• วัชร
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : mr.safeone@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-11
  • จำนวนเรื่อง : 224
  • จำนวนผู้ชม : 172423
  • ส่ง msg :
  • โหวต 502 คน
@ใส@สะอาด@สงบ@สบาย
"ชีวิตปลอดภัย" Glass Life : The Analytical of Mind...read, react and reflect
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/wachara
วันเสาร์ ที่ 20 ตุลาคม 2550
Posted by วัชร , ผู้อ่าน : 1156 , 20:13:04 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

@เหนือนรกสวรรค์

           นรก-สวรรค์ อยู่ที่การเพียรตน เฉพาะด้านจิตใจ

           ๑. นรก-สวรรค์ อยู่ที่ใจปัจจุบัน ความสุข ความทุกข์ในปัจจุบัน "สวรรค์ในอก นรกในใจ" ที่พึ่งในชาติปัจจุบัน เป็นเรื่องที่มีในปัจจุบันชาตินี้ แม้ในชาติหน้านรก-สวรรค์ ก็สืบจากผลกรรมที่มีในชาติปัจจุบัน

           นรก อยู่ที่อายตนะในปัจจุบันเห็นแล้ว ด้วย ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ถ้าทำผิด มันก็ร้อน ออกมาทาง ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ มันเป็นนามธรรม เป็นพลังที่ติดลบ เป็นความรู้สึกทุกข์ร้อน อยู่ที่ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ เป็นนรกทางจิต

             สวรรค์ ก็เหมือนกัน เมื่อกระทำถูกต้อง รู้สึกเป็นสุข สนุก สบายๆ ทาง ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ เป็นสวรรค์ทางจิต

           นรก-สวรรค์ ขึ้นอยู่ที่ใจ ด้วยอายตนะนำพาไป  เช่น

           ถ้าเวลาตาย นึกถึงอารมณ์ที่ดี เช่นทำกรรมชั่วมามาก แต่เวลาตายนึกถึงสิ่งที่ดี  ก็ไปเกิดดี

           ถ้าหากเวลาอยู่ ทำกรรมดี แต่เวลาตายเกิดจิตเศร้าหมอง ระดับจิตตกลงไป ก็ไปเกิดในที่ต่ำ

            มีความสุขเมื่อไร เมื่อนั้นก็ขึ้นสวรรค์ มีความทุกข์เดือดร้อนมากๆ เมื่อนั้น ก็ตกนรก

           สภาพความเป็นอยู่ในโลกนี้ ถ้าต้องตกระกำลำบาก ถูกลงโทษทัณฑ์ สูญเสียอิสรภาพ ทุกข์ท่วมท้น น้ำตาท่วมหน้า นรกชัดๆ 

           สภาพความเป็นอยู่ของคนในโลก ที่มีแต่ความสะดวกสบาย ร่างกายแข็งแรง จิตใจเข้มแข็ง สดใส ก็เป็นสวรรค์

           ๒. นรก-สวรรค์ เกิดขึ้นอยู่พละพลังข้างใน ที่ได้ปฏิบัติธรรม ฝึกจิต ทุกขณะตลอดเวลาสม่ำเสมออย่างไร  จิตที่เป็นพลังนำส่ง การสะสมบุญบารมีเป็นชีวิตจิตใจอย่างไร  มีสติปัญญาภายใน แยกแยะดี-ชั่ว บุญกุศล-อกุศล ความสุข-ความทุกข์  มีภูมิธรรมดี   มีจิตใจที่อิ่มเอิบ เป็นสุขพร้อมเป็นผู้ให้  มองโลกในแง่ดี  รับอารมณ์ที่เป็นสุขได้เสมอ

          นรก-สวรรค์ อยู่ที่ตนต้องเพียรให้มาก ปฏิบัติธรรมให้มาก

         @เหนือนรก-สวรรค์ ตามรู้ ตามเห็นจิต ตลอดเวลา ให้ข้างใน คัดสรร กลั่นกรองกระแสดี กระแสไม่ดี ละอาสวะกิเลสได้ทัน เป็นหน้าที่ที่มนุษย์ทุกคนควรละ แตกฉานอริยสัจ จิตสูงส่ง ขึ้นพระไตรลักษณ์ ดับทุกข์อย่างสิ้นเชิง

         เพียรฝึกจิตละโลกต่ำ เมื่อปฏิบัติธรรม ฝึกจิต ให้เพียรบำเพ็ญให้มาก แน่วแน่ เด็ดเดี่ยว เปลี่ยนพฤติกรรม อยู่เหนือเหตุ อยู่เหนือผล วางใจตนได้ หมั่นฝึกกายให้แข็งแรง ด้านจิตใจภายใน ฝึกให้เข้มแข็ง

         "เมื่อกายสงบ ย่อมพบความสุข     เมื่อพบความสุข จิตย่อมตั้งมั่น

         เมื่อจิตตั้งมั่นได้ จิตย่อมเป็นหนึ่ง เป็นพลัง ปัญญาภายในย่อมเกิด

         ย่อมพิจารณา เห็นสรรพสิ่งตามความเป็นจริงว่า

         สิ่งทั้งหลายทั้งปวงในโลก    ล้วนไม่มีอะไรเที่ยงเลย  

         จิตภายใน ย่อมปล่อยวาง

          เมื่อจิตภายใน ปล่อยวาง   จิตย่อมหลุดพ้นต่อสรรพสิ่ง เพราะภายในปล่อยวาง ไม่ยึดมั่น อยู่เหนือสรรพสิ่ง"

         ๓. นรก-สวรรค์  นรก-สวรรค์ในโลกอื่น ภายหลังการตาย เป็นผลลัทธ์ ที่บุคคลนั้นได้บำเพ็ญมา

         วิธีลงโทษในนรก ด้วยประการต่างๆ มีใน พาลบัณฑิตสูตร และ เทวทูตสูตร...

         อายุเทวดาในชั้นต่างๆ เช่น ชั้นจาตุมหาราช หรือชั้นโลกบาล ๔   ชั้นดาวดึงส์    ชั้นยามา    ชั้นดุสิต   ชั้นนิมมานรดี  และชั้นปรนิมมิตวสวัตดี   ยังมีอายุมนุษย์ ถึงรูปพรหม แสดงไว้ในฝ่ายพระอภิธรรม

         ตามพระไตรปิฎก "ตีความแล้วบอกว่า มี"

         พระพุทธองค์ ทรงเห็นเทวดา เห็นสวรรค์ เห็นสัตว์นรก เช่น เปรต อสุรกาย

         พระอริยสาวกหลายองค์ เช่น พระโมคคัลลานเถระ ก็เห็นเหมือนอย่างนั้น

         การเห็นของผู้มีจักษุทิพย์ ในอดีตและปัจจุบัน  เป็นการยืนยันว่าพระพุทธเจ้าทรงสอนตามความจริง ไม่ใช่เรื่องโกหก พกลม

         อย่างไรก็ตาม พระพุทธเจ้า มักจะทรงสอนให้มนุษย์ไปสวรรค์ ตั้งแต่มีชีวิตอยู่นี้ และมิให้ตกนรกหมกอบายตั้งแต่ชาตินี้ โดยให้ระวัง ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ของทุกคน

         ไม่ให้หลงประกอบทุจริต  เพิ่มพูนกิเลส เครื่องเศร้าหมองต่าง ๆ ทรงสอนว่า ให้มองเทวดาในโลกนี้ เห็นสวรรค์ในโลกนี้ เห็นนรก และสัตว์นรกในโลกนี้

         เพื่อให้พิจารณาเปรียบเทียบให้เห็นคุณและโทษของพฤติกรรมต่าง ๆ ของตนเองต่อไป

         พฤติกรรมที่เป็นอยู่ กลายเป็นเรื่องที่ทุกคนควรจะเอาใจใส่อย่างมาก โดยเฉพาะด้านจิตใจ เพราะกระแสที่ได้รับ ผลลัพธ์ของชีวิต จำเป็นต้องอยู่ด้วยความไม่ประมาท ต่อการยกระดับจิต

         มีปัญญารู้เท่าทันต่อสิ่งต่างๆ  เข้าใจโลกและชีวิตดี  รู้จักวางท่าทีต่อสิ่งทั้งหลายอย่างถูกต้องและปลอดภัย ตามหลักความเป็นจริง พ้นจากเรื่องนรก-สวรรค์ไปเลย พ้นจากจักรวาลจิตและใจ ไร้ซึ่งความยึดมั่น คือมีจิตใจปลอดโปร่ง สบายๆ แจ่มใสตลอดเวลา ทันรู้ ทันเห็น ทันตาในขณะจิตนั้น ชีวิตที่ใหม่ทุกวินาที ชีวิตที่สดใสเสมอ

ในพระไตรปิฎก(มหาปริฬาหนรก) บอกว่า ...นรก-สวรรค์ที่ว่านั้น ไม่สำคัญเท่านรก-สวรรค์ที่เราได้รับอยู่ในปัจจุบัน  ที่เราปรุงแต่งด้วยอายตนะทั้ง ๖ โดยพื้นจิตของเราสร้างขึ้นมา

         อยู่เหนือนรก-สวรรค์   สร้างจิตใจเป็นพลังที่ดี สังเกตความรู้สึกข้างในไว้ ตามรู้ตัว ค่อยเป็น ค่อยไป ตามรู้สึกภายใน รู้สึกตัวทั่วพร้อม รู้เท่าทัน ตามรู้ ตามเห็น ตามความเป็นจริง ว่าง ปล่อยวาง ไม่ยึดมั่น ไม่หมายมั่น"

          ดำรงตนด้วย ความไม่ประมาท ด้วยความถึงพร้อม ด้วยจิตภายใน รักษาจิตให้บริสุทธิ์ผ่องใสเสมอ เว้นประพฤติชั่ว กระทำตนแต่สิ่งดีๆ สม่ำเสมอ โดย :

          ๑. มีความศรัทธา

          ๒. ถือตามเหตุผล ควรทำกรรมดี ละเว้นกรรมชั่ว นี้เป็นแนวทางกาลามสูตร

          ๓. มั่นใจตน 

          ๔. ไม่หวังผลตอบแทน

มั่นเตือนตนละ ด้วยดวงจิตภายใน ตามรู้ตัว ทันรู้ ทันเห็น ปล่อยวาง ไม่ยึดมั่น

          ระวังตนไม่ให้ตกนรกในโลกนี้ได้   ก็ไม่ต้องกลัวจะตกนรกในโลกหน้า

          ระวังตนไม่ให้ทำทุจริตทั้งกาย วาจา ใจ ได้    ก็ไปสวรรค์ตั้งแต่ชาตินี้

          สวรรค์ชาติหน้า   ก็ไม่ต้องห่วงว่าจะไปไม่ได้ เพราะว่า

             จิตฺเต อสงฺกิลิฏฺเฐ  สุคติ ปาฏิกงฺขา   เมื่อจิตไม่เศร้าหมอง สุคติก็เป็นอันหวังได้

(ม.มู. ๑๒/๖๔)

                                                ........................

ธรรมสมาทาน ๔ ในมหาธรรมสมาทานสูตร มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ มีความย่อว่า

          ๑. "ธรรมสมาทานบางอย่าง ให้ทุกข์ในปัจจุบันด้วย มีวิบากเป็นทุกข์ต่อไปด้วย" คือ บางคนประสบทุกข์อยู่แล้ว ยังทำอกุศลกรรมทั้ง ๑๐ อยู่ และได้เสวยทุกข์โทมนัส เพราะอกุศลกรรมเป็นปัจจัย

          ๒. "ธรรมสมาทานบางอย่าง ให้สุขในปัจจุบัน แต่มีวิบากเป็นทุกข์ต่อไป" คือ คนบางคนประสบความสุขอยู่แล้ว ยังทำอกุศลกรรม ๑๐ อยู่ และได้สุขโสมนัส เพราะกุศลกรรมเป็นปัจจัย ตายไปกลับต้องถึงทุคติในรูปแบบต่าง ๆ เพราะอกุศลกรรมให้ผล

          ๓. "ธรรมสมาทานบางอย่าง ให้ทุกข์ในปัจจุบัน แต่มีวิบากเป็นสุขต่อไป" คือ คนบางคนมีความลำบากยากเข็ญนานา แต่สามารถงดเว้นบาป ตามนัยแห่ง  อกุศลกรรมบถ ๑๐ ได้

          และมีความทุกข์โทมนัสมาก เพราะทำความดีมีศีลอย่างนั้น แต่ตายไปกลับได้ประสพสุขในสุขคติ โลกสวรรค์ เพราะกุศลกรรมให้ผล

         ๔. "ธรรมสมาทานบางอย่าง ให้สุขในปัจจุบัน อีกทั้งมีวิบากเป็นสุขต่อไป" คือ คนบางคนมีความสุขสบายดีแล้ว ไม่หลงโลภ ไม่หลงโกรธ ไม่หลงมัวเมา

          ยังตั้งใจถือศีล เว้นอกุศลกรรมบถ ๑๐ เขาย่อมได้เสวย ความสุข สงบ สว่าง แม้ตายไปแล้วก็ยังได้ไปเสวยสุข ในสุคติโลกสวรรค์ อีกด้วย

(มหาธรรมสมาทานสูตร ๑๒/๕๑๓)

                                                 ........................

จากพระพุทธพจน์เรื่อง ธรรมสมาทานสูตรใหญ่ทั้ง ๔ ข้อ คงทำให้เราเห็นพฤติกรรมของบุคคลต่าง ๆ ได้ดีขึ้น ว่าบางคนเลวเป็นสันดาน เช่น เกิดมาพิกลพิการแล้วยังก่อกรรมชั่วนานา ซึ่งเป็นเหตุให้พิกลพิการ ทุกข์เดือดร้อนอีก

          บางคนเกิดมาก็พอมีอยู่ มีกินสบาย ๆ แต่ยังทำชั่ว อันเป็นเหตุให้เดือดร้อนในอนาคตต่อไป แต่บางคนเป็นคนดีโดยสันดาน แม้เกิดมาลำบากยากจน แต่ก็อดทนทำดีมีศีลธรรม อันเป็นเหตุให้ได้รับความสุขต่อไปในอนาคต ฯลฯ

          ถ้าเรายังไม่เข้าใจกรรม ต่อเนื่องดังกล่าว โปรดศึกษพระพุทธพจน์ดังต่อไปนี้

          "บุคคลบางคน ทำบาปเพียงเล็กน้อย บาปนั้น นำเขาสู่นรก บางคนทำบาปเพียงเล็กน้อย เช่นนั้นเหมือนกัน แต่บาปนั้น ให้ผลเพียงในชาติปัจจุบันเท่านั้น ไม่ปรากฏผลต่อไปอีกเลย"

          "บุคคลที่ได้อบรมกายแล้ว อบรมศีล อบรมจิต อบรมปัญญา มีคุณธรรมมาก มีใจใหญ่อยู่ด้วยคุณธรรมมีเมตตาเป็นต้น อันหาประมาณมิได้ ทำบาปเพียงเล็กน้อย

          บาปนั้นให้ผลอันแสบเผ็ดในชาตินี้เท่านั้น ไม่ให้ผลต่อไปอีกเลย ส่วนคนที่มิได้อบรมตนด้วยคุณธรรมต่าง ๆ ดังกล่าว ใจต่ำ ทำบาปเพียงเล็กน้อย แล้วยังต้องไปตกนรกด้วย"

(โลณกสูตร อัง.ติก. ๒๐/๓๒๑)

          แสดงให้เห็นว่า คุณงามความดีต่าง ๆ ที่คนเราอบรมให้มีมั่นคงแล้ว เป็นภูมิคุ้มกันอันมีคุณภาพมาก เวลาจะได้รับทุกข์ก็ไม่เป็นทุกข์มากมาย

          ส่วนคนที่ไม่อบรมตนด้วยคุณธรรมต่างๆ ใจต่ำแล้ว เวลามีทุกข์โศก ก็ทุกข์โศกมากมาย น่าเวทนายิ่งนัก

                                                  ........................

ผลแห่งกรรมตามนัยแห่งจูฬกัมมวิภังคสูตร

          พระพุทธองค์ตรัสถึงอดีตกรรมของคนเราว่า ส่งผลให้มนุษย์เกิดมามีความแตกต่างกัน พึงทราบโดยย่อดังนี้

          ๑. คนบางคน ฆ่าสัตว์เป็นปรกติ มีใจทารุณโหดร้าย มีมือเปื้อนเลือด หมกมุ่นในการประหัตประหาร ไม่เอ็นดูในสัตว์มีชีวิต เขาตายไปจะต้องเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก

          เพราะกรรมนั้น อันเขาให้พรั่งพร้อมสมาทานไว้อย่างนี้ หากตายไป ไม่เข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก ถ้าเกิดเป็นมนุษย์ เกิด ณ ที่ใด ๆ ในภายหลัง จะเป็นคนมีอายุสั้น

          ๒. คนบางคน เว้นจากการฆ่าสัตว์เป็นปรกติ ฯลฯ (ข้อความคล้ายข้อที่ ๑.) เมื่อตายไป จะเข้าถึงสวรรค์ ถ้าเกิดเป็นมนุษย์ ฯลฯ  จะเป็นคนมีอายุยืน

          ๓. คนบางคน ชอบเบียดเบียนสัตว์ให้เดือดร้อน ฯลฯ เมื่อตายไป  จะเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก เพราะกรรมนั้น ฯลฯ ถ้าเกิดเป็นมนุษย์ ฯลฯ  จะเป็นคนมีโรคมาก

          ๔. คนบางคน ไม่ชอบเบียดเบียนสัตว์ ฯลฯ ถ้าเกิดเป็นมนุษย์ ฯลฯ จะเป็นคนมีโรคน้อย

          ๕. คนบางคน มักโกรธ มากไปด้วยความแค้นใจ ฯลฯ ถ้าเกิดเป็นมนุษย์ ฯลฯ จะเป็นคนมีผิวพรรณทราม

          ๖. คนบางคน ไม่มักโกรธ ฯลฯ ถ้าเกิดเป็นมนุษย์ ฯลฯ จะเป็นคนมีผิวพรรณงดงาม

         ๗. คนบางคน มีใจมักริษยา มีจิตคิดประทุษร้ายเขา อยากให้สมบัติของเขาพินาศ ฯลฯ  ถ้าเกิดเป็นมนุษย์ ฯลฯ ย่อมเป็นคนมีศักดิ์น้อย วาสนาต่ำ

         ๘. คนบางคน ไม่ริษยาเขาในลาภ สักการะ ความนับถือ ไม่คิดประทุษร้ายเขา ไม่อยากให้สมบัติของเขาพินาศ ฯลฯ ถ้าเกิดเป็นมนุษย์ ฯลฯ ย่อมเป็นคนมีศักดิ์สูง

          ๙. คนบางคน ตระหนี่เหนียวแน่น ไม่ให้ทาน ไม่สงเคราะห์ คนที่ควรสงเคราะห์ ฯลฯ ถ้าเกิดเป็นมนุษย์ ฯลฯ ย่อมเป็นคนยากจน มีโภคะน้อย มีสมบัติน้อย

          ๑๐. คนบางคน มีจิตใจเสียสละ ชอบให้ทานสงเคราะห์ คนที่ควรสงเคราะห์ ฯลฯ ถ้าเกิดเป็นมนุษย์ ฯลฯ ย่อมเป็นคนมั่งคง พรั่งพร้อมด้วยโภคสมบัติ

          ๑๑. คนบางคน ถือตัวจัด กระด้าง ไม่เคารพผู้ที่ควรเคารพ ฯลฯ ถ้าเกิดเป็นมนุษย์ ย่อมเกิดในตระกูลต่ำ

          ๑๒. คนบางคน ไม่กระด้าง ไม่ถือตัวจัด เคารพคนที่ควรเคารพ ฯลฯ ถ้าเกิดป็นมนุษย์ ย่อมเกิดในตระกูลสูง

          ๑๓. คนบางคน ไม่ชอบสอบถามความสงสัยของตน กับท่านผู้รู้ ผู้ฉลาด ไม่ไต่ถามว่าอะไรเป็นกุศล อกุศล ควรประพฤติ ไม่ควรประพฤติ มีโทษ ไม่มีโทษ ฯลฯ ถ้าเกิดเป็นมนุษย์ ย่อมเป็นคนโง่เขลา

          ๑๔. คนบางคน มีนิสัยชอบสอบถามท่านผู้รู้ผู้ฉลาด ฯลฯ ถ้าเกิดเป็นมนุษย์ ฯลฯ ย่อมเป็นผู้ฉลาด รอบรู้ แหลมคม มีปัญญามาก

(จูฬกรรมวิภังคสูตร ๑๔/๓๗๖)

          พึงระลึกเสมอว่า คนเราเป็นไปตามผลกรรมเก่า และผลกรรมใหม่ด้วย ไม่ใช่กรรมเก่าเป็นเจ้าบทบาทเพียงอย่างเดียว

                                      "พึงระวังบาปใหม่ ไม่เพิ่มบาปเก่า"

Be Happy!

วัชร

           





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ตุลาคม 2007 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วิธี "สร้างที่พึ่งของตนเอง" คุณมีวิธีฝึกฝนอย่างไร..มากที่สุด?
ฝึกให้ตนเองเป็น "บัณฑิต"
13 คน
ฝึกให้เป็น "คนทุกข์ยาก แต่สุขง่าย"
16 คน
ฝึกให้ตน "รู้ที่มาที่ไป ของสรรพสิ่ง"
16 คน
ฝึกให้ตน "รู้สึกภายในจิตอย่างสม่ำเสมอ"
260 คน
ฝึก "ตื่นตัวอย่างมีสติ"
43 คน

  โหวต 348 คน