*/
  • เมื่อคิดถึงกัน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nanthinee.bizz@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-08-07
  • จำนวนเรื่อง : 196
  • จำนวนผู้ชม : 615109
  • จำนวนผู้โหวต : 149
  • ส่ง msg :
  • โหวต 149 คน
ออกสู่ท้องทะเลด้วยตนเอง

พี่ภูมิกับครั้งแรกของการบังคับเรือใบเพื่อออกสู่ท้องทะเลด้วยตนเอง

View All
<< กันยายน 2016 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 2 กันยายน 2559
Posted by เมื่อคิดถึงกัน , ผู้อ่าน : 4535 , 00:18:40 น.  
หมวด : อาหาร

พิมพ์หน้านี้
โหวต 6 คน แม่หมี , RoseDewalee และอีก 4 คนโหวตเรื่องนี้

วันนี้ขอนำเสนอ “บ้ะจ่าง” ขนม/อาหารจีนโบราณที่เชื่อว่าเป็นของโปรดของทุกท่านค่ะ เป็นของที่โปรดที่หนึ่งของแม่นันด้วย ชอบทานมากแต่ไม่เคยคิดจะทำค่ะ ตอนเด็กๆ เห็นคนในบ้านห่อขนมบ้ะจ่างกัน..ตามประสาเด็ก...อยากลอง..ค่ะ ผลคือ..ใบไผ่กี่ใบก็ไม่สามารถห่อข้าวเหนียวอันน้อยนิดได้มิดค่ะ มันทะลักออกมาทุกทางที่สามารถผ่านได้ค่ะ ฮ่าฮ่า! ตั้งแต่นั้นมาคิดว่าตัวเองไม่มีพรสวรรค์ทางด้านการห่อบ้ะจ่างละ ขอกินอย่างเดียวดีกว่า....

 

แต่ความแน่นอนคือความไม่แน่นอนค่ะ ครั้งนี้อยากลองทำมากๆๆๆๆ ตั้งใจอย่างยิ่งว่าจะขอทำตั้งแต่ต้นจนจบกระบวนความ แต่ขอแค่ “ครั้งเดียว” เพื่อให้รู้เท่านั้นค่ะ ว่าเบื้องหลังความอร่อย...และน่าทานขนาดนี้ มันจุกจิกขนาดไหน... แต่ก่อนจะพาไปดูเบื้องหลังอันแสนทรมาน มาดูเบื้องหน้าอันชวนให้น้ำลายหกกันก่อนดีกว่าค่ะ สูตรนี้สอบถามจากอาซิ่มที่ยอมทำเพื่อลูกค้าแม่นันค่ะ ก็เลยลองสอบถามสูตรจากพี่สาวทั้งสองของแม่นันอีกที (เพราะรสมือของทั้งสามคนนี้เหมือนกัน) อาตัวแจ้บอกว่าขั้นตอนการทำและปรุงเหมือนกันหมด ต่างกันตรงของอาตั่วแจ้เอาไปต้มเพราะใช้เวลาน้อยกว่า ส่วนอาหยี่แจ้ (เจ๊รอง) ใช้สูตรเดียวกับอาซิ่มเป๊ะ คือสุดท้ายเอาไปนึ่งเหมือนกัน เลยทำให้อาหมวยคนนี้เข้าใจมากขึ้นค่ะ

ส่วนผสมและวัตถุดิบในการทำตัวข้าวมี: ข้าวเหนียวเขี้ยวงู ๑ กิโล แช่น้ำค้างคืน ล้างและผึ่งให้แห้ง ไช้โป๊วสับอย่างดี ๑/๒ กิโล กุ้งแห้ง ถั่วลิสงต้ม (ปริมาณตามชอบ) กระเทียบสับ ผงพะโล้ และพริกไทยอย่างดี

วิธีทำตัวข้าวเหนียว:

 ๑.     ตั้งกระทะใส่น้ำมันจนร้อนจัด ใส่กระเทียมสับลงเจียวพอเหลืองตามด้วยไช้โป๊วสับ และกุ้งแห้งผัดให้เข้ากันจนขึ้นหอม

๒.     จากนั้นใส่ข้าวเหนียว ผัดจนเข้ากันดี

๓.     ตามด้วยถั่วลิสงต้ม และเมล็ดแปะก๊วย (จะใส่บางส่วนลงไปผัดด้วยก็ได้) เคล้าให้เข้ากัน ปรุงด้วยผงพะโล้ และพริกไทยอย่างดี ชิมดูจะได้รสชาติกลมกล่อมจากไช้โป๊วสับที่มีรสหวานเค็มอยู่แล้ว หากรู้สึกว่ายังขาดรสใดอยู่..ปรุงเพิ่มได้เลยค่ะ  เมื่อได้รสที่ต้องการแล้วผัดให้เข้ากันอีกครั้ง ตักใส่ภาชนะพักไว้..เตรียมห่อค่ะ

ในการห่อบ้ะจ่างแต่ละลูก ภายในจะใส่ส่วนผสมหรือเครื่องที่ช่วยชูรสชาติของตัวข้าวเหนียวในให้อร่อยยิ่งขึ้นมีตามรูปเลยค่ะ หมูสันคอหมักผัดให้สุก กุนเชียงทอด ไข่เค็มลูกโตๆ เผือกกวน แปะก๊วยเชื่อมแล้ว เห็ดหอมผัด ถ้าใครชอบเกาลัดหรืออย่างอื่นก็ใส่เพิ่มหรือเปลี่ยนได้ค่ะ และที่ขาดไม่ได้คือใบจ่าง (ใบไผ่) นะคะ

มาดูวิธีห่อกันเลยค่ะ

๑.ก่อนอื่นเลยต้องนำเจ้าใบไผ่มาซ้อนสลับหัวท้ายสักสองถึงสามใบ (ลืมตัดหัวท้ายให้สวย) ม้วนเป็นกรวยหงายโดยการจับปลายด้านล่างม้วนขึ้นมาไว้ด้านหน้า ใช้มือซ้ายอุ้มกรวยกันขยับไปมา

๒. ตักตัวข้าวใส่ลงก้นกรวยประมาณหนึ่งช้อนโต๊ะหรือมากกว่านั้นเล็กน้อย ตามด้วยเครื่องต่างๆไม่ว่าจะเป็นหมู เห็ด เมล็ดแปะก๊วย กุนเชียง ไข่แดง และเผือกกวน แล้วปิดด้วยตัวข้าวอีกครั้งจนเกือบเต็มขอบกรวย

๓.จากนั้นพับใบไผ่ด้านบนลงปิดตัวข้าวที่ใส่ไว้ แล้วคว่ำกรวยลง ค่อยๆพับปลายใบไผ่ จับให้ตัวใบห่อตัวกรวยแล้วพับหักส่วนที่เหลือลงมา มัดด้วยเชือกให้เรียบร้อย (ขั้นตอนนี้ทำไปเปิดยูทูปฟังไป ฟังวนไปวนมาเป็นสิบรอบได้เลยมั้งคะ ๕๕)

 

กว่าจะได้อย่างที่เห็นนี่เสียไปหลายรอบค่ะ ไม่ตัวข้าวหลุดเล็ดลอดใบจ่างก็ตัวบ้ะจ่างเล่นซ่อนแอบกับเชือกค่ะ ฮ่าฮ่า ทั้งขำทั้งโมโหตัวเอง ใบไผ่ที่ซื้อมาสองมัดย่อยๆเหลือให้ห่อได้เพียงสี่ลูกค่ะ  ทำไงดีล่ะค่ะ คุ้ยค่ะ คุ้ยตู้เก็บของค่ะ โชคดีได้ถาดฟอยด์เล็กๆที่ซื้อเก็บไว้มาเป็นสรณะ เลยออกมาเป็นหน้าตาแบบนี้ค่ะ

 อยากได้กลิ่นหอมของใบจ่างค่ะ เลยตัดเป็นแผ่นเล็กๆวางก้นถาดฟอยส์ แล้วทำวิธีเดียวกันค่ะ คือตักตัวข้าวสักช้อนโต๊ะลงก่อน ตามด้วยเครื่องสารพัด และปิดด้านบนด้วยข้าวเหนียวอีกที ตบแต่งให้สวยงามค่ะก่อนนำไปนึ่งค่ะ

นี่ค่ะ นึ่งพร้อมกัน ได้ออกมาสี่ลูกกับอีกหลายถาดเลยค่ะ ใช้เวลาชั่วโมงนึงเต็มๆค่ะ โชคดีเหลือหลายทำครั้งแรก นึ่งออกมาตัวข้าวเหนียวจะนุ่มกำลังดี..แถมอร่อยสู้ต้นตำหรับได้อีกด้วย ขอคุยหน่อย อิอิ

แต่ตามความรู้สึกของแม่นัน รู้สึกว่ายังไงการห่อแบบโบราณก็ให้ความอร่อยมากกว่าแน่นอน เพราะได้กลิ่นหอมๆของใบจ่างและข้าวเหนียว ทรงข้าวเหนียวเป็นสามเหลี่ยมตั้งได้ เวลาทานก็ค่อยๆเดาว่าข้างในจะมีของที่เราชอบอยู่รึเปล่า ที่สำคัญ “ไข่” อยู่ไหน ๕๕ อยากหยิบมาทานบ่อยครั้งกว่าการใส่ถาดเปลือยๆที่มีรสชาติเหมือนกัน แต่ดูแล้วไม่มีกลิ่นอายของบ้ะจ่าง และแน่นอนค่ะการนึ่งใส่ถาดจะระบายน้ำที่ติดจากการนึ่งมาไม่สะดวกเหมือนการห่อ ทำให้ข้าวเหนียวส่วนก้นถาดนิ่มกว่าด้านบนเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็หมดจนได้ค่ะ แม่นันทานเองแบบห่อหนึ่งลูก ที่เหลืออีกสามลูกนำไปเป็นของกำนัลแด่เพื่อนเจ้าของโรงงานไข่เค็ม (ที่ย้ำนักย้ำหนาว่า “จะรอชิมนะ”) ที่เป็นถาดฟอยส์พี่ภูมิและพ่อตู่ทานเป็นอาหารเช้า แจกเพื่อนผู้ปกครองด้วย ส่วนที่เหลือทั้งหมดเป็นลาภปากของแม่บ้านในคอนโดค่ะ

เบื้องหน้าความอร่อย..เรียบร้อยแล้ว ทีนี้ตามมาดูเบื้องหลังที่ทำเอาล้ากันบ้างค่ะ

มาเริ่มกันตั้งแต่เตรียมใบจ่าง (ใบไผ่) กันเลยดีกว่าค่ะ

 

๑.     ใบจ่าง ที่เราเรียกกันคือใบไผ่แห้ง จะมีขายเป็นมัดๆค่ะ แม่ค้าใจดีเห็นแม่นันอยากหัดทำเลยแบ่งมัดย่อยให้ (คงรู้ว่าไปไม่รอด ๕๕) ก่อนจะนำใบไผ่มาห่อได้ต้องล้างให้สะอาดแล้วนำมาแช่น้ำข้ามคืน ต้องหาอะไรหนักๆมาวางทับขณะแช่น้ำด้วยนะคะ ไม่งั้นใบไผ่ที่มีน้ำหนักเบาจะไม่จมลงในน้ำค่ะ คอยเปลี่ยนน้ำสักสองสามหน น้ำแรกๆจะสีฝุ่นเชียวค่ะ จากนั้นเช็ดให้สะอาดแล้วนำมาต้มอีกที  สะเด็ดน้ำ..พักไว้... ความรู้นี้ได้จากการสอบถามจากต้นตำหรับทั้งนั้นค่ะ แม่นันเวลาอยากทำอะไรที ต้องขอทำเองให้รู้ทุกขั้นตอนค่ะ ไม่อย่างนั้นไม่กล้าเขียนค่ะ อายเค้า..เวลาเค้าถามแล้วตอบไม่ถูก

++ ที่เห็นเค้าทำขายกันทีเยอะๆ ไม่ใช่ว่าจะสามารถนำใบไผ่มามาแช่ทีเดียวทั้งหมดได้นะคะ จะทำทีก็ต้องแบ่งใบไผ่มาแช่น้ำทีค่ะ ไม่สามารถแช่ทีเดียวเยอะๆเพื่อเก็บไว้ใช้ในคราวต่อไปได้ เพราะจะชื้นและขึ้นราค่ะ++ 

 

๒.     ข้าวเหนียวเขี้ยวงู อ่านดูประวัติแล้วพอจะได้ความรู้ว่า เป็นพันธุ์ที่เมล็ดเรียวยาว เป็นมัน มีวาว นุ่ม และมีกลิ่นหอม ซึ่งก็จริงตามนั้นเลยค่ะ เมล็ดเรียวยาวเป็นมันสวยเชียวค่ะ แถมมีกลิ่นหอมตั้งแต่ยังดิบๆอยู่เลยค่ะ มิน่าเวลานำมาทำบ้ะจ่างตัวข้าวถึงเรียงเม็ดได้สวยและเป็นมันวาว..ไม่แฉะ

วิธีเตรียมคือ นำข้าวเหนียวมาซาวล้างเบาๆ แล้วแช่น้าค้างข้ามคืนไว้ จากนั้นเทน้ำออกแล้วผึ่งให้แห้ง กลิ่นจะหอมฟรุ้งเลยค่ะ น้ำหนักหลังจากผ่านการแช่น้ำจากเดิม ๑ กิโล จะกลายเป็น ๑.๔ กิโล โดยประมาณ พักไว้ค่ะ

๓.     เผือกกวน การทำเผือกกวนแม่นันทำเป็นอยู่แล้วค่ะ เพราะตอนอาซิ่มอีกคน (ที่รักกันจนเป็นแม่ลูกกันแล้ว) ได้สอนตอนทำกะหรี่พัฟเจค่ะ เลยไม่ต้องถามซ้ำอีก

วิธีทำคือ นำเนื้อเผือกมานึ่งสักประมาณ ๑๕ นาทีก่อนค่ะ ให้เนื้อเผือกนิ่ม จากนั้นนำมาใส่ครกตำค่ะ (ขั้นตอนนี้น่าเหนื่อยสุดตอนเรียนกับอาซิ่มนะคะ เพราะอาซิ่มไม่ยอมให้ใช้วิธีอื่น ทำไปก็สอนไปว่า เผือกกวนจะให้อร่อยต้องนำมาตำใส่ครกหิน ค่อยๆตำจนเนื้อเผือกเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน เวลาตำก็คอยสังเกตถ้าเห็นไตเผือกเป็นเม็ดๆให้หยิบทิ้ง ไม่อย่างนั้นเวลานำไปกวนจะเป็นน้ำ ไม่อร่อย) แม่นันก็ได้แต่อือๆ นึกในใจ..โห..คนโบราณนี่เค้าละเอียดจริงๆ ลองนึกภาพตามตอนตำเผือกนะคะว่าเวลาสากตำลงไป เนื้อเผือกก็จะเริ่มเหนียวหนึบๆติดก้นสาก จะยกสากขึ้นมาก็หนักอึ้ง พอดึงขึ้นมาได้ต้องคอยใช้ช้อนปาด ตำทีติดที อาซิ่มบอกเคล็ดลับให้ตำง่ายขึ้นโดยการใส่น้ำตาลลงไปหน่อยค่ะ น้ำตาลจะช่วยบดเผือกให้เนียนเร็วขึ้น แต่ก็นั่นล่ะค่ะ ก็ไม่ทันใจอาหมวยคนนี้อยู่ดี ก็มันเมื่อยๆๆๆนี่คะ...

พอถึงเวลาทำเอง..แม่นันใช้วิธีลัดค่ะ เรื่องของเรื่องคือไม่มีครกหินหนึ่ง สอง..ขี้เกียจ ก็เลยนำเผือกที่นึ่งแล้วใส่ถุงพลาสติกแล้วใช้ปลายที่คลึงแป้งทุบเอาค่ะ ทุบให้ทั่วจนเผือกละเอียดเป็นเนื้อเดียวกันค่ะ ถึงจะไม่เนียนเหมือนการใช้ครกแต่ก็ใกล้เคียงค่ะ (ดีน้ะอาซิ่มไม่เห็น ไม่งั้นโดนด่าแน่เลย ๕๕)

จากนั้นตั้งกระทะใส่น้ำมันเยอะนิดนึงจนร้อนดี นำเผือกที่ตำไว้ลงกวน ใส่น้ำตาลพอประมาณ กวนไปเรื่อยๆ จนเผือกค่อยๆเนียนนิ่มเป็นเนื้อเดียวกัน ขั้นตอนนี้ชิมได้ค่ะ ถ้าเผือกยังไม่หวานได้ที่ใส่น้ำตาลเพิ่มเรื่อยๆค่ะ แต่อย่าให้หวานเกินนะคะ เดี๋ยวเลี่ยนไม่อร่อยค่ะ เมื่อกวนจนเนื้อเผือกเนียนนุ่มได้ที่แล้ว ตักใส่ภาชนะพักไว้ค่ะ เวลาจะใช้ก็แบ่งปั้นเป็นลูกกลมๆ แล้วห่อด้วยมันเปลว ถ้าไม่มีก็ไม่ต้องค่ะ เพียงแต่อย่าเวลาใส่ในข้าวเหนียวแล้วปิดด้วยข้าวเหนียวอีกที อย่าให้สัมผัสกับใบจ่าง ไม่เช่นนั้นเวลานึ่งออกมาแล้วจะติดใบจ่างค่ะ

๔.เมล็ดแปะก๊วย เดี๋ยวนี้มีแบบแกะเปลือกให้ แบ่งใส่ถุงขายเป็นกิโลค่ะ ไม่ต้องมากะเทาะเปลือกเองให้ยุ่งยาก แม่นันขอแบ่งซื้อมาครึ่งกิโลค่ะ เมล็ดแปะก๊วยที่จะนำมาใส่ในบ้ะจ่างต้องนำมาต้มกับน้ำเชื่อมก่อนค่ะ เพราะตัวเมล็ดมีรสชาติขมนิดๆ ฝาดหน่อยๆ ต้องนำมาเชื่อมให้มีรสชาติ โชคดีแม่นันมีน้ำเชื่อมเหลืออยู่ขวดนึง เลยนำมาต้มให้เดือดแล้วใส่แปะก๊วยลงไปเชื่อมจนเมล็ดอวบนิ่ม ตักใส่ภาชนะไว้พร้อมน้ำเชื่อมทิ้งไว้ให้เข้าเนื้อเลยค่ะ เวลาจะใช้ค่อยเทน้ำเชื่อมทิ้ง ผึ่งให้แห้ง เมล็ดแปะก๊วยมีประโยชน์ต่อร่างกายมากค่ะ

๕.กุนเชียง ก่อนอื่นต้องนำกุนเชียงมาลวกให้อ่อนตัวในน้ำเดือดก่อนค่ะ ไม่อย่างนั้นเนื้อกุนเชียงจะแข็งกระด้าง ความรู้นี้ถูกมาม้าตัวเองสอนตั้งแต่ยังเด็กๆค่ะ เมื่อลวกนิ่มดีแล้ว จัดการหั่นเฉียงชิ้นยาวสวยๆ แล้วนำมาทอดในกระทะที่มีน้ำมันร้อนๆ (น้ำมันเล็กน้อยพอค่ะ) พอเหลืองหอม พักไว้ค่ะ

๖.หมูสันคอหมัก นำหมูสันคอมาหมักด้วยกระเทียม น้ำตาล เกลือ พริกไทย น้ำมันงา ซี่อิ๊วขาว และซ้อสหอยนางรม (สูตรเดียวกับทำขนมผักกาด รับรองแหล่มค่ะ) หมักทิ้งไว้สักหนึ่งชั่วโมงหรือข้ามคืน จากนั้นนำมาผัดให้สุก พักไว้

๗.เห็ดหอม ล้างเห็ดหอมให้สะอาด นำมาแช่น้ำจนนิ่ม อวบอมน้ำ จากนั้นบีบน้ำทิ้ง หั่นขวาง นำลงผัดกับพริกไทยจนหอมฉุย คอยใช้ปลายตะหลิวกดขณะเวลาผัดให้เข้าเนื้อ พักไว้

๘.ถั่วลิสงต้ม ล้างถั่วลิสงให้สะอาด แช่ค้างคืนไว้ จากนั้นนำมาต้มจนนิ่ม (นานค่ะเป็นชั่วโมงกว่าจะนิ่ม ขนาดแช่น้ำแล้วนะคะ อดทน..อดทน)  คอยช้อนเปลือกที่ลอกออกมาขณะต้มด้วยค่ะ เมื่อสุกนิ่มดีแล้ว นำมาล้างผ่านน้ำเย็น ใส่ภาชนะผึ่งไว้

 

๙. กุ้งแห้ง (ลืมเก็บภาพมาให้ ต้องขอยืมภาพคนอื่นเค้ามา) นำมาล้างให้สะอาด แช่น้ำจนนิ่ม จากนั้นผึ่งใส่ภาชนะไว้ ถ้าได้กุ้งแห้งดีๆมา เนื้อกุ้งจะแห้ง หอม รสชาติอร่อย เพียงแช่น้ำแล้วผึ่งไว้ก็นำมาใช้ได้ค่ะ แต่ถ้าได้กุ้งแห้งที่ยังไม่แห้งดีมา เนื้อกุ้งจะชื้นๆ กลิ่นไม่ค่อยดี ให้แก้โดยนำมาล้างให้สะอาด (ถ้ามีเวลาตากให้แห้งสักแดดหนึ่งก็จะดีค่ะ) ถ้าไม่มีนำมาต้มสักหนึ่งน้ำ กลิ่นจะหายไปค่ะ ผึ่งใส่ภาชนะไว้

 

๑๐.ไข่แดง เป็นสิ่งเดียวที่ไม่ต้องทำอะไรกับเค้าค่ะ แม่นันได้ไข่เค็มแดงลูกโตๆมาจากโรงงานเพื่อนผู้ปกครอง จึงใส่แบบไม่เกรงใจค่ะ

 

เป็นไงคะ เห็นเบื้องหลังการผลิตแล้วเหนื่อยตามมั้ยคะ แม่นันพิมพ์ยังเหนื่อยเลยค่ะ บอกตามจริงว่าแค่เตรียมวัตถุดิบก็สองวันแล้วค่ะ มานั่งเขียนอีกสองวันค่ะ  ต้องขอชื่นชมความอุตสาหะของบรรพบุรุษตัวเอง... ทำให้เกิดขนมบ้ะจ่าง..ที่ทำเอาติดอกติดใจกันทุกเชื้อชาติ ว่างๆ (จริงๆ) ก็ลองทำกันดูนะคะ แต่แม่นันขอครั้งเดียว.ก็..เกิน..พอ..ค่ะ

 

 

หรือใครว่างกว่านั้นจะลองมาทำขนมผักกาดดูก็ได้นะคะ แม่นันนำสูตรมาให้ พร้อมทั้งเมนูย้อนหลังมาให้ด้วยค่ะ 

       ขนมผักกาด (ไช้เถ่าก้วย)

ข้าวอบธัญพืช..ผัดเห็ดบล็อคเคอรี่

      แซนด์วิชเบอเกอร์เนื้อเทริยากิ

และอีกกว่าร้อยเมนู..มาฝากค่ะ ไม่ว่าจะเป็น อาหารเจ ไทย จีน ฝรั่ง และขนม ตามหมวดและประเภทอาหารค่ะ คลิ๊กที่นี่ค่ะ หรือตามไป G'morning breakfast กับแม่นันได้ทุกวันที่ NanthineeHomemade  เผื่่อเป็นไอเดียในการทำอาหารเช้าให้กับเด็กๆ ก่อนหรือขณะนั่งรถไปโรงเรียน

 

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 แม่หมี ถูกใจสิ่งนี้ (1)
เมื่อคิดถึงกัน วันที่ : 03/09/2016 เวลา : 21.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vrfam

คุณบ.ก. แม่นันว่าเป็นเสน่ห์ของบ้ะจ่างอีกอย่างหนึ่งนะคะ ที่สามารถดัดแปลงใส่ของโปรดของแต่ละคนลงในข้าวเหนียวได้ แม่นันน่ะชอบไข่แดงมากๆ วันนั้นทำเองใส่ทีเดียวสองฟองโตๆเลยค่ะ ๕๕

แม่หมีคะ ดีจังนะคะเป็นของชอบระดับอินเตอร์เลย การนำเนื้อไก่ กุนเชียงไก่มาใส่แทน แม่นันว่าก็น่าจะอร่อยเหมือนกันนะคะ เพราะไก่นำมาหมักก็อร่อยพอๆกับหมูเลยค่ะ แต่ไก่เชียงแม่นันไม่เคยทาน สงสัยต้องลองหาซื้อจากชาวบ้านมุสลิมซะแล้ว เห็นมีคนทำปลาเชียงด้วยค่ะ แปลกดีจัง อ้าวแล้วน้องหมีไม่ชอบเหรอคะ เดี๋ยวตกเทรนนร้า ๕๕

ความคิดเห็นที่ 2 เมื่อคิดถึงกัน ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่หมี วันที่ : 03/09/2016 เวลา : 14.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

ที่บ้านได้กินบะจ่างนะคะ มีคนมุสลิมทำขาย เนื้อสัตว์ใช้ไก่กับไก่เชียง พี่หมีใหญ่กับพ่อหมีชอบมาก ซื้อทีต้องซื้อครั้งละหลายลูกเก้บไว้ในตู้เย็น หากินยากเธอจะทำขายเฉพาะเทศกาล(แบบเนียนไปด้วย) แต่ถ้าสั่งพิเศษก็จะทำให้ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 เมื่อคิดถึงกัน ถูกใจสิ่งนี้ (1)
BlueHill วันที่ : 02/09/2016 เวลา : 14.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

น่ากินมากครับ
ชอบเหมือนกันครับ โดยเฉพาะที่ใส่ลูกบัว

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน