาสนสถานโบราณ
..
           ก็เพราะไม่เคยปรากฏเรื่องราวของมนุษย์เดินดินใด ๆ ในภาพศิลปะอันศักดิ์สิทธิ์ทางความเชื่อในศาสนาไงครับ !!!
.
            ถึงแม้ว่าในช่วงยุคพุทธศตวรรษที่ 17 จะปรากฏภาพของมนุษย์สามัญในงานสลักนูนต่ำของปราสาทนครวัด เช่นภาพการล่องเรือในฤดูน้ำหลากบนผนังกำแพงมณฑปมุมทิศตะวันตกเฉียงใต้ (ที่มีรูปร้องรำทำเพลง เล่นหมากรุกและการตีไก่) เป็นเรื่องราวของผู้คนในยุคนครวัดแทรกอยู่บนเรือให้เห็นอยู่บ้าง (ภาพผู้คนปีนเก็บหมากเหนือเรือด้านบน) แต่ก็เป็นเรื่องราวเพียงส่วนหนึ่งที่เข้าไปประกอบอยู่ในวรรณกรรมเรื่องพระกฤษณะ อวตารแห่งพระวิษณุเท่านั้น
..

.

.

ภาพสลักเทศกาลน้ำหลากเดือน 12 ของกรุงทวารกะ พระกฤษณะล่องเรือชมจันทร์

.

          แต่ก็เป็นที่น่าสังเกตว่า แม้แต่ภาพสลักนูนต่ำที่นครวัดเองก็ยังไม่ปรากฏเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับการใช้กระทงในพิธีกรรมใด ๆ รวมทั้งในภาพล่องเรือของพระกฤษณะก็ไม่ปรากฏภาพการลอยกระทงพระประทีปครับ
..
           มาถึงในช่วงยุคสมัยของจักรวรรดิบายน พุทธศาสนาแบบวัชรยานและงานศิลปะได้เปิดโอกาสให้มีการบันทึกภาพวิถีชีวิตของมนุษย์ธรรมดาและเหตุการณ์ตามความเป็นจริงของสังคมในยุคนั้น ได้ถูกบรรจงแกะสลัก ถ่ายทอดลงบนผนังระเบียงชั้นนอกหรือชั้นล่างสุดของปราสาทบายน รวมไปถึงเรื่องราวของพระราชกรณียกิจ ของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 และพระมเหสีทั้งสอง พระนางราเชนทรเทวี (ชยราชเทวี) และพระนางอินทรเทวี ภาพเชื้อพระวงศ์และผู้คนชนชั้นสูง ไว้ที่อาคารมณฑปมุมระเบียงคดของปราสาทบายน เมืองพระนครธม
.

.

ภาพ พระนางอินทรเทวี และข้าราชบริพาร บนเรือพระที่นั่งส่วนหัวเรือ ในงานเทศกาลน้ำหลากเดือน 12

.
           ถัดขึ้นไปข้างใน เป็นระเบียงคดชั้นสองที่ถูกยกชั้นฐานขึ้นสูงกว่าระเบียงชั้นนอก แกะสลักผนังบอกเล่าเรื่องราวของกษัตริย์ เชื้อพระวงศ์ ขนบธรรมเนียมประเพณี วิถีชีวิต ที่ล้วนแต่เกี่ยวพันกับราชสำนักหลวงของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ทั้งหมดครับ
.
           ซึ่งภาพสลักหนึ่งบนผนังกำแพงฝั่งตะวันตกของห้องคูหามุขมณฑป มุมทิศตะวันออกเฉียงใต้ แสดงเป็นภาพของ พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 บนบัลลังก์ กลางเรือพระที่นั่ง (ยังไม่ได้สลัก คงเห็นเพียงลายเส้นและหัวนาคประกอบพระแท่นที่ประทับ) พระมเหสีทั้งสองพระองค์ พระนางราเชนทรเทวี (ชยราชเทวี) และพระนางอินทรเทวี พร้อมข้าราชบริพาร ซึ่งมีนางกำนัลคนหนึ่งถือเครื่องบูชาคล้ายรูปกระทงดอกไม้ประดิษฐ์ บนเรือพระที่นั่งในขบวนเรือในการเสด็จพยุหยาตราทางชลมารค ที่มีภาพสลักของเรือลำอื่น ๆ อีกหลายลำ ต่อเนื่องไปบนผนังกำแพงทั้งด้านหน้าและด้านหลัง 
.

          ด้านล่างของภาพสลักเป็นภาพของ “ริมตลิ่ง”ที่มีเหล่าสตรีชั้นสูง ตัวแทนของกษัตริย์ในฐานะ “นางขวัญ” ผู้เป็นตัวแทนของแผ่นดิน (ข้าราชบริพารนางในตามปกติไม่สวมเทริดประดับศีรษะ) กำลังประกอบพิธีที่เกี่ยวเนื่องกับภาพขบวนเรือด้านบน โดยมีภาพของนกกินปลาปากแหลม อย่าง นกกระสา นกกระยาง นกกาน้ำ เกาะอยู่บนต้นไม้พุ่มเตี้ย (ไม้ริมน้ำ) หลายตัว ภาพของฝูงปลานานาชนิด และภาพคนหาปลาที่ล้วนแต่แสดงความเป็นริมฝั่งน้ำ 

.

.

การลอยกระทงดอกบัวพระประทีปที่ริมตลิ่ง (ตามแบบจีน) ในระหว่างเทศกาลฤดูน้ำหลากเดือน 12 ปราสาทบายน

.

           นางขวัญหลายคนในภาพกำลังแสดงการนมัสการ/อัญชลีพร้อมเครื่องบูชาที่เป็น “กระทง”ดอกไม้ประดิษฐ์ เพื่อบูชาอำนาจเหนือธรรมชาติที่เกี่ยวข้องกับ “น้ำ” อย่างชัดเจน โดย นางขวัญคนแรกและคนที่สองได้ลอยกระทงบูชาออกไปแล้ว นางขวัญคนต่อมายังไม่ได้ลอยกระทงออกไป ซึ่งนางขวัญคนสุดท้ายด้านขวาสุดกำลังทำท่ายกกระทงขึ้นและก้มโค้งศีรษะลงมาใกล้กับกระทง แสดงให้เห็นพฤติกรรมของการอธิษฐาน ขอพรจากอำนาจเหนือธรรมชาติ 
.

.

พระนางราเชนทรเทวี (ชยราชเทวี) และข้าราชบริพาร ที่ส่วนท้ายเรือของเรือพระที่นั่ง ตรงกลางยังไม่ได้สลักเป็นภาพของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ด้านล่างเป็นภาพริมตลิ่ง ที่มีคนหาปลา (ชาวประมง) ร่วมแสดงความเคารพต่อพิธีลอยพระประทีปในฤดูน้ำหลาก

.

          ข้ามมาทางซ้ายของภาพยังเป็นภาพของกลุ่มคนหาปลาที่อยู่ห่างออกไป (มีภาพพุ่มไม้และสัตว์เล็กที่อาศัยเขตชายน้ำคั่นไว้) คนหน้าสุดกำลังนั่งลงแสดงการกราบไหว้ความเคารพต่อพิธีกรรม “ลอยกระทงพระประทีป” คนด้านหลังกำลังหาบปลาและคุกเข่าลง ที่บริเวณริมน้ำอยู่ใกล้เคียงกับการลอยกระทง .

.

.

ขบวนเรือและทหารติดตาม เรือพระที่นั่งด้านหลัง

.

.

.

เรือรบและทหารน้ำขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ด้านหน้าเรือพระที่นั่ง

.
          *** ในภาพสลักตามแบบขนบแบบแผนโบราณ ยังไม่มีการพัฒนาเป็นรูปแบบเปอร์สเปคทีฟ (Perspective) จึงยังไม่มีการสลักภาพบุคคลแบบ 3 มิติ ที่จะให้หันหลังมองขึ้นไปด้านบนหรือเห็นเฉพาะด้านหลังกำลังถือกระทงอย่างมีมิติ แต่สลักให้เห็นได้เห็นเพียงทางด้านข้างในแบบ 2 มิติได้เพียงเท่านั้น รูปบุคคลทั้งหมดในภาพด้านล่าง จึงหมายถึงรูปของบุคคบที่กำลังนั่งอยู่ริมตลิ่งและหันหน้าลงไปทางแม่น้ำ รับกับขบวนเรือพยุหยาตรา ครับ
.
          เมื่อพิจารณาภาพสลักบริเวณมณฑปด้านอื่น ๆ ของระเบียงชั้นนอกและระเบียงชั้นสองประกอบกัน ก็จะพบภาพที่เกี่ยวเนื่องกับธรรมเนียมประเพณีหลวงเฉพาะของชนชั้นสูงในราชสำนัก ที่พระเจ้าศรีชัยวรมันที่ 7 ผู้ปกครองอาณาจักรกัมพุชเทศะ จะต้องปฏิบัติตามเพื่อรักษาประเพณีในทุกรอบปักษ์ของปี ซึ่งไม่ใช่ประเพณีพิธีกรรมที่ไพร่ทาสทั่วไปต้องมาร่วมปฏิบัติเป็นจำนวนมาก 
.
          ตัวอย่างเช่น 
          - ภาพพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 และพระมเหสีทั้งสองบนราชรถ ในขบวนเสด็จพยุหยาตรทางสถลมารค

.

.
          - ภาพพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 และพระมเหสีทั้งสองเสด็จออกมหาสมาคม ถือศีลภาวนา โปรยทาน (ภาพพระตรงกลางคือตัวของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 จึงไม่ถูกขูดทำลายออกไป แต่ทำให้ผิวกะเทาะ)  

.

.
           - ภาพพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 และพระมเหสีทั้งสองในการเฉลิมฉลอง มีการขับมโหรี ฟ้อนรำ มีงานพิธีเลี้ยงพระแบบเถรวาท ในภาพที่อยู่ด้านล่าง

.

.
            - ภาพพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 และพระมเหสีทั้งสอง บูชาพระศักติวิษณุ 

.

.
            จากภาพสลักการใช้กระทงดอกไม้ที่มีการจัดรูปเป็นกลีบบัวที่ปราสาทนครธมนี้ แสดงให้เห็นว่า การลอยกระทงพระประทีปในวัฒนธรรมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ผ่านทางเขมรโบราณ) นั้น อาจเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก ๆ ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 18 โดยอาจได้รับอิทธิพลมาจากการลอยกระทงดอกบัวประดับไฟ ในประเพณี “จงหยวนเจี๋ย” ของคนจีน ที่เริ่มเดินทางเข้ามาสู่อาณาจักรกัมพุชะเทศะมากขึ้นมาตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 17
.
               ภาพการลอยกระทงของราชสำนักบายน ไม่ได้เป็นธรรมเนียมปฏิบัติหรือประเพณีของไพร่ทาสราษฎร แต่เป็นประเพณีหลวงที่นิยมเฉพาะภายในราชสำนัก ที่จะมีการปฏิบัติพิธีกรรมตามประเพณีช่วงฤดูกาลน้ำหลากด้วยการลอยกระทงดอกไม้ เฉพาะในกลุ่มคนแคบ ๆ เป็นเรื่องกษัตริย์และเชื้อพระวงศ์ชั้นสูงที่ต้องปฏิบัติเท่านั้น (ขุนนางก็ไม่ปฏิบัติ) ไม่ได้เป็นประเพณีที่แพร่หลายหรือลอยกันได้ทุกคนเหมือนอย่างในยุคหลัง ๆ ที่ประเพณีราชสำนักหลายอย่างได้ลดระดับกลายมาเป็นประเพณีปฏิบัติของราษฎร
.
             จากรายละเอียดของภาพสลักการพยุหยาตราทางชลมารคและพิธีกรรมที่เกี่ยวกับการลอยกระทงดอกบัวพระประทีปที่ปราสาทบายนนี้ จึงชัดเจนว่า ได้เคยมีการปฏิบัติพิธีลอยกระทงที่เป็นประเพณีหลวงในราชสำนักบายนมาแล้วอย่างแน่นนอนครับ
.
.
*

            ** และเมื่อกล่าวถึงการลอยกระทงหรือการประดิษฐ์ดอกไม้เป็นกระทงเพื่อการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในช่วงฤดูน้ำหลากทุ่งของกรุงสุโขทัยในอดีต คงเป็นที่รับรู้กันในปัจจุบันแล้วว่า เมืองสุโขทัยเป็นเมืองรูปสี่เหลี่ยมที่ถูกสร้างขึ้นในวัฒนธรรมเขมร ตั้งแต่ยุคจักรวรรดิบายนสืบเนื่องต่อมาหลายยุคสมัย อิทธิพลทางวัฒนธรรมและประเพณีหลวงของราชสำนักเขมรจึงส่งอิทธิพลต่อรัฐในจักรวรรดิ ทั้งในรัฐขอมสุวรรณปุระ ลวะปุระและที่กรุงสุโขทัยด้วย 
.

.
            ซึ่งการลอยกระทงตามแบบแผนการบูชาอำนาจเหนือธรรมชาติในช่วงปลายฤดูน้ำหลากของสุโขทัยก็จะมีธรรมเนียมปฏิบัติคล้ายคลึงกัน สามารถลอยดอกไม้ในท้องทุ่งน้ำหลาก “ทะเลหลวง” แก้มลิงที่รับน้ำเอ่อล้นมาจากจากภูเขาตะวันตกก่อนระบายลงสู่ลำน้ำยม ไม่ใช่การลอยกันในตระพังน้ำภายในเมือง ซึ่งก็อาจมีประเพณีการลอยกระทง (บูชาดอกไม้และตามประทีป) ในตระพัง ช่วงการบูชาอื่น ๆ ตามประเพณีความเชื่อของตระกูลไท – ลาว หรือประเพณีทางพุทธศาสนาสายเถรวาทที่ลงมาจากพุกาม ลังกาและเชียงใหม่ ซึ่งคติการลอยดอกไม้นี้อาจแตกต่างไปจากประเพณีแบบดั้งเดิมของราชสำนักบายนแล้ว
.
             ถึงแม้ว่าการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ด้วยดอกไม้ประดิษฐ์รูปแบบต่าง ๆ เช่น อุบะ มาลัยพวง มาลัยสาย รวมทั้งการจัดเป็นชุดกระทงรูปแบบต่าง ๆ จะไม่ได้กระทำโดยไพร่ฟ้าหน้าใส แต่ถึงอย่างไรในช่วงปลายฤดูน้ำหลาก กลุ่มผู้ปกครองที่กรุงสุโขทัยก็จะมีประเพณีที่รับมาจากวัฒนธรรมเขมร แปรเปลี่ยนรายละเอียดมาเป็นรูปแบบเฉพาะของผู้คนสุโขทัย
.
           ภาพของลวดลายกระทงดอกไม้ที่ประดิษฐ์แบบยกชั้นเป็นแท่นนกสูงประดับด้วยดอกบัวตูม ลอยอยู่เหนือเส้นคลื่นน้ำที่ก้นชามสังคโลกใบหนึ่ง (เป็นของแท้ ดูง่าย) ก็เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่ได้แสดงให้เห็นว่าเป็นสิ่งสำคัญในความรับรู้ชองผู้คนสุโขทัยในยุคหลังวัฒนธรรมเขมร เพราะภาพที่เขียนที่ก้นชามสังคโลกนั้น ตามปกติจะนิยมเขียนเป็นภาพปลาและดอกไม้มงคล ซึ่งภาพปลานั้นก็มีทั้งปลาพ่นน้ำ ปลาคู่ ปลาหลายตัวและปลากับน้ำ ก็ล้วนแต่แสดงคติความเชื่อของคนสุโขทัย ที่เกี่ยวเรื่องโดยตรงกับความอุดมสมบูรณ์ของปลาที่ต้องอยู่ในน้ำ โดยเฉพาะปลาที่มาในหน้าน้ำหลากที่มีมากมาย และพรรณไม้ดอกไม้ที่แทนความหมายของความเจริญรุ่งเรือง 
.

.
           ซึ่งภาพของกลุ่มดอกไม้จัดรูปเป็นกระทงที่ก้นชามสังคโลกใบนั้น ก็คือภาพของสิ่งของมงคลที่เกี่ยวข้องกับความอุดมสมบูรณ์ ผสมผสานความสำคัญ (ศักดิ์สิทธิ์) ในมโนภาพของผู้คนในสังคมสุโขทัยโบราณ ก็คือกลุ่มดอกไม้ที่หมายความถึง “กระทงดอกไม้ที่ลอยอยู่ในน้ำเพื่อการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์” นั่นเองครับ
.
              ถ้าภาพสลักที่ปราสาทบายนคือการลอยกระทงในคติการบูชาน้ำ ในช่วงฤดูน้ำหลากเดือน 12 โดยใช้กระทงดอกไม้แทนความหมายของความเป็นมงคล” (สวย งาม สว่าง หอม) ในการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่ออำนวยให้เกิดความอุดมสมบูรณ์ของบ้านเมืองแล้ว ภาพหมู่ดอกไม้จัดเป็นกระทง ลอยเหนือเส้นคลื่นน้ำของชามสังคโลกที่แสดงอยู่ที่ เรือนนพมาศ ก็คือ ภาพมงคลเพื่อการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อความอุดมสมบูรณ์ของกรุงสุโขทัยไม่ต่างกัน 
.

.
            นั่นก็คือ มีการลอยกระทงในกรุงสุโขทัย ตั้งแต่บ้านเมืองยังเป็นวัฒนธรรมเขมรยุคบายน (เพราะที่นครธมก็มี) และยังส่งต่อประเพณีการบูชาน้ำเพื่อความอุดมสมบูรณ์มาสู่ ผู้ปกครองรุ่นใหม่ลูกผสม ไท - ลาว – เขมร ของกรุงสุโขทัย (อยุธยา ละโว้ สุวรรณภูมิ เชียงใหม่ - ผสมกันกับ มอญ - จีน ที่กรุงเทพ) ในช่วงเวลาต่อมาอีกด้วยครับ

.

วรณัย พงศาชลากร





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

งานวันผู้ไทโลก ครั้งที่ 8

งานวันผู้ไทโลก เท่อที่ 8 "พระธาตุศรีมงคลงามสง่า บูซาเจ้าปู่มเหศักดิ์ โฮมฮักผู้ไทโลก" วันที่ 4 - 6 เมษายน 2560 ณ อำเภอวาริชภูมิ จังหวัดสกลนคร

View All
<< พฤศจิกายน 2018 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  



[ Add to my favorite ] [ X ]