*/
  • เมื่อคิดถึงกัน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nanthinee.bizz@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-08-07
  • จำนวนเรื่อง : 196
  • จำนวนผู้ชม : 615512
  • จำนวนผู้โหวต : 149
  • ส่ง msg :
  • โหวต 149 คน
ออกสู่ท้องทะเลด้วยตนเอง

พี่ภูมิกับครั้งแรกของการบังคับเรือใบเพื่อออกสู่ท้องทะเลด้วยตนเอง

View All
<< พฤศจิกายน 2015 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 26 พฤศจิกายน 2558
Posted by เมื่อคิดถึงกัน , ผู้อ่าน : 1946 , 00:07:41 น.  
หมวด : ไดอารี่

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน BlueHill , กระเจี๊ยบ โหวตเรื่องนี้

ก่อนอื่นใด..แม่นันและน้องภามขอนำบุญใหญ่จากแดนพุทธภูมิ อินเดีย มาฝากทุกท่านค่ะ..

 

ใช่ค่ะ..น้องภาม (คุณเซอ) และแม่นันเพิ่งกลับจากค่ายต่างประเทศของเด็กนักเรียนโรงเรียนสยามสามไตร ที่กำลังจะจบการศึกษาปีที่ ๖ (ค่ายจาริกบุญ) ณ แดนพุทธคยา อินเดียมาค่ะ แต่ละปีธรรมะก็จัดสรรต่างกันไป สี่ปีที่แล้ว..รุ่นพี่ภูมิ เด็กๆ ได้ไปถวายพระไตรปิฎกที่ประเทศพม่า ครั้งนั้นก็ทำเอาแม่นันปลาบปลื้มมาทีนึงแล้ว ครั้งนี้ธรรมะก็จัดสรรให้น้องภามและเพื่อนๆ ได้ไปถึงสี่สังเวชนียสถาน สถานที่ที่องค์พระสัมมาสัมพุทธพุทธเจ้าประสูติ ตรัสรู้ ปฐมเทศนา และปรินิพพาน  ถือเป็นบุญของเด็กๆ และผู้ปกครองมากค่ะ..  ๑๐ วัน กับการเดินทางสู่แดนพุทธภูมิของเด็กๆ จะเป็นอย่างไร แม่นันขอบันทึกบุญ และแบ่งปันประสบการณ์การเดินทางในอินเดียมาฝากกันค่ะ ตั้งแต่วันแรกเลยค่ะ กรุงเทพฯ - คยา - พุทธคยา 

การเดินทางครั้งนี้แม่นันไปกับน้องภามค่ะ จริงๆอยากไปกันทั้งบ้าน แต่ติดตรงที่พ่อตู่ไม่สามารถลางานติดกันได้ขนาดนี้ ส่วนพี่ภูมิก็ติดเรียน (บ่นอยากไปสี่สังเวย์มากๆ เลยมามี้) ยิ่งได้ดูซีรีย์พระพุทธเจ้าฯ ยิ่งอยากไปเห็นสถานที่จริง)...

คณะเราออกเดินทางกับบริษัททัวร์ที่ทางโรงเรียนใช้เป็นประจำทุกปี ด้วยสายการบินไทย นำโดยพระครูบาอาจารย์ พระมหาประนอม ธรมาลังกาโร รองเจ้าอาวาสวัดจากแดง และพระสงฆ์จากวัดสุนันทวนาราม วัดธรรมมงคล วัดประยูรวงศาวาส และพระธรรมทูตไทยประจำอยู่ที่อินเดีย  เด็กๆ คณะครูผู้ดูแล และผู้ปกครอง..พวกเราพร้อมกับการเดินทางครั้งนี้มากค่ะ ร่วมแรงร่วมใจเพื่องานบุญนี้ตั้งแต่สามเดือนที่แล้วค่ะ โชคดีมากๆที่ซีรี่ย์พระพุทธเจ้ามหาศาสดาโลกออกอากาศในปีที่เด็กๆ ต้องเดินทางไปสี่สังเวย์พอดี ทำให้เราสี่คนพ่อแม่ลูกเก็บซีรีย์จากยูทูปกันทุกคืนเลยค่ะ ยิ่งดูก็ยิ่งซาบซึ้ง..บางคืนถึงกับขอนอนกันในห้องรับแขกเพื่อการนี้โดยเฉพาะ...

เราใช้เวลาเดินทางประมาณสามชั่วโมงกว่าๆ ถึงท่าอากาศยานนานาชาติ เมืองคยา รัฐพิหาร ประเทศอินเดียประมาณบ่ายสามกว่าค่ะ ต่อจากนั้นก็นั่งรถโค้ชปรับอากาศสู่พุทธคยา คณะเราพักกันที่ โรงแรม พุทธคยารีเจนซี่ (Bodhgaya Regency) เป็นเวลาสามคืนค่ะ

เมื่อได้กุญแจห้องกันแล้ว ต่างแยกย้ายกันขึ้นไปทำธุระ ล้างหน้าล้างตากันพอสดชื่น ก็ลงมาถวายน้ำปานะให้พระครูบาอาจารย์

และทานอาหารกันก่อนจะออกเดินทางไปกราบไหว้หลวงพ่อพระพุทธเมตตา ที่ปริมณฑลต้นพระศรีมหาโพธิ์พุทธคยาค่ะ

ระหว่างนั้นเรายังมีเวลาแลกเงินกันก่อนเดินทางค่ะ ช่วงนี้เงินรูปีค่อนข้างอ่อน คิดง่ายๆ ก็เป็นเงินไทย ๑๐๐๐ บาท สามารถแลกเงินรูปีได้ถึง ๑๗๐๐ รูปี (แล้วแต่แบ๊งค์เล็กแบ๊งค์ใหญ่) แม่นันจำได้ว่าเมื่อสิบกว่าปีก่อนแม่นันมาเดลลี ตอนนั้นเรทใกล้เคียงกับเงินไทยมาก คือ ๑๐๐๐ บาท ต่อ ๑๑๐๐ รูปี  เพราะฉะนั้นตอนนี้พวกเราก็เป็นมหาราชา มหารานีกันไปหมดเลยค่ะ ผู้ปกครองก็แลกให้ตัวเอง

ส่วนเด็กๆ เรา..พวกเราแม่ๆ ต่างใจตรงกันค่ะ ให้เด็กๆ แลกกันได้คนละพันรูปี โอ้โห..นั่งนับเงินเป็นมหาราชากันใหญ่เลยค่ะ โชคดีตรงที่ไกด์เค้าแลกแบ้งค์ใหม่เอี่ยมมาให้เป็นปึกๆ ค่อยน่าพกหน่อย จริงๆ ร้านค้าต่างๆ ที่อินเดียเค้ารับเงินเกือบทุกสกุลนะคะ เพียงแต่เราแลกเป็นเงินเค้าก็เพื่อลดไมเกรนในการมานั่งคำนวณไปคำนวณมาน่ะค่ะ  อ้อ..ลืมบอกเรื่องเวลาไปค่ะ เวลาในอินเดียจะช้ากว่าในไทยประมาณชั่วโมงครึ่งค่ะ

ถึงปริมณฑลต้นพระศรีมหาโพธิ์พุทธคยาประมาณหกโมงเย็นค่ะ พระอาจารย์ให้โอวาท ให้พร ก่อนไปกราบต้นพระศรีมหาโพธิ์ "เราจะได้พบเห็นของจริง คือคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า จะได้ดูถึงจักตาใน" 

พระธรรมทูตนำคณะเราน้อมถวายสักการบูชา สวดมนต์ ทำวัตรเย็น ฟังธรรมใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ  พระท่านเล่าให้ฟังว่าต้นพระศรีมหาโพธิที่แผ่นกิ่งก้านอยู่ต้นนี้นับเป็นต้นที่สี่ (จากหน่อเดิม ที่ยังคงยืนต้นมาจนปัจจุบัน ปลูกโดยนายพลเซอร์ อเล็กซานเดอร์ คันนิ่งแฮม เมื่อ พ.ศ. 2423) หลังจากต้นแรกเป็นสหชาติกับพระพุทธเจ้า (คือเกิดวันเดียวกับเจ้าชายสิทธัตถะประสูติ) และต้นที่สองถูกทำลายลง จนต้นที่สามมาล้มลงในสมัยที่อินเดียเป็นอาณานิคมของอังกฤษ (ต้องขอก๊อปข้อมูลจากวิกิพิเดียมาบางส่วนค่ะ จดจากพระอาจารย์เล่าไม่ค่อยทัน กลัวตกหล่นค่ะ)

เด็กๆ ได้ถวายผ้าห่มทององค์พระพุทธรูปพระพุทธเมตตา ในมหาโพธิเจดีย์ โดยจะมีพระผู้ใหญ่ที่ดูแลพระวิหารเป็นคนเปลี่ยนและห่มผ้า (จีวร) ทองให้ใหม่ค่ะ องค์ใหญ่และสวยงามมากๆ สร้างด้วยหินแกรนิตสีดำ อายุกว่า ๑๔๐๐ ปี   ขณะกราบไหว้พระพุทธเมตตา..ทำให้นึกถึงเมื่อครั้งได้ไปกราบไหว้องค์พระมหามัยมุนี หนึ่งในสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองประเทศพม่า ยังเก็บผ้าที่เช็ดพระพักตร์ไว้บูชาด้วยค่ะ

ต่อจากนั้นได้เดินจงกรม ประทักษิณ รอบพระเจดีย์ศรีพุทธคยา ขณะเดินจงกรมแม้จิตใจจะนิ่งสงบแค่ไหน ก็อดไม่ได้ที่จะชื่นชมความงาม (แม้จะเป็นช่วงมืดคำแล้ว) พร้อมเก็บภาพสวยๆ รอบพระเจดีย์ไว้ค่ะ ไม่ว่าจะอยู่หรือมองมุมไหนก็สร้างศรัทธาได้ทุกขณะย่างก้าวค่ะ ในวันที่สามของการเดินทางเราจะมาร่วมทอดผ้ากฐินสามัคคีใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์กันตั้งแต่เช้าค่ะ

ภายในบริเวณปริมณฑล จะไม่อนุญาติให้นักท่องเที่ยวใช้เครื่องมือสื่อสารในการเก็บภาพ ยกเว้นกล้องถ่ายรูปเท่านั้น ซึ่งจะต้องเสียค่านำเข้าเป็นเงิน ๑๐๐ รูปีค่ะ โชคดีแม่นันนำกล้องไป ก็เลยได้เก็บภาพสวยๆ ในตอนกลางคืนไว้บ้าง อย่าว่าแต่แม่นันเลยค่ะ คุณเซอ (น้องภาม) ก็อ้อนจนคุณพ่อยอมใจอ่อนให้ยืมกล้องตัวใหญ่ไปด้วยค่ะ 

กลับถึงโรงแรมค่อนข้างดึก แต่ดูเด็กๆ ก็ยังมีแรงกันอยู่นะคะ อาบน้ำเสร็จก็รีบไปหาบัดดี้เพื่อเขียนบันทึกประจำวันร่วมกัน เป็นงานที่คุณครูประจำชั้นเค้ามอบหมายไว้ตั้งแต่ก่อนเดินทางค่ะ รู้สึกว่านอกจากบันทึกเป็นภาษาไทยแล้ว ทีชเชอร์ไฮดี้ คุณครูสอนภาษาอังกฤษยังให้การบ้านเป็นบันทึกภาษาอังกฤษกลับไปให้ด้วย... (จะแปลกันอย่างงงๆ มั้ยเนี่ย ๕๕)  อ้อ..ลืมเล่าไปค่ะว่าเด็กแต่ละคนจะถูกจัดให้แยกย้ายไปนอนกับผู้ปกครองของเพื่อนหรือคุณครู ๑:๑ ค่ะ   สามคืนแรกที่พุทธคยา รีเจนซี่ น้องว้าว (ลูกสาวแม่ต๊ะ) จะต้องมานอนกับแม่นันค่ะ ส่วนน้องภาม (หรือคุณเซอของเพื่อนๆ) รู้สึกจะถูกจัดให้ไปนอนกับพ่อกี้ (คุณพ่อของน้องปันปัน๑) ถือเป็นการจัดการที่ดีนะคะ เด็กๆ ดูแลตัวเองได้ดีมากในทุกๆเรื่อง ตั้งแต่เรื่องร่างกาย การงานที่ได้รับมอบหมาย และการจัดการสัมภาระของตนเอง ต้องขอชื่นชมความอุตสาหะของคุณครูที่ฝึกและฝืนเด็กๆ ให้ดูแลตัวเองเป็น ตั้งแต่ยังตัวเล็กตัวน้อยสมัยเนอสเซอรี่ จนถึงตอนนี้เด็กๆ โตเป็นหนุ่มน้อยสาวน้อยที่สมบูรณ์มากทั้งร่างกายและจิตใจ

และเป็นครั้งแรกค่ะที่แม่นันได้ลูกสาวมานอนด้วย ทำเอาตัวเราเองนั่นล่ะที่เขินลูก จะพูดจะจาทีต้องเปลี่ยนจากน้ำเสียงที่ใช้กับลูกชาย เป็นลูกคะ ลูกขา กลัวสาวน้อยจะตกใจ ๕๕ และลูกสาวนี่ล่ะค่ะทำเอาแม่นันอยากมีเป็นของตัวเองซักคน (เอาปูนนี้นี่นะ)

ก่อนนอนคืนแรกนี้แม่นันขอแบ่งปันความทันสมัยของโรงแรมในอินเดียให้ฟังกันคร่าวๆ เผื่อจะตกใจค่ะ ๕๕ ไม่ค่ะ ไม่ขนาดนั้น..

 

โรงแรมทุกที่ที่เราจะพักจัดเป็นโรงแรมห้าดาว (ของอินเดีย) นะคะ แต่ถ้าเทียบกับในเมืองไทยแล้วก็จะลดไปอยู่ที่ประมาณสองถึงสามดาวค่ะ สำหรับโรงแรมพุทธคยารีเจนซี่ถือว่าใช้ได้ทีเดียวค่ะ สองเตียงเดี่ยว ห้องน้ำกว้างขวาง ความสะอาดระดับหนึ่ง (ไม่นับเศษกระดาษทิชชู่ประปรายบนพื้นห้อง และแมลงตัวเล็กๆที่ไม่ได้ถูกเชิญ) น้ำก๊อกที่อินเดียไหลแรงมากค่ะ หมดห่วงเรื่องการชำระล้าง เพียงแต่ต้องทำตัวให้คุ้นชินนิดนึงเกี่ยวกับเรื่องระบบไฟฟ้าของที่นี่ เพราะบางครั้งไฟจะมาตอนหลับ แล้วจะดับตอนตื่น อันนี้ประสบกันมาตั้งแต่แรกเข้าที่พักแล้วค่ะ แต่ก็เป็นช่วงแป๊บเดียวนะคะ ประมาณห้านาที แล้วไฟก็ใช้ได้เหมือนเดิมค่ะ ดีนะคะที่ไกด์มีเกริ่นให้ฟังตั้งแต่ปฐมนิเทศก่อนมา..ถือเป็นสีสรรค์ค่ะ

ส่วนอาหารที่นี่เค้าจะจัดเป็นบุฟเฟต์สารพัดอย่างค่ะ มีทั้งอาหารอินเดีย และอาหารไทย (สไตล์อินเดีย) อาหารอินเดียจัดว่าอร่อยทีเดียวค่ะ ที่ขาดไม่ได้คือโรตี หรือนาน ที่จะมีแบบแป้งล้วน และแบบผสมเครื่องเทศ มีไส้ข้างใน เครื่องดื่มก็จะมีชาร้อนที่ขึ้นชื่อของอินเดีย เห็นเรียกหากันแต่ “กาลางใจ” อะไรประมาณนี้ค่ะ แม่นันลองชิมดูแล้วรสชาติคล้ายชาใส่นมของพม่า แต่อ่อนกว่า (ยังไม่ถูกปากอาหมวย ก็เลยไม่ค่อยเรียกหาค่ะ) แต่เห็นคนอื่นเค้าเรียกหาทุกมื้อเลยนะคะ แสดงว่าอร่อย... การแต่งกายและบริการของพนักงานเสริฟก็ตามสภาพค่ะ บางที่ก็มียูนิฟอร์มสีมอๆ บางทีก็แต่งตามใจฉันค่ะ ขอน้ำร้อนถ้วยหนึ่ง พนักงานเดินมาเสิร์ฟตอนไหนก็ไม่สะกิดเราบ้างเลย ข้ามศีรษะข้ามไหล่กันไป แถมรินน้ำร้อนใส่แก้วน้ำเย็น ถามว่าทำไมไม่รินใส่ถ้วยกาแฟล่ะค่ะ เค้าตอบว่า “แก้วนี้ก็ได้ ไม่เป็นไรครับ” ๕๕ จะชงกาแฟเราหาช้อนชาไม่เจอ บอก “ขอช้อนชาคันนึงค่ะ” คุณชายก็หยิบช้อนโต๊ะที่ว่างอยู่บนโต๊ะนั่นล่ะค่ะ “ช้อนชาไม่มีครับ ช้อนโต๊ะก็ได้” เป็นไงล่ะ แล้วก็เป็นเหมือนกันทุกที่นะคะ ทำให้เริ่มชินแล้วค่ะ เพราะโรตี..อร่อยดี..

ทางทัวร์เค้าน่ารักนะคะ ซื้อหาวัตถุดิบมาปรุงอาหารไทยอร่อยๆ เอาใจเด็กๆ และผู้ปกครองกันถึงที่นี่เลยค่ะ บางมื้อไม่ได้ “อาหารทัวร” นี่แย่แน่ๆ เพราะอาหารอินตะระเดียทุกมื้อก็ไม่ไหวนะคร้า....

วันนี้เอาบุญมาฝากเท่านี้ก่อนค่ะ รอบันทึกวันบุญที่ ๒ ต่อนะคะ 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
BlueHill วันที่ : 26/11/2015 เวลา : 22.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

เด็กๆได้มีโอกาสเรียนรู้โลกกว้าง น่าดีใจจริงๆครับ
อนุโมทนาสาธุด้วยครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน