• ขุมทรัพย์เพชร.
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : win_seawrite@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-12-30
  • จำนวนเรื่อง : 50
  • จำนวนผู้ชม : 84631
  • ส่ง msg :
  • โหวต 31 คน
เรื่อยๆมาเรียงๆรายสัปดาห์
หลากหลายทรรศนะ ง่ายๆ สบายๆที่ไม่เหมือนใครสไตล์"ขุมทรัพย์เพชร."
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/wahiniawitt
วันอังคาร ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2552
Posted by ขุมทรัพย์เพชร. , ผู้อ่าน : 4411 , 14:06:09 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ศัลยศาสตร์ถือเป็น ๑ ใน ๔ major ward ของสาขาวิชาแพทย์แผนปัจจุบัน โดยในสมัยโบราณกลุ่มคนที่ถือเป็นหมอจริงๆก็เห็นจะเป็นศัลยแพทย์นี่แหละเพราะได้ลงมือทำการผ่าตัดรักษาจริงๆ รู้กันจะจะไปเลยว่าโรคที่รักษาอยู่จะเป็นอย่างไร ยิ่งในยุโรปโบราณคนที่เป็นศัลยแพทย์ก็คือช่างตัดผมนั่นเองเพราะทุกคนให้การยอมรับว่าเป็นบุคคลที่ใช้มีดเก่งที่สุด  แม้แต่ในปัจจุบันการจะสื่อถึงหมอก็มักจะเป็นภาพของศัลยแพทย์หรือหมอผ่าตัดอยู่เสมอ

แต่ช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้นกับภาควิชาศัลยศาสตร์ ของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี??

ก่อนหน้าที่ผมจะได้เรียนศัลยศาสตร์ก็ได้รับข่าวคาวของภาควิชานี้ว่าการจัดการเรียนการสอนไม่ได้มาตรฐาน มีการปล่อยให้นักศึกษาลอกข้อสอบได้ตามใจชอบ และการจัดการเรียนการสอนของหน่วยศัลยศาสตร์ทั่วไป(general surgery) ก็ต่างกันระหว่างGen A กับ Gen B  เวลาเรียนก็ค่อนข้างสบายๆไม่หนักเหมือนกับภาควิชาอื่นๆ

พอผมได้ขึ้นมาเรียนจริงก็รู้สึกได้เลยว่าที่รุ่นพี่ร่ำลือกันนั้นมันน้อยเกินไปเพราะที่ประสบกับตัวเองมันหนักหนายิ่งกว่า!!!

เริ่มที่เรื่องการจัดการเรียนการสอนก่อนที่ไร้ประสิทธิภาพเสียจนมีนักศึกษาบางคนไม่ต้องไปเรียนทั้งวันก็ไม่มีใครรู้ แอบหนีไปนอนก็ได้ ไม่เข้าห้องผ่าตัดก็ได้ ไม่ไปดูผู้ป่วยก็ได้ เล่นเอาผมงงไปเลยว่าการเรียนแบบนี้มีด้วยหรอ?!? 

ไปถามอาจารย์ที่ดูแลนักศึกษาก็บอกว่าการเรียนการสอนที่นี่ไม่เหมือนภาควิชาอื่นๆต้องเรียนด้วยตัวเอง แต่ขอโทษครับท่านได้จัดบรรยากาศอะไรให้มันน่าเรียนบ้าง

๑.      วันๆไม่เจออาจารย์ ไม่รู้ว่าอาจารย์ไปออกตรวจก็ไม่น่าจะใช่เพราะแต่ละวันจะกำหนดอยู่แล้วว่าใครออกตรวจที่OPDบ้าง ในห้องผ่าตัดก็มีไม่เกิน ๓ คน ในภาควิชามีอาจารย์ ๔๐ กว่าคนนะครับไม่ใช่ ๑๐ กว่าคน อย่างที่ภาควิชาอื่นยังมีอาจารย์ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมาดูผู้ป่วยบ้างวันละ ๒-๓ ครั้ง แต่นี่แทบไม่มีเลยไม่รู้ว่าเอาเวลาราชการไปเล่นหุ้นหรืออยู่โรงพยาบาลเอกชนกันหมดหรือเปล่า

๒.      แพทย์ประจำบ้านที่อยู่ประจำหน่วยก็แทบจะไม่มีความรู้มาสอน สอนแบบผิดๆถูกๆหรือไม่ก็ไม่สอนเลย บางคนเรียนจนใกล้จะจบแล้วยังตอบคำถามที่อาจารย์ถามนักศึกษาแพทย์ไม่ได้เลย  ที่ราวน์ตอนเช้าทุกวันก็คุยกันเอง ดูแผลแล้วรอให้อาจารย์discharge ไม่ได้สนใจนักศึกษาแพทย์ที่อยู่ด้วยเลย(จะสนใจก็แต่นักศึกษาสาวๆ)

๓.      การจัดการเรียนที่แบ่งเป็นวอร์ดกับห้องผ่าตัดก็ไม่มีอะไรให้ทำ อย่างที่วอร์ดเช้าทำแผลแล้วก็ไม่มีอะไรอีกจนถึงเย็นก็มาราวน์กับแพทย์ประจำบ้าน ส่วนห้องผ่าตัดก็ยืนหาวอยู่ข้างผนังไม่ได้ทำอะไร+ไม่มีใครมาสอน

.........ฯลฯ........

แล้วอย่างนี้จะไปโทษนักศึกษาว่าไม่สนใจเรียนก็ไม่ถูกต้อง  เพราะบางครั้งเราก็ต้องมองตัวเองก่อนว่าเป็นอย่างไร

สำหรับผมและเพื่อนๆอีกกลุ่มหนึ่งที่ฝืนใจทนทำตามตารางแบบนี้ต้องมาช้ำใจอีกจากการให้คะแนนประเมินของอาจารย์ที่ไร้หลักเกณฑ์อย่างยิ่ง บางคนไม่เคยเข้าเรียนกลับได้คะแนนประเมินมากกว่าคนที่เข้าห้องผ่าตัดเกือบทุกครั้ง  แต่ผมก็ไม่โทษพวกอาจารย์หรอกครับเพราะมันเป็นผลจากปัญหาแรกที่อาจารย์ไม่ได้มาคลุกคลีกับนักศึกษาเลย

มาถึงเรื่องใหญ่ที่สุดของภาควิชานี้ก็คือปัญหาเกี่ยวกับการสอบ

การสอบจะแบ่งเป็นการสอบoral และปรนัย  การสอบ oral จะมีcaseผู้ป่วยมาให้แล้วคิดวิเคราะห์ว่าผู้ป่วยเป็นอะไร จะดูแลรักษาอย่างไร แต่มันไม่ตรงไปตรงมาครับเพราะเจ้าหน้าที่ของภาควิชาจะแอบมาบอกว่าเรื่องที่อาจารย์จะออกมีอะไรบ้างให้อ่านเตรียมไว้ ๕-๖ เรื่อง  พอถึงเวลาสอบจริงก็จะมีคนได้คะแนนมากมายเพราะได้ท่องคำตอบไว้ล่วงหน้าแล้ว  อาจารย์บางท่านก็มีเวลาเป็นเงินเป็นทองมากเรียกนักศึกษามาสอบทีเดียว ๓ คน แล้วผลัดกันตอบโดยทุกคนจะได้คะแนนเท่ากัน..... จึงเกิดความสงสัยว่าแล้วคุณจะจัดสอบกันไปทำไม  ยิ่งการคิดคะแนนก็เอาคะแนนสอบoralไปเป็นคะแนนในส่วนอื่นๆอีกซึ่งถือว่าไม่มีมาตรฐานอย่างรุนแรง

ส่วนการสอบปรนัยนี่ถือว่าแย่สุดๆไม่ใช่เพราะมีการลอกอย่างโจ๋งครึ่มอย่างเดียว แต่เพราะบางครั้งเจ้าหน้าที่คุมสอบยังสนับสนุนให้เกิดการลอกเลยก็มี  แล้วรู้ไหมครับว่าใครเป็นคนเลือกข้อสอบเป็นเจ้าหน้ากลุ่มนี้แหละที่จะต้องเลือกเอาข้อสอบจากคลังข้อสอบยุคพระเจ้าเหาที่ไม่รู้ใช้มาแล้วกี่รุ่นต่อกี่รุ่น ที่สำคัญข้อสอบในคลังนี้ยังเป็นคลังเดียวกับการสอบของนักศึกษาปี ๕ ปี ๖ และแพทย์ประจำบ้าน ขึ้นอยู่กับว่าเมื่อไหร่เจ้าหน้าที่จับมาได้ข้อสอบง่ายก็ดีไป ถ้ายากก็ซวยกันเกือบหมด  แต่ระยะหลังๆไม่ค่อยมีปัญหาแล้วเนื่องจากเจ้าหน้าที่เขาจำได้ว่าข้อสอบชุดไหนง่ายแล้วเขาจะได้ไม่ต้องมาซ่อมเด็กอีกรอบ

ผลที่ตามมาคือการประกาศคะแนนซึ่งช้าผิดปกติ ทั้งที่ทุกภาควิชาจะประกาศคะแนนหลังสอบเสร็จไม่เกิน ๑ เดือน แต่ที่นี่กว่าจะทราบผลก็ ๕-๖ เดือน จนไม่แน่ใจว่าคะแนนมีปัญหาหรือเจ้าหน้าที่เฉื่อยแฉะหรืออาจารย์ไม่สนใจตามเรื่องคะแนนกันแน่  เพื่อนๆที่เรียนก่อนก็ได้บอกว่าปัญหานี้เกิดจากคะแนนมีปัญหาเยอะมากจนเจ้าหน้าที่ต้องรื้อคะแนนใหม่หลายรอบ  คราวนี้เขาก็เลยแก้ปัญหาโดยไม่บอกคะแนนซะรอให้ถึงกำหนดส่งคะแนนไปที่ฝ่ายการศึกษาแล้วเท่านั้นจึงจะประกาศคะแนนออกมา

คำถามคือมาตรฐานของศัลยศาสตร์รามาธิบดีอยู่ที่ไหน?

คำถามคือคุณภาพของนักศึกษาแพทย์รามาธิบดีจะเป็นอย่างไร?

คำถามคือจริยธรรมของแพทย์ที่เติบโตมากับระบบแบบนี้จะเป็นอย่างไร?

และคำถามคือประชาชนจะมั่นใจหมอที่จะมาผ่าตัดจากรามาธิบดีได้สักแค่ไหน?

นี่แหละความงามหน้าของศัลยศาสตร์รามาธิบดี!!!!

ขุมทรัพย์เพชร.

วันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ เวลา ๑๓.๔๓ น.

 

 




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
kamolnum วันที่ : 18/03/2009 เวลา : 11.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kamolnum

โห ขนาดนี้เลยหรือ
อาจารย์ไม่สอนยังพอทำเนา
นี่เดนท์ไม่สอนน้องด้วย อืมม์

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ora วันที่ : 18/03/2009 เวลา : 11.14 น.

ในฐานที่เคยอยู่ที่นั้น หน่วยที่อยู่ก็ไม่เคยให้นศพ.เข้าไปนะค่ะเพราะเป็นลักษณะวิกฤต พึ่งเห็นให้เข้าไปในนั้นหลังจากที่พี่ออกมาแล้ว...จำได้ว่าขนาดผป.ไม่ดีมีปัญหาหลังผ่าใส่tube เปิด chestกลางward ขนาดAmbu นศพ.จะช่วย อาจทรย์ยังไม่ได้ทำให้ยืนดูเฉยๆๆเพราะช่วงเวลานั้นพลาดไม่ได้และลักษณะอาจารย์ศัลย์กับเมดก็ต่างกันนะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ora วันที่ : 18/03/2009 เวลา : 11.14 น.

ในฐานที่เคยอยู่ที่นั้น หน่วยที่อยู่ก็ไม่เคยให้นศพ.เข้าไปนะค่ะเพราะเป็นลักษณะวิกฤต พึ่งเห็นให้เข้าไปในนั้นหลังจากที่พี่ออกมาแล้ว...จำได้ว่าขนาดผป.ไม่ดีมีปัญหาหลังผ่าใส่tube เปิด chestกลางward ขนาดAmbu นศพ.จะช่วย อาจทรย์ยังไม่ได้ทำให้ยืนดูเฉยๆๆเพราะช่วงเวลานั้นพลาดไม่ได้และลักษณะอาจารย์ศัลย์กับเมดก็ต่างกันนะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กุมภาพันธ์ 2009 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28



[ Add to my favorite ] [ X ]