• หน่อผุด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2011-10-01
  • จำนวนเรื่อง : 9
  • จำนวนผู้ชม : 60224
  • ส่ง msg :
  • โหวต 12 คน
จรดปลายเท้า ก้าวทีละหนึ่ง
ถึงก็ช่าง ไม่ถึงก็ช่าง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/walk-on
วันอังคาร ที่ 24 มกราคม 2555
Posted by หน่อผุด , ผู้อ่าน : 2108 , 10:24:59 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน ภาษาไทย , BlueHill โหวตเรื่องนี้

ก่อนเดินทางไปญี่ปุ่น มีคนบอกว่า ถ้าไปขึ้นรถไฟในโตเกียวชั่วโมงเร่งด่วนแล้วจะรู้ว่านรกมีจริง!

ท้าทายมั้ยล่ะคะ เราเลยคิดว่า "น่าลอง" ยังมีอะไรที่ต้องผจญภัยกว่าการโหนรถเมล์แน่นเอี๊ยดในรถเมล์ฟรีบริการประชาชนที่คนขับสุดซิ่งในกรุงเทพฯอีกเหรอ...ดิฉันลองมาแล้ว

เช้าในวันที่ตั้งใจจะไปขึ้นรถไฟในชั่วโมงเร่งด่วน เราตั้งใจจะออกจากโรงแรมซึ่งอยู่นอกเมืองแต่เช้า แต่ยังไงซะก็ต้องกินอาหารเช้าโรงแรมซะก่อน

สถานีรถไฟต้นทางหน้าโรงแรมที่พัก

ห้องอาหารเปิดเจ็ดโมงตรงเป๊ะ กว่าจะอิ่มท้อง นั่งรถไฟสาย Keisei Line ไปต่อสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน ซื้อตั๋ว Tokyo Metro แบบ One Day Ticket ขึ้นสถานีโน้นลงสถานีนี้ตะพึดตะพือตลอดวันคนละ 1,000 เยน กว่าจะถึงสถานีโตเกียวก็เลยเก้าโมงไปแล้ว อดลิ้มรสบนรถไฟในชั่วโมงเร่งด่วน

เมื่อกลับมาเลยมาหาคลิปดูว่า บรรยากาศการขึ้นรถไฟในชั่วโมงเร่งด่วนในโตเกียวเป็นไง

เห็นคลิปนี้แล้วบอกตัวเองว่า ถึงไปทันชั่วโมงเร่งด่วนคงได้แต่ยืนมองแล้วคิดถึงภาพตัวเองกำลังจัดกระเป๋าเดินทางที่ต้องยัดสัมภาระทุกอย่างลงกระเป๋าแล้วปิดมันให้ได้ นอกจากจะแย่งอากาศกันหายใจแล้วยังเป็นอันตรายต่อหัวแม่เท้าและอะไรต่อมิอะไรด้วย ที่สำคัญ การที่เราเบียดเขาขึ้นไปได้หนึ่งคนหมายความว่าจะมีคนญี่ปุ่นหนึ่งคนตกรถไฟขบวนนี้ เจ็ดโมงถึงเก้าโมงเช้าวันทำงานพื้นที่ทุกกระเบียดบนรถไฟยามนี้ช่างมีความหมายจริงจริง

ถึงขนาดมีคนเขียนเรื่อง " Train Wars: 10 Ways To Get A Seat On A Packed Commuter Train In Japan" ลองเสิร์ชเข้าไปอ่านเล่นนะคะ เผื่อคนกรุงเทพฯจะเก็บมาใช้มั่ง

.............

แผ่นดินไหวครั้งร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นหลังสงครามโลกครั้งที่สอง 11 มีนา 2554(2011) ชายฝั่งทะเลตะวันออกของญี่ปุ่น ตามมาด้วยสึนามิ และโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ระเบิดเกิดการรั่วไหลของสารกัมมันตภาพรังสี มีผู้เสียชีวิตรวมผู้สูญหายกว่าสองหมื่นคน สาธารณูปโภคยับเยิน ขณะที่เศรษฐกิจญี่ปุ่นกำลังมีปัญหาอยู่ด้วย ประชาคมโลกมองญี่ปุ่นด้วยความเป็นห่วงว่าจะใช้เวลาฟื้นตัวช้าเร็วเพียงใด มีผู้เขียนบทวิเคราะห์ไว้มากมายหลายมุมมอง ดิฉันชอบบทความของ T.R.Reid นักเขียนและอดีตผู้บริหารสำนักงาน The Washington Post ในโตเกียวและลอนดอน ในหนังสือ "Reimagining Japan..The Quest For The Future At Works" เรื่อง "The Power Of Gaman" T.R.Reid อยู่ญี่ปุ่นมานานและรู้จักคนญี่ปุ่นดีทีเดียว มั่นใจว่าคนญี่ปุ่นจะช่วยกันฟื้นฟูชาติให้กลับมาสู่ภาวะที่เข้มแข็งได้ใหม่ในเวลาไม่นานนัก ด้วยพลังของ "Gaman" ดิฉันไม่ทราบว่าคำนี้ญี่ปุ่นออกเสียงอย่างไร มันคือ"รหัสซามูไร" ที่มีอยู่ในตัวคนญี่ปุ่น หมายถึง"การยอมรับความยากลำบากโดยไม่ปริปากบ่น คีบรองเท้าให้แน่นแล้วเดินไปไม่ว่าหนทางข้างหน้าจะสาหัสเพียงใด"

เพราะคนญี่ปุ่นผ่านการสูญเสียมามากมาย จากสงครามโลกครั้งที่สองซึ่งทำให้คนญี่ปุ่นกว่า 5 ล้านคนเสียชีวิต และอีกครึ่งประเทศกลายเป็นคนไร้บ้าน ใช้กระดาษหนังสือพิมพ์เก่าเป็นเครื่องนุ่งห่มแทน ขาดแคลนอาหารและพลังงาน หลังจากนั้นเพียงสี่ทศวรรษญี่ปุ่นกลับมาผงาดเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอันดับสองของโลก เพราะความขยัน ประหยัด อดทน การฟื้นตัวจากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่โกเบปี 2538(1995) มีผู้เสียชีวิตน้อยกว่าภัยพิบัติ March 11 คือ 6,500 คนแต่ยับเยินไม่น้อยเลย เพราะเป็นศูนย์กลางการส่งออก การคมนาคม โรงงานอุตสาหกรรมใหญ่พังนับร้อยโรง แต่เพียง 12 สัปดาห์หลังจากนั้นรถไฟหัวกระสุนชินคันเซ็นก็กลับมาให้บริการได้ใหม่ กำลังใจคนญี่ปุ่นกลับมาอย่างเร็ว และไม่กี่เดือนจากนั้นยอดการส่งออกนำเข้าก็กลับมาเหมือนเดิม...ทั้งหมดนั้นด้วยพลังของ "Gaman" ที่กำหนดความเป็นตัวตนของคนญี่ปุ่น

T.R. Reidเล่าว่า หนึ่งวันหลังจากแผ่นดินไหวที่โกเบ เขาเดินทางไปในพื้นที่ด้วยความยากลำบากเห็นหญิงวัยกลางคนคนนึงสวมชุดผ้าตาหมากรุกสีเขียว เล่าให้ฟังถึงนาทีวิกฤติว่า เธอเห็นหลังคาบ้าน ข้าวของเครื่องใช้ ถล่มลงมาอยู่บนเตียงนอนต่อหน้าต่อตาของเธอแล้วคิดว่า "โชคดีนะที่รอดชีวิตมาได้" เธอขี่จักรยานออกมาเพื่อส่งนมเปรี้ยว"ยาคูลท์"ให้ลูกค้าของเธอตามปกติ ชุดตาหมากรุกสีเขียวนั้นคือชุดยูนิฟอร์มของสาวยาคูลท์นั่นเอง... "The work must go on" ...น่านับถือในหัวจิตหัวใจจริงๆค่ะ

T.R.Reid ยังเล่าถึงลูกสาวของเขาด้วยว่า ตอนที่ลูกสาวเขาเรียนประถม 3 โรงเรียนรัฐบาลในโตเกียว วันนึงหนู Kate กลับมาบ้านมาเล่าข่าวด้วยความตื่นตระหนกว่า "แย่แล้วค่ะพ่อ! วันนี้คุณครูบอกว่า ประเทศญี่ปุ่นเป็นแค่เกาะเล็กๆ ทรัพยากรอะไรก็ไม่มี ถ้าเราไม่ทำงานหนักที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ เห็นทีประเทศญี่ปุ่นที่น่าสงสารจะไปไม่รอดแน่ๆ" .. (หน่อผุดแปลและเล่าต่อ)

(ภาพจากอินเทอร์เน็ต)

...................

สภาพความหฤโหดจนมีคนเรียกว่าเป็น”สงคราม”รายวันบนรถไฟในโตเกียวคงจะเป็นอีกหนึ่งในความอดทนที่คนญี่ปุ่นต้องเผชิญทุกเช้าเพื่อเข้าทำงานให้ทันเวลาให้ได้ บางคนบอกมันคือสึนามิมนุษย์ จึงแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าว่าอย่าดีกว่า

ดิฉันจึงได้ขึ้นรถไฟในโตเกียวที่โล่ง เงียบ สบาย ไม่มีเสียงจ๊อกแจ๊กจอแจให้ได้ยิน ไม่มีเสียงโฆษณาจากจอโทรทัศน์ในรถไฟ ไม่รกไปด้วยป้ายโฆษณาจนตาลาย เหมือนในรถไฟฟ้ากรุงเทพฯ โถงทางเดินในสถานีรถไฟใต้ดินสะอาดมาก

ก่อนลงไปยังสถานีรถไฟอาซากุสะ สัญลักษณ์ของสถานีนี้จำลองโคมไฟสีแดงแห่งวัดอาซากุสะมา

โถงระหว่างทางเดินที่สถานีรถไฟใต้ดินอาซากุสะ เป็นผนังเซรามิกแสดงเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ วิถีชีวิตของคนญี่ปุ่นในอดีต

ถ้าทำเป็นไม่เคยรู้เคยเห็นว่าสภาพการโดยสารรถไฟในชั่วโมงเร่งด่วนเป็นอย่างไร.. เราจะเห็นคนญี่ปุ่นเข้าแถวเรียงหนึ่งอย่างเป็นระเบียบซะทุกที่

ดิฉันถ่ายรูปคนมาน้อย คนญี่ปุ่นถือในความเป็นส่วนตัวมาก ได้แต่แอบสังเกตดูว่าคนญี่ปุ่นเขาทำอะไรกันบนรถไฟกันบ้างนะ

นั่งรถไฟจากชานเมืองมากว่าจะถึงสถานีอุเอโนะเกือบชั่วโมง แอบดูพฤติกรรมบนรถไฟของคนญี่ปุ่น บ้างนั่งหลับ บ้างนั่งเฉย บ้างนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ที่พับให้มันเล็กซะก่อนเพื่อจะได้ไม่เกะกะคนนั่งข้างๆ ดิฉันสังเกตว่าพ็อกเก็ตบุ๊คญี่ปุ่นจะเป็นเล่มเล็กๆ เดาเอาว่าคงทำให้คนญี่ปุ่นสะดวกอ่านในที่สาธารณะได้ด้วยเพราะคนญี่ปุ่นเป็นนักอ่านตัวยง บ้างเล่นโทรศัพท์เล่นเกมมั่ง แช็ทมั่ง แต่ไม่มีใครคุยโทรศัพท์เลย คนญี่ปุ่นจะไม่พูดโทรศัพท์บนรถโดยสารสาธารณะรบกวนคนอื่น บนขบวนรถไฟมีป้ายอิเลคทรอนิคส์บอกสถานีมีทั้งภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษ บางคนขึ้นมาก็ตรงไปยังโบกี้ท้ายขบวน เข้าใจว่าน่าจะเป็นห้องเก็บเสียง

มีหนุ่มน้อยคนนึง ถ้าหน้าตาไม่บอกว่าเป็นดาวน์ซินโดรมก็คงไม่รู้เลยว่าเป็นเด็กพิเศษ เขาขึ้นรถไฟมาคนเดียว เดินทางคนเดียว ดูแลตัวเองได้เหมือนคนอื่นปกติทั่วไป คนญี่ปุ่นโดยเฉพาะในเมืองใหญ่อาจถูกมองว่า"ตัวใครตัวมัน" ไม่ทักทายสนใจใครถ้าไม่ใช่คนในกลุ่มเดียวกัน แต่ดิฉันว่าเขาเป็น"ตัวเอง"มากกว่า ญี่ปุ่นออกแบบสังคมดี พยายามฝึกทุกคนให้พึ่งตนเองได้ ทำเด็กพิเศษให้เป็นเด็กธรรมดา

หนูคนนี้อ่านหนังสือระหว่างรอรถไฟ พอได้ที่นั่งบนรถไฟปุ๊บก็เอาสมุดออกมาเขียน

แม้จะมีนักวิเคราะห์ชาวตะวันตกบางคนซึ่งให้ความสำคัญกับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นด้านหลัก มองว่าญี่ปุ่นจะมีปัญหาในการรักษาสถานภาพมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอันดับต้นของโลก โดยเฉพาะยิ่งเมื่อเปรียบเทียบกับจีนที่เติบโตแบบก้าวกระโดด ทั้งการฟื้นฟูสภาพจากภัยพิบัติร้ายแรงล่าสุด และฐานะเศรษฐกิจที่มีปัญหาของญี่ปุ่น ซึ่งมีหนี้สาธารณะสูงมากเมื่อเทียบกับจีดีพี ปัญหาทางการเมืองเปลี่ยนผู้นำประเทศอย่างกับเปลี่ยนมือถือ หรือการเป็นสังคมผู้สูงอายุ อัตราการเกิดหดตัวอย่างแรง ถ้าญี่ปุ่นยังไม่ปรับตัวและจมอยู่กับ"ตัวเอง และ"เมินตะวันตก" บางคนใช้คำว่า"ญี่ปุ่นยะโส"ด้วยซ้ำ เขาว่า "Japan didn't have a "Japan" to learn from." ในที่สุดอาจตกยุคโลกาภิวัฒน์

ดิฉันว่าไม่แปลกนะถ้าญี่ปุ่นจะทบทวนตัวเองแล้วเดินช้าลง มีอาจารย์มหาวิทยาลัยในโตเกียวบางคนรณรงค์ใช้คอมพิวเตอร์ให้น้อยลงใช้เท่าที่จำเป็นและหันมาใช้กระดานชอล์กมากขึ้น ในที่สุดแล้วคนญี่ปุ่นจะเป็นผู้กำหนดทิศทางของตนเอง ไม่ว่าจะเดินช้าลงหรือเดินเร็วขึ้น พวกเขาก็ต้องเรียนรู้ที่จะมีชีวิตอยู่กับภัยพิบัติทางธรรมชาติ ป้องกันปัญหาและพัฒนาตนเองไปในทิศทางที่เหมาะสม

ประเทศไทยเราน่าเป็นห่วงกว่าญี่ปุ่นเยอะเลย หนี้สาธารณะของญี่ปุ่นล้วนเป็นหนี้ภายในประเทศ แต่บ้านเรากำลังจะซุกซ่อนหนี้เพื่อเป็นหนี้เพิ่ม ที่สำคัญดูเหมือนยังคลำหาทิศทางที่"เหมาะสม"ไม่เจอ

ดิฉันชอบบทสรุปของ T.R.Reid ถึงการฟื้นคืนชีพจากความหายนะ March 11 ว่า "ผู้ที่ฟื้นชีพให้โกเบไม่ใช่ใครคนใดคนหนึ่ง คนญี่ปุ่นทุกคนคือคำตอบ ด้วยพลังของ Gaman ในตัวของคนญี่ปุ่นนั่นเอง...The Japanese have always responded well to adversity ; the nation's long history suggests that thay can, and will, do so again."




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
ภาษาไทย วันที่ : 30/01/2012 เวลา : 15.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/snowy

เห็นด้วยกับคุณหน่อผุดค่ะ
ญี่ปุ่นจะกำหนดทิศทางของพวกเขาเอง ไม่ว่าจะเดินช้า หรือเร็ว
เชื่อว่าด้วยนิสัยของพวกเขา เขาจะผ่านอุปสรรคได้อย่างดี

Gaman คำนี้ がまん คือ ความอดทน


ประเทศไทยเรายังห่างไกล
เมื่อวานดูข่าวอองซานซุจี เห็นคลิปนางยกพูดที่ดาวอส (เธออ้างถึงอองซานด้วย)
แต่เธอจะรู้ไหมว่า อองซานจะแซงหน้าเธอ พม่าก็จะแซงไทยแล้ว ..

โหวต ๆ ให้บทความค่ะ


ปล. ชอบภาพจิตรกรรมที่สถานีรถไฟใต้ดินเช่นกันค่ะ คราวไปญี่ปุ่นก็เห็นภาพนี้ แต่ลืมถ่ายรูปเก็บไว้ ดีจังได้เห็นที่บล๊อกนี้อีกครั้ง

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
หน่อผุด วันที่ : 25/01/2012 เวลา : 09.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/korpai
'ต้นไม้ต้นเดียวไม่เป็นป่า  กระดาษแผ่นเดียวไม่เป็นหนังสือ'

คุณอ้อยดอยหล่อ
เมื่อวานเพิ่งมีข่าวเรื่องนักวิจัยญี่ปุ่นพยากรณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่ญี่ปุ่นในอีก 4 ปีข้างหน้า 7 ริกเตอร์ โอกาส 70% และอีก 30 ปีข้างหน้ามีโอกาสเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 9 ริกเตอร์ถึง 90% เขาคำนวณจากสถิติ เชื่อว่าญี่ปุ่นต้องมีแผนเตรียมรับสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี อย่างที่บอกว่าคนญี่ปุ่นทุกคนรู้ดีว่าเขาจะต้องอยู่กับความเสี่ยงเหล่านี้ตลอดไป เด็กญี่ปุ่นจึงได้รับการฝึกแผนรับภัยพิบัติกันเป็นอย่างดีทุกคน...แต่ เรื่องของธรรมชาติมันยิ่งใหญ่เหนือมนุษย์มากมายนะคะ อาจเกิดอะไรที่มนุษย์คาดหมายไม่ได้เกิดขึ้น อะไรจะเกิดก็คงต้องเกิดล่ะค่ะ ทำวันนี้ให้ดีที่สุดพอแล้ว

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
หน่อผุด วันที่ : 25/01/2012 เวลา : 09.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/korpai
'ต้นไม้ต้นเดียวไม่เป็นป่า  กระดาษแผ่นเดียวไม่เป็นหนังสือ'

คุณอายั้งคิด
คนญี่ปุ่นเขาสอนลูกหลานให้รู้จักรากเหง้าของตัวเอง เติบโตมาอย่างไร เรียนรู้ทั้งความผิดพลาดและความสำเร็จ เผชิญปัญหาอะไรมา และต่อไปต้องเผชิญกับอะไรบ้างในอนาคต เขาถึงได้มีพลังรักชาติเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน นักการเมืองไม่อาจเสี้ยมประชาชนให้แตกแยกได้ค่ะคุณอา

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 24/01/2012 เวลา : 22.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

คนญี่ปุ่นกับคนเยอรมันมีรูปการจิตสำนึกที่คล้ายคลึงกันในหลายด้าน ถ้ามีเวลา คุณหน่อผุดแวะไปสนทนาเรื่องนี้กับแม่มดสักนิดไหมคะ
http://www.oknation.net/blog/March/2012/01/24/entry-1

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
อ้อยดอยหล่อ วันที่ : 24/01/2012 เวลา : 22.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/doilor

ชอบในความมีวินัยของคนญี่ปุ่น จิตใจกล้าหาญ บางครั้งยอมสละแม้ชีวิตเพื่อประเทศชาติ เห็นได้จากเมื่อแพ้สงครามนายทหารบางคนก็ใช้มีดคว้านท้องตัวเองตายโดยไม่ยอมเป็นเชลย และจากการใช้เครื่องบินบินชนเรือรบของอเมริกาที่เรียกว่ากามิกาเซ่ ถ้าคนไทยทำได้อย่างคนญี่ปุ่นสัก50% ประเทศไทยจะไม่เป็นอย่างทุกวันนี้แน่นอน

แต่ในการทำนายเรื่อง 2012 ถ้าหากปรากฎการณ์เป็นจริงตามคำทำนายนั้น เขาว่าเกาะญี่ปุ่นจะจมหายไปทั้งหมด ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงก็ให้รู้สึกเสียดายมนุษย์ชาตพันธ์หนึ่งที่ต้องมาสูญเสียไปอย่างไม่น่าสูญเสีย

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 24/01/2012 เวลา : 21.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79


แม่บ้านญี่ปุ่นที่สูงวัย มักจะแต่งชุดประจำชาตินะครับ แล้วใช้เวลานั่งรถไฟคุยกันเป็นกลุ่มๆด้วยนะครับ คุณหน่อผุดก็ช่างสักเกตเสียจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 24/01/2012 เวลา : 21.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79


ภาพอย่างนี้แหล่ะ ที่ปลุกจิตสำนึกให้คนญี่ปุ่นรักชาติ หรือทำให้สำนึกถึงหน้าที่ของตนต่อประเทศชาติ ซึ่งของเราก็น่าจะจัดทำบ้างครับ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 24/01/2012 เวลา : 21.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

พอคนญี่ปุ่นเขารู้สึกว่า เอ ! ประเทศญี่ปุ่นน่าจะฟื้นตัวแล้วนะ ก็จะปรากฏว่าประเทศของเขารุดหน้าไปกว่าเดิมนับร้อยเท่าพันทวีไปแล้วนะครับ ........ ผมหมายถึงคนญี่ปุ่นเมื่อถึงคราวต้องช่วยกันทำงานสร้างชาติ เขาก็ก้มหน้าทำกันอย่างไม่ลืมหูลืมตาน่ะครับ แล้วไม่มีใครชมด้วยซ้ำไปครับ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
naive วันที่ : 24/01/2012 เวลา : 21.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wickedgirl

รถไฟฟ้าไทยก็เริ่มแออัดกันแล้วเหมือนกันค่ะ หวังว่าคงจะไม่อัดกันมากขนาดนี้ในอนาคต

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
หน่อผุด วันที่ : 24/01/2012 เวลา : 19.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/korpai
'ต้นไม้ต้นเดียวไม่เป็นป่า  กระดาษแผ่นเดียวไม่เป็นหนังสือ'

"แต่โชคร้ายที่เรามักรับความเจริญด้านวัตถุมาใช้แบบเต็ม ๆ โดยไม่ได้สนใจที่จะกลั่นกรองว่าอะไรเหมาะสมหรือไม่เหมาะสมสำหรับสังคมไทยเรานะครับ "
.........
เห็นด้วยกับคุณชาลีค่ะ คนไทยเราต้องหันมองข้างในตัวเองบ้าง เรามีสิ่งดีดีอยู่มากมาย แต่บางทีเราลืมให้คุณค่า แล้วเห่อตามกระแสอย่างไร้สติ

ขอบคุณทุกท่านมีแวะเวียนมาอ่าน และลงบันทึกไว้เป็นหลักฐานด้วยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
คิดนอกกรอบ วันที่ : 24/01/2012 เวลา : 16.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kiddi


ความคิดเห็นที่ 5 (0)
Ae^ วันที่ : 24/01/2012 เวลา : 15.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chae-reu-mai

พี่ญุ่นเขามีระเบียบวินัยค่ะไม่เหมือนคนไทย

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ลุงตุ่ย วันที่ : 24/01/2012 เวลา : 14.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/THAMRONG

ญี่ปุ่นมีพลังGaman

ของไทยมีแต่โกงแม่_งตลอดครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
คนปทุมรักสุขภาพและครอบครัว วันที่ : 24/01/2012 เวลา : 14.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jarinasa

คนญี่ปุ่นอดทน มีระเบียบวินัยที่ดี คนไทยได้ตรงนี้ของคนญี่ปุ่นจะดีมากเลยครับ ..

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
คนช่างเล่า วันที่ : 24/01/2012 เวลา : 13.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องประวัติศาสตร์ ในอดีตที่ผ่านมา เพื่อเสริมสร้างจริยธรรมคุณธรรม

แวะมาเทียวญี่ปุ่นด้วยคนครับ
ญึ่ปุ่น ชาวญี่ปุ่นมีวินัยดีมาก

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
BlueHill วันที่ : 24/01/2012 เวลา : 11.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ประเทศไทยเราโชคดีที่ีมีชาติที่เจริญก้่าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีอย่างญี่ปุ่นและัสหรัฐอเ้มริกา เป็นตัวอย่างให้ศึกษาผลดี+ผลเสียของการพัฒนาประเทศ

แต่โชคร้ายที่เรามักรับความเจริญด้านวัตถุมาใช้แบบเต็ม ๆ โดยไม่ได้สนใจที่จะกลั่นกรองว่าอะไรเหมาะสมหรือไม่เหมาะสมสำหรับสังคมไทยเรานะครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน