• ศุภศรุต
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : jeabvoranai@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-28
  • จำนวนเรื่อง : 230
  • จำนวนผู้ชม : 2363325
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1574 คน
วรณัย พงศาชลากร
เรื่องราวทางมานุษยวิทยา ประวัติศาสตร์ โบราณคดี สหวิทยาการและมุม Gossip
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/voranai
วันจันทร์ ที่ 21 กันยายน 2563
Posted by ศุภศรุต , ผู้อ่าน : 193 , 11:19:24 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ป้อมกัยยอร์คารา – มาร์เกียน่า (เมิร์ฟ) ประเทศเติร์กเมนิสถาน
.
.
.
          “มาร์เกียโอเอซิส” หรือ “โอเอซิสแห่งเมิร์ฟ” (Margian Oasis - Oasis of Merv) ตั้งอยู่ในเขตเมืองมารี่ (Mary) ดินแดนโอเอซิสขนาดใหญ่กลางทะเลทรายคาราคุม (Kara Kum Desert) ประเทศเติร์กเมนิสถาน (Turkmenistan) เป็นจุดกึ่งกลางสำคัญของ “เส้นทางแพรไหม” (Silk Road) ระหว่างดินแดนแคว้นเบคเตรีย (Bactria) จากฝั่งตะวันออก (เส้นทางต่อไปสู่อาณาจักรจีน) กับดินแดนซอกเดียน่า (Sogdiana) ทางตะวันตก ที่จะลงไปสู่ดินแดนเปอร์เซีย-อาร์เคเมนิด (Achaemenian) ออกสู่ทะเลเมดิเตอริเนียน
.
           ในช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ 3 เมื่อ “พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช" (Alexzander The Great) นำกองทัพชาวมาซีโดเนีย แห่งจักรวรรดิกรีกเซเลอูซิส (Seleucid Empire) ข้ามทะเลอีเจี้ยนเข้าโจมตีเอเชีย เปิดมหาสงครามกับจักรวรรดิเปอร์เซีย และเข้ายึดครองดินแดนเบคเตรียตามเส้นทางแม่น้ำโอซุส (อาบูดาร์ยา - Amu Darya) ชาวกรีกไอโอเนียนที่ปกครองนครเบคเตรีย (Graeco-Bactrian) ได้สร้างเมือง “อเล็กซานเดรีย มาร์เกียน่า” (Alexandria Margiana) ขึ้นที่โอเอซิสแห่งเมิร์ฟ ที่ปัจจุบันคงเหลือเพียงซากเนินดินรูปวงกลมขนาดใหญ่ขนาด 420 * 510 เมตร สูงกว่า 40 เมตร ที่เรียกว่า “เอิร์ก คารา” (Erk Kala) ปรากฏร่องรอยของซากรากฐานพระราชวัง จัตุรัสกลางเมืองและที่ตั้งของชุมชนครับ
.
.
แผนที่แสดงเมืองที่สร้างขึ้นในอิทธิพลของอาณาจักรกรีกเบคเตีย โดยเฉพาะในเขตลุ่มแม่น้ำโอซุสหรืออาร์มูดายา
.
          ภายหลังการเกิดขึ้นของเส้นทางแพรไหม “ถนนไปสู่นครซามาร์คานด์” (Road to Samarkand) หรือ “ถนนสายเหนือ” (Northern Route) ขึ้นในช่วงกลางพุทธศตวรรษที่ 4 นครอเล็กซานเดรีย มาร์เกียน่า ตกไปอยู่ในอำนาจของราชวงศ์ศกะ - ไซเธียน (Saka Scythian) ซึ่งต่อมาในช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ 5 จักรวรรดิปาเธี่ยน (Pathain Empire) จากเปอร์เซีย ได้เข้ามามีอิทธิพลครอบครองดินแดนมาร์เกียโอเอซิส ต่อมาราชวงศ์เปอร์เซียซัสเซเนียน (Sasanian) ได้เข้ามาปกครอง ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 8 - 12 และได้สร้างเมืองรูปสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ขนาด 1980 * 1900 เมตร ขยายมาทางทิศใต้ ซ้อนเมืองกรีกไอโอเนียเดิม เรียกชื่อว่า “ป้อมกัยยอร์คารา” (Gyaur Kala)
.
.
เมืองเมิร์ฟโบราณ หรืออเล็กซานเดรีย มาร์เกียน่า เมืองรูปวงกลมคือป้อมเอิร์กคารา ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ยุคกรีกเบคเตรีย
.
          ในช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ 12 ราชวงศ์อิสลาม-ซามานิดส์ (Samanid dynasty) อาณาจักรลูกครึ่งเติร์กและอาหรับได้ขยายอิทธิพลเข้ามาครอบครองนครเมิร์ฟ จนถึงช่วงพุทธศตวรรษที่ 16 ราชวงศ์เติร์ก - เซลจุค (Great Seljuks Empire) ได้ใช้นครเมิร์ฟ-มาร์เกียน่าเป็นเมืองหลวงของอาณาจักร จนถึงปี พ.ศ. 1764 เมืองเมิร์ฟ ได้ถูกทำลายโดยกองทัพมองโกล (Mongols) ที่นำทัพโดย “โจชิ” (Jochi) บุตรคนโตของ “เตมูจิน” หรือ “เจงกีสข่าน” (Genghis Khan) ประมาณว่ามีผู้เสียชีวิตในสงครามครั้งใหญ่นี้กว่า 220,000 คน เมืองเมิร์ฟ - มาร์เกียน่า โบราณจึงถูกทำลายอย่างย่อยยับจนเป็นเมืองร้าง ไม่มีผู้คนอาศัยมาตั้งแต่ครั้งนั้นครับ
.
.
เมืองป้อมกัยยอร์คารา มีสังฆารามทางพุทธศาสนาตั้งอยู่บริเวณมุมทิศตะวันออกเฉียงใต้
.
-------------------------------------------------------------
            *** ด้วยดินแดนมาร์เกียโอเอซิส หรือนครเมิร์ฟ ตั้งอยู่บนเส้นทางแพรไหม เส้นทางการค้าระหว่างโลกตะวันตกและตะวันออก จึงเป็นชุมทางตลาดการค้าขนาดใหญ่ใจกลางเอเชียที่มีผู้คนหลากหลายเชื้อชาติ อาชีพและสินค้ามากมายมาซื้อขายแลกเปลี่ยน มีผู้คนหลากหลายความเชื่อผ่านเข้ามาอยู่อาศัยร่วมกันเป็นจำนวนมาก จึงได้มีการสร้างอาคารศาสนาสถานตามความเชื่อของแต่ละกลุ่ม ทั้งลัทธิโซโรอัสเตอร์ (Zoroastrians) ของชาวซอกเดี้ยน ศาสนามาณีกี (Manicheans) ของชาวซัสเซเนียน คริสต์ศาสนานิกายเนสตอเรียน (Christians Nestorian) จากคอนสแตนติโนเปิล ศาสนาพุทธ (Buddhists) ของชาวจีน – โขตานและคันธาระจากอิทธิพลเส้นทางแพรไหม ศาสนายูดาห์-ยิว (Judaism Jews) และศาสนาอิสลาม (Islamic) ในยุคชาวเตอร์ก-อาหรับ
.
         ในช่วงปลายสุดของพุทธศตวรรษที่ 13 บันทึกของ “ดูฮวน” (Du Huan) นักเขียนการเดินทางชาวจีน ได้เคยเดินทางมายังเมืองโมลู (Mo-lu) เมิร์ฟ ในยุคราชวงศ์ถัง ได้กล่าวว่า ยังคงมีสังฆารามทางพุทธศาสนา (Buddhist Monastery) อยู่ภายในเมืองครับ
.
.
ภาพลายเส้นสันนิษฐาน สังฆารามที่ป้อมกัยยอร์คารา
ภาพ Inscribed Buddhist Tablets from Merv โดย STEFAN BAUMS 2009
.
          การขุดค้นศึกษาทางโบราณวิทยา บริเวณเนินดินขนาดใหญ่มุมตะวันออกเฉียงใต้ภายในเมืองป้อมกัยยอร์คารา โดย V. M. Masson ในปี พ.ศ. 2493 และTurkmenistan Archeological Complex Expedition ในปี พ.ศ. 2505 ได้พบซากของสังฆารามในพุทธศาสนาขนาดใหญ่ ซากสถูป ชิ้นส่วนพระพุทธรูปและสิ่งของเครื่องใช้จำนวนมาก จากการศึกษาชั้นดินระบุว่า สังฆารามแห่งนี้เริ่มสร้างขึ้นครั้งแรกในช่วงพุทธศตวรรษที่ 10 – 11 ภายหลังการรุกรานของกลุ่มสหชนเผ่าฮุนขาว-เอฟทาไลท์ (White Huns - Ephthalite) โดยได้มีการสร้างสถูปประธานขนาดใหญ่ บนฐานความกว้างยาวประมาณ 15.6 × 15.4 เมตร มีอาคารก่อกำแพงแยกเป็นห้องมุงหลังคาด้วยเครื่องไม้และกระเบื้อง พบเศียรพระพุทธรูปปั้นด้วยดินเหนียวในสภาพถูกทำลาย ขนาดสูง 75 เซนติเมตร ฝังอยู่ใกล้กับตัวสถูป รวมทั้งยังพบภาชนะดินเผาลงสี (ปัจจุบันเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์แห่งชาติอาชกาบัต - National Museum of Turkmenistan) และพระพิมพ์ดินเผา ขนาด 13.2 × 12.6 เซนติเมตร (ปัจจุบัน เก็บรักษาไว้ที่ Samarkand State University)
.
.
พระพุทธรูปดินปั้น ศิลปะแบบราชวงศ์โขตาน ขนาดความสูง 75 เซนติเมตร
ที่ขุดพบจากเนินดินสังฆารามป้อมกัยยอร์คารา ประเทศเติร์กเมนิสถาน เมื่อปีพ.ศ. 2505
ภาพ Matteo Compareti
.
           พุทธศิลป์บนพระพิมพ์ดินเผา (Terracotta Buddhist Votive Tablet) 2 องค์ ที่พบจากซากสังฆาราม ป้อมกัยยอร์คารา เป็นรูปพระพุทธเจ้าสวมเสื้อคลุมและเครื่องประดับ (พระพุทธเจ้าไวโรจนะ - Vairocana Dhyāni Buddha) นั่งขัดสมาธิเพชรบนปัทมอาสน์ พระหัตถ์ขวายกขึ้น สวมมงกุฏเทริดกลีบบัว ขนาบข้างด้วยพระเจดีย์ (อดีตพระพุทธเจ้า) และรูปบุคคล (พระโพธิสัตว์ไมเตรยะ- Maitreya) ล้อมรอบด้วยอักษร พราหมี (Brāhmī) ภาษาสันสกฤต 7 ข้อความ เป็นพระคาถา เหตุแห่งธรรม- ธรรมเหตวา (Dharmahetavaḥ) หรือพระคาถา “เย ธมฺมา” 3 ข้อความ อีก 4 ข้อความ เป็นพระสูตร โพธิปักขิยธรรม (Bodhipakṣika Dharma) ซึ่งเป็นงานศิลปะและคติพุทธศาสนาแบบมหายาน ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 12 ที่นิยมในอาณาจักรโขตาน (Khotan – Yutian) เอเชียกลาง (เขตเทือกเขาคุนลุนและปามีร์ มณฑลซินเจียงในปัจจุบัน) ครับ
.
.
พระพิมพ์ดินเผาที่มีพระคาถา "เยธฺธมา ฯ" ในคติและศิลปะแบบมหายานของราชวงศ์โขตาน ช่วงพุทธศตวรรษที่ 12
ที่พบจากซากสังฆาราม
ภาพ : Inscribed Buddhist Tablets from Merv โดย STEFAN BAUMS 2009
.
          สังฆารามพุทธศาสนาที่เมืองเมิร์ฟ คงได้รับการอุปถัมภ์จากราชวงศ์ซัสเซเนียน มาจนถึงต้นพุทธศตวรรษที่ 13 จนเมื่อราชวงศ์ซามานิดส์ ที่นับถืออิสลามอย่างเข้มข้นได้เข้ามาปกครอง สังฆารามพุทธศาสนาในเขตเส้นทางแพรไหมได้ถูกกลั่นแกล้งเบียดเบียน ถูกเข้ายึดครอง ขับไล่พระภิกษุโดยกลุ่มความเชื่อที่แตกต่างกันหลายครั้ง
.
           สังฆารามกัยยอร์คารา ได้ถูกทิ้งร้างไปในช่วงกลางพุทธศตวรรษที่ 13 – ต้นพุทธศตวรรษที่ 14 และถูกเผาทำลายอย่างย่อยยับไปพร้อมกับเมืองเมิร์ฟ ในช่วงกลางพุทธศตวรรษที่ 18 ครับ
.
.
สภาพของยอดสถูป ภายในสังฆาราม ในปัจจุบัน
ภาพ John Falconer 2013
.
-------------------------------------------------
          *** สังฆารามที่ป้อมกัยยอร์คารา นับเป็นพระอารามในพุทธศาสนาขนาดใหญ่ ที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกสุด ของเส้นทางแพรไหม ในเอเชียกลาง
.
           ในปี พ.ศ. 2531 กลุ่มซากโบราณสถานในเขตเมืองเมิร์ฟโบราณ “Ancient Merv” อันประกอบด้วย ป้อมเอิร์กคารา (Erk Kala), ป้อมกัยยอร์คารา (Gyaur Kala), ป้อมสุลต่าน (Sultan Kala), ป้อมอับดุลลาข่านคารา (Abdulla Khan-Kala), ป้อมไบรามอารีข่านคารา (Bairam-Ali Khan-Kala), ป้อมเกรทเตอร์คิชคารา (Greater Kyz Kala), ป้อมลิตเติลคิซคารา (Litter Kyz Kala) ได้รับการคุมครองเป็น “อุทยานประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งรัฐ” (State Historical and Cultural Park) และในปี พ.ศ. 2542 ได้รับการขึ้นชื่อในรายการรอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกขององค์กรยูเนสโก้ (UNESCO World Heritage site) ครับ
.
.
.
วรณัย พงศาชลากร
EJeab Academy
เพราะทุกที่มีเรื่องราวและเรื่องเล่า
19 /9/2563
.
.
 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

งานวันผู้ไทโลก ครั้งที่ 8

งานวันผู้ไทโลก เท่อที่ 8 "พระธาตุศรีมงคลงามสง่า บูซาเจ้าปู่มเหศักดิ์ โฮมฮักผู้ไทโลก" วันที่ 4 - 6 เมษายน 2560 ณ อำเภอวาริชภูมิ จังหวัดสกลนคร

View All
<< กันยายน 2020 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      



[ Add to my favorite ] [ X ]