• พิมพ์ระพัฒน์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nunut_pim@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-11-08
  • จำนวนเรื่อง : 34
  • จำนวนผู้ชม : 56447
  • ส่ง msg :
  • โหวต 51 คน
ชีวิตต้องก้าวเดิน...
แสงทองแห่งชีวิต...ล้มแล้วต้องลุก สู้สู้สู้ตาย
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/wacharee
วันอังคาร ที่ 4 มีนาคม 2551
Posted by พิมพ์ระพัฒน์ , ผู้อ่าน : 1440 , 15:18:08 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ชุมชนบ้านโพธิ์ออก

ประวัติศาสตร์ชุมชน

          เมื่อประมาณปี พ.ศ.2384 ได้มีชาวบ้านจำนวนหนึ่งอพยพมาจากบ้านโนนน้ำเที่ยง ปัจจุบันเป็นร่องรอยของบ้านร้างโดยคนกลุ่มนี้คือ ท้าวพันที ท้าวหลวงด่านและท้าวเพีย ได้พากันอพยพมาจากบ้านโนนน้ำเที่ยงย้ายมาทางทิศใต้ คาดว่าภูมิประเทศคงจะแห้งแล้งจึงได้มาที่พื้นที่ที่เหมาะสมแก่การเพาะปลูก เพราะมีลำห้วยตองแวดซึ่งเป็นที่ที่อุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การทำมาหากินจึงได้มาตั้งถิ่นฐานอยู่บ้านลิ้นไม้ ซึ่งมีต้นลิ้นฟ้าขนาดใหญ่ต้นหนึ่งจึงพากันขนานนามว่าบ้านลิ้นไม้จนทุกวันนี้ ปี พ.ศ.2390 ชาวบ้านจำนวนหนึ่งได้พากันอพยพมาทางทิศตะวันออกแล้วก็มองไปเห็น ต้นโพธิ์ใหญ่อยู่หลายต้นจึงได้พากันตั้งวัดและตั้งหมู่บ้านไปพร้อมกันแล้วก็ขนานนามว่าหมู่บ้านโพธิ์ใหญ่ ซึ่งในตอนหลังได้แบ่งการปกครองออกเป็นโพธิ์ตกและโพธิ์ออก

โครงสร้างองค์กรชุมชน

วัดบ้านโพธิ์

          วัดนี้เป็นวัดราษฎร์คู่กับบ้านโพธิ์ใหญ่ โดยมีญาถ่านต้นได้มาเป็นผู้นำการจัดสร้างวัด และได้ตั้งชื่อวัดนี้ว่าวัดบ้านโพธิ์ใหญ่โดยอาศัยนามวัดตามต้นโพธิ์ใหญ่ที่อยู่ในบริเวณวัด และใช้เรียกชื่อวัดบ้านโพธิ์ใหญ่มาตามลำดับ

วัดโพธิ์ตั้งอยู่หมู่ที่ 8 บ้านโพธิ์ใหญ่ ตำบลโพธิ์ใหญ่ อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี มีเนื้อที่ทั้งหมด 11 ไร่ 3 งาน 20 ตาราง มีหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดิน นส. 3 ก. เลขที่ 1610 มีอาณาเขตดังนี้

          ทิศเหนือยาว             141 เมตร จดถนนสาธารณะ

          ทิศใต้ยาว                 141 เมตร จดที่นานายปาน ดำพะธิก

          ทิศตะวันออกยาว     135 เมตร จดทางสาธารณะ

          ทิศตะวันตกยาว       135 เมตร จดทางสาธารณะ

ปฏิทินชุมชน

ประเพณีฮีตสิบสอง

ฮีตสิบสอง หมายถึง ประเพณีทำบุญเดือนสิบสอง อันสืบเนื่องมาจากพุทธศาสนาที่ชาวอีสานกระทำมาจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ดังนี้

  1. บุญเข้ากรรม นิยมจัดทำขึ้นในเดือนอ้าย พิธีทำ คือ พระภิกษุสงฆ์ต้องอาบัติสังฆากิเลส ให้พระสงฆ์เข้าอยู่ในเขตจำกัดทรมานกาย ชำระจิตใจให้บริสุทธิ์ถือเป็นการตอบแทนมารดาที่ต้องอยู่กรรม (อยู่ไฟ) ทำอยู่ 9 ราตรี เมื่อออกกรรม จะมีพระสงฆ์ 20 รูป สวดอัพดภาน คือสวดระงับอาบัติ ภิกษุที่ออกกรรมแล้วถือว่าหมดมลทินบริสุทธิ์ผุดผ่อง ชาวบ้านทำบุญถวายพระสงฆ์

  2. บุญคุณลาน นิยมทำกันในเดือนยี่ เป็นการทำบุญนวดข้าวขวัญเสร็จ แล้วกองไว้ลาน พิธีทำ คือ ตอนเย็นนิมนต์พระสงฆ์มาเจริญพระพุทธมนต์กลางคืนมีมหรสพ ตอนเช้าถวายภัตตาหารและบิณฑบาต เทศนาสู่ขวัญลานเลี้ยงอาหารแก่ผู้เข้าร่วมพิธีและน้ำพระพุทธมนต์ไปโปรยในกองข้างและท้องนาเชื่อว่า เจ้าของจะอยู่เย็นเป็นสุข

  3. บุญข้าวจี่ นิยมทำกันในเดือนสาม ข้าวจี่ หมายถึง ข้าวเหนี่ยวนึ่งปั้นเป็นก้อนโตเท่าไข่ไก่เสียบแล้วนำไปย่างไฟให้เกรียม ทาด้วยไข่ไก่ พิธีทำ คือ เมื่อเตรียมข้าวจี่เรียบร้อยแล้ว ชาวบ้านจะนำไปที่วัดหรือตักบาตร แล้วนำไปพระภิกษุสามเณรมีการไหว้พระรับศีลรับพร สวดพระพุทธมนต์และฟังฉลองข้าวจี่รับพร

  4. บุญพระเวสสันดร หรือบุญมหาชาติ นิยมทำกันในเดือนยี่ มนุษย์ต้องการที่จะพบศาสนา พระศรีอริยเมตตาไตร ให้เว้นจากการละทำบาป และฟังเทศน์นี้ พระเวสสันดรให้จบในวันเดียว พิธีทำ คือ วันโฮม ตอนเช้านิมนต์พระอุปคุตมาประดิษฐานที่ศาลาโรงธรรม ตอนบ่ายแห่พระเวสสันดรและพระนางมัทรีเข้าเมือง ตอนกลางคืนสวดพระพุทธมนต์ เทศน์มาลัยหมื่นมาลัยแสนและมีมหรสพครบงัน จวนสว่างมีการประกาศป่าวเทวดา และอาราธนาพระเทศน์สังกาลส่วนวันงานอาราธนาพระเทศน์มหาชาติตลอดทั้งวัน เมื่อเทศน์จบกล่าวคำถวายพระรัตนตรัย

  5. บุญสงกรานต์ นิยมทำกันในเดือนห้า วันที่ 13 เมษายน เป็นวันมหาสงกรานต์ วันที่ 14 เมษายน เป็นวันเนา และวันสุดท้ายวันที่ 15 เมษายน เป็นวันเถลิงศก (วันขึ้นปีใหม่) พิธีทำ คือ วันแรกรดน้ำพระพุทธรูปที่วัด ตอนบ่ายชาวบ้านเอาน้ำหอมไปที่วัด เมื่อพร้อมแล้วกล่าวคำบูชาดอกไม้อธิษฐานขอสรงน้ำโดยใช้ช่อดอกไม้จุ่มน้ำหอมสลัดลงบนพระพุทธรูป ตอนกลางคืน มีมหรสพครบงันที่วัดและเล่นสาดน้ำตามประเพณีของหมู่บ้านต่างๆทั้ง 3 วัน ในวันที่ 15 เมษายน ตอนเช้าทำบุญตักบาตรบ่ายแขวนธงยาวและก่อเจดีย์สรงน้ำพระสงฆ์ ผู้สูงอายุ มีบายศรีสู่ขวัญด้วย

  6. บุญบั้งไฟ นิยมทำกันในเดือนหก จุดประสงค์ทำขึ้นเพื่อบูชาอารักษ์หลักเมือง เป็นประเพณีขอฝน พิธีทำ คือ โดยหมู่บ้านหรือวัดจะเตรียมบั้งไฟ เตรียมที่พักสุราอาหารไว้ต้อนรับแขก บอกบุญไปยังหมู่บ้านอื่นเชิญผู้คนร่วมงาน วันแรกเป็นวันแห่มีการประกวดบั้งไปสวยงาม ขบวนฟ้อนรำเซิ้งมีมหรสพตอนกลางคืนตอนรุ่งเช้าก็จะนำบั้งไฟไปจุด

  7. บุญซำฮะ นิยมทำกันในเดือนเจ็ด จุดประสงค์เพื่อชำระล้างสิ่งที่เป็นเสนียดจัญไรต่างๆออกจากหมู่บ้าน ทำให้ชาวบ้านอยู่เย็นเป็นสุข พิธีทำ คือ ชาวบ้านทำประรำชั้นกลางหมู่บ้านเตรียมเครื่องบูชาพระรัตนตรัยพร้อมด้วยสายสิญจน์ น้ำพระพุทธมนต์ฝ้ายผูกแขน เครื่องเทศไทยทาน กรวดทราย หลักไม้ไผ่แปดหลัก ตอนเย็นนิมนต์พระสงฆ์มาสวดพระพุทธมนต์ ตอนเช้าถวายภัตตาหาร วันสุดท้ายถวายสังฆทาน เสร็จพิธีกรรมสงฆ์ ประพรมน้ำพระพุทธมนต์ ผู้สูงอายุผูกแขนให้กับชาวบ้าน หว่านกรวดทรายไปทั่วหมู่บ้านและเอาไปตอกไว้ในทิศทั้งแปดของหมู่บ้าน

  8. บุญเข้าพรรษา นิยมทำกันในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 จุดประสงค์เพื่อให้พระภิกษุสามเณรเข้าพรรษาคืออยู่ประจำวัดใดวัดหนึ่งจนครบสามเดือน พิธีทำ คือ ในวันที่ 15 ค่ำ เดือน 8 ชาวบ้านถวายภัตตาหารเช้าหรือเพลพร้อมเครื่องใช้ต่างๆที่จำเป็นแด่พระสงฆ์ เช่น ผ้าไตรจีวร ตั่งเตียง ยารักษาโรค และเครื่องใช้แสงสว่าง เช่น เทียน ตะเกียง น้ำมัน เชื่อว่าเมื่อถวายแล้วตาทิพย์ปละปัญญาดี ภายหลังหล่อต้นเทียนสวยงามพร้อมทั้งผ้าอาบน้ำฝนพร้อมทั้งเครื่องบริวารอื่นๆ แด่พระสงฆ์มีการสวดมนต์และฟังเทศน์

9.     บุญข้าวประดับดิน นิยมทำกันในวันแรม 14 ค่ำ เดือน 9 จุดประสงค์ทำเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับเปรตหรือญาติมิตรผู้ล่วงลับไปแล้ว พิธีทำ คือ พอถึงวันแรม 13 ค่ำ เดือน 9 ชาวบ้านเตรียมอาหารคาวหวาน ผลไม้และหมากพลู บุหรี่ห่อใบตองหรือใส่กระทง รุ่งเช้าวันแรม 14 ค่ำ เวลา 4-6 นาฬิกา นำห่อหรือกระทงไปวางหรือแขวนไว้บริเวณวัด พร้อมจุดเทียนบอกกล่าวให้เปรตมารับอาหารและผลบุญแล้วนำอาหารตักบาตร ถวายทานแด่พระสงฆ์ สมาทานศีล ฟังเทศนะและกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว

10. บุญข้าวสาก นิยมทำกันในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10 จุดประสงค์ทำบุญเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับผู้ตายหรือเปรตผู้เป็นญาติและรักใคร่นับถือ พิธีทำ คือ ชาวบ้านจะเตรียมอาหารชนิดต่างๆ ใส่ภาชนะหรือห่อด้วยใบตองใส่ชะลอมไว้ตอนเช้าจะนำอาหารไปถวายพระภิกษุสามเณรก่อนตอนสวยจวนเพล แล้วนำอาหารเตรียมใส่ภาชนะหรือห่อใบตองไปวัดอีกครั้งเพื่อนำไปถวายแด่พระสงฆ์ โดยเขียนชื่อภิกษุสงฆ์สามเณรแล้วจับฉลาก ใครจับได้ชื่อภิกษุรูปใด ก็นำไปถวายภิกษุรูปนั้นแล้วนำอาหารไปวางไว้บริเวณวัดแล้วจุดเทียน บอกกล่าวให้ญาติผู้ล่างลับไปแล้วมารับอาหารและผลบุญที่อุทิศให้ มีการฟังเทศน์ นอกจากนี้ชาวบ้านจะนำอาหารไปถวายตาแฮกที่นาของตนเอง

11. บุญออกพรรษา นิยมทำกันในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 จุดประสงค์เนื่องจากพระภิกษุสามเณรได้รวมกันอยู่ประจำที่วัดโดยจะไปค้างคืนที่ไหนไม่ได้ ในวันเข้าพรรษาครบ 3 เดือน ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 พระสงฆ์จะรวมกันออกวัสสาปวารณา คือมีการเปิดโอกาสให้ว่ากล่าวตักเตือนกันได้ ชาวบ้านจึงถือโอกาสทำบุญ พิธีทำ คือ เช้าวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 มีการตักบาตรเทโว ถวายภัตตาหารแด่ภิกษุสามเณร บางแห่งมีการกวนข้าวทิพย์ถวาย มีรับศีล สวดมนต์ ทำวัตรเช้า ฟังเทศน์และถวายผ้าจำพรรษา ตอนค่ำมีการจุดธูปเทียนโคมไฟ ในบริเวณวัด หน้าบ้าน ถวายต้นปราสาทผึ้ง ล่องเรือไฟ เพื่อสักการะพระแม่คงคาและสักการะพระพุทธบาทและมีการแข่งเรือ

12. บุญกฐิน นิยมทำกันในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ไปจนถึง 15 ค่ำ เดือน 12 จุดประสงค์เพื่อให้พระภิกษุสามเณรได้ผ้าและรับผ้ากฐิน พิธีทำ คือ เจ้าภาพจองวัดล่วงหน้าเตรียมผ้าไตรจีวร พร้อมอัฐบริหารตลอดจนบริวารอื่นๆ และเครื่องไทยทาน มีการบอกบุญแก่ญาติมิตรก่อนนำกฐินถวายพระสงฆ์ พระสงฆ์ทำพิธีรับเป็นอันเสร็จพิธีต้องทำให้เสร็จภายในเวลา 24 ชั่วโมง

ประวัติบุคคลสำคัญที่น่าสนใจในหมู่บ้านโพธิ์ออก

  1.  แม่ใหญ่สอน  กุคำใส    อายุ  70  ปี

มีฝีมือในการจักสานตะกร้าจากทางมะพร้าว  ทำมาเป็นเวลา  1  ปี  โดยเรียนรู้จากการไปพบเห็นคนภายนอกหมู่บ้านแล้วจดจำมาลองทำเรียนรู้พัฒนาฝีมือด้วยตนเอง  จะใช้ช่วงเวลาที่ว่างจากการทำอาชีพหลักมาทำการจักรสานไม่ได้ทำตลอด

 แหล่งตลาดที่จำหน่าย  :  ตลาดวารินเจริญศรี .  ขายภายในหมู่บ้าน

ราคา  :  30 -  50  ขึ้นอยู่กับขนาด

2.   พ่อใหญ่ปั่น  คงคาพันธ์  อายุ  73  ปี

     มีฝีมือในการจักรสานกระติ๊บข้าว  สานมาเป็นเวลา  40  ปี  มาแล้ว  เรียนรู้วิธีการสทานจากบรรพบุรุษและพ่อแม่  พ่อใหญ่จะทำการจักสานเพื่อใช้ครอบครัวและขาย  แต่ส่วนใหญ่จะขายในหมู่บ้านและจะมีชาวบ้านมาสั่งให้ทำ  ราคา  :  เริ่มต้น  30  -  50  บาท  ขึ้นอยู่กับขนาดและลาย  พ่อใหญ่ปั่นจะคิดลายสานเองแต่ลายที่นิยมสาน  คือ  ลายสอง ก่อนนำไผ่มาสานจะต้องนำไปรมควันเพี่อป้องกันมอดและนำไปแช่น้ำ  และไผ่ที่ตัดมาแล้วหากผ่านกระบวนการรมควันและแช่น้ำจะสามารถเก็บไว้ได้เป็นปี

3.  พ่อใหญ่อุดม  ทางาม  อายุ  81  ปี 

เป็นหมอพราหมณ์ประจำหมู่บ้านเรียนรู้วิธีการสวดและบทสวดจากหนังสือและจากพราหมณ์รุ่นก่อนๆในหมู่บ้าน  พ่อใหญ่อุดมมีหน้าที่  เมื่อมีงานมงคลเกิดขึ้นในหมู่บ้านเช่น  งานแต่งงาน  งานขึ้นบ้านใหม่  เป็นต้นก็จะเชิญพ่อใหญ่อุดมไปเป็นประธานผู้นำสวดพิธีทางพราหมณ์  นอกจากนี้ยังสามารถสะเดาะเคราะห์  สวดไล่ผีปอบ

เมื่อถึงวันศีลหรือวันพระจะมีชาวบ้านฝากตัวเป็นลูกศิษย์หรือนับถือพ่อใหญ่อุดมนำดอกไม้มาบูชา

ส่วนค่าครูที่จ้างในการดำเนินการจะขึ้นอยู่กับความศรัทธา  แต่ส่วนใหญ่จะเป็นประมาณ  100  บาท  ขึ้นไป

ระยะเวลาในการดำเนินพิธีกรรมประมาณ  30  -  60  นาที   ปัจจุบันมีแต่ต้องการใหว้กินระยะเวลาน้อยจึงมีการพยายามทำให้พิธีกระชับมากขึ้น

 ต่อไปก็เป็นรูปภาพจากการลงพื้นที่หมู่บ้านโพธิ์ออก

วันหยุดหรือจากการว่างเว้นจากทำงาน ชาวบ้านก็จะมาช่วยกันและบูรณวัด

เจดีย์บรรจุอัฐิของผู้ที่ก่อตั้งหมู่บ้าน

บริเวณดอนปู่ตา

 

   

  กลุ่มแม่บ้านที่ทำเกี่ยวกับการเพาะเห็ด

 พื้นที่รอบๆริเวณดอนปู่ตา

 

 

 

 

 




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
เจ้าหญิงแห่งความมืด วันที่ : 04/03/2008 เวลา : 16.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/killua

ทำงานเหนื่อยมั๊ยคะคุณพิมพ์ระพัฒน์ พักผ่อนบ้างนะคะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
แอ๋มSD3.UBU.ผู้พิทักษ์สังคม วันที่ : 04/03/2008 เวลา : 15.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ammSD3
เป็นคนใช่ต้องได้รับความสำเร็จเสมอไปเป็นคนบางครั้งการก้าวไปสำคัญกว่าการก้าวถึง

อุ๋ยน่าสนใจดีค่ะ เอ๊มันคล้ายกันนี้

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน