• wadwangnoy
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-02-07
  • จำนวนเรื่อง : 97
  • จำนวนผู้ชม : 372293
  • ส่ง msg :
  • โหวต 974 คน
วัดวังน้อยวนาราม ต.ปางมะค่า อ.ขาณุวรลักษบุรี จ.กำแพงเพชร
วัดวังน้อยวนาราม เป็นศูนย์ร่วมใจของชาวบ้าน เป็นส่วมร่วมของศรัทธา เป็นความงาม ความดี และปริ่มด้วยเมตตา โดยการนำของพระครูธรรมธรธีรพัฒน์ สุวินโย
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/wadwangnoy
วันพุธ ที่ 19 มีนาคม 2551
Posted by wadwangnoy , ผู้อ่าน : 978 , 18:39:00 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

พระเจ้าปเสนทิโกศลได้สุบินนิมิตว่า

**********

ได้เห็นม้าแปลกประหลาด มีสองปาก หิวกระหาย น้ำลายไหลอยู่ตลอดเวลา หญิงชายพากันเอากล้าข้าวเหนียวมาป้อนให้ กินเท่าไรๆ ก็ไม่พอ

**********

พระพุทธองค์ได้ทรงอธิบายทำนายไว้ ตามที่โบราณาจารย์ได้ประพันธ์เป็นบทกวีไว้ว่า

      ห้าฝันว่าม้านั้นมีสองปาก     เห็นหญ้าอยากอ้าปากน้ำลายไหล

จนหญิงชายป้อนให้จนอ่อนใจ    ทายว่าภัยจากตุลาที่ว่าความ

ทำนองว่าข้าจะช่วยเจรจา          แนะทางวางท่าน่าเกรงขาม

แต่มีจริตความคิดทราม             พยายามทำว่าตนรู้ต้นปลาย

เข้ามาช่วยแกล้งทำให้กำกวม      จะรวบรวมกันกินทั้งสองฝ่าย

ออกหน้าทำท่าเถียงเบี่ยงบ่าย      แนะให้ท้ายทั้งโจทก์และจำเลย

กินพลางทำข่มด้วยลมลวง          เหนี่ยวหน่วงถามติงแล้วนิ่งเฉย

บ้างอาศัยใช้การจนนานเลย        ความก็เกยแห้งร้างอยู่ค้างปี

พระพุทธองค์ทรงอธิบายความฝันนี้ไว้ว่า ในอนาคต เมื่อมนุษย์ไร้ศีลธรรม ผู้คนมัวเมาลุ่มหลงในโลกียสุขมากขึ้น  จิตใจก็จะเสื่อมทราม เบียดเบียนกันอย่างโหดร้ายทารุณยิ่ง

ผู้คนที่ทำหน้าที่ตัดสินคดีความ ในศาลสถิตยุติธรรม ไม่ว่าจะเป็นผู้พิพากษา ตุลาการ อัยการ ทนายความ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้ดูแลทุกข์สุขของประชาชน ต่างก็เอาแต่กินสินบน ฉวยโอกาสยามที่ประชาชนกำลังเดือดร้อน เกิดคดีความกัน แทนที่จะมีเมตตากรุณา หรือหาทางผ่อนสั้นผ่อนยาว หาทางยอมความกันโดยไม่ต้องเดือดร้อนถึงโรงถึงศาล ต้องเสียเวลา และสิ้นเปลืองเงินทอง บางครั้งก็หาเรื่องหน่วงเหนี่ยวเรื่องราวให้เนิ่นนาน เพื่อจะหาผลประโยชน์จากคู่ความ

ถ้าไปเจอเอาเจ้าหน้าที่ที่ไร้คุณธรรม เห็นแก่อามิสสินจ้างเขาก็จะสามารถทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ ทำเรื่องใหญ่ให้เป็นเรื่องเล็ก สุดแล้วแต่กำลังเงินฝ่ายไหนจะมากกว่า บางที่รับสินจ้างรางวัลจากฝ้ายโจทก์ แล้วยังขู่เข็ญเอาจากจำเลยอีก เรียกว่าหากินจากทั้งสองฝ่าย เหมือนกับม้าสองปาก ที่กินไม่รู้จักอิ่ม ดังสุบินนิมิตของพระเจ้าปเสนทิโกศล ที่ได้กล่าวมาแล้ว

เรื่องของคนถูกกลายเป็นคนผิด เรื่องของคนผิดกลายเป็นคนถูก ก็เคยปรากฏอย่างดาษดื่นมาแล้ว ถ้าผู้มีอำนาจหน้าที่ถูกอำนาจเงิน และอำนาจกิเลสเข้าสิง

แต่ทั้งนี้ ก็มิได้หมายความว่า ตุลาการจะไม่เที่ยงธรรมไปเสียทั้งหมด ที่ดีก็มีอยู่มาก สังคมมนุษย์ที่อยู่รวมกันมากๆ หากขาดศาลสถิตยุติธรรมเสียแล้ว สังคมมนุษย์ หรือประเทศชาติก็จะสับสนยุ่งยาก อยู่ลำบากเหมือนกัน

เช่นเดียวกับผู้ที่ขับขี่รถบนท้องถนนทุกคน ต้องตั้งตนอยู่ในกฎจราจร ถ้าต่างคนต่างขับรถตามอำเภอใจ อุบัติเหตุก็จะเกิดขึ้น สับสนวุ่นวายแน่ แม้การดำเนินชีวิตในสังคม มนุษย์ก็จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย เพื่อเป็นสิ่งที่คอยควบคุมสังคมมนุษย์ ให้อยู่โดยความสงบเรียบร้อย เป็นไปบนรากฐานของศีลธรรมอันดีงาม ส่วนกฎหมายจะมีอำนาจศักดิ์สิทธิ์ มีประสิทธิภาพแค่ไหนเพียงใด ก็ขึ้นอยู่กับผู้ที่อยู่ในความคุ้มครอง และผู้ที่ใช้กฎหมายเท่านั้น

ผู้พิพากษา ทนายความ อัยการ บางคนก็สามารถใช้กฎหมายให้เป็นไปตามตัวบท ทำให้เกิดความเรียบร้อย ลุล่วงไปด้วยดีก็มีมาก

หรืออาจจะมีข้อพลิกแพลง ให้คดีความนั้นกลับจากหน้ามือเป็นหลังมือก็มี ขึ้นอยู่กับคุณธรรมในจิตใจของท่านผู้มีอำนาจหน้าที่เหล่านั้น จะมีมากน้อยแค่ไหน

อย่างไร ก็ขออย่าให้ตาชั่งข้างใดข้างหนึ่งต้องเอียงเพราะ ก้อนเงิน หรือเห็นแกพรรคแก่พวกก็แล้วกัน ไม่เช่นนั้นสังคมก็จะเดือดร้อน เพราะมีบุคคลประเภทม้าสองปาก และแถมกินไม่รู้อิ่มอีกด้วย ลองคิดดูเถิดว่า ประชาชนจะเดือดร้อนขนาดไหน?

ก่อนจบ ก็จะขอเล่าเรื่องแปลกๆ ซึ่งเป็นภาพพจน์ที่ตัดกันกับเหตุการณ์ในยุคสมัยนี้ ให้อ่านสักเรื่องหนึ่ง นำมาจากกฎแห่งกรรม ของ ท. เลียงพิบูลย์ อ่านแล้วรับรองว่าจะรู้สึกสบายใจกว่ากันเยอะ เรื่องมีอยู่ว่า .............

“ในอารยนคร ผู้คนในเมืองนี้อยู่กันอย่างพี่อย่างน้อง พร้อมที่จะเสียสละให้แกกัน และกัน ทำผิดก็ยอมรับผิด

มีอยู่คราวหนึ่ง เกิดคดีความขึ้น ซึ่งนานๆ จะมีสักครั้งหนึ่งในนครนี้ เรื่องของเรื่องก็คือ นายโฉมผู้เป็นจำเลย มีนาแปลงหนึ่ง มีข้าวออกรวงเหลืองอร่ามไปทั้งท้องทุ่ง นายผาคำเป็นโจทก์ มีควายอยู่ตัวหนึ่ง ควายของแกเดินผ่านนาของนายโฉม เห็นข้าวในนาน่ากินก็ลงไปกิน แต่กินไม่มากนัก พอนายผาคำมาถึง ก็รีบจูงควายกลับบ้าน แล้วรีบไปสารภาพความผิดของตน ที่ได้ปล่อยให้ควายกินข้าวในนาของนายโฉม ตนเองยินดีใช้ค่าเสียหายเป็นข้าว แต่ฝ่ายนายโฉมเจ้าของนาไม่ยอมรับ ถือว่าไม่ใช่ความผิดของนายผาคำ หรือของควาย ถ้าจะเอาความผิดแล้ว ควรจะเอาผิดกับข้าวของนายโฉมมากกว่า เพราะถ้านาไม่มีข้าว ควายก็คงไม่กิน เรื่องก็คงไม่มี ต่างคนต่างตกลงกันไม่ได้ จึงได้พากันไปหาพ่อเมือง ในเวลาที่พ่อเมืองออกว่าความ

เมื่อพ่อเมืองซักถามปากคำ จากโจทก์ และจำเลยเรียบร้อยแล้วก็วินิจฉัยตัดสินว่า การที่นายโฉม จำเลย เจ้าของนาไม่ยอมรับค่าเสียหายจากนายผาคำผู้เป็นเจ้าของควาย ซึ่งลงไปกินข้าวในนาของเขานั้น โดยอ้างเหตุผลว่า เป็นความผิดของตนเองที่ได้ปลูกข้าวไว้ ในทางเดินของควายดังนั้นจึงไม่ยอมรับค่าเสียหาย เพราะความเป็นสัตว์ที่เรียกว่า ไม่มีความคิดว่าจะเป็นความเสียหายหรือไม่

ส่วนนายผาคำผู้เป็นโจทก์ แถลงว่า ตราปรกติควายของตัวไม่เคยไปกินข้าวในนาของใคร แต่บังเอิญควายตัวนั้นตังครรภ์ ทำให้ความรับผิดชองแปรปรวนไป เนื่องด้วยลูกในท้องทำให้อยากกิน

ในที่สุดพ่อเมืองก็เลยตัดสิน ให้ยกลูกควายที่อยู่ในท้อง จะเป็นตัวผู้ หรือตัวเมีย ให้นายโฉมเจ้าของนา ๑ ตัว ไม่ว่าจะออกมากี่ตัวก็ตาม

เมื่อพ่อเมืองตัดสินเรียบร้อยแล้ว ทุกคนในที่นั้นต่างก็ร้อง สาธุ! ฝ่ายโจทก์ก็มีจิตชื่นบาน ที่ได้ชดใช้ค่าเสียหายเป็นที่เรียบร้อยไป”

เรื่องนี้แม้จะเป็นจินตนาการ เป็นความฝันของผู้เล่าก็ตาม แต่ก็ทำให้เห็นภาพที่แตกต่างกัน ในเรื่องของจิตใจ ของคนในสังคมนี้

ทุกวันนี้ มีแต่คนจะเอา ไม่ยอมเสียสละ ไม่ยอมแพ้ ไม่ยอมผิด เมื่อคนไร้ศีลธรรม จิตใจก็เสื่อม ความเดือดร้อนก็จะตามมา ถ้าไม่ให้ความสำคัญ หรือสนใจเรื่องของคุณธรรมความดีบ้าง สังคมปัจจุบันนี้ก็จะเป็นดังสังคมตามพุทธทำนาย ที่พระพุทธองค์ทรงทำนายไว้เมื่อครั้งกระโน้นแน่ๆ




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
เป๊ปซี่ วันที่ : 19/03/2008 เวลา : 19.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Pepsi8

ความยุติธรรมอยู่ที่ใจ....

ถ้าใจรู้สึกว่าเป็นธรรมก็เป็นธรรม...

ถ้าใจรู้สึกว่าไม่เป็นธรรม...ก็ไม่ยุติธรรม...

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
wadwangnoy วันที่ : 19/03/2008 เวลา : 18.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wadwangnoy

อยากรู้เรื่องดวงก็บอกแล้วกันจะเขียนให้อ่านนะโยม

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มีนาคม 2008 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          



[ Add to my favorite ] [ X ]