• waddaw
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-05-02
  • จำนวนเรื่อง : 128
  • จำนวนผู้ชม : 310692
  • ส่ง msg :
  • โหวต 76 คน
ScanByMe
จับตามายาภาพ : ใช้ตาทั้งคู่โฟกัส และกดชัตเตอร์ด้วยหัวใจของคุณเอง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/waddaw
วันอังคาร ที่ 10 กรกฎาคม 2550
Posted by waddaw , ผู้อ่าน : 19023 , 23:29:25 น.  
หมวด : ภาพยนตร์/ละคร

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

                                

   วิถีชีวิตของคนเมือง ท่ามกลางการแข่งขันภายใต้เศรษฐกิจที่ตกต่ำ  การต่อสู้แบบ

ปากกัดตีนถีบของผู้ชายคนหนึ่ง  มือซ้ายกุมมือลูกชายสุดที่รักไว้    มือขวาถือเครื่อง

สแกนกระดูกตระเวนขายเพื่อความอยู่รอด นั่นคือภาพของคริส การ์ดเนอร์ เซลส์แมน

หนุ่มในมหานครซานฟรานซิสโก เมื่อปี 1981

   The Pursuit of Happyness  ภาพยนตร์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องจริง ของ

วีรบุรุษนักขาย คริส การ์ดเนอร์ (รับบทโดย วิลล์ สมิธ)  ชายหนุ่มที่เป็นทั้งสามีและ

พ่อของลูกชายวัยห้าขวบ คริสโตเฟอร์  (เจเด็น สมิธ)   หนังเล่าเรื่องการต่อสู้ชีวิต

ของคริส  ช่วงที่พิษเศรษฐกิจรุ่มเร้าในสมัยของประธานาธิบดี โรนัลด์  เรแกน 

คริสต้องแบกรับภาระ  ต่อสู้ดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดของครอบครัว และเหนืออื่นใด

เพื่ออนาคตของลูกชายสุดที่รักของเขา

   คริสและลินดา ( แทนดี้ นิวตัน) ภรรยาของเขาใช้เงินที่มีอยู่ ลงทุนซื้อเครื่องสแกน

กระดูกมาตุนไว้เพื่อหวังขายให้ได้กำไร  แต่เมื่อยุคที่เศรษฐกิจฝืดเคือง  ความหวัง

ที่ตั้งไว้กลับกลายเป็นฝันที่ห่างไกลความจริง  เพียงแค่สองเครื่องต่อเดือนก็เป็น

เรื่องยากแล้วสำหรับเขา  แต่มันคือเงินจำนวนหนึ่งที่ทำให้รอดตายได้กับค่าใช้จ่าย

จิปาถะ ทั้งค่าเช่าอพาร์เม้นท์  ค่าสถานรับเลี้ยงเด็กของคริสโตเฟอร์  ค่าภาษีของรัฐ

นี่คือสภาพความเป็นอยู่ที่ไร้แล้ง และรุมเร้า ความเป็นหัวหน้าครอบครัวของเขา

   แต่เมื่อคริสได้พบกับโบรคเกอร์คนหนึ่ง  ซึ่งจุดประกายความคิดในการสมัครเข้า

ฝึกงานของบริษัทหลักทรัพย์ยักษ์ใหญ่ดีน วิทเทอร์  ที่ที่มีการแข่งขันกันอย่างรุนแรง

มีเพียง 1 ใน 20 คน เท่านั้น ที่จะถูกเลือกให้บรรจุเป็นพนักงานประจำ  และในช่วง

ที่ฝึกงานเขาจะไม่ได้รับเงินเดือนใดๆ เลย  แต่เมื่อคิดทบทวนดูแล้วความสามารถ

ของเขาคือคณิตศาสตร์และการเจรจาต่อรอง เขาตัดสินใจสมัครเข้าฝึกงานด้วยความ

มุ่งมั่น และด้วยความหวังเพื่อจะมีชีวิตที่ดีขึ้น

        

   แต่เมื่อวันที่ชีวิตดิ่งลงเหวราวกับหุ้นที่ร่วงไม่เป็นท่า เครื่องสแกนกระดูก  เครื่องมือ

ทำมาหากินเดียวที่เขามีขายไม่ได้  ทำให้สภาพความเป็นอยู่ยากลำบากขึ้นไปอีก

ความเครียดทำให้ลินดา  ภรรยาที่ต้องเหน็ดเหนื่อยกับการงาน ท้อแท้กับสภาพ

ความเป็นอยู่และไร้ซึ่งความหวังในตัวสามี  เธอตัดสินใจไปทำงานที่นิวยอร์ค

โดยทิ้งให้คริส ดูแลลูกชายเพียงลำพังท่ามกลางปัญหาหนี้สินมากมาย

   การรับปากทาสีห้องให้เจ้าของอพาร์เม้นท์เพื่อแลกกับค่าเช่าห้องที่ค้างอยู่  การถูก

ตำรวจจับข้อหาไม่จ่ายค่าปรับที่จอดรถ จนต้องไปนอนในคุกหนึ่งคืนเพื่อรอเคลียร์เช็ค

ค่าปรับ และที่น่ารันทดไปกว่านั้นก็คือ เช้าวันรุ่งขึ้นเขามีนัดสัมภาษณ์ฝึกงานที่

บริษัทหลักทรัพย์  การวิ่งหน้าตั้งจากสถานีตำรวจไปสัมภาษณ์งานด้วยชุดทาสี

สร้างความกดดันในการสัมภาษณ์ให้เขาอยู่บ้าง แต่คริสเป็นคนที่ไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ

เขาแสดงความมุ่งมั่นและตอบคำถามด้วยไหวพริบที่เฉียบคม จนผ่านการสัมภาษณ์

ทำให้เขาได้ฝึกงานตามที่หวังไว้

   เมื่อชีวิตเริ่มมองเห็นแสงสว่าง  เขาขายเครื่องสแกนที่มีอยู่ได้ทั้งหมด  ทำให้

ความเป็นอยู่ของเขาและคริสโตเฟอร์ สุขสบายขึ้นมาระดับหนึ่ง   แต่โชคชะตา

ก็โหดร้ายกับเขา เมื่อตัวเลขในบัญชีที่มีอยู่กลายเป็นศูนย์  เพราะถูกรัฐยึดเป็นค่าภาษี

ที่ค้างจ่ายไปจนเกลี้ยง  ทำให้เขาไม่มีเงินสำหรับค่าเช่าห้อง และถูกไล่ออกจาก

อพาร์เม้นท์  กลายเป็นโฮมเลส  ที่ต้องเข้าแถวแย่งชิงที่พักของสถานสงเคราะห์

คนไร้บ้าน วันไหนวิ่งไปเข้าแถวไม่ทัน  คืนนั้นก็ต้องกระเตงลูกชายตัวน้อยไปนอน

ในห้องน้ำสาธารณะ ยามที่ลูกชายหลับ คนเป็นพ่ออย่างเขานั่งร้องไห้ด้วยความกดดัน

เพราะสภาพชีวิตที่ตกต่ำ และคิดถึงอนาคตของลูก (เป็นฉากที่วิลล์  เล่นได้ใจมากๆ )

   ช่วงที่เขาฝึกงาน คริสทำทุกวิถีทางเพื่อสร้างผลงาน เขาพยามยามติดต่อลูกค้า

สร้างความสัมพันธ์อันดี ใช้ไหวพริบในการเจรจาต่อรอง อย่างเต็มความสามารถที่มี

และแล้ววันสุดท้ายของการฝึกงานก็มาถึง คณะผู้บริหารพิจารณาจากผลงานของเขา

และบอกกับเขาว่า “คริส..พรุ่งนี้เป็นวันแรกของคุณกับงานโบรกเกอร์”  นี่คือคำตอบ

ที่เป็นความหวังเดียวของเขา และมันคือ อนาคตของคริสโตเฟอร์ลูกรัก 

               

 

             

   The Pursuit of Happyness เป็นภาพยนตร์ดราม่า ฟิลกู้ด  กำกับโดย แกเบรียล

มัคซิโน่  ที่เนรมิตภาพความฝันให้เป็นหวังที่มีอยู่จริง  ด้วยบทที่เอื้อให้เกิดความ

ประทับใจต่อคนดู และด้วยฝีมือของนักแสดงมากความสามารถอย่าง วิลล์ สมิธ

ที่ถ่ายทอดเรื่องราวแห่งการต่อสู้ด้วยการแสดงอันเฉียบคมของเขา  ทำให้คนดู

ยิ้มไปกับความรักที่เขามีต่อลูกชาย และร้องไห้ไปกับความเป็นนักสู้ของพ่อคนหนึ่ง

โดยเฉพาะฉากวินาทีแห่งชัยชนะที่เขาได้รับเลือกเป็นโบรคเกอร์ของบริษัท

หลักทรัพย์  นั่นคือภาพที่เร้าความรู้สึกและเรียกน้ำตาจากคนดูได้อย่างยอดเยี่ยม

(โดยเฉพาะคนเขียน น้ำตาไหลพรากๆ  ฮือ ฮือ .. คิดถึงพ่อที่จากไปสุดชีวิต) 

   สำหรับคริส การ์ดเนอร์ แล้ว สิ่งที่เป็นพลังใจต่อสู้กับปัญหาทุกอย่างก็คือ

คริสโตเฟอร์ ลูกชายคนเดียวที่เป็นยอดดวงใจของเขา ดังคำโปรยของภาพยนตร์

เรื่องนี้ที่ว่า .. “ For his son, One man will reach for the impossible.”

คริส มิใช่เป็นเพียงวีรบุรุษนักขายที่โด่งดังในอเมริกาเท่านั้น หากแต่เขาทำหน้าที่

ของคนเป็น “พ่อ”  ได้อย่างสมบูรณ์แบบอีกด้วย

   “การแสวงหาความสุข”   มันไม่ใช่เรื่องง่าย   แต่มันก็ไม่ยากเกินไป

เพราะภาพยนตร์  The Pursuit of Happyness  ได้บอกกับเราแล้วว่า ..

“ ถ้าไม่ทำผิดพลาด  เราพลิกโอกาสได้แน่นอน ”  สิ่งสำคัญก็คือ

“ เมื่อมีความฝัน  เราต้องปกป้องมัน   และอย่าให้ใครมาบอกว่า ….

เราทำอะไรไม่ได้ ”  

อยากเขียนเรื่องนี้เพราะวันนี้ ครบ 7 เดือน ที่คุณพ่อจากไป (10 ธ.ค. 49)

ด้วยรักและคิดถึงพ่อคนดีที่สุดในโลก 

วาดดาว ..



 


" คลิก play เพื่อเริ่มดู clip "

..................................................................................................

   หลังจากชีวิตโบรคเกอร์ในดีน วิทเทอร์  คริส การ์ดเนอร์ ออกไปตั้งบริษัทค้าหุ้น

การ์เนอร์ ริช แอนด์ โค ในชิคาโก เมื่อปี 1987  และในปี 2006 เขาขายหุ้นบางส่วน

ในบริษัทเป็นจำนวนเงินหลายร้อยล้านดอลล่าร์ 

   การต่อสู้ด้วยพลังแห่งความรักที่มีต่อลูกชายของคริส การ์ดเนอร์  ทำให้เขาเป็น

วีรบุรุษนักขายที่ยิ่งใหญ่ในหน้าประวัติศาสตร์อเมริกา

                              

                





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
pook วันที่ : 12/07/2007 เวลา : 03.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pook17
 Never complain. Never explain.

ไม่เหยียดผิว แต่เกลียดไอ้กันนิดหน่อย
เลยวิเคราะห์กันหนัก ทั้งๆที่อาจจะไม่มีอะไรเลย
ว่างจัด 5555555

ใครไปปลุกจากบ้านคุณร๊อคเนี่ย กำลังกรนมันๆ

เป็นคนประเภทเดียวกันกับเจ๊ปุ๊กซีแอลเลยอ่ะ
หนังเรื่องไหนที่น่าดู แต่หดหู่ จะไม่กล้าหยิบมาดู
เรื่องโฮ่งโฮ่งอะไรซักอย่างวางแหม่ะอยู่เนี่ย
อยากดูแต่ไม่กล้า กลัวเศร้า
แล้วหนังเกาหลีเรื่องยายครับยายจ๋าอะไรนั่นหน่ะ
วางไว้ 2 เดือนถึงเอามาดู
ดูๆไปรู้สึกอยากกระโดดถีบตัวหลาน 55555

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
MEO วันที่ : 11/07/2007 เวลา : 22.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kitkat

สำหรับเรื่องพ่อของพี่ คงไม่ต้องพูดอะไรมาก หวังว่าคงเข้าใจกันค่ะ

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
MEO วันที่ : 11/07/2007 เวลา : 22.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kitkat

แวะมาเพื่อจะบอกว่ายังบ่มีเวลาเขียน tag เลยง่ะ ง่วงมาก ๆ เลยจ้า ตอนนี้ยังอยู่ Office เลย กะว่าจะย้ายมานอนนี่ซะแล้ว ยังไงจะเขียน tag ไม่เกิน อาทิตย์นี้นะค่า

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
waddaw วันที่ : 11/07/2007 เวลา : 21.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/waddaw

ดีใจที่หลายคนสนใจหนังครอบครัวน่ารักๆ
เรื่องนี้นะคะ ดูในโรงหนังแล้วชอบ
พอออกแผ่นเลยซื้อเก็บไว้ค่ะ

ขอบคุณ..คุณคนโทใส่น้ำ เรื่องคุณพ่อนะคะ
ชีวิตของพ่อเศร้าและหนักหนากว่าคริส อีกค่ะ
ภรรยา 1 ลูก 3 นี่คือภาระที่ต้องดูแลตลอดชีวิต
ผ่านมาได้ทุกวันนี้ เขาไม่ใช่ผู้วิเศษ
แต่เขาคือ พ่อและผู้ชายที่ดีที่สุดในโลก
รักและคิดถึงที่สุด

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
Bhirisa_ภิริสา วันที่ : 11/07/2007 เวลา : 20.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Bhirisa
www.oknation.net/blog/misspostcard

เรื่องนี้ไม่ได้ดูค่ะ...
แต่เพื่อนบอกว่าซึ้งมาก ๆ
ช่วงนั้นไปต่างจังหวัด...ขอบคุณที่เอามาลง
ทำให้นึกได้เลยว่า...ต้องไปหาดูสักหน่อย

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
คนโทใส่น้ำ วันที่ : 11/07/2007 เวลา : 18.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Aquarius
It's not where you start. It's where you finish.

เสียใจเรื่องคุณพ่อของวาดดาวด้วยครับ

หนังเรื่องนี้พลาดไป ไม่ได้ดูโรง แล้วก็ยังไม่ได้ดูแผ่นด้วย แต่อ่านเรื่องมามากมาย...ต้องดู

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
Rockstar วันที่ : 11/07/2007 เวลา : 08.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Rockstar

น่าดูครับ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
waddaw วันที่ : 11/07/2007 เวลา : 08.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/waddaw

ไม่เศร้ามากหรอกค่ะคุณออกปากออกแบบ
แค่ร้องไห้ไปประมาณ 5 ทีเองค่ะ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ออกปากออกแบบ วันที่ : 11/07/2007 เวลา : 07.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/designspeakout

ไม่ได้เช่ามาดูเสียที เพราะรู้ว่ามันคงเศร้าอยู่ แม้ตอนหลังจะจบแบบมีความสุข แต่พอต้องเลือกหนังกลับบ้านก็หยิบเรื่องอื่นกลับมาทุกที ยังไงคงต้องดูให้ได้แล้วครับ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
Supawan วันที่ : 11/07/2007 เวลา : 06.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

ชอบ The pursuit of Happiness ค่ะ วันก่อนดูรายการ Ophry Primetime เธอเชิญเจ้าของเรื่องพร้อมลูกชายมาออกรายการ และ Surprise เขาด้วยการนำหญิงผิวดำที่เขาเคยให้ทุนการศึกษากลับมาพบ ดูแล้วน้ำตาซึมค่ะ คนดีๆต้องสรรเสริญค่ะ

ตามมาเที่ยวนะคะ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
waddaw วันที่ : 11/07/2007 เวลา : 06.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/waddaw

อืมม์..เจ๊ วันหลังตอบถูก
แจกบ้าน แจกรถนะ ชอบๆ

ดูเถอะ ถ้าจำไม่ผิดไม่เศร้ามากมายอะไรนะ
หนังมันอาร์ตๆ น่ะ มีความหมายตามชื่อเรื่องนั่นแหละ
เรื่องเงียบ เรียบเรื่อย นะคะ กลัวจะเบื่อก่อนจะร้องไห้น่ะดิ
ชวนแฟนดูด้วยเลย แกล้งกลับ (อิอิ)

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
plamywe วันที่ : 11/07/2007 เวลา : 02.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/plamywe


น่าดูจัง

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
pookcl วันที่ : 11/07/2007 เวลา : 02.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pookcl
Why am I feeling so strange

ใช่แล้ว...เรื่องนี้แหละ
มีแต่ไม่กล้าดู...กลัว
แฟนถามเรื่อยเมื่อไหร่จะดู...มันแกล้ง
+1 โหวต..สำหรับคำตอบ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
waddaw วันที่ : 11/07/2007 เวลา : 01.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/waddaw


ถ้าไม่ผิดน่าจะ nobody knows หรือเปล่าเจ๊
ดูแล้ว อาร์ตนะ หนังเรื่องนี้น่ะ
เศร้าเหมือนกันสงสารน้องสาว
ไม่บอกว่าทำไมนะ ไปดูเองดีกว่า
ดูแล้วก็ไม่เข้าใจว่า ครอบครัวญี่ปุ่นทำไมเป็นงี้
มิน่าเด็กประเทศเขาถึงชอบฆ่าตัวตาย

พี่ชายในเรื่องก็เล่นเป็นพระเอกเรื่อง Sugar&Spice
ที่เพิ่งเข้าฉายบ้านเราไปน่ะจ้ะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
pookcl วันที่ : 11/07/2007 เวลา : 00.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pookcl
Why am I feeling so strange

อยากถามว่าหนังญี่ปุ่นเรื่องนึงชื่อว่าไร
เกี่ยวกับเด็กๆพี่น้องที่แม่ต้องไปไหนสักแห่ง
แล้วต้องแอบอยู่ในอพาร์ทเม้นท์
แล้วพี่ชายต้องรับผิดชอบชีวิตน้องๆ
ชื่อเรื่องไรอ่ะ

เรื่องนี้ก็อีกเรื่องที่ไม่กล้าดู
ซื้อ...แต่ไม่ดู...กลัว

แค่ life is beautiful ก็แย่แล้ว
หนังจบแล้วเจ๊ไปไหนไม่ได้เลย
ร้องไห้จะเป็นจะตาย
สงสัยจะป่วยจิต

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
waddaw วันที่ : 11/07/2007 เวลา : 00.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/waddaw

คนผิวสีแบบ คริส การ์ดเนอร์
ไม่ได้เป็นรองคนขาวในอเมริกาเลยนะ
เพราะเขาคือมหาเศรษฐีผิวสีคนหนึ่ง ที่ดิ้นรนต่อสู้
กับเกมชีวิต และตอนนี้อยู่เหนือคนอเมริกาผิวขาว
อีกหลายคน

บางทีแฟนพี่อาจพูดถูก
เพราะการเหยียดสีผิว ไม่เคยหายไปจากโลกนี้แน่นอน
ตราบใดที่เรายังใช้วิธีมองแบบแนวตั้งคือมีระดับชั้น
ไม่ใช่มองในแนวราบที่เป็นระนาบเดียวกัน นั่นเอง

แต่ถ้าดูหนังเรื่องนี้ก็มองถึงการต่อสู้และความรัก
ของคนเป็นพ่อคนหนึ่ง แล้วกันจ้ะ
เพราะสีผิวอะไร ความเป็น พ่อ
ก็คงมีความหมายเท่ากัน

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
pook วันที่ : 10/07/2007 เวลา : 23.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pook17
 Never complain. Never explain.

ยังไม่เคยดูเลย ตอนเห็นแรกๆก็เออน่าดูดีเนอะ
ชอบดูหนังใหม่ๆ เรื่องประมาณนี้อ่ะ

แต่แฟนพี่บอกว่างัยรู้ป่ะ
พวกคนขาวพยายามทำหนังให้คนดำวิ่งเข้าไปหางานทำ
ไปเป็นลูกจ้าง
และวิ่งเข้าสู่ระบอบทุน อย่างที่คนขาวต้องการ
หนังเรื่องนี้เป็นการชวนเชื่อ

5555

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
waddaw วันที่ : 10/07/2007 เวลา : 23.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/waddaw

เป็นหนังที่น่ารัก และน่าประทับใจน่ะเจ๊
คงไม่หดหู่เกินชีวิตจริงล่ะมั้งจ้ะ

ตอนที่คริสถูกรถชน ลูกชายเขาบอกว่า
ทำไมล่ะ คริสตอบว่ารีบวิ่งข้ามถนนไม่ได้ดูรถ
ลูกชายเขาบอกต่ออีกว่า วันหลังอย่าทำแบบนี้อีกนะ
รู้มั้ยว่า มันอันตราย (น่ารักมากๆ )

หยิบมาดูเถอะ เก็บไว้นานๆ เดี๋ยวคริสโตเฟอร์ลูกชายเขา
ก็โตอยู่ในกล่อง DVD กันพอดี

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
pookcl วันที่ : 10/07/2007 เวลา : 23.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pookcl
Why am I feeling so strange

เจ๊มีเรื่องนี้นอนอยู่บ้านแล้วล่ะ
แต่ยังไม่ดูเลย...มันจะทำให้จิตตกมั้ย
เจ๊ไม่ค่อยกล้าดูหนังประเภท รู้อยู่แล้วว่าเศร้า
รู้ว่าดี แต่ไม่กล้าดู
แบบชีวิต(กรู) ก็หดหู่จะแย่อยู่แล้ว

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

On The Night Like This by Mocca

Cause when you're around I feel safe and warm Cause when you're around I can fall in love every day... There are a thousand good reasons I want you to stay...

View All