• หน่อผุด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2011-10-01
  • จำนวนเรื่อง : 9
  • จำนวนผู้ชม : 60271
  • ส่ง msg :
  • โหวต 12 คน
จรดปลายเท้า ก้าวทีละหนึ่ง
ถึงก็ช่าง ไม่ถึงก็ช่าง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/walk-on
วันพฤหัสบดี ที่ 8 ธันวาคม 2554
Posted by หน่อผุด , ผู้อ่าน : 21572 , 09:16:46 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 5 คน kikuno , Maira และอีก 3 คนโหวตเรื่องนี้

"เราจะไปโอลิมปิค 2012 ลอนดอนเกมส์ให้ได้ เย้!!"

เสียงเฮอย่างพร้อมเพรียงของเด็กญี่ปุ่นผ่านรายการทีวี

ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่เลย ที่ญี่ปุ่นสร้างคนให้เป็นพลเมืองดีของชาติ จนเราอยากรู้ว่า ทำไงน้า...เด็กของเขาจึงมุ่งมั่น ขยัน อดทน มีวินัย รับผิดชอบ เอ..หรือเพราะเขาต้องเผชิญความยากลำบาก ไหนจะภัยพิบัติทางธรรมชาติ แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด หรือความคับแค้นจากการเป็นผู้แพ้สงคราม ต้องอยู่ภายใต้อำนาจของสหรัฐอเมริกามาเจ้ากี้เจ้าการ ไม่มีทหาร ไม่มีกองทัพ กับสนธิสัญญาที่ไม่เป็นธรรม เมื่อมีอิสรภาพ บาดแผลจากผู้แพ้สงครามจึงทำให้พวกเขาที่ร่วมทุกข์กันมา พยายามสร้างชาติกันจนมาอยู่แนวหน้า เพื่อเป็นผู้ชนะสงครามสังคมโลกยุคใหม่..หรือเปล่า?

ชนชาวญี่ปุ่นเชื่อในตำนาน "เด็ก 3 ขวบ" มีคำกล่าวว่า "จิตวิญญาณของเด็ก 3 ขวบ อยู่จนถึง 100 ปี หมายความว่า ลักษณะนิสัย หรือพฤติกรรมของเด็กวัย 3 ขวบ แม้อายุมากขึ้นเพียงใดหรือจนแก่เฒ่าไปก็ยังคงอยู่ไม่เปลี่ยนแปลง" (อ้างอิง เซะทซุโกะ โอโนะเดะ..นักวิจัยญี่ปุ่น) หรืออาจประมาณว่า "กว่าจะถึงอนุบาลก็สายเสียแล้ว"

เขาเลยให้ความสำคัญกับการสร้างคนโดยเฉพาะเด็กแรกเกิดจนถึง 3 ขวบ ญี่ปุ่นปลูกจิตสำนึกให้ผู้หญิงเป็นผู้สร้างพลเมืองดี โดยสถาบันหลัก ครอบครัว โรงเรียน วัด ประสานร่วมกันกล่อมเกลาสังคม แม่เลี้ยงลูกเอง พอเข้าวัยเข้าเรียนพ่อแม่ไปส่งลูกเล็กไปโรงเรียนเอง เด็กญี่ปุ่นถูกฝึกให้ช่วยเหลือตัวเองตั้งแต่เล็ก ไปโรงเรียนก็จะให้เด็กเดินเอง ถือของสะพายกระเป๋าเอง ฝึกให้เด็กผจญกับความหนาวเย็นได้ ให้อดทน ให้เปลี่ยนสารพัดชุดในโรงเรียนอนุบาล ชุดนอน ชุดกีฬา ให้ชินกับซับซ้อนยุ่งยาก "ความลำบากไม่มี มีแต่ความไม่เคยชิน"

ไปเยือนญี่ปุ่นครานี้ ดิฉันเห็นคนญี่ปุ่นไปไหนหนีบลูกเล็กไปด้วยทุกที่ แม้ส่วนใหญ่จะเป็นคุณแม่ แต่ไม่น้อยที่ไปเป็นครอบครัว คุณพ่อญี่ปุ่นอุ้มลูกเอง รถเข็นเด็กเยอะมากจริงค่ะ

โรงเรียนอนุบาล โรงเรียนประถม อยู่แถววัด หรือในบริเวณวัด บางแห่งดำเนินการโดยเจ้าอาวาสวัดนั่นเอง เด็กชินกับบรรยากาศอันร่มรื่นของวัด วิ่งเล่นสนุกสนานเฮฮาในวัดได้ ไปฟังเทศน์เดือนละครั้ง และวันสำคัญทางศาสนาก็ไปปฏิบัติศาสนกิจ ขณะเดียวกันญี่ปุ่นมีพิพิธภัณฑ์อยู่ทั่วทุกหัวระแหง เด็กญี่ปุ่นสนุกกับการเข้าไปเรียนรู้ในพิพิธภัณฑ์อย่างกับวิ่งเข้าไปในสนามเด็กเล่น

วัดอาซากุสะ(หรือวัดเซ็นโซจิ) วัดเก่าแก่ของญี่ปุ่น มีโรงเรียนอนุบาลอยู่ในบริเวณวัดเช่นเดียวกัน

โคมแดงใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ความสูง 4 เมตร อยู่ที่วัดนี้

คุณแม่ชาวญี่ปุ่นรับลูกชายกลับจากโรงเรียนอนุบาล ซึ่งอยู่ติดกับวัดอาซากุสะ จะถ่ายรูปคนญี่ปุ่นต้องขออนุญาตเค้าก่อนนะคะ ถ้าเค้าไม่เผลอ ฮ่า ฮ่า เค้าถือในความเป็นส่วนตัวมาก โรงเรียนห้ามคนอื่นที่ไม่ใช่ผู้ปกครองเด็กเข้าไปยุ่ง เลยได้แต่แหลมหน้าเข้าไปดูนิดหน่อย

เด็กกลุ่มนี้ เล่นสนุกสนานกันในวัด น่ารักมากกก

นี่ก็ในวัดเดียวกันค่ะ

สนามบาสบริเวณโรงเรียนประถมแห่งหนึ่ง หน้าวัดอาซากุสะนั่นเอง ซูมถ่ายภาพก่อนจะเห็นป้าย

"No Photography" ไม่เป็นไรเนาะ เรามาดี อิอิ

สองคนนี้ สงสัยเล่นอีตาโตกันอยู่มั้ง สังเกตว่า

ชุดนักเรียนเด็กประถมญี่ปุ่น ต้องสวมหมวก กระเป๋า แบบเฉพาะของโรงเรียน

ญี่ปุ่นไม่มีร้านเกมออนไลน์ เด็กญี่ปุ่นเล่นเกมที่บ้านเป็นความรับผิดชอบของผู้ปกครอง ต่างกับประเทศไทยมีร้านเกมอยู่ทั่วไป ปีก่อนดิฉันเคยไปสังเกตการณ์เด็กหลังเลิกเรียน พอเสียงกริ๊งดัง เด็กพรั่งพรูออกประตูโรงเรียนมาอย่างกับแข่งวิ่งร้อยเมตร จองที่ร้านเกมหน้าโรงเรียน เมื่อก่อนเราถามหาสนามกีฬาให้เด็กเด็กเล่นกัน แต่เดี๋ยวนี้เรากลับมีสนามกีฬาที่เงียบเหงา

เด็กนักเรียนหญิง เดินออกจากโรงเรียนหลังเลิกเรียน

นี่ไง โรงเรียนประถมของน้องญี่ปุ่นทั้งหลาย ไปไหนเห็นนาฬิกาเรือนโตอยู่เยอะแยะไปหมด

เพราะคนญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับการรักษาเวลามาก

นักเรียนมัธยม เดินกันเป็นกลุ่ม คงไปเรียนรู้นอกห้องสี่เหลี่ยมที่ไหนสักแห่ง...เดาเอาเองค่ะ

...............

แต่ทว่า...น่าจะมีอะไรผิดพลาดสักอย่างในกระบวนการ"สร้างคน"ของญี่ปุ่น ไม่กี่วันก่อนนี้ สถาบันวิจัยประชากรและสวัสดิการสังคมแห่งชาติญี่ปุ่นเตือนว่า ญี่ปุ่นมีโอกาสจะสูญพันธ์กันหมด วัยรุ่นญี่ปุ่นมากขึ้นเรื่อยที่กลัวการแต่งงานและการมีลูก

มีผลการสำรวจเปิดเผยเมื่อ 29 พ.ย. 54 นี่เอง โดยสถาบันวิจัยทางวิชาการที่สำคัญของกรุงโตเกียว ซึ่งเขาทำทุก 5 ปี สำรวจทัศนคติของประชากรโสดที่มีต่อการแต่งงานและการใช้ชีวิตคู่ โดยวิเคราะห์คำตอบของผู้ตอบแบบสอบถาม 7,000 คน จากที่เข้าร่วมการสำรวจ 10,000 คน พบว่า ประชากรโสดอายุ 18-34 ปีของญี่ปุ่น ชาย 61.5% ยังไม่มีแฟน เพิ่ม 9.2% จาก 5 ปีที่แล้ว หญิงโสด 49.5% ยังไม่มีแฟน เพิ่มขึ้น 4.8% เกือบครึ่งบอกต้องการโสดอย่างนี้ไปเรื่อยๆ รายงานเขาว่าที่น่าตกใจคือหญิงวัยรุ่นญี่ปุ่นถึง 90% มองว่่าตัวเองเหมาะกับชีวิตโสดมากกว่าชีวิตแต่งงาน โห..

น่าเป็นห่วงเหมือนกันเนอะ ในฐานะพลโลกด้วยกัน

ในหมู่ประเทศเอเชียด้วยกัน หลายประเทศเจอปัญหาอัตราการเจริญพันธ์ต่ำลงจนโครงสร้างประชากรเปลี่ยน มีประชากรเด็กน้อยลงขณะที่ผู้สูงวัยมากขึ้น ญี่ปุ่นประสบปัญหานี้รุนแรงที่สุด

แต่ก่อนโน้น สิงคโปร์มีปัญหานี้เหมือนกัน สมัยที่นายลี กวน ยู อดีตนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ประกาศนโยบายให้คนสิงคโปร์มีลูกได้แค่คนเดียว เพราะกลัวประชากรล้นเกินพื้นที่เล็กเล็กของประเทศ อีกหลายปีดีดัก พอมองไปทางไหนเห็นแต่คนแก่ ไม่เห็นเด็ก ลี กวน ยู เลยไหวตัวทัน พลิกนโยบายใหม่ สนับสนุนให้คนสิงคโปร์มีลูกมากขึ้น โดยเฉพาะคนไอคิวฉลาด จัดแคมเปญ "เบบี้โบนัส" สวัสดิการหนุนให้มีลูกคนที่สองมากมาย ดำเนินมาตรการนำเข้าคนรับใช้ต่างชาติมาช่วยเลี้ยงลูกให้ คุณแม่จะได้ทำงานนอกบ้านได้สะดวก อัตราการหย่าร้างต่ำ

ดิฉันอ่านพบในหนังสือ "21st Century Asian Family" (เอะมิโกะ โอะชิอะอิ,คะโยะโกะ อุเอะโนะ แปลโดย วรเวศม์และอรรถยา สุวรรณระดา สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)ซี่งรวมบทความเรื่องราวที่คณะวิจัยหญิงล้วนญี่ปุ่น 11 คน ได้จากการลงพื้นที่เก็บข้อมูลเกี่ยวกับวิถีชีวิตครอบครัวของชาวเอเชีย ไทย สิงคโปร์ เกาหลีใต้ จีน ไต้หวัน นำมาเปรียบเทียบกับวิถีครอบครัวคนญี่ปุ่น พบว่า ด้วยความเชื่อเรืองตำนานเด็ก 3 ขวบ แม่ญี่ปุ่นเลยถูกกดดันทั้งจากตัวเองด้วยและคนรอบข้างด้วยให้เป็นผู้เลี้ยงลูกด้วยตัวเอง แต่งงานแล้วต้องออกจากงาน มีลูกเลี้ยงลูก ทำงานบ้าน ทำอาหาร ดูแลผู้ชรา พ่อทุ่มเทเวลาให้กับงานนอกบ้านจนเหลือเวลาให้ครอบครัวน้อย ผู้เขียนเขาใช้คำว่า "ผู้หญิงถูกกักกันให้อยู่แต่ในครอบครัวขอบเขตคับแคบ ทำให้ผู้ชายญี่ปุ่นเหมือนถูกผลักไสให้อยู่นอกบ้าน"

แม้ประสิทธิภาพในการเลี้ยงลูกของคุณแม่ดีเยี่ยม ซึ่งสตรีญี่ปุ่นสำนึกว่าคือหน้าที่ คือถ้าเลือกมีลูกก็ควรต้องเป็นอย่างนั้น เพื่อให้สิ่งที่ดีที่สุดแก่ลูก เลยเกิดสภาวะต้องเลือกระหว่าง "แต่งงานดีหรือทำงานดี" "มีลูกดีหรือมีความก้าวหน้าในอาชีพดี" ผู้หญิงญี่ปุ่นมีอาการกังวลว่า "เราจะเลี้ยงลูกได้ดีหรือเปล่า" เลยทำให้ผู้หญิงที่มีการศึกษายุคใหม่ เลือกไม่อยากแต่งงานดีกว่า และญี่ปุ่นไม่มีตัวช่วยเหมือนประเทศอื่น ไม่มีสถานรับเลี้ยงเด็กอยู่ทั่วไป ปู่ย่าตายายไม่มีทัศนคติช่วยเลี้ยงหลาน รัฐบาลไม่เปิดสำหรับแรงงานต่างชาติ คนญี่ปุ่นไม่ชอบให้คนนอกเข้ามาวุ่นวายเรื่องส่วนตัวในบ้านด้วย ที่เกาหลีใต้ปัญหาคล้ายกันแต่ยังดีกว่า เพราะครอบครัวมีส่วนช่วยบ้าง แถมยังมีสถานบริบาลสำหรับแม่ลูกแรกคลอดให้ไปใช้ชีวิตหลังคลอดสองสัปดาห์ มีพยาบาลหัดให้ทุกอย่าง มีที่พัก อาหาร มีสังคมแม่หลังคลอดร่วมกันอีก เกาหลีใต้เลยดีกว่าญี่ปุ่นหน่อย

ผู้เขียน "21st Century Asian Family" สรุปว่า ญี่ปุ่นล้มเหลวในการจัดกระบวนการสนับสนุนครอบครัวใหม่ ทางออกคือ ต้องเตรียมบริการทางสังคมเช่นสถานเลี้ยงดูเด็ก สถานดูแลผู้สูงอายุ และต้องเปิดรับแรงงานต่างชาติมาช่วยงานบ้านให้มากขึ้น...น่าสนใจว่า ถ้าญี่ปุ่นเลือกแก้ปัญหาเช่นนี้ "พลเมืองดี" ญี่ปุ่น จะยังดีอยู่มั้ย? หรือหากผู้หญิงญี่ปุ่นยังยึดในตำนานเด็ก 3 ขวบ มีทางเลือกให้ตัวเองว่า "ทำงานนอกบ้านหรือแต่งงานมีลูกต้องเลี้ยงเอง" เท่านั้น ญี่ปุ่นพันธ์แท้อาจสูญพันธ์ไปจริงจริง

เฮ้อออ...ได้อย่างเสียอย่าง

มองเขาแล้วย้อนมองเรา...คณะนักวิจัยกลุ่มนี้แสดงความเป็นห่วงว่า ต่อไปอาจไม่นานจากนี้ เมืองไทยโดยเฉพาะชุมชนเมือง อาจเจอปัญหาเช่นเดียวกัน อัตราการเจริญพันธ์ของเราก็ต่ำ อัตราการหย่าร้างสูงอยู่แล้ว ประเทศไทยเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศในโลกที่สามีภรรยาทำงานนอกบ้านทั้งคู่เป็นเรื่องปกติ แต่ปัจจุบันประสบปัญหา หาพี่เลี้ยงเด็กยาก แรงงานต่างชาติไม่น่าไว้ใจ สถานรับเลี้ยงเด็กมีแต่ค่าใช้จ่ายสูงมาก คนตั้งใจโสดมากขึ้น ขณะที่ยังไม่มีการเตรียมพร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรที่จะมีผู้สูงอายุอาจถึง 25% ในอีก 20 ปีข้างหน้าจะเป็นปัญหาของไทยเราเหมือนกัน ดูแลสุขภาพตัวเองเตรียมตัวเป็นคนแก่แต่ไม่ชรากันเน้อพี่น้อง

คนไทยสองคนนี้ หลังจากเดินเมื่อยมา 2-3 ชั่วโมงแล้ว ขอนั่งพักเอาแรงซะหน่อย

.................

วันนี้อยากย้อนรำลึกถึงหนุ่มญี่ปุ่นสุดหล่อ พระเอก ดารา-นักร้องญี่ปุ่น ที่วัยรุ่น(หญิง)ไทยสมัยก่อนคลั่งไคล้กันสุดฤทธิ์กรี๊ดสุดแรง โดยเฉพาะจากภาพยนตร์เรื่อง "Take Me Away" หรือชื่อภาษาไทยว่า "รักฉันเถิด...ที่รัก" เข้ามาฉายเมืองไทยเมื่อ 30 ปีที่แล้ว โทโมคัทสึ มิอุระ แสดงร่วมกับ โมโมเอะ ยามากูจิ นางเอกญี่ปุ่นในอดีตที่ขึ้นปกนิตยสาร "ทีวีรีวิว" บ่อยที่สุด ภาพยนตร์เรืองนี้ คุณนพพล โกมารชุน ให้เสียงพระเอก เพลงประกอบภาพยนตร์ " Take Me Away" เพราะมาก โดยเฉพาะประกอบในฉากเศร้าเล่นเอาเราน้ำตาร่วง ผู้ชายอะไรไม่รู้ยิ่งเศร้ายิ่งหล่ออ่ะ..555

คู่พระ คู่นาง ทั้งในจอ นอกจอ แต่งงานปี 1980 หลังแต่งงานคุณโมโมเอะตัดสินใจออกจากวงการบันเทิงทั้งที่กำลังโด่งดัง เพื่อเป็นแม่บ้านเต็มตัว มีสองลูกชาย คนนึงเป็นนักร้องอีกคนเป็นดารา คุณโทโมคัทสึ ยังโลดแล่นอยู่ในวงการภาพยนตร์ วัยย่าง 60 แล้วล่ะค่ะ

เนี่ย..หล่อขนาดเนี้ย...จะไม่ให้หัวใจละลายได้ไง!




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 30 (0)
su วันที่ : 11/12/2011 เวลา : 09.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suwest

ก็ดิ้นรนแข่งขันจนจะไม่เป็นธรรมชาติของมนุษย์

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
หน่อผุด วันที่ : 09/12/2011 เวลา : 12.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/korpai
'ต้นไม้ต้นเดียวไม่เป็นป่า  กระดาษแผ่นเดียวไม่เป็นหนังสือ'

คุณMaira
คุณBeeBeeBora

ขอบคุณมั่กมั่กค่ะ

คุณครูแดง

หน่อผุดตั้งใจไปงานสังสรรค์โอเคค่ะ ตอนนี้กำลังวางแผนเรื่องการเดินทาง เนื่องจากเปลี่ยนสถานที่ใหม่ แบบว่าจะเป็นเด็กหลงทางได้หากต้องออกนอกเส้นทางที่เคยไปประสาเด็กนอก(เมือง)ค่ะคุณครู

คุณชาลี

การฆ่าตัวตายในบ้านเราส่วนใหญ่คือการหนีปัญหา แต่การฆ่าตัวตายของคนญี่ปุ่นเท่าที่อ่านหนังสือมานะคะ เป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อคนรอบข้าง ครอบครัว ตระกูล ในความผิดพลาด ในความล้มเหลวบางเรื่องอะไรประมาณนั้น อ่านเรื่องการฮาราคิรีของซามูไรนึกภาพแล้วเสียวไส้ค่ะ หากฮาราคิรีแล้วจะได้รับการให้อภัย ครอบครัวจะได้ไม่ต้องอับอายขายหน้าอีกต่อไปเพราะถือว่าได้มีการแสดงความรับผิดชอบแล้ว คนญี่ปุ่นคงมีความเครียดสูงและต้องการการยอมรับจากสังคมมาก

คนญี่ปุ่นส่งการ์ดอวยพรมากที่สุดในโลก แม้คนเพิ่งรู้จักกันเพียงครั้งเขาก็ส่งการ์ดให้กัน ประกาศว่า ฉันมีตัวตนอยู่บนโลกนี้ แคร์สังคมมาก(เกินไป)

ว่ากันเรื่องการครองโสด อาจมีทั้งความเหมือนและความต่าง ตรงนี้คณะวิจัยมองว่าเมืองไทยเราดีกว่าเยอะกรณีมีการสนับสนุนจากสังคม เช่นยังมีการจ้างคนรับใช้ แม่บ้าน ยังฝากลูกให้พ่อแม่เลี้ยงได้ หรือคนมีลูกเล็กรับลูกกลับจากโรงเรียนมาวิ่งเล่นที่ทำงานคุณแม่รอเวลาเลิกงานได้ แต่ญี่ปุ่นมีทางเลือกน้อยมาก ครอบครัวกับที่ทำงานของสามีแยกกันสิ้นเชิง ไม่ค่อยมีการโทรฯจิกเหมือนภรรยาคนไทย อะไรประมาณนั้น แต่ของไทยเรายังมีความเป็นตัวของตัวเองสูง อีกอย่างอาจเพราะผู้หญิงไทยเราพึ่งพาตัวเองได้ หาดีไม่ได้ ไม่เอาดีกว่า แต่คนไทยไม่สูญพันธุ์ ฟันธง!

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
หน่อผุด วันที่ : 09/12/2011 เวลา : 12.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/korpai
'ต้นไม้ต้นเดียวไม่เป็นป่า  กระดาษแผ่นเดียวไม่เป็นหนังสือ'

คุณพี่โบเดีย

ค่ะ มหันตภัยครั้งร้ายแรงที่สุดเมื่อ 11 มีนาคม ที่ผ่านมา ทำให้คนทั้งโลกหันมามองคนญี่ปุ่นอย่างทึ่ง ไปไหนมีการเข้าแถวเรียงหนึ่งเป็นระเบียบ ที่สำคัญการคิดถึงคนอื่นด้วย อย่างที่คุณพี่โบเดียยกตัวอย่างมาน่าประทับใจมาก เด็กคนนี้ทำให้ผู้ใหญ่เห็นแก่ตัวจำนวนมากในโลกนี้อาย ถ้าไม่อายก็แปลว่าอย่างหนา ฮา ฮา นอกจากไม่ให้ใครแล้ว ยังเคลมเอาของคนอื่นด้วยอีก...ใครหว่า?

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
หน่อผุด วันที่ : 09/12/2011 เวลา : 12.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/korpai
'ต้นไม้ต้นเดียวไม่เป็นป่า  กระดาษแผ่นเดียวไม่เป็นหนังสือ'

คุณnanohana

ดีจังเลยค่ะ คุณnanahonaนำประสบการณ์ตรงมาแลกเปลี่ยน เก็บข้อมูลการศึกษาของญี่ปุ่นแล้วนำมาวิเคราะห์เผยแพร่นะคะ มีอะไรหลายอย่างที่ดิฉันพกคำถามไปญี่ปุ่น แต่ด้วยเวลาไม่อำนวยหลายเรื่องเลยเป็นคำถามให้ค้นหาต่อไป กลายเป็นแรงบันดาลให้อยากไปอีกค่ะ

เคยได้ยินเรื่องความน่ารักของสมาคมคุณแม่ๆ ของคุณแม่ญี่ปุ่นว่า ฝากลูกกันได้เป็นครั้งคราว บางทีเราดูแลลูกเพื่อนบางทีเพื่อนดูแลลูกเราเมื่อคราวจำเป็น จริงหรือเปล่าคะ

ปัจจัยแห่งความสำเร็จอย่างหนึ่งของการสร้าง"พลเมืองดี"ของญี่ปุ่น ดิฉันเห็นคือ เป็นการขับเคลื่อนไปพร้อมกันเป็นองคาพยพ เคลื่อนไปในทางเดียวกันทั้งสังคม ดังนั้นความเชื่อถือผู้นำจึงสำคัญมาก อย่างที่คุณเอกสิทธิ์ คห.2 บอกว่า บางโรงเรียนไทยมีแนวนโยบายฝึกเด็กให้อดทน ช่วยเหลือตัวเอง แต่ล้มเหลวเพราะคนบางกลุ่มฐานะไม่ยอมรับกติกา เป็นอุปสรรคสำคัญ

บ้านเราคนไม่ยอมรับกติกาสังคมอยู่ได้อย่างมีหน้ามีตา คนเลยไม่เห็นความสำคัญว่ารักษากติกาจะดีกว่าอย่างไรนี่ โกงไม่เห็นจะเป็นไรถ้าเขาให้เรามั่ง...แวะการเมืองหน่อยค่ะ 555

คนญี่ปุ่นเชื่อในผู้นำ เกิดมหันตภัยสั่งให้อพยพหมื่นหลังคาเรือนเขาก็อพยพ บริหารจัดการความตระหนกได้เลยไม่แตกตื่น คนมีวินัยก็หนึ่ง เด็กถูกฝึกให้วางแผนรับอุบัติภัยทางธรรมชาติมาอย่างดี มี Standing Order หากเกิดเหตุนี้ต้องทำอย่างไร 1-2-3-4 รัฐบาลได้รับความเชื่อถืออีกหนึ่ง เน้นความตรง แม้ข้อมูลบางอย่างเผยออกไปทำให้รัฐบาลเสียคะแนนนิยม แต่เขาก็สารภาพตรงไปตรงมาว่าผิดพลาด ประชาชนจะได้รับผลกระทบอย่างไรจากความผิดพลาดนั้น จะรับผิดชอบอย่างไรว่ากันเลยแต่ไม่โกหก

เรื่องการละเมิดทางเพศ โทษรุนแรง ทำให้ไม่ค่อยมีคดีข่มชืน ทั้งที่สื่อลามกเยอะไปหมด เหตุหนึ่งอาจเพราะคนญี่ปุ่นเคารพสิทธิ์ของกันและกันด้วยจิตสำนึกที่ได้รับการปลูกฝังมาตั้งแต่เด็กด้วยมังคะ ญี่ปุ่นเลยได้เป็นประเทศที่ได้ชื่อว่าปลอดภัยอันดับต้นของโลก มีการทำผิดกฎหมายน้อย และอัตราการจับกุมผู้กระทำผิดสูง อยากได้เรื่องดีดีมาไว้ที่เมืองไทยบ้างจังค่ะ

ขอบคุณมากค่ะ

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
หน่อผุด วันที่ : 09/12/2011 เวลา : 11.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/korpai
'ต้นไม้ต้นเดียวไม่เป็นป่า  กระดาษแผ่นเดียวไม่เป็นหนังสือ'

คุณNN1234

เห็นด้วยค่ะว่าการบีบคั้นทางเศรษฐกิจเป็นปัจจัยร่วมกำหนดการเปลี่ยนแปลงคตินิยมได้ หรือบางทีคติยังอยู่ แต่ความนิยมมันเปลี่ยน

นึกถึงสุภาษิตเหนือโบราณที่ว่า "ตุ๊กบ่ได้กิ๋นบ่มีไผต๋ามไฟส่องต๊อง ตุ๊กบ่ได้ย่องปี้น้องดูแควน" หมายความว่า ทุกข์เพราะท้องหิวไม่มีใครรู้ ไม่มีใครเอาไฟมาส่องเห็นได้ แต่ทุกข์มากกว่าหากถูกดูแคลนว่าเราเป็นคน"ไม่มี" ให้ความสำคัญกับรูปลักษณ์ภายนอกเยอะ เดี๋ยวนี้สังคมไทยเราก็เปลี่ยนไปจากนั้นพอควรแล้วเนอะ

ความจริงจะบอกว่าโชคก็มีส่วนช่วยญี่ปุ่นในระยะสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจเหมือนกันนะคะจากสงครามเกาหลีที่ทำให้ญี่ปุ่นซึ่งเก่งมากในเรื่องอุตสาหกรรมเหล็ก การต่อเรือ จังหวะดีแล้วพัฒนาความสามารถต่อเนื่อง ความพยายามยืนหยัดให้ได้หลังจากตกเป็นจำเลยสงครามโลก กดดันให้เขาต้องสร้างชาติขึ้นมาเป็นที่ยอมรับให้ได้ในเวลาไม่นาน แต่ก็แลกกับความสูญเสียอะไรหลายอย่าง การดำเนินชีวิตที่เคร่งเครียด อยู่ภายใต้กฎหมายที่เคร่งครัด ได้หลายอย่างเสียหลายอย่างเหมือนกัน ว่ากันถึงความอบอุ่นของครอบครัวไทย เราก็ภูมิใจของเรา โดยเฉพาะในชนบทที่ยังมีการพึ่งพาอาศัยกันอยู่เยอะ ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
ครูแดง วันที่ : 09/12/2011 เวลา : 09.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krudang

-มานั่งฟัง...ชื่นชมการมีวินัยในตนเองของคนญี่ปุ่นค่ะ

-๒๔ ธ.ค. พบกันนะคะ

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
BlueHill วันที่ : 09/12/2011 เวลา : 08.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ชาวญี่ปุ่นเป็นชาติที่มีระเบียบวินัยสูงมาก แต่น่าเสียดายนะครับ ผมได้ยินข่าวหลายครั้งว่าหนุ่มสาวญี่ปุ่นนิยมฆ่าตัวตายเพื่ออะไำรสักอย่างในชีวิต ผิดหวัง หนีปัญหา บูชาฮีโร่ ฯลฯ

ไม่รู้่เหมือนกันนะครับว่า สังคมญี่ปุ่นหาทางแก้ปัญหานี้ยังไงกัน

ส่วนเรื่องครองตัวเป็นโสดนั้น คงคล้่าย ๆ กับคนรุ่นใหม่ของไทยแน่ ๆ เลย

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
หน่อผุด วันที่ : 09/12/2011 เวลา : 07.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/korpai
'ต้นไม้ต้นเดียวไม่เป็นป่า  กระดาษแผ่นเดียวไม่เป็นหนังสือ'

เดี๋ยวจะกลับมาแลกเปลี่ยนพูดคุยกับทุกท่านเลยค่ะ สนุกดี

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
หน่อผุด วันที่ : 09/12/2011 เวลา : 07.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/korpai
'ต้นไม้ต้นเดียวไม่เป็นป่า  กระดาษแผ่นเดียวไม่เป็นหนังสือ'

สวัสดีค่ะคุณอายั้งคิด

วานนี้ครบรอบ 70 ปี ญี่ปุ่นยกพลขึ้นบกที่เมืองไทยพอดี ไม่เคยรู้มาก่อนเลย ขอบคุณท่านผู้อาวุโสค่ะ

ญี่ปุ่นเป็นชนชาติที่ไม่ยอมจำนน คนตัวเตี้ยทำให้สูงได้ คนไทยเราเห็นเขาทำได้แล้วทึ่งเหมือนกัน จากเดิมที่เราเชื่อว่าพ่อแม่เตี้ยแล้วจะสูงยังไงกัน เพราะญี่ปุ่นเขาให้ความสำคัญกับการวิจัยมากค่ะ นำผลการวิจัยมาวิเคราะห์ นำมาวางยุทธศาสตร์การพัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพ แล้วกล้าริเริ่มเปลี่ยนแปลง

การกีฬาพัฒนารุดหน้าไปเยอะหลุดกรอบเดิมที่เราคิดว่า"ความเสียเปรียบทางสรีระ"จะสู้ฝรั่งได้ไง? ดิฉันคิดถึงคุณธนชัย ศรีชาพันธ์ คุณพ่อนักเทนนิสอดีตมืออันดับ 9 ของโลก ที่ลาออกจากงานเพื่อมาปั้นลูกทั้งให้เป็นนักเทนนิสระดับโลกได้อย่างใจ ไม่คิดว่าคนจะประสบความสำเร็จได้ต้องเป็นเลิศทางวิชาการเท่านั้น มีเป้าหมายชัด แล้วมุ่งเดินทางไป ต้องฝึกอย่างไร ต้องสร้างสรีระอย่างไร แล้วทำได้ คุณภราดรสูง 185 เซ็นติเมตร น่าชื่นชมคุณพ่อค่ะ

เด็กบ้านเรากำลังมีปัญหาติดเกมงอมพระราม เห็นสนามกีฬาเหงาแล้วสะเทือนใจ แม้แต่ในชนบท ดิฉันทำงานในชนบทค่ะ เสียงเจี๊ยวจ๊าวของเด็กในสนามฟุตบอล สนามบาสริมน้ำ ฯลฯ เงียบเหงา แต่ปรากฏรองเท้าเด็กกองอยู่เต็มที่หน้าร้านเกมออนไลน์ ดิฉันเคยลองเดินเข้าไปดูเพราะอยากรู้ ร้านเขาปิดม่าน กระจกมืดเชียว รู้สึกเหมือนตัวประหลาด ในนั้นเป็นเด็กทั้งนั้นมุ่งมั่นกับการเล่นเกมจนลืมเวลา เด็กไทยเราเลยน้ำหนักเกินกันเยอะไงคะ ปฏิสังคมมีปัญหา อันนี้สิ่งที่เมืองไทยต้องแก้อย่างมาก...ไม่ใช่แต่ออกคำขวัญเท่ในวันเด็กทุกปี แล้วทุกอย่างเหมือนเดิม...

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
BeeBeeBora วันที่ : 09/12/2011 เวลา : 05.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/BeeBeeBora

ขอบคุณ คุณหน่อผุด สำหรับ บทความดีๆ ที่มีทั้งสาระ และความสนุก อ่านแล้วไม่เบื่อเลยคะ แถมมีเคล็ดลับในการดูแลลูกด้วย ฝึกให้เค้ามีความอดทน ชินกับความลำบาก ชอบมากๆคะ

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
Maira วันที่ : 08/12/2011 เวลา : 22.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Illusions

สวัสดีค่ะคุณหน่อผุด..

ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีๆค่ะ ..

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
พี่โบเดีย วันที่ : 08/12/2011 เวลา : 21.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/borderline


ชอบบทความ

เด็กญี่ปุ่นถูกปลูกฝังมาอย่างดีมากๆอย่ากรณี สึนามิ..เด็ก7ขวบยืนเข้าคิวรออาหารพร้อมๆกับพวกผู้ใหญ่คิวยาว..ตำรวจเห็นก็ไปเอาอาหารมาให้เด็ก...สักพักเด็กเอาอาหารมาคืนบอกคนอื่นเขาก็เข้าแถวคอยอาหารเหมือนผม...ผมรับไม่ได้หรอกผมต้องคอยเหมือนคนอื่นๆเท่าเทียมกัน

เด็กหนอ...เด็ก

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
nanohana วันที่ : 08/12/2011 เวลา : 20.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tochigiken
nanohana

เขียนได้น่าอ่านมากค่ะ nanohana อยู่ที่ญี่ปุ่นได้สองปีกว่าแล้วค่ะ ต้องดูแลลูกประถม และมัธยมต้น มีภาระหน้าที่มากมายที่คุณแม่ ๆ ต้องร่วมรับผิดชอบต่อสังคมโรงเรียน และสังคมรอบบ้าน nanohana กำลังเก็บข้อมูลด้านการศึกษาของญี่ปุ่นไปเรื่อย ๆ ค่ะ

เด็กญี่ปุ่นถูกฝึกให้อดทนมาตั้งแต่เด็ก และวลีเด็ด "ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวก็ชิน" ยิ่งในสังคมกีฬานี่วินัยสูงมาก และดุมากกกค่ะ ลูกชายโดนบ่อย

ส่วนเรื่องที่เห็นว่าไม่ค่อยมีคดีข่มขืน เพราะโทษรุนแรงค่ะ และสื่อทางเพศจำหน่ายกันอย่างเปิดเผย ทั้งหนังสือ ดีวีดี เซ็กส์ทอย ฯลฯ ซึ่งเขาก็มีทางออกในแบบเฉพาะตัวกันของแต่ละคนโดยจะต้องไม่ละเมิดกฏหมาย

ถ้ามาอยู่แถว ๆ สี่แยกไฟแดงใกล้โรงเรียนมัธยมปลายนี่จะละลานตา กับแฟชั่นนุ่งสั้นและขี่จักรยานนะคะ ซึ่งบอกคุณภาพโดยเฉลี่ยของเด็กที่เรียนได้อย่างชัดเจนค่ะว่าโรงเรียนนี้อยุ่ระดับไหน

เขียนอีกนะคะ แล้วจะเข้ามาแชร์ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
NN1234 วันที่ : 08/12/2011 เวลา : 20.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

สิ่งที่เป็นเครื่องกำหนดคตินิยมของมนุษย์ทุกชนเผ่านั้น นอกจากความเชื่อที่เคยมีมาแต่ดั้งเดิมแล้ว หากคตินิยมใดๆ ที่จะเกิดมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมด้วยแล้ว ก็จะมีแต่เพียงเรื่อง การถูกบีบคั้นจากภาวะทางเศรษฐกิจ นอกเหนือจากที่ธรรมชาติเปลี่ยนแปลงกลายมาเป็นภาวะบีบคั้นความเป็นอยู่และคตินิยมของมนุษย์ อันได้แก่ ภูมิอากาศ ภูมิประเทศ

ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่แร้นแค้นในด้านทรัพยากรธรรมชาติมากที่สุด จะมีก็แต่พลเมืองเท่านั้นที่เป็นทรัพพยากรที่มีค่ามากที่สุดในประเทศ

การได้รับความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของชาวญี่ปุ่นทำให้เกิดจุดเปลี่ยนของการพัฒนาชาติให้หวนกลับคืนดังเดิม ญี่ปุ่นต้องแสวงหาสิ่งที่มีอยู่ในประเทศของตัวเองให้มากที่สุดหากต้องการให้เป็นเช่นนั้น

จนกระทั่งญี่ปุ่นก็มีจุดยืนของตัวเองบนเวทีโลกและเป็นประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจโลกได้ แต่ทว่า...ชาวญี่ปุ่นก็ต้องแลกมาด้วยการถูกบีบคั้นหรือกดดันในการดำเนินชีวิตมากที่สุดเช่นเดียวกัน
ส่งผลให้ค่าครองชีพที่ญี่ปุ่นแพงมากๆ อย่างแพงเอาการ การสร้างฐานะอย่างเช่นการสร้างครอบครัวแบบคนไทยที่เมืองไทยนั้น ชาวญี่ปุ่นทำไม่ได้ง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็นคนชนบทหรือคนในเมืองของญี่ปุ่น
คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่จึง"อยู่คนเดียว"มากกว่าและดีกว่าที่จะออกไปสร้างครัวเรือนขึ้นมาโดยหากไม่ตัดสินใจอย่างรอบคอบแล้ว

มิต้องกล่าวถึง"ค่านิยม"ที่ชาวญี่ปุ่นด้วยกันเองจะกล่าวถึงในเรื่องการมีครัวเรือน(แล้วไม่มีปัญญาเลี้ยงดูเอง)

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 08/12/2011 เวลา : 20.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

วันนี้ 8 ธันวาคม ตรงกับทหารญี่ปุ่นยกพลขึ้นบกที่ประเทศไทยเมื่อปีพ.ศ.2484ครับ ถัดมาอีกปีก็เกิดน้ำท่วมใหญ่

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 08/12/2011 เวลา : 20.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ญี่ปุ่นเน้นเรื่องโภชนาการและกีฬาในโรงเรียน จนทำให้เด็กญี่ปุ่นมีร่างกายสูงใหญ่เหมือนคนยุโรป ทั้งที่เมื่อปีพ.ศ.2484นั้น ทหารญี่ปุ่นที่เข้ามายึดครองประเทศไทย(แบบมิตรภาพ) ยังตัวเตี้ยตะแมะแคะสวมแว่นสายตาหนาเตอะอยู่เลยครับ และสำหรับประเทศไทยมีการแจกนมและเลี้ยงอาหารฟรี แต่สู้คอรัปชั่นไม่ไหว นมก็เลยบูด อาหารก็ไม่มีคุณภาพครับ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
หน่อผุด วันที่ : 08/12/2011 เวลา : 16.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/korpai
'ต้นไม้ต้นเดียวไม่เป็นป่า  กระดาษแผ่นเดียวไม่เป็นหนังสือ'

คุณlosoboy

ใช่ ใช่ ใช่ น่าหาคำตอบว่า ทำไมวัยรุ่นชายญี่ปุ่นจึงมีจิตใจหนักแน่นนัก ทั้งที่นักเรียนหญิงนุ่งสั้น เซ็กซ์ช็อพเกลื่อนเมือง หนังสือโป๊วางแบกะดิน นางแบบนู้ดติดรูปโชว์ รู้ไปหมดใครเป็นใคร หรืออาจเพราะว่ามันเปิดเผยซะจนไม่มีอะไรให้ค้นหาแล้วอาจเป็นไปได้..มั้ยคะ

เขาว่าถ้ามีคดีข่มชืนเกิดขึ้น จะเป็นข่าวใหญ่มากในหน้าหนังสือพิมพ์ แต่บ้านเรา สถิติการข่มขืนสูงมาก จำตัวเลขไม่ได้แล้วค่ะ รู้แต่ว่าน่าเป็นห่วงมาก และการข่มชืนที่สำเร็จ เกิดจากคนใกล้ชิดมากที่สุด

แต่ที่ว่าเด็กสาวญี่ปุ่นสวยน่ารักเยอะ อันนี้ดิฉันท่าจะตกสำรวจ เพราะไม่ค่อยสะดุดตาสักเท่าไหร่ค่ะ น่าไปถามหนุ่มญี่ปุ่นดูเนาะ

Ae^

ขอบคุณที่แวะมาลงบันทึกไว้เป็นหลักฐานค่ะ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
หน่อผุด วันที่ : 08/12/2011 เวลา : 16.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/korpai
'ต้นไม้ต้นเดียวไม่เป็นป่า  กระดาษแผ่นเดียวไม่เป็นหนังสือ'

คุณตาเรน

ขอบคุณสำหรับประสบการณ์ตรงมาเล่าสู่กันฟังค่ะ

ที่ประทับใจคือ ครูของเด็ก ๆ ประถม..เค้าจะรักเด็กมาก..เด็กกระโดดกอดคอครูเล่นยังกับเพื่อนเลย
.........
น่ารักมากเลยเนาะ เด็กนักเรียนญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับการแข่งขันสอบเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยดีดีมาก ตอนเด็กยังเล็กเรียนสนุก ชีวิตสดใส พอเรียนโตขึ้นเริ่มเครียดเพราะการแข่งขันสูงเหมือนกัน เด็กมัธยมเรียนพิเศษเยอะเหมือนบ้านเราเลย หน่อผุดเลยมานั่งคิดว่า แล้วอะไรที่ทำให้เกิดความแตกต่าง จึงรู้ว่า เพราะความแตกต่างในการเลี้ยงดูเด็กใน "วัยต้น" ของชีวิตนั่นเอง

ว่าไปกฏหมายที่ผู้ชายต้องรับภาระดูแลภรรยาเดิมไปตลอด มันยุติธรรมสำหรับหญิงหม้ายญี่ปุ่นเหมือนกันนะคะคุณตาเรน เพราะเมื่อเธอออกจากงานหลังการแต่งงาน เลี้ยงลูกแล้ว อยู่กันไปก็แก่ขึ้นทุกวัน เพราะเลิกร้างกันไปฝ่ายหญิงก็ยากจะมาเริ่มต้นหางานทำใหม่...อันนี้ขอเชียร์ อิอิ

แวะการเมืองมั่งไม่เป็นไรค่ะ หน่อผุดก็แว้งกัดพ่อไอ้ปื๊ดไปแล้ว

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
หน่อผุด วันที่ : 08/12/2011 เวลา : 16.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/korpai
'ต้นไม้ต้นเดียวไม่เป็นป่า  กระดาษแผ่นเดียวไม่เป็นหนังสือ'

คุณแม่มดฯ
ขณะนี้ญี่ปุ่นเผชิญปัญหาประชากรเด็กมีน้อยที่สุด และมีการคาดการณ์ว่าในปี 2100 ญี่ปุ่นจะมีประชากรลดลงครึ่งหนึ่ง คือประมาณ 60 ล้านคน ส่วนบ้านเรา อัตราการเกิดประมาณ 1.6 ไม่ใช่ก็ใกล้เคียง บางรายงานว่าน้อยกว่านี้ด้วยซ้ำค่ะ ตามสถิติว่า ปี 2578 เราจะมีประชากรเด็กลด 23% จาก 14 ล้านคนเหลือ 9 ล้านคนเศษ

เช้านี้เพิ่งฟังข่าวว่า จะมีการยุบรวมมหาวิทยาลัยของรัฐ 6 แห่ง ด้วยเหตุผลจากสถิติโครงสร้างประชากรที่จะมีเด็กวัยเรียนลดลงมากนี่แหละค่ะ

เพื่อนดิฉันมีเหมือนกันที่สัญญากันก่อนแต่งงานว่าจะไม่มีลูก ผ่านมายี่สิบปีแล้วก็ไม่ให้มี แน่าแน่จริงๆ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
หน่อผุด วันที่ : 08/12/2011 เวลา : 15.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/korpai
'ต้นไม้ต้นเดียวไม่เป็นป่า  กระดาษแผ่นเดียวไม่เป็นหนังสือ'

คุณลุงวอ

มายิ้มให้กัน 2 รอบเลย
รูปตัวเล็กนี่ เห็นแล้วคิดถึงหนังทีวีซามูไรพ่อลูกอ่อนเลยนะคะ คุณลุงวอเกิดทันหรือเปล่าคะ

คุณหมอหวัน
ค่ะ ต่างที่ต่างวัฒนธรรม ถ้าเราเรียนรู้สิ่งดีดีจากญี่ปุ่นในบางเรื่อง คงจะดี อย่างการฝึกเด็กให้รู้จักเคยชินกับความลำบาก เพราะมันเป็นต้นทุนสำคัญของชีวิตเลย เด็กไทยเราเคยชินกับความสบาย อยากได้อะไรแบมือขอและได้มาแบบไม่ต้องต่อสู้อะไร ไม่ต้องเหนื่อย เลยทำให้เด็กไทยส่วนใหญ่มักง่ายกัน

คุณหมอโกมลเป็นโรคทรัพย์จางรักษาไม่หายค่ะคุณหมอ มียาดีรักษามั้ยคะ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ลุงวอ วันที่ : 08/12/2011 เวลา : 15.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/welder



ความคิดเห็นที่ 9 (0)
Ae^ วันที่ : 08/12/2011 เวลา : 15.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chae-reu-mai

มารับทราบข้อมูลค่ะ ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
losoboy วันที่ : 08/12/2011 เวลา : 15.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/losoboy
เข้มแข็งในหน้าที่ ทำดีเพื่อสังคม


การวางแผนการเรียนการสอน
จากรัฐบาลค่อนข้างสบายๆ
ไม่บังคับนักเรียนอะไรมากนัก
แต่นักเรียนดูค่อนข้างมีวินัย
อากาศหนาวหิมะตกก็ยังไปโรงเรียน ระดับจิตใจนักเรียนชายเข็มแข็งมากขนาดนักเรียนหญิงใส่สั้นมากยังตั้งใจเรียน จนเป็นพลเมืองที่ดีได้
สิ่งยั่วยุออกเยอะ
หรือเขาเก็บข่าวเกี่ยวกับเรื่องเพศ
ถามเด็กวัยรุ่นในเมืองไทย
ยังรู้จัก มิยาบิ ซาร่า อาโองิ
ที่ถ่ายนู้ดเลย
หรือเพราะว่าผู้หญิงญี่ปุ่น
สวยน่ารักเยอะ ชายญี่ปุ่น
ก็เลยไม่ยอมหยุดหัวใจไว้ที่ใคร

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
losoboy วันที่ : 08/12/2011 เวลา : 15.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/losoboy
เข้มแข็งในหน้าที่ ทำดีเพื่อสังคม


การวางแผนการเรียนการสอนจากรัฐบาลค่อนข้างสบายๆไม่บังคับนักเรียนอะไรมากนัก แต่นักเรียนดูค่อนข้างมีวินัย อากาศหนาวหิมะตกก็ยังไปโรงเรียน ระดับจิตใจนักเรียนชายเข็มแข็งมากขนาดนักเรียนหญิงใส่สั้นมากยังตั้งใจเรียน จนเป็นพลเมืองที่ดีได้ สิ่งยั่วยุออกเยอะ หรือเขาเก็บข่าวเกี่ยวกับเรื่องเพศถามเด็กวัยรุ่นในเมืองไทย ยังรู้จัก มิยาบิ ซาร่า อาโองิ ที่ถ่ายนู้ดเลย
หรือเพราะว่าผู้หญิงญี่ปุ่นสวยน่ารักเยอะ ชายญี่ปุ่นก็เลยไม่ยอมหยุดหัวใจไว้ที่ใคร

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ตาเรน วันที่ : 08/12/2011 เวลา : 15.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sammaapii
เรียนฟรีจริง ๆ  ขอเชิญแวะเยี่ยมตาเรนที่  >>> http://www.webudon.net

แหม..คุยเรื่องญี่ปุ่น..มันเขี้ยว..ขอคุยด้วยคน..อิ..อิ..
เป็นช่างไฟฟ้าในญี่ปุ่น 15 ปี ตระเวนตั้งแต่เมือง tsu ..ใต้โอซาก้า ยันเกือบเซ็นได..มี รร.ในความรับผิดชอบ (ซ่อมไฟและตรวจสอบ 11 โรงเรียน)
ที่ประทับใจคือ ครูของเด็ก ๆ ประถม..เค้าจะรักเด็กมาก..เด็กกระโดดกอดคอครูเล่นยังกับเพื่อนเลย..
เรื่องตลดคือระหว่างปีนเสาไฟ..ติดตั้งอุปกรณ์ กางเกงขาดก้น..เด็กระดับ koko..ชี้ให้กันดู แล้วหัวเราะกลิ้งเลย..
ที่ไม่ค่อยอยากแต่งงาน เพราะต้องรับผิดชอบเลี้ยงดูกันตลอดชีวิต ผิดไม่ได้..หย่าก็ต้องรับผิดชอบไปจนตาย แต่งงานใหม่ก็ยังรับผิดชอบภรรยาเดิม..เหนื่อยกับกฎหมายของเขาครับ..ฮ่า...
ถ้าผู้รักษากฎหมายของเราเข้ม ๆ หน่อย คงไม่แตกแยกเช่นทุกวันนี้เน๊าะ..
บ๊ะ..แวะมาการเมืองจนได้..เด่ะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 08/12/2011 เวลา : 15.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

ปัญหาเรื่องเด็กน้อยของญี่ปุ่นคล้ายคลึงกับประเทศเยอรมนีมากค่ะ เยอรมนีเป็นประเทศที่มีอัตราการเกิดต่ำที่สุดในยุโรป ต้นไม้ประชากรของที่นี่มีรูปทรงน่าหักโค่น คือเป็นรูปสามเหลี่ยมที่มีฐานเป็นยอดแหลม เพราะเด็กไม่มาเกิด แต่คนแก่อายุยืนมากๆ คนที่นี่อายุไม่ถึง 90 เขาไม่ค่อยตายกัน หนุ่มสาวไม่แต่งงาน อยู่ด้วยกันแบบไม่มี commitment เป็นประเภท no children...double income
ปัญหาของบ้านเราไปคล้ายทางยุโรปใต้ พวกอิตาลีหรือสเปนที่สามีภรรยาหนุ่มสาวก้มหน้าก้มตาหาเงินตัวเป็นเกลียว ไม่มีเวลาใส่ใจให้ลูก แม้จะอยากมีลูก ผลก็คือ ครอบครัวรุ่นใหม่มักจะมีลูกคนเดียว
แม่มดเองก็มีลูกคนเดียวเหมือนกัน แต่เป็นเรื่องจำใจเพราะไม่มีใครอยากมาเกิดเป็นลูกมดค่ะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
นายแพทย์สวรรค์กาญจนะ วันที่ : 08/12/2011 เวลา : 14.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/doctornursethailoyalty
ข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประชาชนไม่ได้มีไว้เพื่อแพ้Honesty is the best policy.

อ่านสนุก แว๊บเดียว จบเลย เหมือนอ่านสกู๊ปข่าว มีความเห็นแทรกเข้าไปจบด้วยหัวใจละลาย แต่ละประเทศ มีวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน

ไปเที่ยวญี่ปุ่น ได้อะไรติดไม้ติดมือมามากมาย เขียนเรื่องอื่นด้วยน้าอยากอ่านต่อ คุณจิ๋มคุณหมอโกมลสบายดีน้า

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
หน่อผุด วันที่ : 08/12/2011 เวลา : 13.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/korpai
'ต้นไม้ต้นเดียวไม่เป็นป่า  กระดาษแผ่นเดียวไม่เป็นหนังสือ'

คุณเอกสิทธิ์

โรงเรียนสัตยาสัย หากมีลูกเศรษฐีไปเรียน เมื่อเข้าระบบโรงเรียนแล้วยอมรับรูปแบบการเรียนรู้เช่นเดียวกับเด็กคนอื่น ปรับตัวให้เข้ากับโรงเรียน ต้องตื่นมาสวดมนต์ทุกเช้า ต้องปลูกผักรดน้ำเอง คงไม่น่ามีปัญหาเนาะ แต่จะน่าเสียดายมากหากคอนเซ็ปต์เปลี่ยนไป หวังว่าจะไม่เป็นอย่างนั้นนะคะ ดิฉันอ่านหนังสือโรงเรียนสีขาว ของ ดร.อาจอง ชุมสายฯ รู้สึกชื่นชมมากค่ะ

นึกถึงเด็กชายไม่ถึงสิบขวบคนนึงค่ะ พ่อเป็นตำรวจ ตำแหน่ง รองผกก. เช้าให้ตำรวจผู้น้อยไปส่งลูกที่โรงเรียนเอกชน กลางวันต้องเอาข้าวร้อนไปส่งอีก เพราะเจ้าเด็กนั่นไม่ยอมกินข้าวหลุมโรงเรียน และไม่กินข้าวเย็นด้วยเลยไม่ได้พกมาจากบ้าน ไปโรงเรียนสายครูไม่กล้าทำโทษเหมือนเด็กคนอื่น วันนึงดิฉันไปว่ายน้ำที่สโมสรแห่งนึง มีห้องใต้ดินเป็นห้องรำพัด บังเอิญเห็นคุณนายแม่เด็กคนนี้เดินออกมาพอดี สิบกว่าปีผ่านมา ไม่รู้ว่าเด็กคนนี้ไปเป็นไอ้ปื๊ดอยู่ไหนซะแล้วล่ะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
เอกสิทธ์ วันที่ : 08/12/2011 เวลา : 12.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vasit
นายอ้วน - Study?& Learn

มีคนไทยเคยนำแนวคิดแบบญี่ปุ่นและเกาหลีใต้มาทำโรงเรียนชื่อ เพลินพัฒนา สุดท้าย ไปไม่ถึงฝั่ง เพราะผู้ปกครองที่รวย ๆ ไม่เล่นด้วย กูจะขับรถส่งลูกถึงหน้าโรงเรียน โรงเรียนจะให้เด็กเดินเข้าไกล ๆ ได้ไง และอีกหลายเรื่องครับ จนแนวคิดไม่ประสบผลสำเร็จ

ยังมีที่โรงเรียนสัตยาสัย ของดร.อาจอง ที่ลพบุรี อันนี้อาจจะประสบผลสำเร็จ แต่ระยะหลัง ก็ถูกคนรวยจับจองที่เรียนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผิดคอนเซ็บที่ตั้งไว้แต่ต้น

ที่เป็นนี้เพราะเด็กเกือบทั้งหมด สอบติดจุฦา ธรรมศาสตร์และมหาวิทยาแพทย์ดัง ๆ ได้มากมาย

ปัญหาของคนไทยคือ คนไทยที่รวย ๆ ยังไม่เปลี่ยนนิสัยและไม่ยอมเปลี่ยน และที่ไหนดี กูก็จะยึดให้ลูกหลายได้เรียน โอกาสที่คนรากหญ้าจะเข้าไปได้ มีน้อยมาก ๆ กรรมแท้

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลุงวอ วันที่ : 08/12/2011 เวลา : 10.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/welder


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน