• wadwangnoy
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-02-07
  • จำนวนเรื่อง : 97
  • จำนวนผู้ชม : 372293
  • ส่ง msg :
  • โหวต 974 คน
วัดวังน้อยวนาราม ต.ปางมะค่า อ.ขาณุวรลักษบุรี จ.กำแพงเพชร
วัดวังน้อยวนาราม เป็นศูนย์ร่วมใจของชาวบ้าน เป็นส่วมร่วมของศรัทธา เป็นความงาม ความดี และปริ่มด้วยเมตตา โดยการนำของพระครูธรรมธรธีรพัฒน์ สุวินโย
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/wadwangnoy
วันศุกร์ ที่ 30 พฤษภาคม 2551
Posted by wadwangnoy , ผู้อ่าน : 8748 , 20:03:07 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

หมูเจ้าสำราญ

                              *****

                                    น้องอย่าริษยาหมูมุณิกะเลย

                                    มันกินอาหาร

                                    อันเป็นเหตุให้มันต้องเดือดร้อน

                                    น้องจงพอใจกินข้าวลีบนั้นเถิด

                                    เพราะมันจะทำให้น้องอายุยืน

                                                     *****

 

 

 

            กาลครั้งหนึ่ง สมัยก่อนพุทธกาล ณ เมืองพาราณสี แคว้นกาสี ตรงกับรัชสมัยพระเจ้้าพรหมทัต ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง มีชายเศรษฐีคนหนึ่ง เลี้ยงวัวไว้ใช้งานสองตัวกับหมูเจ้าสำราญตัวหนึ่งชื่อ "มุณิกะ" 

            ครั้งนั้น พระพุทธเจ้าของเราเกิดเป็นวัวชื่อ "มหาโลหิตะ" พระอานนท์เกิดเป็นวัวชื่อ "จูฬโลหิตะ"

            วัวมหาโลหิตะกับวัวจูฬโลหิตะ ต่างก็เป็นพี่น้องกัน วัวมหาโลหิตะเป็นพี่ วัวจูฬโลหิตะเป็นน้อง วัวทั้งสองมีเจ้าของเป็นคนเดียวกันกับหมูมุณิกะ

            วัวกับหมูแม้จะอยู่กับเจ้าของคนเดียวกัน แต่ความเป็นอยู่นั้นแตกต่างกันมาก วัวมหาโลหิตะกับวัวจูฬโลหิตะถูกใช้ให้ทำงานหนักกลางแดดกลางฝนเกือบทั้งวัน เวลาถึงคราวกินก็ได้กินแต่ข้าวลีบ ส่วนหมูมุณิกะไม่ต้องทำงานหนักนอนพลิกไปพลิกมาอยู่ตามใต้ถุนบ้าน หรือไม่ก็ออกไปหากินนอกบ้านตามสบาย ถึงเวลาอาหารที่บ้านก็ได้กินอาหารดีดี

            ในวันหนึ่ง ขณะวัวทั้งสองกำลังพักผ่อนอยู่ วัวจูฬโลหิตะผู้น้อง พูดขึ้นว่า

            "พี่มหาโลหิตะ น่าอิจฉาเพื่อนมุณิกะนะ ขณะที่เราทั้งสองต้องทำงานหนัก แต่เขากลับสบาย"

            "อย่าอิจฉาเขาเลยน้องจูฬโลหิตะ เรากับเขาเกิดต่างเผ่าพันธ์กัน เราเกิดมาเพื่อทำงานหนัก แต่เขาเกิดมาเพื่อกินแล้วก็นอน อย่าคิดอะไรเลย ทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดดีกว่า"

            วัวทั้งสองพี่น้องมักคุยกันอย่างนี้อยู่เสมอ ซึ่งฝ่ายที่เริ่มต้นคุยก่อนมักเป็นวัวจูฬโลหิตะ ทั้งนี้เป็นเพราะเห็นหมูมุณิกะแล้วอดนำมาคิดเปรียบเทียบไม่ได้ วัวมหาโลหิตะเข้าใจความรู้สึกของวัวน้องชายได้ดีจึงคอยปลอบอยู่ตลอดเวลา

            เจ้าของวัวกับหมูมีฐานะความเป็นอยู่ถึงขั้นเศรษฐี ส่วนภรรยาของเขาได้คอยปรนนิบัติรับใช้ตามหน้าที่ของภรรยาที่ดี

            สองสามีภรรยามีลูกสาวอยู่คนหนึ่ง รูปร่างสวยงาม อายุเพิ่งรุ่นสาว ได้รับการอบรมเลี้ยงดูมาเป็นอย่างดี ขยันขันแข็งช่วยทำงานบ้านงานเรือนมิได้ขาด เป็นที่รักไคร่ของพ่อแม่มาก แม้แต่คนในหมู่บ้านที่ได้รู้เห็น ยังกล่าวสรรเสริญถึงความดีงามของลูกสาวเศรษฐีอยู่เสมอๆ

            อยู่มาวันหนึ่งมีเศรษฐีอีกตระกูลหนึ่งได้ยินข่าวร่ำลือของนาง ต้องการอยากได้นางมาเป็นลูกสะใภ้ จึงเดินทางมาสู่ขอนางให้กับลูกชายของตน

            "เพื่อน ตระกูลของเราก็ทัดเทียมกัน ท่านเป็นเศรษฐี ข้าพเจ้าก็เป็นเศรษฐี ท่านมีลูกสาว ข้าพเจ้ามีลูกชาย หากตระกูลของเราทั้งสอง ได้เกี่ยวดองกัน เราจะยิ่งใหญ่ไม่แพ้ใครนะ" เศรษฐีจากต่างตระกูลเปิดฉากเจรจา

            "เราสองคนเป็นผู้ใหญ่อาจจะมองว่าดีแต่ในแงของเรา แต่ไม่รู้ว่าเด็กๆ เขาจะคิดกันยังไง" เศรษฐีลูกสาวสวยแบ่งรับแบ่งสู้

            "ลูกสาวท่านคิดยังไงไม่รู้ แต่ลูกชายข้าพเจ้าแอบรักลูกสาวท่านมานานแล้ว ที่มาวันนี้ก็จะมาขอลูกสาวท่านให้ลูกชายข้าพเจ้า"

            "ข้าพเจ้าคิดว่าควรจะให้เด็กได้รู้จักกันให้มากกว่านี้ ไม่ดีหรือ"

            "โฮ่ย... เขารู้จักกันมามากพอแล้ว เห็นกันมาตั้งแต่เล็ก เราเองก็ไปมาหาสู่กันอยู่เสมอ ไม่ใช่คนแปลกหน้าที่ไหน ถึงจะมาดูใจกันอีก"

            เศรษฐีลูกสาวสวย เมื่อเห็นเศรษฐีจากต่างตระกูลรุกหนักและไม่ทราบว่าจะตัดสินใจอย่างไร จึงบอกให้คนรับใช้เรียกลูกสาวมาหา

            "ลูกพ่อ ลุงเศรษฐีมาขอลูกให้แต่งงานกับลูกชายเขา ลูกจะว่ายังไง" เศรษฐีบอกลูกสาวพลางมองดูหน้าหล่อน

            "คุณพ่อ" ลูกสาวเศรษฐีพูดกับบิดา "หนูเป็นสมบัติของคุณพ่อ แล้วแต่คุณพ่อจะตัดสินใจ หนูทำตามคุณพ่อได้ทุกอย่าง"

            เศรษฐีลูกสาวสวยยิ้มที่มุมปากหลังจากได้ยินลูกสาวให้โอกาสตนเช่นนั้น เขามองหน้าลูกสาวแล้วหันมาทางเศรษฐีจากต่างตระกูลพร้อมกับพูดว่า

            "ท่านเศรษฐี เมื่อลูกสาวให้ข้าพเจ้าตัดสินใจ ข้าพเจ้าก็ยินดียกเธอให้แก่ลูกชายท่านตามที่ท่านขอ"

            เศรษฐีจากต่างตระกูลดีใจมากที่ขอลูกสาวเศรษฐีให้ลูกชายได้สำเร็จ เขาจับมือเศรษฐีนั้นไว้แน่นพลางกล่าวขอบคุณและให็สัญญาว่าจะไม่ทำให้ผิดหวัง

            จากนั้น เศรษฐีทั้งสองก็ตกลงหมั้นหมายกันและกำหนดวันแต่งงานไว้เสร็จสรรพ ครั้นแล้วเศรษฐีจากต่างตระกูลก็ลากลับไป

            ฝ่ายเศรษฐีลูกสาวสวย ครั้นเศรษฐีจากต่างตระกูลกลับไปแล้วก็เรียกภรรยามาปรึกษาหารือกัน ถึงเรื่องการจัดงานแต่งงานให้สมกับฐานะของตน

            "วันแต่งงานของลูกสาวเรา ซึ่งจะมีขึ้นในอีกสองเดือนข้างหน้าจะมีคนมาเยอะ ควรที่จะต้องจัดหาอาหารอย่างดีมาเลี้ยงรับรองแขกเหรื่อที่มาในงาน"

            เศรษฐีผู้สามีกล่าวกับภรรยา "ดังนั้นพี่ขอมอบงานด้านการจัดทำอาหารให้น้องดูแล"

            "แล้วเราจะทำอาหารอะไรเลี้ยงเขาดีล่ะ"

            "น้องว่าทำแกงมัสมั่นหมูเลี้ยงคงจะดี" ภรรยาเสนอแนะ

            "พี่ว่าเข้าท่าดีเหมือนกัน" เศรษฐีเห็นด้วย

            เมื่อตกลงกันเช่นนั้นแล้ว สองสามีภรรยาก็ช่วยกันเลี้ยงหมูให้ดีขึ้นกว่าแต่ก่อน โดยให้กินอาหารชนิดซึ่งเมื่อกินแล้วจะทำให้ได้เนื้อขึ้น หมูมุณิกะเองก็นึกกระหยิ่มอยู่ในใจที่ได้กินอาหารชนิดดี โดยที่ตัวเองหารู้ไม่ว่าจะถูกฆ่าเอาเนื้ออยู่อีกไม่นานแล้ว

            "พี่มหาโลหิตะ เวลานี้สังเกตเห็นหมูมุณิกะไหม เดี๋ยวนี้ อ้วนพีขึ้นเรื่อยๆ แต่ละมื๊อเห็นกินอาหารดีๆ" วัวจูฬโลหิตะฟ้องมหาโลกหิตะ

            "จูฬโลหิตะน้องรัก..." วัวมหาโลหิตะปลอบวัวจูฬโลหิตะ "น้องอย่าริษยาหมูมุณิกะเลย เพราะขณะนี้เขากำลังกินอาหารที่เป็นเหตุให้ตัวเองต้องตาย พี่อยากให้น้องพอใจในสิ่งที่เป็นอยู่ในเวลานี้เถิด เราได้กินข้าวลีบกันเป็นประจำมันก็ดีแล้ว เพราะมันจะทำให้น้องอายุยืน"

            วัวจูฬโลหิตะไม่เข้าใจความหมายที่วัวมหาโลหิตะบอกนัก แต่ก็ไม่ได้เซ้าซี้ถาม เพราะเคารพในพี่ชายนั่นเอง แต่หลังจากนั้นมาใกล้ถึงวันงาน วัวจูฬโลหิตะก็เข้าใจ เพราะได้เห็นคนฆ่าหมูมาจับหมูมุณิกะไปฆ่า แล้วชำแหละเอาเนื้อไปปรุงอาหารเลี้ยงแขกที่มางานวันแต่งงานของลูกสาวเศรษฐี

            "พี่มหาโลหิตะ น่าสงสารหมูมุณิกะจังเลยนะ อยู่ดีดี ก็ถูกเขาจับฆ่ากิน" วัวจูฬโลหิตะปรารถกับวัวมหาโลหิตะ

            "น้องรัก..." วัวมหาโลหิตะเอ่ยขึ้น "น้องเข้าใจตามที่พี่บอกแล้วใช่ไหม เศรษฐีเลี้ยงหมูมุณิกะจนอ้วนก็เพราะต้องการเนื้อ ดังนั้นอาหารที่หมูมุณิกะกินเข้าไปเท่ากับไปช่วยเร่งให้ตัวเองอายุสั้น"

            "เข้าใจแล้วพี่มหาโลหิตะ" วัวจูฬโลหิตะรับคำก่อนที่จะก้มหน้ากินข้าวลีบ หญ้าแห้ง และฟางแห้งอย่างที่เคยกินมาต่อไป

                        อย่าหลงระเริงอยู่กับความสุขสบายที่ได้รับจนเกินไป เพราะความสุขสบายนั้น อาจนำภัยพิบัติมาให้ได้




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ก้อนหินยิ้ม วันที่ : 31/05/2008 เวลา : 23.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konhinsmile

มาเป็นกำลังใจค่ะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ก้อนหินยิ้ม วันที่ : 31/05/2008 เวลา : 23.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konhinsmile

มาเป็นกำลังใจค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
เด็กชาย-เด็กหญิง วันที่ : 30/05/2008 เวลา : 21.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/boy-girl
จงเลิกยึดติดในวัตถุนิยม...และกลับมาเป็นจิตนิยม...โดยการอบรมรักษาจิตใจให้ตั้งมั่นในทางที่ดี...ที่ประเสริฐ.......โลกอันจิตย่อมนำไป...อันจิตย่อมเสือกไสไป...โลกทั้งหมดเป็นไปตามอำนาจของธรรมอันหนึ่ง...คือ..."จิต"...

ดีครับ
ชาดกต่างๆในพระศาสนาน่าสนใจทุกเรื่องครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
lovecondo3 วันที่ : 30/05/2008 เวลา : 20.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lovecondo3
ขอให้ทุกรูปภาพทุกเรื่องราวเป็นสื่อกลางในการถ่ายทอดความรู้สู่สังคมไทย

แวะมาอ่านเรื่องราว

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
chaiyassu วันที่ : 30/05/2008 เวลา : 20.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bunruang

แวะมาทำความรู้จักครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤษภาคม 2008 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31



[ Add to my favorite ] [ X ]