• ขุมทรัพย์เพชร.
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : win_seawrite@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-12-30
  • จำนวนเรื่อง : 50
  • จำนวนผู้ชม : 84631
  • ส่ง msg :
  • โหวต 31 คน
เรื่อยๆมาเรียงๆรายสัปดาห์
หลากหลายทรรศนะ ง่ายๆ สบายๆที่ไม่เหมือนใครสไตล์"ขุมทรัพย์เพชร."
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/wahiniawitt
วันพุธ ที่ 9 ธันวาคม 2552
Posted by ขุมทรัพย์เพชร. , ผู้อ่าน : 1231 , 21:56:39 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

จากการแถลงข่าวของ นพ.พิพัฒน์ ยิ่งเสรี เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ว่า "การใช้ยาสมาธิสั้นมีความสัมพันธ์กับการเสียชีวิตอย่างเฉียบพลันโดยไม่ทราบสาเหตุในเด็ก ซึ่งองค์การอาหารและยาสหรัฐ (USFDA) มีความวิตกกังวลกับเรื่องนี้มาก ถึงขั้นอาจห้ามใช้ยานี้" โดยอ้างถึงรายงานจากวารสารทางการแพทย์

ข้อมูลดังกล่าวสร้างความตื่นตระหนกกับผู้ปกครองจำนวนมากเพราะกลัวว่าบุตรหลานที่ทานยาอยู่จะได้รับอันตรายถึงตาย

ผู้เขียนจึงได้ไปอ่านบททวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องและขอเล่าให้ฟังดังนี้



วิจัยที่ว่านี้เป็นของ Madelyn Gould ซึ่งตีพิมพ์ใน American Journal of Psychiatry ฉบับเดือนมิถุนายน 2552 วิธีการวิจัย โดยสรุปก็คือผู้วิจัยรวบรวมข้อมูลย้อนหลังของเด็กที่ตายเฉียบพลันโดยไม่ทราบสาเหตุ (unexplanied sudden death) ระหว่างปี 2528-2539 เด็กกลุ่มนี้สืบค้นต่อมาบางรายพบสาเหตุตายในภายหลัง สุดท้ายจึงเหลือเด็กที่ไม่พบสาเหตุตายจริงๆ อยู่ 564 คน

ผู้วิจัยไปหากลุ่มควบคุมมาเปรียบเทียบ โดยกลุ่มที่เลือกมาคือเด็กที่ตายจากอุบัติเหตุจราจรจำนวน 564 คน เท่ากัน

ผลการเปรียบเทียบคือกลุ่มที่ตายไม่ทราบสาเหตุ 564 คน มีอยู่ 10 คนที่มีประวัติกินยารักษาโรคสมาธิสั้นในกลุ่ม Stimulants

ในขณะที่กลุ่มที่ตายจากอุบัติเหตุมี 2 คนจาก 564 คนที่กินยานี้

จำนวนเด็กที่กินยาของ 2 กลุ่มแม้จะต่างกันแค่ 8 คน แต่โดยทางสถิติคำนวณออกมาแล้วปรากฏว่ามีนัยสำคัญ จึงสรุปผลการวิจัยว่ายาสมาธิสั้นมีความสัมพันธ์กับการตายแบบเฉียบพลันของเด็ก

วิจัยดังกล่าวเคยสร้างความตื่นตระหนกในสหรัฐมาพักหนึ่งในช่วงที่ลงตีพิมพ์ใหม่ๆ แต่พอฝรั่งตั้งสติกันได้ทุกอย่างก็สงบ



สิ่งที่ทำให้วิจัยดังกล่าวอาจไม่เป็นที่เชื่อถือนักเป็นเพราะวิธีการศึกษาที่ใช้การย้อนหลังไปเก็บข้อมูลในอดีต (Retrospective) ซึ่งอาจมีความคลาดเคลื่อนจากการจำผิดจำถูก (Recall bias) ได้สูง และที่สำคัญที่สุดคือตรรกะของผลที่ได้ เพราะการบอกว่า "เด็กตายมีประวัติกินยาสมาธิสั้น" ไม่ได้แปลว่า "เด็กกินยาสมาธิสั้นแล้วจะตาย"

กรณีวิจัยของ Gould นั้นสามารถสรุปผลได้เพียงว่าเด็กที่ตายโดยไม่ทราบสาเหตุนั้น มีคนที่กินยาสมาธิสั้นเยอะกว่าเด็กทั่วไป ซึ่งถ้าจะโต้แย้งกันจริงๆ แล้ว เด็กกลุ่มนี้อาจจะกินอย่างอื่นเยอะกว่าเด็กทั่วไปด้วยก็ได้ เช่น กินขนมถุง กินองุ่น กินเกาลัด กินกล้วยทอด ฯลฯ (แต่คงไม่กินทุกอย่างเหมือนนักการเมืองหรือผู้บริหารบางองค์กร) เพียงแต่ผู้วิจัยไม่สามารถเก็บข้อมูลได้ (เพราะคงไม่มีใครถามได้ครบว่าเด็กกินอะไรบ้าง)

แล้วคิดง่ายๆ ว่าถ้าวิจัยของ Gould เป็นจริง อัตราตายเฉียบพลันที่ได้จากวิจัยนี้คือ 1.8% ถ้านำไปคำนวณต่อเทียบกับปริมาณเด็กที่ใช้หรือเคยใช้ยานี้ซึ่งมีจำนวนมหาศาลทั่วโลก เราคงได้เห็นเด็กล้มตายกันเป็นเบือมาตลอด 50 ปีที่มียานี้ใช้มา

ซึ่งตรงข้ามกับความจริงที่เกิดขึ้นอย่างสิ้นเชิง

วิธีหาคำตอบว่ากินยาสมาธิสั้นแล้วตายจริงไหมที่ดีกว่าการศึกษาที่ อย.นำมาอ้างนั้นที่จริงมีคนทำมาก่อนแล้วเป็นคณะผู้เชี่ยวชาญที่ USFDA เชิญมาเป็นกรรมการ แถมยังตีพิมพ์ออกมาก่อนวิจัยของ Gould ซะด้วยซ้ำ

โดยข้อสรุปสำคัญที่สุดจากกรรมการชุดนั้นในปี 2550 ก็คือจากการติดตามเด็กที่ทานยาสมาธิสั้นนั้นพบว่าเด็กกลุ่มนี้ไม่ได้มีความเสี่ยงของการตายเฉียบพลันแตกต่างไปจากเด็กปกติแต่อย่างใด

(ซึ่งไม่ได้แปลว่าเด็กจะไม่มีโอกาสตายเฉียบพลัน แต่เด็กทั่วไป 100,000 คนมีโอกาสตายเฉียบพลันประมาณ 0.6-6 คน เด็กกินยาสมาธิสั้นก็โอกาสเท่ากัน)

ความตระหนกในสหรัฐเริ่มสงบลงเมื่อข้อมูลที่มีน้ำหนักมากกว่าเป็นที่รับทราบ ตัว USFDA เองก็เคยมีแถลงการณ์ตามมาว่าให้ระวังการแปลผลวิจัยของ Gould และผู้ปกครองที่มีลูกทานยาสมาธิสั้นอยู่ไม่ควรให้ลูกหยุดยาเพียงเพราะเชื่อผลวิจัยชิ้นนี้ (http://www.medscape.com/ viewarticle/704421)



ในเมื่อต่างประเทศเขาลดความกังวลกับประเด็นนี้ไปแล้ว แต่เหตุใดทาง อย.ถึงเพิ่งนำวิจัยชิ้นนี้มากล่าว อ้างทั้งที่บทความก็ตีพิมพ์มาตั้งหลายเดือนแล้ว เหตุใดผู้บริหาร อย.จึงเพิ่งมาออกข่าวเพื่อสร้างความตระหนกกับสาธารณชน ผู้เขียนนึกย้อนเหตุการณ์ที่ผ่านมาก็ปะติด ปะต่อภาพได้ดังนี้

หลังจากที่มีการเปลี่ยนผู้บริหาร อย.ใหม่ มีเหตุการณ์ยาสมาธิสั้นขาดตลาดมาแล้ว 2 รอบ รอบละ 2-3 เดือน ครั้งแรกคือเมื่อต้นปี 2552 ครั้งต่อมาคือปลายปีคือช่วงปัจจุบันนี้ แต่ละครั้ง อย.เป็นผู้ต้องรับผิดชอบเต็มๆ เพราะทุกสถานพยาบาลต้องมาซื้อยาจาก อย.เท่านั้น ถ้า อย. บริหารสต๊อคไม่ดี โรงพยาบาลทุกที่ก็จะไม่มียาให้คนไข้ใช้

เมื่อยาขาดตลาดก็เริ่มมีกลุ่มผู้ปกครองที่เดือดร้อนร้องเรียนเข้ามาที่ อย.มีการพาเด็กสมาธิสั้นเข้าไปขอความเห็นใจให้ช่วยเหลือ แต่เมื่อยายังขาดอีกก็เริ่มมีการวิพากษ์วิจารณ์ (หรือจะเรียกว่า "ด่า" ก็คงไม่ผิด) อย.ตามสื่อต่างๆ มากมาย โดย อย.พยายามแก้วตัวว่ายายังมีทั้งที่ยาหมดลามไปทั่วประเทศแล้ว

เมื่อไม่สามารถหายากลบเสียงก่นด่าได้ทัน ยุทธวิธีที่น่าจะได้ผลก็คือทำให้ความต้องการลดลง คนจะได้เลิกเรียกร้องหายาเสียที เรื่องนี้จะดีไปกว่าการให้ข้อมูล "วิชาการ" กับสาธารณชน เราจึงได้เห็นผู้บริหาร อย.ให้สัมภาษณ์สื่อว่ายาสมาธิสั้นมีฤทธิ์เสพติดและตามมาด้วยการแถลงข่าววิจัยว่ายาทำให้เด็กตาย ถ้าทำให้คนเชื่อเรื่องนี้ได้ใครจะอยากเรียกร้องหายาอีก

ผลพลอยได้อีกอย่างก็คือ อย.จะเปลี่ยนจาก "ผู้ร้าย" กลายเป็น "พระเอก" ทันทีเพราะได้ทำหน้าที่อันยิ่งใหญ่ปกป้องสวัสดิภาพของเด็กๆ จากยาสมาธิสั้นอันชั่วร้าย

แต่พระเอกเรื่องนี้ดูจะมีวิจารณญาณในการอ่านน้อยไปสักหน่อย จึงไปเอางานวิจัยที่เขาไม่ให้ราคาแล้วมากล่าว อ้าง

ส่วนการให้ข่าวว่า USFDA กำลังพิจารณาว่าจะเพิกถอนยาชนิดนี้ยิ่งทำให้พระเอกของเราดูคล้ายจำอวดเข้าไปทุกที เพราะมีเด็กที่ทานยานี้เป็นล้านๆ คนในอเมริกา การจะระงับใช้ยานี้ต้องเป็นเรื่องใหญ่ระดับชาติ แต่ไม่ว่าผู้เขียนจะค้นหาข่าวนี้อย่างไรก็ไม่เจอ เขียนอี-เมลไปถามเพื่อนจิตแพทย์ทั้งไทย-เทศที่อยู่ในสหรัฐก็ไม่มีใครเคยได้ยินหรือแม้แต่เมื่อเดือนที่แล้วที่ผู้เขียนและเพื่อนแพทย์เดินทางไปประชุมสมาคมจิตแพทย์อเมริกันด้วยตนเองก็ไม่เห็นมีใครพูดถึง ทำไมเรื่องใหญ่ระดับชาติของสหรัฐอเมริกาแต่กลับมี อย.ไทยรู้อยู่คนเดียว?

ผู้เขียนยิ่งคิดยิ่งไม่เข้าใจว่าทำไม อย.ถึงต้องมาเปิดแนวรบอันไร้ประโยชน์ตรงปลายทางเช่นนี้?

ทำไม อย.ถึงไม่กลับไปที่จุดตั้งต้นของปัญหา แล้วทำภารกิจที่ อย.พึงกระทำ เป็นภารกิจที่ผู้บริหาร อย.ชุดก่อนหน้านี้ก็ทำได้ดีมาตลอดคือจัดซื้อยามาให้พอเพียง แล้วก็ขายยาให้สถานพยาบาลต่างๆ ไปจ่ายให้คนไข้ สถานพยาบาลส่งยอดมาก็ไปเตรียมซื้อยามาไว้ขายในรอบต่อไป ฟังดูก็เป็นงานที่แสนจะง่ายและตรงไปตรงมา

หรือเพราะว่าที่นี่เป็นองค์กรขนาดใหญ่ มีการซื้อการขายวงเงินมหาศาล มีเปิดการประมูล มีการเปิดซอง มีการเซ็นเอกสารเปิดออเดอร์ มีนักการเมืองมาเกี่ยวข้อง หรือมีอะไรสารพัดที่ทำให้ท่านทำงานกันตรงไปตรงมาไม่ได้

ถ้าทำไม่ได้จริงๆ ก็ให้คนอื่นที่เขาทำได้มาทำแทนเถอะ อย่ามัวแต่เล่นเกมโดยจับเอาประชาชนเป็นตัวประกันอย่างนี้ต่อไปอีกเลย

โดย นพ.ณัทธร พิทยรัตน์เสถียร

หน่วยจิตเวชเด็ก ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

นสพ.มติชน 9/12/52




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
totsaphol วันที่ : 28/12/2009 เวลา : 01.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/totsaphol

งานวิจัยแบบนี้ได้ตีพิมพ์ได้ยังไง ไม่เข้าใจ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ขุมทรัพย์เพชร. วันที่ : 10/12/2009 เวลา : 00.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wahiniawitt

ตอบคุณญิบพันจันทร์และคุณพันธุ์สังข์หยด
มีคนพยายามใช้วิธีทั้งสองมารักษาอาการสมาธิสั้นอยู่เหมือนกัน
แต่ยังไม่มีรายงานทางการแพทย์รับรองผลการรักษา
ก็หวังว่าจะมีการศึกษาวิธีการรักษาอาการนี้โดยไม่ใช้ยาต่อไป

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ขุมทรัพย์เพชร. วันที่ : 10/12/2009 เวลา : 00.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wahiniawitt

คุณneroli พอจะแบ่งปันประสบการณ์ได้ไหมครับว่าได้รับผลกระทบอย่างไรบ้าง
ไม่กล้ากินยา ยาขาดตลาดหรือหลานมีอาการเป็นอย่างไรบ้าง
เพราะอาการสมาธิสั้นในบางคนค่อนข้างรุนแรงและอาจมีพฤติกรรมก้าวร้าวได้

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
พันธุ์สังหยด วันที่ : 09/12/2009 เวลา : 22.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sawnoyzi

ฮ้า มียาแก้สมาธิสั้นจริงเหรอ ให้เด็กฝึกสมาธิไม่ดีกว่าหรือ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
neroli วันที่ : 09/12/2009 เวลา : 22.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/neroli
คุยกันประสาเพื่อน

หลานได้รับผลกระทบโดยตรงจากเรื่องนี้มาเกินเดือนแล้ว
ไม่รู้จะลงเอยยังไงนะคะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ญิบพันจันทร์ วันที่ : 09/12/2009 เวลา : 22.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yipphanchan
ญิบ_พันจันทร์

วิธีดุลยภาพบำบัดไม่ใช้ยาครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ผู้ไม่ประสงค์จะออกนามและเงิน วันที่ : 09/12/2009 เวลา : 22.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/whitaker

ทียาไวอะกร้าทำให้หัวใจวายตายในบางคน ไม่เห็นตื่นตระหนกเลิกใช้กัน
หรือว่า ตายด้วยความสุขถือว่าคุ้มความเสี่ยง...
ตอนแรกที่ไวอะกร้าออกมา ต้องหมอสั่ง ทั้งที่ไม่รู้สถิติการเสียชีวิตจากหัวใจวายเพราะยาตัวนี้
พอรู้สถิติ กลับจะให้ร้านขายยาขายได้โดยเสรี เพื่อสู้กับยาปลอมจากอินเดีย ทั้งที่ได้ผลเหมือนกัน
แล้วเรื่องปลาปักเป้า ไปถึงไหนแล้วจ๊ะ อย....

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ธันวาคม 2009 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



[ Add to my favorite ] [ X ]