• วัชร
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : mr.safeone@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-11
  • จำนวนเรื่อง : 224
  • จำนวนผู้ชม : 172627
  • ส่ง msg :
  • โหวต 502 คน
@ใส@สะอาด@สงบ@สบาย
"ชีวิตปลอดภัย" Glass Life : The Analytical of Mind...read, react and reflect
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/wachara
วันพฤหัสบดี ที่ 1 พฤศจิกายน 2550
Posted by วัชร , ผู้อ่าน : 1709 , 15:15:33 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

@ชีวิตที่สด-ใส

          

           บางครั้ง  เราอาจเกิดความรู้สึกว่า เราสูญเสียอะไรมามากมาย  ทั้งเสียเปรียบ  ทั้งเสียใจ  แต่เมื่อเวลาผ่านไปแล้ว เราอาจจะเห็นได้ว่า สิ่งเหล่านี้  ก็ไม่ใช่สิ่งที่น่าเสียใจมากนัก  อาจกลับกลายเป็นสิ่งที่ดีได้

           บางสิ่งบางอย่างที่เรารู้สึกว่า ดี   แต่เมื่อเวลาผ่านไปแล้ว สิ่งเหล่านี้อาจจะไม่ใช่สิ่งที่ดีอีกก็ได้ มันก็กลับไปกลับมาอยู่อย่างนั้น  เป็นอนิจจังจริงๆ  ไม่แน่นอนเลย   เราจึงควรทำความเข้าใจกับเรื่องของ "ความไม่แน่นอน" และรู้จักการ "ปล่อยวาง"

           อนิจจัง ความไม่แน่นอน เราต้องเข้าใจ โลกแห่งความเป็นจริง ที่ไม่น่าปรารถนา  ที่ไม่น่ารื่นรมณ์จนติดเพลิน มันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับเราตลอดเวลา  ไม่ว่า การทำงาน หรือตกงาน น้อยใจ เสียใจ ทั้งภัยร้าย ภัยดี ทุกข์ใจ สุขใจ เบื่อหน่าย ท้อถอย ความผิด ความถูก ความดี ความชั่ว เราต้องพิจารณาให้เห็นว่า สิ่งเหล่านี้ทั้งหมดไม่แน่นอนเป็นอนิจจัง  ทุกขังก่อเกิดเป็นทุกข์  อนัตตาไร้ตัวตน   ไม่ควรยึดมั่น ติดกับกระแสต่างๆ ยกขึ้นเป็นหลักชีวิตประจำใจ   ย้ำเตือนตนเอง  ให้เหตุที่เกิดขึ้น ทั้งเป็นเรื่องสุขและทุกข์นั้นๆ เป็นครูสอนใจ  เป็นมิตรภาพที่คอยให้กำลังใจเรา ให้อุปสรรคใดๆ เป็นปุ๋ย   เป็นยาชูกำลังแห่งปัญญา ให้ตรวจสอบได้เสมอทุกตลอดที่ต้องการ ใช้ให้ได้จริง  ทั้งการคิดดี พูดดี ทำดีของเรา รู้เห็นเหตุการณ์ได้ชัดเจน รู้จักแก้ปัญหาได้ทันท่วงที

            เหตุการณ์ใดๆ ที่เกิดขึ้นกับชีวิต เห็นได้ชัดเจน สิ่งใดเป็นเหตุปัจจัย สิ่งใดเป็นผลลัพธ์ก่อเกิด ท่ามกลางสิ่งเหล่านี้ เราสามารถคิดดี พูดดี ทำดีได้ ทำให้จิตของเรามีกำลังมากขึ้น ยกจิตใจให้สูงขึ้น เป็นการเสริมสร้างบารมีให้แก่ตัวเอง รู้ เห็น มองลึกลงรายละเอียดได้ สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งเหตุทางกาย และเหตุทางใจ ให้กลับมาพึ่งพาภายใน ที่ทุกคนหมั่นฝึก หมั่นประคองไว้แล้ว ความรู้สึกข้างใน จิตภายในที่ดี ผ่องใส พร้อมทำงาน กรองกระแสเหตุการณ์ ตื่นรู้ ตื่นเห็น ลด ละ เลิก ปล่อยวางได้ ไม่หมายมั่น ทันเหตุการณ์ รู้ผลที่ตามมา  ด้วยจิตใจที่ถูกรับเอาใส่ใจจากเรานี้เอง ด้วยดวงจิตที่บริสุทธิ์ ด้วยจิตใจที่ดีงาม ชีวิตที่บริบูรณ์ด้วยจิตใจที่สุขุมพอ สงบสุขได้ เย็นสบายแบบสบายจริงๆ ภายในอ่อนโยน อ่อนโยนจากภายใน อ่อนโยนจากความเบาบาง เป็นจิตที่ไร้ขอบเขต เป็นเมตตาที่ไร้ประมาณ มีขันติด้วยความอดกลั้น และด้วยปัญญาในที่สว่างไสว เมื่อมีเหตุการณ์ยากลำบาก เจอเข้าแล้วกับตัวเอง ก็ต้องรู้ว่า ต้องอดทนและอดกลั้นได้ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก

            แต่เมื่อเราทำได้แล้ว เราก็สามารถตั้งอยู่ในความดี ความถูกต้องได้นาน ความเจริญก้าวหน้ามุ่งสู่เป้าหมายต่อไปได้ เหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น ที่เราคิดว่า เลวร้าย ก็จะค่อยๆ เปลี่ยนไป เปอร์เซ็นเหตุการณ์นั้นจะลดได้ ขึ้นอยู่เราเอง ที่ต้องรู้จักสลายแรงกรรม เหตุการณ์ใดๆ เจอแล้ว ขอให้เป็นสุขๆๆ

           ภายนอกก็คิดแก้กันไป ภายในขอให้เป็นสุขๆๆ ข้างในประคองไว้ ไม่หวั่นไหวต่อเหตุการณ์ ทำจิตใจให้ถูก อยู่ด้วยความปลอดภัย อยู่ด้วยความสุขภายใน ความไม่แน่นอน ก็คือ ความแน่นอน หมายถึง แน่นอนอยู่แล้วที่เหตุการณ์ผ่านมาผ่านไป สรรพสิ่งมีการมาและจากไป เกิดดับๆๆ อย่าให้เหตุการณ์ผ่านไปอย่าไร้ประโยชน์ เหตุการณ์มีอยู่ ที่เจอกันแล้ว เป็นกฎของแรงกรรม เมื่อมันเวียนมา ให้เราละอาสวะที่ภายใน มีจิตเป็นที่ตั้ง จิตไว้กรองกระแส จิตทำงาน จัดระเบียงภายในใหม่ อะไรเป็นสิ่งดีนำมาใช้ อะไรเป็นสิ่งที่ทำแล้วเป็นภัยแก่ตัวเอง ทิ้งไป ทุกอย่างเป็นระบบภายใน ไม่หมายมั่นทั้งดีและไม่ดี ภายในต้องนิ่ง สุขุมไว้ สบายๆ จัดการอย่างสบายๆ ไม่เพิ่มความกังวล ไม่เพิ่มบาปใหม่ กระทำกรรมที่เวียนมาให้ลดลง สิ่งดีๆ จะเข้ามาในชีวิต แทนที่ ที่ละไป ละสิ่งไม่ดีออกไป สิ่งดีๆ เข้าแทนที่

          ทำใจเราให้สงบไว้ ใจดี สู้ๆ สู้ต่อไป เผชิญหน้ากับทุกเหตุการณ์ มีอะไรเรียกใจ เรียกจิตกลับ เพราะจิตและใจ ชอบเรียนรู้ ชอบออกไปหาความรู้ เผลอแปะเดียว ออกไปอีกแล้ว ทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ตั้งรับ มีที่ตั้ง ที่มั่นไว้ กลางหน้าอกหลังลิ้นปี่ กลับเข้ามาเร็ว ปลอดภัยได้เร็ว จิตมีพลัง เกิดจากที่ทุกคนสน อก สน ใจ นึกบ่อยๆ ก็ได้บ่อยๆ ได้มากๆ ก็อิ่มมาก อิ่มมาก ก็รู้จักให้ ทุกอย่างเป็นไปเอง มีดี จึงบอกต่อ ถ้าใจเรามีกำลัง ใจเราสงบได้ ใจดี ใจเมตตา ตามกันมา ไม่มีอะไรที่เราทำไม่ได้ ไม่มีอะไรที่เราแก้ปัญหาไม่ได้

         ฉะนั้น ขอให้เราตั้งอยู่ในความดี มีความเห็นที่ถูกต้อง คิดดี ทำดี พูดดี มีความพยายามดี มีสติดีที่เกิดจากเราปฏิบัติจริง รักษาความรู้สึกข้างในไว้ สมาธิละเอียดอ่อนชัดเจนขึ้น ปัญญาภายในสอดส่องสว่างไสว สะดวกแก่ชีวิตที่จำเป็นต้องใช้สิ่งเหล่านี้ ชีวิตปลอดภัยในการเดินทาง จำเป็นต้องมีแสงปัญญานำทาง สอดแสงสว่าง นำชีวิต เพราะ
ยังมีลมหายใจ ระหว่างทางเดิน ต้องเจอะเจอปัญหาร้อยแปด จำเป็นต้องใช้ปัญญาตัดสิน เพื่อเราจะได้ก้าวเดินต่อไป สู่เป้าหมายอย่างชัดเจน นั่นคือความสุขที่แท้จริง ที่เราทุกคนต้องการของชีวิต

        ทุกสถานการณ์ตราบใด ที่เรายังมีชีวิตอยู่ในโลกใบนี้ เรายังอยู่ในวัฏสงสารอันยาวนานนี้ แม้จะทำความดีขนาดไหนก็ตาม คลื่นพายุก็ก่อเกิดแรงขึ้นๆๆ เป็นทวี ความเสื่อมลาภ เสื่อมยศ อิจฉาริษยา นินทาว่าร้าย ทุกข์ทั้งหลาย นับวันทวีความแรง เป็นผลของแรงกระทำของทุกคน ทุกคนอยากจะหนี ก็ยังไม่มีใครหนีพ้น

          แม้พระพุทธองค์ก็ต้องประสบเหมือนกัน หลังจากตรัสรู้พระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณแล้ว แม้จิตใจของพระองค์ท่านจะบริสุทธิ์ขนาดไหน มีปัญญาลึกซึ้งขนาดไหน มีเมตตาขนาดไหนก็ตาม เหตุการณ์ต่างๆ ก็ยังเกิดขึ้นกับพระองค์ท่าน ตามความรู้สึกของเราก็คิดว่า ไม่น่าจะมีเหตุการณ์อย่างนั้นเกิดขึ้นกับพระองค์ท่น แต่นั่นเป็นเพียงความคิดของเราตามความเป็นจริง โลกแห่งความเป็นจริงที่ไม่น่าปรารถนา ก็มีมากระทบกับเราเช่นกัน

           ปล่อยวาง บางทีเราก็ไม่เข้าใจคำว่า ปล่อยวาง เรากำลังทุกข์ เรากำลังตกงาน ไม่มีเงินส่งค่าบ้าน ไม่มีเงินส่งลูกเรียน ไม่มีเงินพาพ่อแม่ที่เจ็บป่วยไปโรงพยาบาล มีหนี้สิน แฟนทิ้ง ทุกข์ใจมาก แล้วจะให้เราปล่อยวางได้อย่างไร ถ้าปล่อยวางแล้ว ใครจะรับผิดชอบ การดูแลลูก ดูแลพ่อแม่ ภาระต่างๆ เป็นหน้าที่ของเรา แต่แล้วเราเองก็ไปทุกข์ไปตลอดเวลาอย่างนั้นหือ ชอบอย่างนั้นหือ ชอบทุกข์ ก็มีแต่ทุกข์ ชอบอย่างนั้นหือ ตอบว่า ไม่ชอบ แล้วอะไรล่ะ ที่ทำให้เราทุกข์ตาม ก็ปัญหาต่างๆ แล้วถามว่า แก้ได้หมดในทีเดียวมั๊ย ก็ทำไม่ได้ให้หมดทันใจเรา

            แล้วถามว่า แล้วใครให้เก็บปัญหาเหล่านี้ไว้เยอะๆ ก็เป็นเพราะเราเอง เมื่อปัญหาคุกคามรุมเร้ามากพร้อมๆกัน เวลาจะคิดทำอะไร จะคิดแก้ปัญหาอะไร เราไม่พร้อม ก็เป็นชีวิตที่ไม่พร้อมตลอดเวลา ชีวิตเราไม่สุข ก็เป็นชีวิตไม่สุขตลอดเวลา นี่แสดงว่า เป้าหมายชีวิตของเราเอง ไม่ชัดเจนเข้าแล้ว เพราะว่าอะไร เพราะว่า เราเองต้องการความสุขตลอดเวลา

            แต่แล้ว เราเองกลับทำให้ชีวิตเรามีแต่ความทุกข์ กับเหตุการณ์ มีความทุกข์กับปัญหาที่เจอ ทำงานไปทุกข์ไป ทำงานไปบ่นไป เห็นอะไรเป็นเรื่องยุ่งๆ เต็มไปหมด เรามักพูดว่า ยุ่งมากเลย เพราะเราดูแลลูก ดูแลพ่อแม่ แถมต้องออกไปนอกบ้านไปทำงาน ต้องหาเงินดำรงชีพ งานก็มีปัญหามากมาย ทำไปก็ทุกข์ไป ยิ่งทำก็ยิ่งยุ่ง ยิ่งสับสนอย่างนี้ ถามว่า ชีวิตทุกคน ต่างมีบททดลอง ทุกคนต่างมีโจทย์ และมีคำถาม  ต้องการคำตอบให้กับชีวิต ว่าชีวิตจะก้าวเดินต่อไปได้อย่างไรดี   แต่ถ้าชีวิตเรามัวเมากับปัญหา สมองที่รกอยู่เหตุการณ์เรื่องราว วันแล้ววันเล่า ชีวิตเคยชินกับความทุกข์ ชีวิตเพลิดเพลินกับความทุกข์ ไม่เป็นบุญแน่ๆ แล้วไม่ได้บุญด้วย

           พระพุทธองค์ ตรัสไว้ว่า บุคคลใดเพลิดเพลินกับความทุกข์ ย่อมหลุดพ้นกับความทุกข์ไปไม่ได้ ดังนั้น เราทุกคน กลับมาจุดเริ่มต้นกันใหม่ดีมั๊ย ทางออกของชีวิตมี จะเอามั๊ย ก้าวเดินกันใหม่ สู่จิตภายใน ก้าวเดียวถึงเลย จะเอามั๊ย ถึงเวลาทุกคนก็จะได้ฝึกจิต ทุกอย่างเป็นไปตามเหตุ

           การปล่อยวาง ก็เช่นกัน ไม่ใช่ไม่ทำอะไร ไม่สนใจ ไม่ยุ่งเกี่ยวกับอะไรอีกแล้ว ไม่ทำหน้าที่ของตนเอง เหล่านี้ก็ไม่ใช่ ตรงกันข้าม การปล่อยวางนี่ ขยันสุดๆ เพราะเข้าใจโลกความเป็นจริงแล้วว่า ทุกอย่างต้องกระทำด้วยจิตใจ ข้างในที่มีสุขแล้ว จึงทำงาน มีสุขข้างในแล้ว จึงไปเรียนรู้ มีสุขแล้ว จึงไปท่องเที่ยว มีสุขแล้ว จึงทำความดี ช่วยเหลือผู้คนกัน ไม่ใช่ยังมีความโลภ โกรธ หลง ขี้เกียจ ขี้น้อยใจ ขี้หงุดหงิด ขี้บ่น ขี้นินทา อิจฉาริษยากัน สิ่งเหล่านี้แหละที่ ควรปล่อยวาง คือปล่อยวางความรู้สึกที่ไม่ดีทั้งหลาย แล้วทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด ด้วยจิตเข้มแข็งเต็มพลัง ด้วยใจดี มีเมตตา พร้อมช่วยผู้อื่น ด้วยความใจเต็ม จึงเต็มใจทำ เต็มใจช่วย

           เราทุกคนต้องรู้ว่า การปล่อยวาง ของพระพุทธองค์นี่ พระองค์ท่านให้ปล่อยวางจากภายใน ปล่อยวางภายใน ไม่หมายมั่น ไม่ยึดมั่น จิตหลุดพ้น เพราะไม่ยึดมั่น ด้วยความนิ่ง ด้วยการพิจารณาภายใน ฝึกจิต ดูใจ รู้ตัวทั่วพร้อม รู้เท่าทัน จากภายในชีวิต ที่มีกายและจิต ให้ศึกษา และปฏิบัติกัน ปล่อยวาง ไม่หมายมั่น เพราะเห็นและรู้รอบ รอบรู้แล้วว่า ทุกสรรพสิ่ง มีการเกิด มีการดับสูญ เห็นตามความเป็นจริง ที่เขาเรียกว่า มีดวงตาเห็นธรรม นั่นคือ มีปัญญาที่เป็นผลลัพธ์ ที่เกิดจากการปฏิบัติธรรม ฝึกจิตกันแล้ว สติปัญญา เป็นเพียงผลลัพธ์ ที่ทุกคนทั่วโลก ทุกศาสนา ต้องการจะได้มา แต่แล้ว ได้ไม่ถึงภายในกัน เพราะไม่ได้หัดกัน ไม่ได้ฝึกกัน ไม่ได้ปฏิบัติอย่างจริงๆ ตั้งใจ ให้ใจมีที่ตั้งมั่นไว้ เพราะใจมันชอบเรียนรู้ แต่ทุกคนเอาปล่อยใจ ลอยออกนอกไปไกล ลอยไปตามกระแสภายนอก ไม่จบ ไม่สิ้นสุด ออกไปแก้กันที่ภายนอก เหนื่อยนะ จะบอกให้ อวดเก่ง แสดงกันไป ใยไม่เห็นทางออกกัน ที่สุดแล้ว ก็กลับมาพึ่งธรรม ค้นหาธรรมกัน

           ผู้ยังไม่ได้ปฏิบัติ ยังไม่เข้าใจ พยายามกันหน่อย หาครูบาอาจารย์ หาผู้รู้ที่ปฏิบัติจริงๆ มีมาก แต่ก็ยากที่จะหาเจอ เพราะทุกท่านหลบ ปฏิบัติตน พึ่งตนเอง แล้วผู้คนรุ่นหลัง ก็ยากที่จะหาเจอ ยากที่จะพบ ยากที่จะถึง เพราะท้อใจกัน อ่านข้อความแล้ว ปฏิบัติอย่างเดียว คือทางออกของชีวิต ตอนนี้ คบกับใคร คุยกับใคร ให้คบกันด้วยจิตใจบริสุทธิ์ พยายามให้กำลังใจกัน เพราะทุกคนต่างมีทุกข์ ไม่แพ้กัน ทุกคนต่างต้องการทางออก ทุกคนต้องการความหลุดพ้นวังวนนี้ไป ผมเป็นเพียงชี้แนะทางเดิน จะถูก จะผิด ไม่ต้องเชื่อ ไม่ต้องถือเป็นกังวล ลองปฏิบัติดู หาคำตอบจากตัวเอง ทำให้ได้ ทุกคนต้องทำได้ ทุกคนเกิดมาเป็นมนุษย์แล้ว มีพละพลังพอแน่นอน ที่ปฏิบัติแล้ว ต้องได้ผล ความแตกต่างอยู่ที่ความเพียร อยู่ที่ใครปฏิบัติมามาก สะสม เก็บเป็นคะแนน ข้ามชาติ ข้ามภพ มากมาย ทุกคนต่างเป็นพี่น้อง ร่วมทุกข์ สุข เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นพี่ เป็นน้อง เป็นพ่อแม่ เป็นปู่ย้าตายาย คบกันได้ ไม่ต้องเลือกชาติ ศาสนาใด ใช้สายตาตัวเอง เลือกสรร สังคม เพื่อน เตือนจิต เตือนใจ เป็นดี

          อย่างเช่น คนบางคนโชดดี บางคนมีแต่เรื่อง บางคนเจ็บป่วยมาก ทางปฏิบัติก็เช่นกัน คนบางคน อาจสำเร็จเร็ว อาจสำเร็จช้า คนนี้สำเร็จเร็วจังเลย เห็นคนนี้ ปฏิบัติธรรม เก่งจังเลย แต่ที่ได้ตรงนี้ แสดงว่า ทำมาเต็มที่แล้ว สร้างบารมีมามากแล้ว เด็กคนนี้ปฏิบัติปุ๊บ ได้ปั๊บ คำว่า บังเอิญไม่มี ไม่มีคำว่าบังเอิญ

           ผู้ที่จะได้มาปฏิบัติธรรมกัน เสร็จ สร้างบารมี สอนคนนี้ต่อ สอนคนนั่นต่อ ปฏิบัติธรรมกัน ไม่ใช่บังเอิญ พระพุทธองค์ ก็บอกแล้วว่า กึ่งพุทธกลางนี้ ธรรมของพระพุทธองค์ จะแผ่ขยายไปทิศทั้งสี่ และเหตุการณ์ที่จะเกิดกาลีโยค น้ำท่วม ภูเขาไฟระเบิด แผ่นดินไหว แต่เมืองที่มีพระพุทธศาสนาอยู่ จะได้รับภัยที่เบาบาง เพราะมีพระพุทธศาสนาอยู่ และยักย์ร้ายข้างนอก จะรบกัน ตามเหตุนี้อยู่แล้ว

            ดังนั้น หน้าที่ของทุกคนก็มีอยู่แล้ว ปฏิบัติธรรมกันแล้ว ทำอย่างไงให้ธรรมแผ่ออกไป เพราะ แรงกรรมมันวิ่งเข้ามาแล้ว แต่เราขอให้เป็นสุข สลายแรงกรรม เหมือนพายุ มันจะพัดมาในที่ ไม่สมดุล เพื่อตรงนั้นเกิดสมดุล แต่พอดีมันพัดมา มันทำร้ายบ้านเรือนด้วย ทำให้บริเวณนั้นเกิดสมดุลขึ้น เหตุตรงนี้ มีกรรมอยู่ เหตุก็วิ่งมา เพื่อให้ตรงนี้ สลายแรงกรรมซะ มาเป็นภัยวิบัติ เข้ามาเพราะเหตุตรงนี้ มีกรรมอยู่ แต่พอดี เราใช้เมตตา ดูจิต แล้วขอให้เป็นสุข เราสลายแรงกรรม ด้วยการปฏิบัติธรรม ฉะนั้นเหตุที่วิ่งมา ก็ออกไป เราทำให้สมดุลด้วยการฝึกจิตแล้วเมตตาแทน ทำให้เกิดตรงนี้ได้ ไม่ต้องรอให้มันเกิด

           ดังนั้น ฉุกเฉินคับขันอะไรก็ตาม ทุกคนจำไว้เลยว่า กลับมาข้างใน ประคองระดับแรงสะท้านแห่งจิตไว้ อยู่กับปัจจุบันขณะจิต ปัจจุบันแห่งธรรม ปัจจุบันตามความเป็นจริง ขณะนั้น ทำเดียวนี้ ได้เดียวนี้ ได้ขณะที่ทำ พูด คิด ได้ขณะนั้นเลย แล้วรู้จักให้ เป็นผู้ให้ ให้ความรักแก่คนทั้งโลก แผ่เมตตา ไร้ประมาท สลายแรงกรรม เสมอๆ ทำให้เกิดสมดุล เหตุอะไรจะเกิด ผ่านได้ นิดนึงๆ ๆ อย่าอยู่กับความตื่นเต้น ไม่ต้องกลัว มีอะไร สูดลมหายใจ ลึกๆ ช้าๆ น้อมลงมาที่บริเวณ กลางหน้าอก หลังลิ้นปี่ ประคองจิตไว้ รู้สึกข้างใน ตรงนี้ไว้ รักษาระดับไว้

           แล้วน้อมจิต ถวายเป็นพระราชกุศล แด่ในหลวงของพวกเรา เพราะนี่ก็ใกล้เวลา วันแห่งมหามงคล ๕ ธันวามหาราช มหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ที่ทรงงานหนัก เพื่อพสกนิกรชาวไทยทุกคนมีความสุข เมตตาถวายแด่ ในหลวง ขอให้ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็วพลัน  มีพระพลายามัยแข็งแรงด้วย ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน เทอญ

          เราทุกคนที่นั่งปฏิบัติธรรม ที่บ้าน ที่ทำงาน อยู่ ณ ที่ใดก็ตาม ช่วยกันสลายแรงกรรมของชีวิต ของประเทศ ให้เกิดความสมดุล นำมาซึ้งความปีติสุข เต็มเปี่ยมด้วยจิตใจที่ผ่องใส ด้วยพลังของสมาธิ ด้วยพลังของการระลึกถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ระลึกถึงความจริงของชีวิต คุณงามความดีที่ทุกคนปฏิบัติธรรม ฝึกจิต เจริญภาวนา ทำความดี ทำบญ รักษาศีล เปิดปีติสุขมหากุศลนี้ จงรวมเป็นพลังบริสุทธิ์ แผ่ไปกว้างไกลไร้ประมาณ ให้ทุกคนชาวไทย มีความสุข เป็นปกติสุข อยู่อย่างร่มเย็น สะดวก และปลอดภัยในการดำเนินชีวิต เข้าถึงธรรมอันศักดิ์สิทธิ์กันทุกคนทุกท่าน เทอญ.

Be Happy!

วัชร 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
Lyrics วันที่ : 01/11/2007 เวลา : 17.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lunla
: Fa Me  SinG a SonG :

บ่นยาวจัง

แต่โอเค

สะอนหลายอย่างค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
เคิร์ก วันที่ : 01/11/2007 เวลา : 15.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kherk

เหฌนด้วยครับ..

" หากเราเพลิดเพลินกับความทุกข์ ย่อมหลุดพ้นกับความทุกข์ไปไม่ได้ "
ขอบคุณครับสำหรับสาระดีดี

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
กิต วันที่ : 01/11/2007 เวลา : 15.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kit2550
สิ่งที่ยังไม่รู้........ยังมีอีกเยอะขอบคุณทุกท่าน....ที่นำเรื่องที่ยังไม่รู้...แบ่งปันกันรู้

สาธุครับผม

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤศจิกายน 2007 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วิธี "สร้างที่พึ่งของตนเอง" คุณมีวิธีฝึกฝนอย่างไร..มากที่สุด?
ฝึกให้ตนเองเป็น "บัณฑิต"
13 คน
ฝึกให้เป็น "คนทุกข์ยาก แต่สุขง่าย"
16 คน
ฝึกให้ตน "รู้ที่มาที่ไป ของสรรพสิ่ง"
16 คน
ฝึกให้ตน "รู้สึกภายในจิตอย่างสม่ำเสมอ"
260 คน
ฝึก "ตื่นตัวอย่างมีสติ"
43 คน

  โหวต 348 คน