• wadwangnoy
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-02-07
  • จำนวนเรื่อง : 97
  • จำนวนผู้ชม : 372293
  • ส่ง msg :
  • โหวต 974 คน
วัดวังน้อยวนาราม ต.ปางมะค่า อ.ขาณุวรลักษบุรี จ.กำแพงเพชร
วัดวังน้อยวนาราม เป็นศูนย์ร่วมใจของชาวบ้าน เป็นส่วมร่วมของศรัทธา เป็นความงาม ความดี และปริ่มด้วยเมตตา โดยการนำของพระครูธรรมธรธีรพัฒน์ สุวินโย
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/wadwangnoy
วันจันทร์ ที่ 17 มีนาคม 2551
Posted by wadwangnoy , ผู้อ่าน : 3602 , 21:24:58 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ลูกบังเกิดเกล้า

พุทธทำนายตอนนี้ โบราณจารย์ได้ประพันธ์เป็นบทกวีได้ว่า

อีกข้อสามฝันว่าแม่คาวิน            วอนขอนมลูกกินน่าบัดสี

โปรดอภิปรายทายว่านิมิตนี         ไปภายหน้าจะมีเป็นแน่นอน

คือพ่อแม่แก่ชรามาหาบุตร           ด้วยสิ้นสุดข้าวปลาทั้งผ้าผ่อน

ต้องมายอมปลอบขอเฝ้าง้องอน    มันขอดค่อนสำทับให้อับอาย

พูดหยามเหยียดเสียดต่อพ่อและแม่   ไม่กลัวแก่บาปกรรมทำเสียหาย

มิได้มีหิริโอตตัปปะอาย           หยาบคายขี่ข่มด้วยลมพาล

พระเจ้าปเสนทิโกศล          ได้สุบินว่า

                            ***************

ได้เห็นแม่โคดื่มนมของลูกตัวเอง      ทั้งๆ ที่เพิ่มเกิดมาได้เพียงวันเดียว

                            ***************

พระพุทธองค์ทรงพยากรณ์ไว้ว่า ในอนาคต เมื่อมนุษย์ไร้ศีลธรรม ความกตัญญูรู้คุณจะหายไป ลูกหลานแทนที่จะคอยเอาใจใส่ดูแลเลี้ยงดูพ่อแม่ ปู่ ย่า ตา ยาย ยามแก่เฒ่า กลับต้องให้พ่อแม่มาคอยขอความช่วยเหลือ ราวกับขอทาน

            ทำให้นึกถึงเพลงเก่าๆ ของ พร ภิรมย์ เพลงหนึ่งที่ตรงกับสภาพของพุทธทำนายตอนนี้คือ

**** มีครอบครัวหนึ่งซึ่งยากจน      มีบุตรสี่คนเป็นผู้ชาย

พ่อแม่แก่จวนตาย                         แกรักลูกชายส่งไปเรียน                            

อดเปรี้ยวอดหวานอดมันอดเผ็ด        กระแหม่กระเหม็ดเพราะความเพียร   

รับจ้างถางไร่ไถ่นาใครไม่เตียน         ถางส่งลูกเรียนซื้อตำรา                             

ลูกทั้งสี่กุศลเก่าส่ง                        สมประสงค์สุดหรรษา                    

สอบสำเร็จสมเจตนา                      แถมได้ภรรยาทั้งสี่คน                   

ได้ลูกสาวของเศรษฐี                     สมศักดิ์ศรีเพราะมีกุศล                  

แต่ลืมพ่อแม่ทิ้งแกยากจน               ลูกทั้งสี่คนไม่คิดถึงคุณ                 

ลูกทั้งสี่มีความสุข                         พ่อแม่มีทุกข์นอนตามใต้ถุน            

แกต้องขอทานที่บ้านใจบุญ             พอเป็นทุนเลี้ยงอาตมา                  

มาวันหนึ่งถึงบ้านบุตร                     ทั้งสองสุดเหนื่อยแรงล้า                

ขออาศัยใต้ร่มชายคา                     จึงพบหน้าบุตรของตน                   

แต่พวกลูกกลับปฏิเสธ                    แถมไล่เฉดว่าไปให้พ้น                  

แสร้งไม่ไยดีทั้งสี่คน                      กลับช่วยเมียตนไล่ขอทาน             

ความงันงกเลยตกบันได                  คอหักตายราวปาฏิหาริย์                 

แกเห็นลูกชายแกวายปราณ              สองขอทานย้อนกลับมา                

กอดศพลูกแล้วร้องไห้                    สุดเสียดายลูกหนักหนา                 

ลูกชั่วอย่างไรก็ไม่โกรธา                บิดรมารดาตัดลูกไม่ลง

            จะได้เห็นว่า ลูกกี่คนแม่ทนเลี้ยงได้ แต่จะหาลูกสักคนอดทนเลี้ยงพ่อแม่นั้นยากแท้จริง

            สังคมทุกวันนี้มีปัญหาเรื่องครอบครัวมาก บางครอบครัวไม่ขาดด้านวัตถุ มีกินมีใช้ แต่ชีวิตในครอบครัวกลับมีปัญหา ไม่ราบรื่นเลย เป็นเพราะสาเหตุอะไร ลองดูปัญหาของคุณแม่ที่มีลูกทำตัวราวกับเจ้านาย ทั้งๆ ที่ยังเด็กยังเล็กอยู่ ใครเจอลูกอย่างนี้เข้าบ้างจะรู้สึกอย่างไร และจะทำอย่างไร ลองตอดตามชีวิตของเธอได้จากปัญหาของคุณแม่ ที่เขียนไปปรึกษาจิตแพทย์ (จากหนังสือรู้จักชีวิต) คุณแม่คนนั้นเล่าว่า ....

            “ปัจจุบันดิฉันมีลูกสาวสองคน คนโตอายุ ๑๓ ปี คนเล็ก ๑๑ปี ในความคิดของดิฉันแล้ว คิดว่าเขาทั้งสองน่าจะช่วยงานบ้านได้ แต่เหตุการณ์ไม่เป็นเช่นนั้น เมื่อประมาณ ๒ ปีที่แล้ว ลูกคนโตก็อาสาช่วยงานบ้านบ้าง ดิฉันก็ปล่อยให้เขาทำ เขาก็ทำเสร็จบ้าง ไม่เสร็จบ้าง เมื่อปีที่แล้วไม่อาสาทำงาน แต่เมื่อดิฉันใช้ให้เขาทำก็จะทำ แต่มาปีนี้ไม่อาสาทำ ใช้ก็ไม่ทำ เมื่อบอบช้ำหลายหนก็โกรธ ปิดประตูล็อคห้องนอนฟังเพลงเฉย

กิจวัตรของลูกคนโตก็คือ ตื่น ๗ โมงเช้าตื่นขึ้นมาก็อาบน้ำโดยที่ดิฉันต้มไว้ให้ ถ้าเขาตื่นมาแล้วไม่เห็นน้ำที่ต้มไว้ เขาก็โกรธ กลับไปนอนต่ออีก เขาจะตื่นนอนก็ต่อเมื่อดิฉันปลุกซ้ำๆ หลายๆ ครั้ง ปัจจุบันนี้ต้องปลุก ๕ ครั้ง ถ้าตั้งนาฬิกาปลุก เขาก็จะลุกมากดไว้แล้วนอนต่อ หลังจากนั้นก็จะแต่งตัว และทานข้าวโดยมีอาหารพร้อมแล้ว เสร็จแล้วก็จะเก็บเฉพาะจานข้าวของตนเอง โดยไม่สนใจจานอื่นๆ บนโต๊ะอาหารเลย หลังจากนั้นก็จะไปโรงเรียนซึ่งไกลอยู่จากบ้านประมาณ ๕ กิโลเมตร โดยรถยนต์เก่าๆ คันหนึ่ง แต่ดูแลรักษาอย่างดี โดยที่ดิฉันเป็นคนขับ

หลังจากนั้น ดิฉันก็จะกลับมาทำงานซึ่งยุ่งมาก เพราะนอกจากงานสอนแล้ว ก็ทำงานหน้าที่อื่นๆ ประมาณ ๔โมงเย็น ดิฉันก็ไปรับเขากลับบ้าน

พอถึงบ้าน เขาก็จะวางกระเป๋าหนังสือเกลื่อนกลาดในห้องรับแขก ถอดถุงเท้าทิ้งไว้ในห้องรับแขก ทั้งๆ ที่มีตะกร้าใส่ ถ้าบอกก็จะโกรธ ขณะนั้นเขาก็จะดูทีวี อาจจะนำขนม หรือผลไม้มารับประทานในระหว่างดูทีวี แล้วก็จะทิ้งกระดาษห่อ เปลือกส้ม ไว้ในห้องรับแขก เขาจะไม่ช่วยทำกับข้าว แต่จะเร่งให้ดิฉันรีบทำ ด้วยการบ่นติดต่อกันตลอดเวลาว่า หิวแล้ว

ดิฉันทำเสร็จแล้วต้องยกมาให้รับประทานอาหารด้วย ซึ่งดิฉันเห็นว่ามันไม่ถูกต้องเลย ถ้าจัดให้รับประทานที่โต๊ะอาหาร เขาก็จะตักไปรับประทานหน้าทีวี ดิฉันบอก เขาไม่เชื่อ ถ้าพูดบ่อยๆ เขาก็ปิดประตูล็อคห้อง และไม่ไปโรงเรียน

หลังจากรับประทานอาหารเสร็จแล้ว ก็จะไม่เก็บจานอาหาร ก็เป็นหน้าที่ของดิฉันที่จะเก็บกวาดดูแลความเรียบร้อย เขาจะมองดูดิฉันทำงานด้วยสายตาปรกติ ไม่คิดว่าเป็นงานที่จะต้องช่วยทำ

นอกจากนั้นแล้ว ดิฉันยังต้องมีหน้าที่ซักผ้า รีดผ้า  ถูบ้าน ขัดห้องน้ำ ดูแลรถ ทำความสะอาดรถ งานราชการก็หนัก งานบ้านก็หนัก แล้วลูกไม่ช่วยทำ บอกให้ทำก็โกรธ เข้าห้องปิดประตูขังตัวเอง วันไหนนอนตื่นสาย ก็ไม่ไปโรงเรียน ... ”

สังคมทุกวันนี้ มีปัญหาลูกบังเกิดเกล้าเช่นนี้อยู่มาก และนับวันจะมากขึ้น ผิดกับสมัยก่อน เมื่อประมาณ ๔๐ – ๕๐ ปีที่ผ่านมา เรายังได้เห็นมารยาทของเยาวชนที่เป็นลูกหลาน ได้แสดงความประพฤติตนอ่อนน้อมถ่อมตนต่อผู้ใหญ่ เช่น บิดา มารดา ปู่ ย่า ตา ยาย ด้วยคำพูด การเคารพกราบไหว้ยำเกรง เมื่อใครได้พบได้เห็นแล้วก็เป็นที่ชื่นตาชื่นใจ เป็นที่ตั้งแห่งความเมตตาสงสารอย่างแท้จริง แต่แล้ว ทำไมความประพฤติของเยาวชนเดี๋ยวนี้กับแต่ก่อนจึงต่างกันอย่างมาก

“หรือจะเป็นเพราะทุกวันนี้สภาพของสังคมเปลี่ยนแปลงไป ปัญหาทางเศรษฐกิจ มีผลทำให้สตรีต้องเข้ามามีส่วนร่วมรับผิดชอบในการหารายได้ เลี้ยงครอบครัว แทนที่จะทำหน้าที่แม่บ้านคอยอบรมดูแลลูกเป็นงานหลัก

อาจเป็นเพราะว่า ทุกวันนี้สตรีมีการศึกษาดีขึ้น วัฒนธรรมก็เปลี่ยนแปลงไป สตรีบางกลุ่มถือว่าตนก็มีความสามารถทัดเทียมบุรุษ จึงต้องการแสวงหาหระสบการณ์ ที่นอกเหนือจากหน้าที่แม่บ้านทำให้สตรีขวนขวายออกทำงานนอกบ้านมากขึ้นแต่ถึงจะออกไปทำงานนอกบ้านอย่างไร สตรีก็ยังต้องรับภาระงานบ้าน งานเลี้ยงดูบุตร และการปรนนิบัติสามี ทำให้บทบาท และภาระของสตรีเพิ่มขึ้น

ปัญหาที่เกิดขึ้นสำหรับสตรี ที่สมรสแล้วในปัจจุบัน คือ ปัญหาการอบรมเลี้ยงดูลูก เพราะว่าเวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการทำงานนอกบ้าน ทำให้ลูกๆ เกิดความรู้สึกว่า ตนถูกทอดทิ้ง ไม่ได้รับความสนใจจากพ่อแม่ เมื่อบ้านหาความสุข และความอบอุ่นไม่ได้ เด็กก็จะไปแสวงหาจากนอกบ้านเป็นการชดเชย เชย จากเพื่อนฝูง ซึ่งทำให้เด็กมีโอกาสเสียได้ง่าย

การที่สตรีต้องรับผิดชอบทั้งงานอาชีพ และงานบ้าน ทำให้ไม่มีเวลาพักผ่อน สุขภาพเสื่อมโทรม อารมณ์หงุดหงิดง่าย บ่อยครั้งสามีภริยาจึงดูเหมือนจะมีเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำให้เกิดการขัดใจกันมากขึ้น และยิ่งถ้าสามียังยึดมั่นในค่านิยมโบราณที่ว่า ภริยามีหน้าที่ต้องปรนนิบัติสามีด้วยแล้ว สามีจะเกิดความรู้สึกว่าถูกทอดทิ้ง ซึ่งอาจมีผลให้ชีวิตคู่สมรสคลอนแคลนได้”

จะเห็นได้ว่า การทำอะไรไม่เหมาะสมกับหน้าที่ และความต้องการที่ไม่รู้จักพอของมนุษย์ปัญหาต่างๆ ก็จะตามมา

คนเราถ้ามีความสุขทางด้านจิตใจ ครอบครัวสามัคคีแม้จะมีรายได้น้อย ก็ยังดีกว่าครอบครัวที่มั่งคั่งร่ำรวยแต่ขาดความสามัคคี มองกันไม่สนิท คอยระแวงซึ่งกัน และกัน ความสามัคคีเป็นคุณธรรม ที่ประเสริฐสำหรับหมู่คณะ หมู่คณะที่มีความกลมเกลียวเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันนั้น จะทำลายอุปสรรคที่กีดขวางความก้าวหน้าได้อย่างดี และสามารถบุกบั่นไปสู่ความสำเร็จได้โดยง่าย

วิธีการที่จะให้ครอบครัวอยู่ดีมีสุข ก็คือ ต้องรู้จักอบรมดูแลลูกให้ดี โดยมีหลักการง่ายๆ ดังนี้

๑.      ควรมีเวลาอยู่กับลูกให้มาก ไม่ใช่ปล่อยให้อยู่กับคนรับใช้ ถ้าเกิดได้คนรับใช้ที่ไม่ดี เจ้าอารมณ์ เด็กก็จะติดนิสัยจากคนรับใช้ ส่วนใหญ่ไม่มีใครจะรักเด็กเท่าพ่อแม่ ความเอาใจใส่ก็ต่างกัน มารดาจึงควรเลี้ยงดูลูกด้วยตนเอง ดูแลงานบ้านให้เรียบร้อย ตามหน้าที่ของภรรยาที่ดี จะเป็นสิ่งที่ช่วยผูกใจสามีไว้ได้มากอีกด้วย

๒.      พ่อแม่ควรเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ลูกๆ ไม่ทำสิ่งที่ผิดศีลธรรม และไม่ทะเลาะกันต่อหน้าลูก เพราะจะทำให้เด็กเสียใจ และจะเป็นตัวอย่างให้ลูกๆ ทะเลาะกันเองด้วย

๓.      อย่าตามใจลูกมากเกินไป แต่ก็ไม่ถึงกับขัดใจเสียจนไร้เหตุผล ถ้าตามใจเกินไป ลูกก็จะได้ใจ และเอาแต่ใจตัวเอง เป็นคนอ่อนแอ พ่อแม่จะลำบาก ถ้าขัดใจเกินไป เด็กก็จะไม่มั่นใจตัวเอง บางอย่างควรให้เขาได้แสดงออกบ้าง ถ้าผิด หรือไม่เหมาะไม่ควร ก็ควรชี้แจงด้วยเหตุผล อย่าใช้อารมณ์

๔.     หมั่นพาเขาไปสัมผัสกับสิ่งแวดล้อมที่ดี และให้รู้จักคบเพื่อนที่ดี เช่น พาไปเที่ยววัดที่มีการอบรมที่ดี

๕.     ควรรู้จักความเปลี่ยนแปลงทางจิตใจของเด็กในวัยต่างๆ และควรจะปรับตัวในการให้การอบรม ให้เหมาะสมกับวินัยของเด็กให้ดีด้วย

๖.      ควรจะสอนให้ลูกๆ รู้จักกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ เพราะผลของความกตัญญูรู้คุณ จะส่งผลไปถึงลูกของลูกต่อไปอีกด้วย

ถ้าท่านไม่อยากพบกับ ชะตากรรม ตามที่พระพุทธองค์ทำนายไว้ ในอนาคต (ก็คือสมัยนี้นี่เอง) ถ้ามนุษย์ไร้ศีลธรรม ไม่รู้จักเคารพผู้ใหญ่ ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่กับลูก เด็กกับคนแก่ ครูกับศิษย์ เปลี่ยนแปลงไป ยามพ่อแม่แก่ชราก็จะไม่มีใครคอยเลี้ยงดู ต้องคอยงอนง้อลูกดุจแม่วัว ต้องขอดูดนมจากลูกที่เกิดใหม่ รู้จักเอาศีลธรรมมาใช้ในชีวิตประจำวันให้เป็น และหมั่นศึกษาปฏิบัติตามหลักธรรมคำสอนของพระพุทธองค์ไม้มากๆ ขึ้น จะทำให้เราควบคุมอารมณ์ และรู้วิธีที่จะดำเนินชีวิตอย่างสงบสุขร่มเย็นได้มากขึ้น




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
สุทธิญาโณภิกขุ วันที่ : 19/03/2008 เวลา : 20.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suttiyano

วัดวังน้อยวนาราม ต. ปางมะค่า อ. ขาณุ จ. กำแพงเพชร
ติดต่อ พระครูใบฎีกาธีรพัฒน์ 0813745793

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
สุทธิญาโณภิกขุ วันที่ : 19/03/2008 เวลา : 20.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suttiyano

ติดต่อวัด 0813745793

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
PrivatePassion วันที่ : 19/03/2008 เวลา : 18.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/privatepassion


ผมอยู่กรุงเทพ จะช่วยทำบุญได้ที่ไหนบ้างครับ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
wadwangnoy วันที่ : 19/03/2008 เวลา : 17.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wadwangnoy

อยากพิจารณา อย่าเถียงกัน เราคนไทยด้วยกันต้องรู้รักสามัคคี ตอนนี้มาช่วยกันทำนุบำรุงวัดวังน้อยวนารามกันดีกว่า ตอนนี้มีโครงการบรรพชาสามเณรฤดูร้อน ยังขาดเจ้าภาพ ผ้าเช็ดตัว ยาสีฟัน อีกหลายรูป ติดต่อมาที่วัดได้เลย เรามาร่วมแรงร่วมใจช่วยกันดีกว่านะโยม

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
PrivatePassion วันที่ : 19/03/2008 เวลา : 01.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/privatepassion


คุณคห.ที่4 ผมพยายามจะสื่อเกี่ยวพวกพ่อเลี้ยงแม่เลี้ยงหรือว่าพ่อแม้แท้ๆเองที่มันข่มขืนลูก หรือว่าทุบตีทำร้ายลูกอย่างไม่มีเหตุผลต่างหาก และทำเหมือนลูกเป็นขี้ข้ารับใช้ล่ะครับ คุณจะเห็นได้ในตามหนังสือพิมพ์ต่างๆ หรือตามชีวิตจริงทั่วไป เอาง่ายๆในละครทีวี นางเอกพระเอกก็โดนพ่อแม่โขกสับ เชิดชักใยให้ไปทำในสิ่งที่พ่อแม่ต้องการ โดยไม่รับฟังความคิดเห็นของลูกเลยแม้แต่น้อย เพื่อที่ตัวเองจะได้ประโยชน์

คุณบอกว่าเพราะเขาเป็นผู้ให้กำเนิด แล้วไง ให้กำเนิดคุณ ไม่ได้หมายความว่าเขาจะเชิดชักใย ทำตนเป็นเผด็จการ ปกครองลูกแบบเจ้ากับข้าได้สนุกมือ แล้วอย่างนี้เหรอที่เรียกว่าทำเพื่อลูก เบ่งลูกออกมาเพื่อให้กลายเป็นหุ่นเชิดของตัวเองเหรอ (ผมย้ำนะครับว่า พูดถึงผู้ใหญ่ และพ่อแม่ห่วยๆเท่านั้น คุณจะคิดอย่างไรก็แล้วแต่ หวังว่ามันคงไม่ได้กระทบกระทั่งคุณหรือว่าตบหน้าคุณนะ)

ผมไม่ได้มีปัญหาครอบครัวอะไรทั้งนั้นหรอกครับ เพียงแต่ผมชอบที่จะมองคนในแง่เป็นกลางว่า พ่อแม่ ลูก ปู่ย่าตายาย ไม่ว่าจะรวยหรือจน ล้วนควรจะมีความเสมอภาคกัน เป็นมนุษย์เหมือนกัน ไม่ควรที่จะเกิดการเหลื่อมล้ำเท่านั้น ผู้ใหญ่ให้โอวาทเด็ก ตักเตือนเด็กได้ แต่ควรจะทำเพื่อประโยชน์ของลูก และเด็ก ไม่ใช่เพื่อสร้างแรงกดดันและบาดแผลในใจ และถ้าทำผิดก็ต้องรับผิด ทำถูกก็ถูก ผมไม่ได้บอกว่าให้คุณกราบขอโทษลูก แต่ผมก็แค่บอกว่า ถ้าคุณทำอะไรไม่ดีกับลูกอย่างไม่มีเหตุผล คุณแค่ระลึกไว้ในใจเท่านั้นพอ ว่าทีหลังจะไม่ทำแบบนี้อีก ไม่ใช่ฉันเป็นพ่อแม่ชั้นจะทำอะไรก็ได้

ผมแค่อยากจะสื่อว่า สังคมไทย ศาสนาพุทธ กฏหมาย ไม่เอื้ออำนวยให้ผู้ใหญ่กับเด็ก สามารถลดทิฐิและพบหน้าเข้าหากัน พบกันครึ่งทางได้เท่าไหร่นัก ทำให้เกิดช่องว่างและความแตกแยกกันระหว่างคนสองฝ่าย

นี่คือสาเหตุที่ว่า ทำไมยิ่งนานวันสถาบันครอบครัวยิ่งแย่ลง เพราะผู้ใหญ่ถูกปลูกฝังให้ตนเองเป็นดั่งเจ้าชีวิต ดั่งนายทุน ในขณะที่ลูก หรือว่าคนที่อาวุโสน้อยกว่า ไม่ต่างอะไรกับประชาชนรากหญ้า

ผู้ใหญ่ตักเตือน สั่งสอน ว่ากล่าว ถ้าทำเพื่อประสงค์ดี และเป็นเหตุผลในแง่บวก อันนี้ควรชื่นชม แต่ขณะเดียวกัน ผู้ใหญ่ก็ต้องรับฟังความคิดเห็นของเด็กบ้าง มันถึงจะไปด้วยกันได้ และคุณเองก็อาจจะได้อะไรดีๆในชีวิตที่คาดไม่ถึง

ไม่งั้นคุณก็จะได้แต่กำลังของชาติในอนาคตที่มีความเจ้าคิดเจ้าแค้น เอาแต่อยากที่จะเอาชนะผู้อื่นท่าเดียว และสุดท้าย ก็ไม่ต่างอะไรกับคุณ หรือคุณคงพอใจกับการให้วงจรแบบนี้เป็นต่อๆไป ???

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
สุดาพร วันที่ : 18/03/2008 เวลา : 20.39 น.

ไม่เห็นด้วยกับความคิดเห็นที่ 1 นะคะ ถ้าสังคมไทยมีความคิดแบบนี้กันหมดสังคมไทยก็จะมีแต่เจริญลง เพราะยังไงผู้ใหญ่ก็คือผู้ใหญ่ พ่อแม่ก็คือพ่อแม่ เป็นผู้ให้กำเนิด ถ้าพ่อแม่เขาไม่ให้กำเนิดคุณมาทุกวันนี้คุณคงไม่มาแสดงความคิดเห็นอะไรอย่างนี้ได้หรอกใช่ไหมคะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ธรรมทัพบูรพา วันที่ : 17/03/2008 เวลา : 23.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thum
http://www.oknation.net/blog/sirachat  "งานกวี ที่รัก"

นมัสการครับ หากท่านเป็นสงฆ์

มีเรื่องราวหนึ่งที่ผมพบมา

ลูกชายมีพ่อแม่ทำนา ได้ภรรยาเป็นคนถิ่นเดียวกัน มาทำงานที่กทม.จนรุ่งเรื่องมีบ้านราคาเป็นล้านบาทอยู่

ต่อมา ไม่นานลูกชายได้บอกให้พ่อกับแม่มาที่กทม.เพื่อจะพาพ่อซึ่งป่วยไปรักษาที่โรงพยาบาลดีดี ในกรุงเทพฯด้วยความกตัญญูต่อพ่อ

พอพ่อกับแม่มาพักอยู่ที่บ้านลูกชายที่กทม.ลูกสะไภ้กับลูกชายมีปากมีเสียงทะเลาะกันในบ้าน

จับความได้ว่าภรรยาบอกสามี ว่าพ่อกับแม่เธอมีลูกตั้งหลายคนไม่มาออกค่ารักษาพยาบาลช่วยกัน ทำไม่เธอต้องรับผิดชอบคนเดียว แล้วแกก็กินหมากสกปรกบ้านช่องเราน่ารำคาญ

ผู้เป็นพ่อและแม่ได้ยินดังนั้นด้วยความกลัวครอบครัวลูกจะมีปัญหา เลยเดินไปบอกว่า พ่อกับแม่แอบได้ยินหมดแล้ว หากมันลำบากและพวกเอ็งต้องมาทะเลาะกันเพราะพ่อ พ่อกับแม่ก็ขอกลับบ้านนอก และจะไม่มารบกวนพวกเอ็งแล้ว

........ผมพบอะไรหลายอย่างในเรื่องนี้ครับ นมัสการ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
PrivatePassion วันที่ : 17/03/2008 เวลา : 22.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/privatepassion


ปล. และผมก็ไม่เคยเห็นศาสนาพุทธบอกว่า พ่อแม่ทำร้าย ต่อว่าทุบตีลูกอย่างไม่มีเหตุผล หรือทำลายอนาคตของลูก เป็นบาป ตายไปแล้วจะต้องตกนรกไปชั่วกัลป์ชั่วกัล

มีแต่ปกป้องพ่อ แม่ กันทั้งนั้น ส่วนลูกก็ไม่ต่างอะไรกับเบี้ยล่าง ทำอะไรไม่ดีกับพ่อแม่นิดหน่อยก็บอกว่าเป็นบาป ตกนรก

ถ้ามีก็ช่วยบอกผมด้วยนะครับ ที่ผมพูดมา ผมก็แค่พูดความจริงเท่านั้น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
PrivatePassion วันที่ : 17/03/2008 เวลา : 21.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/privatepassion


ผมไม่ชอบเท่าไหร่หรอกนะ แม้ว่ามันอาจจะจำเป็น
ยังไงเสีย พ่อแม่ ก็คนเหมือนกัน เพียงแต่ หาเงินได้ คลอดลูกออกมา มีอำนาจมากกว่าเพราะคำว่าเป็นผู้ใหญ่ ก็เท่านั้น

ถ้าพ่อแม่ที่ดีก็ดีไป แต่ถ้าพ่อแม่ที่ไม่ดีล่ะ ??

ศาสนาพุทธ หรือศาสนาอื่นๆ รวมทั้งกฏหมาย พยายามจะทำให้คำว่าผู้ใหญ่ อยู่เหนือหัวเด็ก และวัยรุ่น เยาวชนทั้งนั้น ทั้งๆที่ผู้ใหญ่บางคนโง่ ไม่ได้ความกว่าเด็กด้วยซ้ำ แต่ยังเชิดหน้าชูคออยู่ได้ เพราะแบบนี้ไง ประเทศมันถึงไม่เจริญ โดยเฉพาะการศึกษาต่างๆ ที่ผู้ใหญ่ พยายามจะทำให้เด็กโง่ ทั้งที่มันเป็นเรื่องของเยาวชนชัดๆ แล้วแม่งก็มาบอกว่า เรื่องของผู้ใหญ่ เด็กไม่เกี่ยว (มันควรจะตรงกันข้ามกัน)

พ่อแม่ดีๆก็มีมาก สมควรยกย่อง แต่พ่อแม่ที่เลว พยายามจะสร้างอำนาจบาตรใหญ่ ทำเหมือนลูกเป็นหุ่นเชิด คนพวกนี้ไม่สมควรเคารพ ไม่สมควรที่จะเลี้ยงดูต่อไปในภายภาคหน้า สมควรที่จะถูกทอดทิ้งเสียด้วยซ้ำ

จะมัวแต่อ้างว่า เพราะเขาให้กำเนิดคุณ ชีวิตคุณก็ไม่ต่างอะไรกับตกเหว
อย่ามาอ้างว่าเพราะต้องชดใช้กรรม คนทุกคนล้วนแต่มีดีและชั่ว ไม่เว้นพ่อแม่

ถ้าเอาคืนได้ ก็สมควรเอาคืน ใครทำอย่างไร คุณก็สมควรให้กับเขาอย่างนั้น

อย่าหาว่าผมเป็นคนเนรคุณ แต่ผมมองในแง่มุมที่ว่า พ่อแม่ ก็คือคนเหมือนกับลูก เพียงแต่อาวุโสก็เลยมีอำนาจบาตรใหญ่ได้ เท่านั้นเอง ซึ่งความจริงช่องว่างระหว่างวัยไม่ควรมีในโลกนี้ พ่อแม่ทำผิดกับลูก ก็ต้องผิด ไม่ใช่ทำผิดแล้วก็มากร่างว่าข้าเป็นพ่อแม่เอ็งนะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มีนาคม 2008 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          



[ Add to my favorite ] [ X ]