*/
  • เมื่อคิดถึงกัน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nanthinee.bizz@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-08-07
  • จำนวนเรื่อง : 196
  • จำนวนผู้ชม : 620160
  • จำนวนผู้โหวต : 149
  • ส่ง msg :
  • โหวต 149 คน
ออกสู่ท้องทะเลด้วยตนเอง

พี่ภูมิกับครั้งแรกของการบังคับเรือใบเพื่อออกสู่ท้องทะเลด้วยตนเอง

View All
<< มีนาคม 2017 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 27 มีนาคม 2560
Posted by เมื่อคิดถึงกัน , ผู้อ่าน : 1292 , 16:17:23 น.  
หมวด : ไดอารี่

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน สิงห์นอกระบบ , แม่หมี โหวตเรื่องนี้

แม่นันแปลกใจตัวเองว่าทำไมไม่เคยเขียนเรื่องราววันเชงเม้งเลย ทั้งๆที่เป็นวันสำคัญมากวันหนึ่งของครอบครัวคนจีน อาป๊ะ (คุณพ่อ) เสียชีวิตตอนนั้นแม่นันมีอายุเพียงสี่ขวบ แม่นันจำเรื่องราวตอนไปไหว้อาป๊ะที่สุสานครั้งแรกๆไม่ได้หรอก แต่เมื่อครู่ได้สอบถามพี่สาวคนที่ห้าถึงได้ข้อมูลมาว่า สมัยที่อาป๊ะเสีย เมื่อเสร็จพิธีกงเต็กแล้ว ลูกหลานได้ทำพิธีฝังศพท่านที่สุสาน (ฮวงซุ้ยหรือฮวงจุ้ย) ในจังหวัดนครปฐม สมัยก่อนบรรพบุรุษที่ถูกฝังใหม่ๆจะต้องรอเวียนมาบรรจบครบสามปีก่อน ลูกหลานถึงจะไปกราบเคารพศพในวันเชงเม้งที่สุสานได้ ดังนั้นการไปเชงเม้งครั้งแรกของแม่นันก็น่าจะเป็นตอนเจ็ดขวบ.. และครอบครัวเราก็ไปเชงเม้งกันทุกปีตั้งแต่นั้นมา ซึ่งการไปเชงเม้งที่สุสานในความรู้สึกของเด็กๆมันช่างเป็นอะไรที่ตื่นเต้น สนุกสนานมากวันหนึ่ง พวกเราจะตื่นแต่เช้าโดยไม่ต้องมีนาฬิกาปลุกหรือคนปลุก เพราะเมื่อถึงฮวงจุ้ยของอาป๊ะแล้วพวกเราจะได้ปีนป่ายไปบนหลุมฝังศพเพื่อนำกระดาษสีสายรุ้งและธงเล็กๆสีต่างๆขึ้นไปปักเพื่อความสวยงาม เหมือนเรากำลังตกแต่งบ้านคุณพ่อของเราเอง แถมก่อนกลับพวกเราก็จะได้เผากระดาษเงินกระดาษทองไปให้ท่านใช้อีก

จำไม่ได้ว่ากี่ปีให้หลังเราจึงได้ย้ายศพอาป๊ะมาอยู่ที่สุสานหงส์ซัว บ้านบึง หลังจากอาแน (แม่ใหญ่) และอาอึ้ม (คุณแม่) เสียชีวิตตามไปเมื่อสิบเจ็ดปีที่แล้ว เราจึงได้นำศพท่านมาไว้ที่เดียวกัน ลูกหลานจีนมักจะซื้อที่ขนาดใหญ่ขึ้นเผื่อไว้ค่ะ

เชงเม้งแปลว่าช่วงเวลาแห่งความแจ่มใสรื่นรมย์ (มิน่าพวกเราถึงได้มีความสุขมากๆในวันนี้) แต่ปีนี้มาแต่ลูกๆ เด็กๆหลานๆหายไปไหนกันหมด ในประเทศจีนเทศกาลเชงเม้งจะเริ่มวันที่ ๕ เมษายนถึงเกือบปลายๆเดือน เพราะเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิ อากาศเริ่มคลายความหนาวเย็น ท้องฟ้าใสสว่าง จึงเป็นช่วงเวลาที่ดีในการไปกราบไหว้บรรพบุรุษและพบปะกันในหมู่ครอบครัว  ในประเทศไทยก็เริ่มวันที่ ๔ หรือ ๕ เมษายนเหมือนกันค่ะ แต่หลังๆลูกหลานจีนบางครอบครัวก็ถือเอาวันสะดวกเป็นหลักเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาจราจรในวันจริง อย่างบ้านแม่นันครอบครัวใหญ่ เราก็จะยึดเอาวันที่พี่น้องส่วนใหญ่ว่างตรงกันมากที่สุด  ส่วนมากก็จะเป็นวันเสาร์หรืออาทิตย์ที่สามของเดือนมีนาคม

ก่อนวันรุ่งขึ้นที่พวกเราจะเดินทางไปที่สุสาน ตัวแจ้หรือเจ๊ใหญ่จะเป็นแม่ครัวประจำตระกูลที่ทำงานหนักที่สุด (ด้วยความเต็มใจ) อาแจ้จะเตรียมทำอาหารที่อาป๊ะอาอึ้มชอบ ทำทีเป็นหม้อใหญ่มาก เผื่อแบ่งให้พี่น้องอีกเจ็ดคนและหลานๆนำไปทานที่บ้านด้วย ส่วนพี่น้องคนอื่นๆก็แบ่งแยกหน้าที่กันทำ คนนี้เตรียมกระดาษเงินกระดาษทองต่างๆ คนนั้นเตรียมซาลาเปา ขนมมงคล คนโน้นเตรียมเครื่องดื่ม คนนู้นเตรียมฟัก (สำหรับปักธูปและของใช้จำเป็นในการตั้งไหว้) แล้วแต่ใครจะรับอาสาเตรียมอะไรกัน ปีนี้แม่นันเตรียมเหมือนปีที่แล้ว ขนมผักกาด (ไช้เถ่าก้วย) ของโปรดของอาป๊ะอาอึ้มและพี่น้องทุกคน ทำทั้งแบบถาดกลมๆใหญ่ๆ และแบบกล่องแพ็คไปฝากทุกคนด้วยค่ะ

แปลกผิดปกติเชงเม้งปีนี้บ้านแม่นันไปถึงก่อนใคร โดยมีพี่ภูมิเป็นโชเฟอร์ประจำบ้าน มีคุณพ่อเป็นเนฯ ส่วนแม่นัน คุณเซอ และคุณลูกสาวคุ๊กกี้ขาหลับจองที่นั่งวีไอพีค่ะ ด้วยความที่พวกเราอยากทานข้าวต้มที่โรงเจก่อนขึ้นไปไหว้ที่สุสานก่อน ปกติไปไม่ค่อยทันพวกอาแจ้ขึ้นไปกันหมดแล้ว สุสานหงส์ซัวจะมีโรงเจไว้บริการอาหารให้แก่ลูกหลานบรรพบุรุษ ซึ่งก็มีเพียงไม่กี่อย่าง มีไช้โป๊ว เต้าหู้ยี้แดง ถั่วลิสงคั่วโรยเกลือ และผักดอง โรงเจจะเตรียมข้าวต้มหม้อใหญ่ๆพร้อมจานชามไว้ให้มากพอ แม้จะมีกับข้าวเพียงสามสี่อย่างนี้แต่ก็อร่อยมาก ไช้โป๊วบ้านบึงอร่อยค่ะ แต่ปีนี้เต้าหู้ยี้อร่อยสุด ทานแล้วยังมีขอซื้อกลับบ้านด้วย ๕๕ ในโรงเจก็จะมีชาวบ้านนำของแห้งเช่นปลาหมึก กุ้งแห้ง ปลาริวกิวและขนม เครื่องดืมต่างๆ เช่นน้ำอ้อย มาวางขายด้วยค่ะ

เมื่อพวกอาเฮียอาแจ้ (พี่ชายพี่สาว) และครอบครัวที่อยู่โซนสามพรานมาถึง ปีนี้พวกเค้าเหมารถตู้กันมาค่ะ ซึ่งแม่นันก็ว่าดีนะเพราะต่างคนต่างก็อายุมากกันแล้ว การขับรถขึ้นมาบ้านละคันเป็นการเสียเวลาเสียค่าน้ำมันซ้ำซ้อนเปล่าๆ แถมยังกลัวอุบัติเหตุไม่คาดฝันอีก ก่อนจะขึ้นไปไหว้พ่อแม่บนสุสานอาตั่วแจ้จะเตรียมไหว้แป๊ะกงแป๊ะม่า (ศาลตายาย)ที่ตั้งอยู่บริเวณด้านล่างทางก่อนขึ้นสุสาน โดยจะมีอาหารและธูป 12 ดอก ไหว้ที่ละห้าดอก อีกสองดอกสำหรับมึ่งซิ้ง (เจ้าประตู) อีกข้างละหนึ่งดอก เมื่อไหว้แป๊ะกงเสร็จแล้ว กำลังจะเดินไปซื้อดอกไม้เพื่อจะนำขึ้นไปโรยตกแต่งบ้านของอาป๊ะอาอึ้ม ปรากฏว่าอาซาแจ้ซื้อเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว พวกเราจึงเคลื่อนพลมุ่งหน้าขึ้นไปไหว้ยังสุสานต่อ ตอนนี้โชเฟอร์น้อยขอขับบ้าง อนุญาติเฉพาะทางลาดเพราะทางขึ้นสุสานค่อนข้างคดเคี้ยวปล่อยให้เป็นหน้าที่พี่ภูมิเหมือนเดิม

แม่นันน่ะจำได้แม่นว่าบ้านเลขที่บ้านของอาป๊ะคือ 1/11 (เลขสวยมาก หวยออกไปหลายครั้งแล้วแต่ไม่เคยซื้อตรงงวดซ้ากที ๕๕) จำได้แต่เลขบ้านแต่ทางเข้าจำไม่ได้ซักที ถ้าพ่อตู่ไม่ได้ไปด้วยรับรองแม่นันต้องขับรถวนอยู่ในสุสานจนดึกแน่นอน เพราะตลอดทางที่ขับรถขึ้นไปจะเต็มไปด้วยหลุมฝังศพที่ด้านหน้าจะถูกสร้างด้วยหินขัดสวยงาม มีป้ายชื่อพร้อมรูปบรรพบุรุษติดไว้ บางหลังด้านหน้าก็จะทำทางน้ำล้อมรอบร่มเย็น ถือตามหลักฮวงจุ้ย (ลมน้ำ) บางหลุมสร้างใหญ่โต ปลูกหญ้าปลูกต้นไม้สวยงามจ้างคนดูแลตลอดปี ซึ่งส่วนมากก็ตามกำลังทรัพย์ของลูกหลานค่ะ

เจอแล้วค่ะ บ้านอาป๊ะ (รูปกลาง) หญ้าถูกตัดแต่งสวยงาม มีเต็นท์ผ้ากันแดดกางไว้ให้เรียบร้อย เป็นฝีมือของสองสามีภรรยาชาวบ้านแถวนี้ที่เราจ้างให้เค้าดูแลเป็นรายปี บ้านอื่นๆก็คงจ้างเหมือนสองคนนี้เหมือนเราน่ะค่ะ ปกติเขยสองจะเป็นคนจัดการติดต่อเช็คกับสามีภรรยาคู่นี้ให้ดูแลกางเต๊นท์ให้เรียบร้อยก่อนวันเราไปถึงทุกปี แต่ตั้งแต่ปีที่แล้วพวกเราต้องเป็นคนติดต่อเองเพราะพี่เขยจากเราไปด้วยอาการป่วย แม้กระทั่งก่อนเสียชีวิตสองวันที่จะถึงวันเชงเม้งปีที่แล้วพี่เขยคนนี้ก็ยังคอยเตือนพวกเราให้อย่าลืมติดต่อสองสามีภรรยาคู่นี้ว่าดูแลเรื่องหญ้าเรื่องเต๊นท์ให้รึเปล่า พี่เขยคนนี้รักอาอึ้ม (คุณแม่) มากๆค่ะ พวกเรายังคิดถึงอยู่ตลอดนะคะ

เด็กๆช่วยกันขนของจากรถมาเตรียมไหว้อากงอาม่า (คุณตาคุณยาย) ปีนี้อาเจ้ซื้อกระดาษเงินทองแบบเค้าพับทำเป็นทรงภูเขาทองสูงๆสวยงามมากค่ะ อาตั่วแจ้ (เจ๊ใหญ่) ทำต้มผักขม (เขาะชุงไฉ่) และพะโล้มาหม้อใหญ่เบ่อเริ่ม อาหารและขนมทยอยมาทีละอย่างสองอย่างเพื่อไหว้อากงอาม่าของเด็กๆค่ะ ปีนี้พี่ภูมิและคุณเซอโตเป็นหนุ่มสูงปรี๊ด...

การเตรียมของไหว้บรรพบุรุษ เราจะต้องเตรียมของคาวหนึ่งชุดไว้ไหว้วิญญาณที่ดูแลที่แห่งนี้ด้วย จะอยู่ด้านข้างของประตู่ทางเข้าบ้านหลังนี้ จากนั้นลูกหลานก็จะจุดธูปไหว้ขอเชิญดวงวิญญาณบรรพบุรุษให้ลงมารับประทานอาหารที่ลูกหลานเตรียมไว้ให้ อธิฐานขอขมา ขอพรจบด้วยขอความโชคดีให้แก่ลูกหลาน ให้ถูกล็อตเตอรี่ชุดใหญ่ๆ ขอพรเป็นภาษาจีนกันเสียงดัง สนุกสนาน...  เมื่อพิธีไหว้เสร็จสิ้น จะต้องมีการยกอาหารคาวหวานขึ้นลา ประมาณว่าบรรพบุรุษได้รับอาหารคาวหวานเรียบร้อยแล้ว เรา..ลูกหลานก็จะยกกระดาษเงินกระดาษทอง ยกอาหารทุกจานหรือแตะบนขอบจานอาหารแต่ละจานต่อๆกัน พร้อมบอกลาและแน่นอนขอพรอีกไม่รู้จักจบสิ้น ๕๕ อาหารที่ถูกลาแล้วลูกหลานก็จะทานต่อได้  การบอกลาอีกอย่างที่จะทำให้บรรพบุรุษรับรู้ได้จากร่องรอยการมาไหว้ของลูกหลานคือ เมื่อยกอาหารลาเรียบร้อยแล้ว ลูกหลานจะแกะหอยแครงหรือที่คนจีนเรียกว่า "ฮัม" ทานกันตรงนั้น แล้วโยนเปลือกลงบริเวณด้านหลังแท่นที่เรากราบไหว้ ให้บรรพบุรุษรับรู้ว่าปีนี้ลูกหลานได้มากราบไหว้แล้วนะ บางครอบครัวของตระกูลติดธุระมาพร้อมกันไม่ได้ ก็จะมาก่อนล่วงหน้าหนึ่งหรือสองวัน เมื่อลูกหลานที่เหลือมาถึงเห็นเศษเปลือกหอยโยนไว้ ก็จะเข้าใจได้โดยทันทีว่าบ้านนั้นมาถึงก่อนหน้านี้แล้ว

นี่ล่ะค่ะอาป๊ะและอาอึ้ม (คุณพ่อคุณแม่)

เมื่อลาแล้ว ลูกหลานก็จะนำกระดาษเงินกระดาษทอง บ้างมีรองเท้า รถยนต์ ทีวี พัดลมจำลอง ทำมาจากกระดาษมาเผาส่งไปให้บรรพบุรุษได้ใช้ ได้อำนวยความสะดวก โดยจะต้องเผากระดาษที่เรียกว่าใบเบิกทางไปก่อน ตามด้วยเงินทอง ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ แล้วจึงจบลงด้วยการจุดประทัด ถือว่ายิ่งเยอะยิ่งดีจะได้ดังไปถึงสวรรค์บอกให้บรรพบุรุษได้รับรู้ว่าลูกหลานมาถึงแล้วนะ

ปีนี้มือจุด (เขยหก) ไม่มา เขยสี่จุดแทนแบบไมบอกไม่กล่าวทำเอาตกใจปิดหูกันแทบไม่ทัน ๕๕ ท้ายประทัดดอกสุดท้ายจะเป็นกระดาษแผ่นแดง คลี่ออกมาจะเป็นตัวเลขพิมพ์ติดไว้ มีสองตัว กับสามตัว ไว้ให้ลูกหลานได้เสี่ยงโชค ปีนี้เป็นเลย 29 และอีกสามตัว จำไม่ได้ค่ะ ลองซื้อดูนะคะเผื่อแม่นันนำโชคมาให้ค่ะ พอเสียงประทัดเงียบลงเท่านั้นล่ะค่ะ พ่อค้าแม่ค้าล็อดเตอรี่จะเข้าแถวเรียงมาให้ลูกหลานที่บ้าหวยได้ซื้อกันละ ๕๕ ไม่รู้ใครโชคดีระหว่างพ่อค้าแม่ค้าและลูกหลาน

                            

             

ก่อนลงมาจากสุสานมีการเก็บภาพกันหน่อยสนุกสนาน เด็กๆก็โตเอาโตเอา แม่นันพ่อตู่ก็ย้ายตำแหน่งเป็นสว.รวมกับอาเฮียอาเจ้ทั้งหลาย เฮ่อ.. อนิจจัง..

พวกเรามาต่อมื้ออาหารที่ไหว้เสร็จแล้วกันที่โรงเจด้านล่างค่ะ อิ่มอร่อยกันแล้ว ก่อนร่ำลากัน อาตั่วแจ้มีหมูหยองเจ้าอร่อยมาฝากน้องๆหลานๆ อาโหง่วแจ้ (พี่สาวคนที่ห้า) ซื้อหมูแผ่นมาฝากพี่ๆน้องๆเช่นกัน แม่นันก็ทำขนมผักกาดมาเผื่อพี่ๆทุกคนเหมือนกันค่ะ เพราะรู้ว่าทุกคนชอบแต่ขี้เกียจทำกัน หลังจากนั้นก็แวะซื้อกุ้งแห้งมาหนึ่งกิโล เพราะในสต็อคไม่มีเหลือเลยค่ะ ล่ำลากันเสร็จต่างแยกย้ายกลับ

 

ถือเป็นอีกหนึ่งวันดีๆที่พวกเราพี่น้องได้กราบไหว้พ่อแม่พร้อมเพรียงกันค่ะ

 

 

 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
เมื่อคิดถึงกัน วันที่ : 05/04/2017 เวลา : 22.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vrfam

จะเข้ามาตอบ งงงงว่ารูปหายไปจากสารบบได้ยังไงค่ะ เข้าไปเช็คคลังจากคลังเก็บภาพ ภาพก็ถูกลบไปหมด งงมากๆค่ะ มีใครพอทราบว่าจะจัดการดึงภาพกลับมาได้ยังไงคะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 27/03/2017 เวลา : 19.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

ข้าวต้มโรงเจ น่าทานมากครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
แม่หมี วันที่ : 27/03/2017 เวลา : 17.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

อ่านเพลิน ได้รู้วัฒนธรรมด้วยค่ะ

ที่บ้านอยู่ใกล้ป่าช้าจีน ที่เขาเรียกป่าช้าวัดดอน ตอนนี้ได้ยินเสียงจุดประทัดทุกวัน สัญลักษณ์ว่ามีคนมาทำเช็งเม้ง แต่เดี๋ยวนี้รู้สึกว่าคนมาทำเช็งเม้งน้อยมาก หรือมาแต่ไม่จุดประทัดก็ไม่รู้นะคะ สมัยเด็กๆนี่ได้ยินทั้งวันเลย

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน