• ศุภศรุต
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : jeabvoranai@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-28
  • จำนวนเรื่อง : 224
  • จำนวนผู้ชม : 2201480
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1574 คน
วรณัย พงศาชลากร
เรื่องราวทางมานุษยวิทยา ประวัติศาสตร์ โบราณคดี สหวิทยาการและมุม Gossip
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/voranai
วันพฤหัสบดี ที่ 23 พฤษภาคม 2562
Posted by ศุภศรุต , ผู้อ่าน : 480 , 11:13:04 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

          พระศิวะ (Shiva) ในคติความเชื่อของศาสนาพราหมณ์-ฮินดูจากวัฒนธรรมอินเดียโบราณนั้น อาจเริ่มต้นขึ้นจากรูปบุคคลสวมเขาสัตว์อยู่บนศีรษะ นั่งในท่าโยคะ ที่ปรากฏภาพสลักบนแผ่นหินตราประทับ (Seals) อายุประมาณ 5,000 ปี จากเมืองโมเฮนโจดาโร (Mohenjo-daro) ในลุ่มน้ำสินธุ
.

.

          พระนามของพระศิวะที่เก่าแก่ที่สุด คือ พระรุทระ” (Rudra) หมายถึง ผู้แผดเสียงร้องคำราม หรืออาจแปลว่า ดุร้าย ร้ายกาจ ปรากฏใน “คัมภีร์ฤคเวท” (Rig Veda) เมื่อราว 3,500 - 4,000 ปี มาแล้วครับ

.
          คัมภีร์พระเวทในช่วงเวลาต่อมากล่าวว่า พระรุทระนั้นเป็นเจ้าแห่งเพลง เป็นเจ้าแห่งการบูชาไฟ สว่างรุ่งเรืองเหมือนพระอาทิตย์ ประดุจดั่งพระอัคนีเทพ ส่วนคัมภีร์อาถรรพเวทกล่าวว่า พระรุทระมีพระนามว่า “ปศุปติ” ทรงเป็น “ผู้เป็นใหญ่แห่งปศุ”(สรรพสัตว์) มีร้อยกรพันเนตรดั่งพระอินทรา พระองค์เป็นผู้สร้างโลกทั้งมวลขึ้น 
.
           ในคัมภีร์พรหมาณฑปุราณะกล่าวว่า เมื่อเริ่มต้นกัลป์ หลังจากการสร้างโลกของพระพรหม ได้เกิดมีเด็กผิวสีน้ำเงินเข้มกำเนิดขึ้นบนตักของพระพรหมที่กำลังทำสมาธิอยู่แล้วออกวิ่งร้องไห้เสียงดังไปรอบ พระพรหมจึงตั้งชื่อเด็กว่า “รุทร” แต่เด็กยังร้องขอชื่ออีก 7 ครั้ง พระพรหมจึงตั้งชื่อให้อีก 7 ชื่อ ทำให้พระรุทรได้พระนามถึง 8 พระนาม คือ ภว ศรรวะ ปศุปติ อุคร มหาเทพ รุทร อิศาน และอศนิ และมอบพลังหรือ “มูรติ” (Murti) ทั้ง 8 ที่หลอมรวมเป็นองค์พระศิวะ คือพระอาทิตย์ พระจันทร์ (ผู้กำหนดกาลเวลา) เปลวไฟที่จุดขึ้นเพื่อบูชา พิภพ (ดิน เชื้อพื้นฐานของทุกชีวิต) น้ำ (ธาตุแรกที่พระพรหมา ผู้สร้างโลกสร้างขึ้น) อากาศธาตุ (แทรกซึมอยู่ทั่วจักรวาล) ของเหลวที่ระเหยได้อย่างรวดเร็ว (ลม สิ่งมีชีวิตใช้หายใจ) พราหมณ์ผู้ทำพิธี และยังมอบเทวี 8 องค์ สุวรจลา อุษา วิเกศี ศิวา สวาหา ทิศา ทิกษา และโรหิณี ให้เป็นชายาแก่ทุกพระนามมูรติ

.

.
           ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 7 – 8 ภายหลังการเกิดขึ้นของ “คณะอิศวร” (Ishvara - Īśvara) ผู้บูชาพระศิวะขึ้น อย่างเป็นรูปธรรมในสมัยราชวงศ์กุษาณะ (Kushan) พระนามแห่ง “พระศิวะ” ที่หมายความถึงความกรุณา หรือการชำระชีวิตให้บริสุทธิ์ ได้รับความนิยม ถูกนำมาใช้แทนพระรุทร ดังปรากฏพระนาม "ศิโวมฺสวหะ" (ข้าคือศิวะ) อยู่ในคัมภีร์ศิวอาคมและคัมภีร์ศิวอุปนิษัทครับ 
.
          ซึ่งต่อมาคณะอิศวรได้พัฒนามาเป็นคณะ “ไศวนิกาย” (Shaivism) ปรากฏพระนามและเรื่องราวปกรณัมของพระศิวะอย่างชัดเจนในคัมภีร์ปุราณะของฝ่ายไศวนิกายทั้งห้าคัมภีร์ คือ ลิงคปุราณะ ศิวปุราณะ สกันทปุราณะ กูรมปุราณะและพรหมาณฑปุราณะ รวมทั้งคัมภีร์อัคนิปุราณะ 
.
          พระศิวะในความรับรู้มาจนถึงในปัจจุบัน ที่ทรงมีพระมเหสีคือพระนางปารวตี(อุมา) มีพระโอรสคือพระคเณศ (พระพิฆเนศวร) และพระสกันทกุมาร (พระขันธกุมาร) ประทับบนเขาไกรลาส (หากเสด็จลงมายังโลกมนุษย์จะประทับที่เมืองพาราณสี) มีโคนนทิเป็นพาหนะ จึงได้ปรากฏเรื่องราวอย่างชัดเจนและถูกผู้ศรัทธายกย่องขึ้นเป็นหนึ่งในสามของเทพเจ้าสำคัญของศาสนาพราหมณ์ – ฮินดู หรือเป็นมหาเทพที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในคติไศวะนิกาย ในช่วงสมัยราชวงศ์กุษาณะและช่วงต้นราชวงศ์คุปตะ ราวพุทธศตวรรษที่ 8 เป็นต้นมาครับ 
.
          ลัทธิไศวะนิกาย-ปศุปตะ ในอินเดียใต้นิยมสร้างประติมากรรมลอยตัวในรูป “ศิวลึงค์” อันหมายถึงเครื่องเพศชายแห่งพระศิวะเป็นรูปเคารพที่สำคัญ ถือเป็นต้นกำเนิดและการดำรงอยู่ของสรรพชีวิตในโลก อำนวยความอุดมสมบูรณ์ของพื้นแผ่นดินและพืชพันธุ์ธัญญาหาร คติความเชื่อของไศวะนิกายตั้งแต่แรกเริ่มจึงให้ความสำคัญกับการบูชารูปศิวลึงค์มากกว่าประติมากรรมนูปบุคคล 
.
            ในคัมภีร์ปุราณะของฝ่ายไศวะกำกับไว้ว่า ศิวลึงค์นั้นคือตัวแทนของพระศิวะตามประสงค์ขององค์มหาเทพ ที่ประทานรูปศิวลึงค์อันเป็นอวัยวะเพศชายของพระองค์ให้กับเหล่าสาวกผู้ศรัทธาได้สักการบูชาแทนพระองค์ โดยมหาเทพจะถอดดวงพระทัยและดวงพระวิญญาณขององค์พระมาสถิตไว้ เพื่อคุ้มครองและอำนวยพรให้กับผู้ที่สักการบูชาพระองค์ทุกคน 
.
           ในช่วงปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรม Indianization จากอินเดียใต้สู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งแต่ราวพุทธศตวรรษที่ 5 -10 เป็นต้นมา รูปประติมากรรมในคติไศวนิกายจากอินเดียใต้ที่นำเข้ามาสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะพบแต่รูปลักษณ์ของแท่งศิวลึงค์ประกอบฐานโยนีโทรณีแทบทั้งหมด แทบไม่พบประติมากรรมพระศิวะในรูปแบบของมนุษย์เลยครับ
.
          แต่ยังมีรูปประติมากรรมพระศิวะแบบรูปบุคคลชิ้นหนึ่ง แตกหักชำรุดส่วนล่าง จัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์กีเมต์ (Musée Guimet) ประเทศฝรั่งเศส ที่อาจเป็นรูปพระศิวะที่มีความเก่าแก่ที่สุดที่พบในประเทศไทย อายุในราวพุทธศตวรรษที่ 12 เป็นรูปของพระศิวะ ในปาง “มหาโยคีทักษิณามูรติ” (Maha Yogi Dakshinamurti ) ในความหมายของผู้ทรงเป็นครูแห่งฤๅษีมุนีทั้งปวง

.

.
             ในงานศิลปะตามปกรณัม มหาโยคีทักษิณามูรติจะปรากฏเป็นภาพของพระศิวะในเพศมหาโยคีหรือมหาฤๅษีประทับนั่งใต้ต้นไทร อันเป็นสัญลักษณ์แห่งปัญญาและชีวิต ซึ่งรูปประติมากรรมนี้แสดงเป็นภาพของแท่งโค้งฝักเพกา 5 แท่ง 3 แถว มีรูปวัวนนทิประกอบด้านขวา พระพักตร์มีสามพระเนตร ส่วนพระเกศากลมล้อมพระเศียร ถักเปียปลายหยักม้วน ไม่มีมวยผม มีพระจันทร์เสี้ยวประดับ สวมกุณฑล ส่วนพระวรกายคาดผ้ารัดพระองค์ในระดับสูงกว่าพระโสณี ม้วนทบแล้วทิ้งชายผ้าเป็นหางยาว พระหัตถ์ขวาถืออักษมาลา (Rudraksha Mala) หรือลูกปะคำ พร้อมกับแสดง“วรทมุทรา” (Varada Mudra) หรือการประทานความรู้ให้ พระหัตถ์ซ้ายแสดง “จนานะมุทรา” (Jnana Mudra) ในความหมายของการสั่งสอนและถือหม้อน้ำนักบวชโยคะ ? ไปพร้อมกันครับ
.
         ซึ่งรูปแบบของประติมากรรมพระศิวะนี้ มีลักษณะที่คล้ายคลึงกับภาพสลักพระศิวะนูนต่ำจากถ้ำโพธิสัตว์ ในหุบเขาเขตตำบลทับกวาง อำเภอแก่งคอย สระบุรี ทั้งการถืออักษมาลาแบบหงายมือ ทรงผมกลมรอบพระเศียรและการผูกผ้ารัดพระองค์เหนือพระโสณีทิ้งปลายเป็นชายยาว คล้ายคลึงกับงานศิลปะนิยมในยุคปลายของศิลปะคุปตะ-อมราวดี ในแคว้นอานธระ (Andhra) ของอินเดียใต้ ในช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ 11

.


.
          ภาพสลักพระศิวะนูนต่ำ ประทับนั่งแบบยกขาเดียวขึ้นมาไขว้บนอาสนะแบบลลิตาสนะ พระหัตถ์ขวาแสดงการตอบรับ พระหัตถ์ซ้ายถือสายอักษมาลา ปรากฏจุฑามณีรูปจันทร์เสี้ยวที่มวยพระเกศา นุ่งผ้าเตี่ยว คาดผ้ารัดพระโสณีรูปโค้งห้อย ม้วนทบเป็นหูแล้วทิ้งชายผ้า ปลายเป็นหางปลา อันเป็นเอกลักษณ์การนุ่งผ้าของชนชั้นสูงแบบอินเดีย ในแคว้นอานธระ 

.


.
         ภาพสลักที่ผนังถ้ำพระโพธิสัตว์นี้ จึงเป็นภาพพระศิวะในรูปบุคคล (แบบนูนต่ำ) ที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทยครับ
.
            ตัวอย่างของภาพสลักพระศิวะในปางมหาโยคีทักษิณามูรติที่แสดงการปล่อยผมแบบถักเปีย เป็นภาพสลักของพระศิวะประทับในท่ามกลางเหล่าสรรพสัตว์ ที่ผนังเทวาลัยไกรลาสนาถ (Kailasanathar Temple) เมืองกาญจีปุรัม (Kanchipuram) รัฐทมิฬนาฑู (Tamil Nadu) เมืองหลวงแห่งอาณาจักรปัลลวะ อายุในช่วงกลางพุทธศตวรรษที่ 13
.

.

ประติมากรรมพระศิวะปางมหาโยคีทักษิณามูรติที่พบจากประเทศไทย จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์กีเมต์ชิ้นนี้ และภาพสลักนูนต่ำที่ถ้ำพระโพธิสัตว์ อาจนับว่าเป็นพระศิวะในรูปบุคคลที่มีเก่าแก่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วยครับ
.
.
โอม นะมะศิวะ
โอม นะมะศิวะ
โอม นะมะศิวะ





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

งานวันผู้ไทโลก ครั้งที่ 8

งานวันผู้ไทโลก เท่อที่ 8 "พระธาตุศรีมงคลงามสง่า บูซาเจ้าปู่มเหศักดิ์ โฮมฮักผู้ไทโลก" วันที่ 4 - 6 เมษายน 2560 ณ อำเภอวาริชภูมิ จังหวัดสกลนคร

View All
<< พฤษภาคม 2019 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  



[ Add to my favorite ] [ X ]