• wadwangnoy
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-02-07
  • จำนวนเรื่อง : 97
  • จำนวนผู้ชม : 372293
  • ส่ง msg :
  • โหวต 974 คน
วัดวังน้อยวนาราม ต.ปางมะค่า อ.ขาณุวรลักษบุรี จ.กำแพงเพชร
วัดวังน้อยวนาราม เป็นศูนย์ร่วมใจของชาวบ้าน เป็นส่วมร่วมของศรัทธา เป็นความงาม ความดี และปริ่มด้วยเมตตา โดยการนำของพระครูธรรมธรธีรพัฒน์ สุวินโย
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/wadwangnoy
วันพุธ ที่ 26 มีนาคม 2551
Posted by wadwangnoy , ผู้อ่าน : 1392 , 14:55:40 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

วิธีครองเรือน

ก่อนอื่นก็จะขอนำท่านไปให้รู้จักกับวิธีครองเรือนเสียก่อน วิธีครองเรือนนั้นมี ๒ วิธีคือ

๑ โลกวิธี

๒ ธรรมวิธี

โลกวิธีนั้น หมายถึง การครองเรือนอย่างโลก โลกนั้นไม่มีกฎเกณฑ์อะไร ครองตาอารมณ์ปราศจากหลักยึดเหนี่ยว เหมือนสวะลอยตามน้ำ น้ำขึ้นก็ขึ้นด้วย น้ำลงก็ลงด้วย ติดอยู่ที่ไหนก็ค้างที่นั่น บางท่านเรียกการครองเรือนแบบนี้วาครองแบบเลื่อนลอย เรื่องยุ่งยากต่างๆ เช่นการหย่าร้างกัน ทะเลาะวิวาทกันเป็นต้น ล้วนเกิดจากการครองเรือนแบบนี้ทั้งนั้น

ส่วนการครองเรือนชนิดธรรมวิธีนั้น หมายถึงการครองเรือนแบบมีหลักธรรมยึดไว้เป็นหลักใช้ธรรมควบคุมอารมณ์ไว้ ไม่ให้ออกนอกลู่นอกทาง เหมือนเรือที่มีเครื่องบังคับดี จะจอดจะแล่นจะหลีกจะถอย ย่อมทำได้ดังใจหมาย และปลอดภัยทุกประการ

ตามนัยนี้จึงเห็นได้ว่า การครองเรือนนั้นไม่ใช่ของง่ายอย่างที่บางคนเข้าใจ การครองใครๆ ก็ครองได้ไม่ยาก แต่ปัญหายากอยู่ที่การเข้าใจครอง ดุจเรื่องรับประทานอาหาร ซึ่งใครๆ ก็รับประทานได้ทั้งนั้น แต่ถ้าจะให้ดีมีประโยชน์จะต้องเข้าใจรับประทาน ฉันใดก็ฉันนั้น

ประเภทการครองเรือน

การเข้าใจการครองเรือนจัดเป็นประเภทดีต้น อย่างอื่นเป็นประเภทดีปลาย เพราะเมื่อครองเรือนให้ดีเสียอย่างเดียวเท่านั้น ก็สามารถเข้าไปครองอย่างอื่นได้ทั้งหมด คือจะครองทรัพย์สมบัติก็ได้ ครองน้ำใจคนก็ได้ ครองรักก็ได้ ตลอดจนครองบ้านครองเมือง ครองสวรรค์นิพานก็ได้ทั้งนั้น เรือนที่ครองนั้นแบ่งเป็น ๓ ประเภทด้วยกัน คือ

๑ เรือนนอก

๒ เรือนใน

๓ ในเรือน

วิธีครองเรือนนอก

เรือนนอก หมายถึง บ้านเรือนที่อยู่อาศัย เป็นปัจจัยของคนเรา การที่จะเร่ร่อนนอนกลางดินกินกลางทรายไม่สมควร ฉะนั้นคนเราจึงจำเป็นต้องมีที่อยู่อาศัย และเรือนที่อยู่นั้นจะต้องรักษาให้สะอาดอยู่เสมอ จะปล่อยให้สกปรกรกรุงรัง ย่อมขัดนัยตาพาให้ทุกข์ใจ ทั้งเป็นพาหะให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บได้ง่าย โปรดอย่าลืมว่า อโรคฺยปรมา ลาภา ความไม่มีโรคเป็นลาภอย่างยิ่ง

นอกจากนี้บางคนเผอเรอเปิดประตูหน้าต่างทิ้งไว้ โจรผู้ร้ายได้โอกาส เลยลักทรัพย์สมบัติไปหมด บางคนปรุงอาหารแล้วไม่ดับไฟให้เรียบร้อย บ้างจุดธูปเทียนบูชาพระทิ้งไว้บ้าง บางครั้งทำให้เกิดไฟไหม้ ต้องสูญเสียทรัพย์สมบัติไปอย่างน่าเสียดาย ดังเป็นที่ปรากฏเป็นข่าวอยู่บ่อยๆ แล้วก็กลับมานั่งโทษพระไม่ขลัง บูชาอยู่ทุกคืนไม่เห็นช่วยอะไร กลายเป็นว่าจะเกณฑ์ให้พระเป็นตำรวจดับเพลิงไปเสียแล้ว ไปโทษพระโทษเจ้า ตัวรำไม่ดีไปโทษปี่โทษกลอง มองไม่ดีไปโทษผีโทษสาง มนุษย์เรานี่ก็แปลก

อนึ่งสามีภรรยาก็จัดเข้าในประเภทเรือนนอกด้วย ตัวอย่างที่ถามกันว่า “มีเรือนแล้วหรือยัง” นั่นย่อมหมายถึง สามีภรรยานี่เอง การครองเรือนประเภทนี้สำคัญมาก เพราะถ้าครองไม่ดี ไม่รู้จักเอาอกเอาใจกัน ละเลยต่อหน้าที่ของสามีภรรยาที่ดี อย่างนี้ย่อมไม่สามารถครองน้ำใจ ครองรักในระหว่างกัน และกันไว้ได้ ลำบากเหมือนตกนรกทั้งเป็น เรื่องเศร้าใจต่างๆ ที่เกิดขึ้นในครอบครัว ดังที่ปรากฏเป็นข่าวอยู่เสมอๆ ล้วนมีสมุฏฐานมาจากการครองเรือนไม่เป็นทั้งนั้น

วิธีครองเรือนใน

ส่วนเรือนประเภทที่ ๒ คือเรือนใน หมายถึง ตัวเราทุกๆ คน ซึ่งสมด้วยคาถาพุทธอุทานที่พระพุทธเจ้าตรัสทักตัณหาตอนที่ตรัสรู้ใหม่ๆ ว่า “คหการก ทฎฺโฐสิ ปุน เคหํ น กาหสิ แน่ะ นายช่างผู้สร้างเรือนเราพบท่านแล้ว ท่านจะทำเรือนให้เราไม่ได้อีกแล้วละ”

ตามนัยนี้ร่างกายจึงถูกจัดเป็นเรือนด้วยประเภทหนึ่ง ซึ่งถ้าเจ้าของครองไม่ดีก็ไม่มีความสุข อย่างบางคนคร่ำเคร่งต่อการศึกษามากเกินไป หรือตรากตรำทำงานเกินพอดี จนร่างกายทรุดโทรม ผลสุดท้าย ผลสุดท้ายเมื่อเรียนสำเร็จแล้ว แทนที่จะได้ทำงาน กลับต้องมานั่งรักษาโรค หรือเงินที่ทำมาหาได้แทนที่จะใช้บำรุงความสุข กลับต้องนำมาซื้อยาหาหมอ

บางคนก็ครองเรือนอย่างแบบทรมานตัวเอง คือติดไปในทางตระหนี่ ไม่รู้จักใช้ทรัพย์ให้เกิดประโยชน์ ชนิดทนอดทนอยากบูชาเงินต่างพระเจ้า ต้องนั่งเฝ้าทรัพย์ปู่โสมลงท้ายได้ดีลูกหลาน ถ้าคนไหนเป็นแบบนี้เห็นว่าไม่น่านับถือ จะนับถือได้อย่างไร คนโกงตัวเอง เขาใช้รถใช้เรือยังต้องเติมน้ำมัน นี่เราเป็นคนมีเรือนอยู่ แต่กลับปล่อยตามยถากรรมเห็นจะลำบาก

ในเรื่องนี้ท่านผู้รู้ได้เตือนไว้ว่า การครองเรือนต้องจัด ๓ รายให้พอดี คือรายรับก็ต้องพอดี รายจ่ายก็ต้องพอดี และรายเหลือก็ให้พอดี ถ้าผิดจากนี้ก็เข้าเกณฑ์ขาดดี เกินดี ตั้งตัวได้ยาก

บางคนก็ครองเรือนอย่างแบบหาเรื่อง เรื่องที่หาถ้าเป็นเรื่องเย็นๆ ก็ไม่เป็นไร แต่นี่เป็นเรื่องที่ร้อนๆ ดีไม่ดีก็เลยเผาผลาญบ้านเรือนพินาศไปหมด ที่จริงคนเราก็ย่อมมีเรื่องด้วยกันทั้งนั้น อย่างที่ว่า มีลมก็มีเรื่อง หมดลมก็หมดเรื่อง ตายเสียเมื่อไรเรื่องก็หมด ถึงจะมีบางก็เป็นเรื่องของผีคนไม่เกี่ยว

ตลอดคืนตลอดวันท่านลองคิดดูเถิด นับเรื่องไม่ถ้วน ไหนจะเรื่องของตัว ไหนจะเรื่องของสามีเรื่องของภรรยา เรื่องของลูก เรื่องเล็กเรื่องใหญ่มากมาย เหลือประมาณ เรื่องประจำสำหรับชีวิตก็มากพออยู่แล้ว ยังกลับไปดื่มสุราเมรัยแถมเข้าไปอีกแล้วเป็นอย่างไร? ตัวเองก็ยุ่งชาวบ้านก็ยุ่งเพราะเดือดร้อนไปตามๆ กัน

บางคนบ้านหลังเดียวก็พออยู่ได้สบายๆ แต่ยังเที่ยวขวนขวายหาบ้านเล็กบ้านน้อยเพิ่มเข้ามาอีก เมื่อมากบ้านก็มากเรื่อง เรื่องที่มาก็ล้วนเป็นเรื่องร้อนใจทั้งนั้น คนที่ชอบหาเรื่องยุ่งๆ ที่เป็นต้นเหตุให้เกิดคุกตะราง และให้เจ้าหน้าที่ต้องทำงานหนักเป็นพิเศษ

วิธีครองในเรือน

ส่วนเรือนประเภทที่ ๓  ว่าถึงในเรือน หรือจะเรียกว่าเรือนใจก็ได้ เป็นที่ทราบกันดีว่าใจนี้สำคัญที่สุดสำหรับคนเรา เพราะอยู่ในตำแหน่งผู้บัญชาการใหญ่ กายว่าจาที่จะทำจะพูดอะไรล้วนขึ้นอยู่กับใจ ความสุขความทุกข์ก็มาจากใจ นรกสวรรค์ก็เริ่มต้นมาจากใจ สมกับพุทธสุภาษิตที่ว่า จิตฺเตน นียติ โลโก จิตใจเป็นตัวนำโลก

ถ้าครองใจไม่ดี โลกก็พินาศ การครองเรือนใจก็คือครองเรื่องที่เกิดขึ้นกับใจนั่นเองที่ทางพระเรียกว่าอารมณ์ ได้กล่าวมาแล้วว่าเรื่องของใจมีมาก ทั้งเรื่องเย็น และเรื่องยุ่งนับไม่ถ้วน แต่ถ้าจะประมวลให้สั้นก็แบ่งเป็น ๒ ประเภทคือ เรื่องชอบกับเรื่องชัง ตลอดเวลาใจคนเราวิ่งวุ่นครุ่นคิดอยู่ใน ๒ เรื่องนี้แหละเป็นเรื่องใหญ่ การครองเรือนใจก็หมายถึง การครอง ๒ เรื่องนี้เท่านั้น โดยทีท่านแนะนำว่าต้องใช้ธรรมะครอง

เนื่องจากธรรมะมีมากด้วยกัน ฉะนั้นเพื่อให้เหมาะสมกับกาลจึงขอยกมากแสดงเพียงข้อเดียว ข้อนั้นคือขันติ ความอดทน ธรรมะข้อนี้สำคัญที่สุด เปรียบเหมือนเสาบ้านเสาเรือนทีเดียว บ้านเรือนถ้าขาดเสา ก็จะกลายเป็นกองไม้เราดีๆ นี่เอง คนเราถ้าขาดความอดทนเสียอย่างเดียวก็ไม่เจริญ

***********

วิธีสร้างเสน่ห์

            เสน่ห์คืออะไร? เสน่ห์คือลักษณะที่น่ารัก ทำไมคนเราจึงต้องสร้างเสน่ห์? ก็เพราะเสน่ห์เป็นเสมือนแก้วสารพัดนึก ซึ่งสามารถบันดาลลาภ ยศ สรรเสริญ สุข ให้เกิดขึ้นได้ ตรงข้ามกับเสนียด คือลักษณะที่ไม่น่ารัก เพราะเสนียดเป็นตัวทำลายลาภ ยศ สรรเสริญ สุข ให้พินาศไป มีสุภาษิตอยู่บทหนึ่ง เป็นเครื่องรับรองคำกล่าวนี้ คือ “จะปรารถนาสิ่งใดไม่เกินนัก เอาความรักมาแลกได้ดังประสงค์”

            ทางเกิดเสน่ห์ที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้คือ โอบอ้อมอารี (ทาน) วจีไพเราะ (ปิยะวาจา) สงเคราะห์ประชาชน (อัตถจริยา) วางตนพอดี (สมานัตตา) และอีกบทหนึ่งซึ่งมีลักษณะคล้ายๆ กัน คือ ปากหวาน ตัวอ่อน มือเป็นหงอน ยิ้มแย้มแจ่มใส นี่คือทางเกิดเสน่ห์ บทนี้จำเป็นต้องขยายความ

            ปากหวาน หมายถึง คำพูดที่ไพเราะ ใครฟังแล้วก็ติดใจ ในที่นี้ขอเสนอคำพูดที่ถือว่าเป็นมงคล เกิดเสน่ห์ คือคำว่า ขอโทษ ขอบคุณ สวัสดี เวลาเราทำอะไรผิดพลาดล่วงเกินผู้อื่น ต้อรีบขอโทษเขาทันที เพราะคำขอโทษนั้นจะทำให้ผู้ที่เราล่วงเกินหายโกรธ แล้วกลับมารักใคร่นับถือเราทันที

            คำว่าขอบคุณ เมื่อใครให้อะไรกับเรา หรือช่วยสงเคราะห์อะไรเรา เช่นบอกทางแก่เรา เป็นต้น เราต้องบอกขอบคุณทันที อันแสดงว่าเราซาบซึ้งถึงบุญคุณของเขา

            ส่วนคำว่าสวัสดี ใช้เมื่อเราพบปะกัน หรือเวลาจะลาจากกัน เป็นต้น สามคำนี้ คือขอโทษ ขอบคุณ สวัสดี ควรหัดพูดให้ติดปากจนกลายเป็นนิสัย แล้วท่านจะได้ชื่อว่าเป็นคนมีเสน่ห์อย่างน่าอัศจรรย์

            อันดับที่สองที่ว่าตัวอ่อนนั้น หมายความว่า เรารู้จักก้ม รู้จักกราบ อันเป็นมารยาทที่สวยงามมีเสน่ห์ บางคนแข็งกระด้าง ไร้มารยาท ไหว้ไม่เป็น กราบไม่เป็น เคอะๆ เขินๆ ซึ่งท่านเปรียบคนเช่นนี้ว่าเหมือนเจว็ด คือรูปเทพารักษ์ที่เขาแกะด้วยไม้ หรือหล่อด้วยปูน ประดิษฐานอยู่ตามศาลพระภูมิ หรือศาลเจ้า รูปเทพารักษ์นั้นยืนชั่วนาตาปี ไม่รู้จักก้มให้ใคร

ท่านเปรียบ คนที่แข็งกระด้างเช่นนี้ว่าเป็นเสมือนเจว็ด มีสุภาษิตโคลงโลกนิติ อยู่บทหนึ่งว่า

นาคีนั้นมีพิษเพี้ยง สุริโย

เลี้ยงบ่ทำเดโช                 แช่มช้า

พิษน้อยหยิ่งโยโส แมลงป่อง

ชูแต่หางเองอ้า                 อวดอ้าง ฤทธี

การอ่อนน้อมถ่อมตนคือ มนต์เสน่ห์ อันเป็นสิ่งที่ทำให้เล่าปี่สามารถเอาชนะใจขงเบ้งได้ก็ด้วยมนต์บทนี้ ขงเบ้งเป็นนักปราชญ์ที่ถือตัวมาก อยู่ที่ภูเขาโงลังกั๋ง ในสมัยที่จีนแตกเป็นสามก๊ก ผู้ที่มีอำนาจวาสนาต่างแย่งชิงกันเป็นใหญ่ แต่ละก๊กก็พยายามที่จะรวบรวมคนมีฝีมือเข้ามาเป็นพรรคพวก ขงเบ้งได้รับการติดต่อทาบทามจากผู้มีอำนาจหลายคน แต่ก็ไม่มีใครสมหวัง

แต่แล้วอยู่ต่อๆ มาก็ปรากฏว่า ขงเบ้งต้องออกจากบ้านเดิมตามหลังเล่าปี่ มาช่วยวางแผนทำสงครามให้เล่าปี่จนตลอดชีวิตแม้เล่าปี่จะตายจากไปก่อน ขงเข้งก็ยังไม่ทอดทิ้งบุตรของเล่าปี่ ที่เป็นเช่นนี้น่าสงสัยว่าเล่าปี่มีดีอะไรหรือ จึงเอาชนะใจขงเบ้งได้

การที่เล่าปี่สามารถเอาชนะใจขงเบ้งได้นั้นไม่ใช่ด้วยเล่ห์กระเท่ห์อันลึกซึ้ง หรือเวทมนตร์คาถา หรือกำลังภายในอะไรทั้งสิ้น แต่นับถือมือสิบนิ้วที่เล่าปี่ประคองประนมด้วยความรู้สึกอันซื่อสัตย์สุจริตนี่เอง

เล่าปี่ได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่ยิ่งใหญ่ที่มีมารยาทอันงดงามที่สุด อ่อนน้อมถ่อมตนที่สุดจนได้ชื่อว่า “ผู้พนมมือทั้งสิบทิศ” จะเรียกว่าเล่าปี่สร้างอำนาจวาสนาบารมีสำเร็จด้วยการพนมมือทั้งสิบนิ้วก็ไม่ผิด

ความอ่อนน้อมถ่อมตนคือมนต์อันศักดิ์สิทธิ์ ขงเบ้งที่ยอมสยบต่อเล่าปี่ก็เพราะมนต์บทนี้แหละ

***********

พ่อตากับลูกเขย

ท่านกำนันมีลูกเขย ๒ คน คนแรกเป็นครู  คนที่ ๒ เป็นมหา วันหนึ่งพากันไปเดินทางไปทำธุระในระหว่างทางก็พบห่าน  ท่านกำนันจึงหันไปถามครูว่า “ทำไมห่านจึงร้องเสียงดังมาก”

ครูก็ตอบว่า “เพราะคอมันยาว”

กำนันจึงได้หันไปถามลูกเขยคนที่ ๒ ว่า “แล้วมหาล่ะว่าอย่างไร”

มหาตอบว่า “ไม่แน่หรอกพ่อ”

กำนันจึงซักถามว่า “เพราะเหตุใดล่ะ”

มหาตอบว่า “พ่อดูอึ่งอ่างซิ คอมันสั้นนิดเดียวแต่มันก็ร้องเสียงดังไม่แพ้ห่าน”

กำนันบอกว่า “เออ จริงของมหา”

พอเดินต่อไป ได้พบเป็ดว่ายน้ำอยู่ในน้ำ กำนันจึงถามครูว่า “ทำไมเป็ดจึงลอยน้ำได้”

ครูตอบว่า “เพราะมันมีขนน่ะพ่อ”

กำนันจึงถามเขยเล็กว่า “มหาล่ะว่าอย่างไร”

มหาตอบว่า “ไม่แน่หรอกพ่อ”

กำนันจึงซักถามว่า “เพราะเหตุใดล่ะ”

มหาตอบว่า “พ่อดูมะพร้าวซิ มันไม่มีขนเลย ทำไมจึงลอยน้ำได้”

กำนันบอกว่า “เออ จริงของมหา”

พอเดินต่อไป ได้พบกอไผ่ กำนันจึงถามครูว่า “ทำไมหน่อไม่จึงโผล่จากดินได้”

ครูตอบว่า “เพราะยอดมันแหลมน่ะพ่อ”

กำนันจึงถามเขยเล็กว่า “มหาล่ะว่าอย่างไร”

มหาตอบว่า “ไม่แน่หรอกพ่อ”

กำนันจึงซักถามว่า “เพราะเหตุใดล่ะ”

มหาตอบว่า “พ่อดูดอกเห็ดซิ ยอดมันแหลมซะเมื่อไรมันยังดุนแผ่นดินขึ้นมาได้”

เมื่อเดินจะขึ้นบันไดบ้าน กำนันเห็นหญ้าที่ขึ้นงอกงามอยู่ข้างบันได้ จึงได้ถามครูว่า

“ทำไมหญ้ากอนี้ มันจึงงอกงามนักหนา”

ครูตอบว่า “เพราะมันได้น้ำอย่าง บริบูรณ์น่ะพ่อ”

กำนันจึงถามเขยเล็กว่า “มหาล่ะว่าอย่างไร”

มหาตอบว่า “ไม่แน่หรอกพ่อ”

กำนันจึงซักถามว่า “เพราะเหตุใดล่ะ”

มหาตอบว่า “ก็หัวพ่อรดน้ำอยู่ทุกวัน ทำไมผมจึงไม่ขึ้นล่ะ”

พ่อกำนันถึงกับสะอึก

นี่ก็จบอย่างดื้อๆ เหมือนกัน




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มีนาคม 2008 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          



[ Add to my favorite ] [ X ]