• วรากิจ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : warakijscifi@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-04
  • จำนวนเรื่อง : 19
  • จำนวนผู้ชม : 25863
  • ส่ง msg :
  • โหวต 9 คน
วรากิจ เพชรน้ำเอก
เป็นบล็อคที่นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับนิยายวิทยาศาสตร์
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/warakijscifi
วันพฤหัสบดี ที่ 10 พฤษภาคม 2550
Posted by วรากิจ , ผู้อ่าน : 833 , 13:35:43 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

              ท้องฟ้าชายทะเลยามนี้มืดมิดราวกับคลุมด้วยผืนผ้ากำมะหยี่สีดำสนิท  หากแสงระยิบระยับของดวงดาวราวกับแสงเทียนที่ลอยอยู่เต็มแม่น้ำในคืนวันลอยกระทงก็ตรึงสายตาของน้อยที่เงยหน้าขึ้นมองดูความตระการตาของหมู่ดาวจากหน้าต่างด้วยความตื่นเต้นอย่างกับว่าเขาเพิ่งเคยเห็นดวงดาวเป็นครังแรกในชีวิต  แต่เปล่าหรอก  น้อยเห็นดวงดาวบนท้องฟ้าอยู่ทุกค่ำคืนนั่นแหละ  เพียงแต่เขาไม่เคยเห็นดวงดาวมากมายเช่นนี้มาก่อนเลย  ท้องฟ้ายามค่ำคืนในกรุงเทพฯช่างแตกต่างจากท้องฟ้าในชนบทอันห่างไกลเหลือเกิน

          “สวยจังเลยนะ”  น้อยเอ่ยขึ้นแผ่วเบาราวกับกลัวว่าดวงดาวสวยๆบนท้องฟ้าจะตกใจจนหนีหายไปหมด

        

          “นี่ล่ะ  ถึงจะเป็นท้องฟ้าจริงๆ  ฉันรู้สึกเหมือนกับว่าท้องฟ้าที่บ้านเป็นของปลอมอย่างนั้นแหละ”

        

          ส้มหัวเราะ  การมาเที่ยวพักผ่อนกับครอบครัวในวันนี้ทำให้เธอมีความสุขและสนุกที่สุด

         

          “ส้มลองตั้งใจจ้องมองดาวสักดวงนานๆดูสิ”

         

          น้อยบอก

       

          “ทำไมหรือ?”

         

         “เราจะรู้สึกเหมือนกับว่า  ดาวดวงที่เราจ้องอยู่จะเคลื่อนที่วนไปวนมา”

       

        ส้มลองทำตาม  เธอเพ่งมองดาวดวงหนึ่งที่ลอยอยู่เหนือศีรษะ  สักพักเธอก็เริ่มเห็นดาวดวงนั้นเคลื่อนไหวไปมาราวกับว่ามันเป็นวัตถุอะไรสักอย่างที่เคลื่อนที่ได้  

       

        “จริงด้วย  ดูสิ  มันวนไปวนมาอย่างที่พี่น้อยบอกจริงๆ”

           

         “บางคนก็เลยคิดว่ามันเป็นจานบินจากนอกโลก

       

       “แล้วทำไมมันเคลื่อนที่ได้ล่ะ?”

      

       “คงเป็นเพราะสายตาของเราเมื่อยล้าเวลาเพ่งดวงดาวที่เป็นจุดเล็กๆนานๆทำให้บังคับสายตาให้อยู่นิ่งๆไม่ได้มั้ง”

       

       “อาจจะจริงของพี่น้อยนะ  แต่พี่น้อยดูดาดววนั้นสิ      มันสว่างมากแล้วก็กำลังเคลื่อนที่พุ่งลงมาจากท้องฟ้า”

        

      ส้มชี้ให้พี่ชายดูดวงไฟสีขาวเจิดจ้าขนาดเท่าลูกฟุตบอลล์ดวงหนึ่งกำลังเคลื่อนที่ลงมาจากท้องฟ้าและลอยต่ำลงมาเรื่อยๆจนใกล้ยอดเขาซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก  น้อยมองดูดวงไฟดวงนั้น  หัวใจของเขาเต้นตุ๊บๆด้วยความตื่นเต้น

       

      “นั่นไม่ใช่ดวงดาวหรอก  มันเหมือนกับอุกกาบาตที่เคยเห็นตอนที่มีฝนดาวตกมากกว่า  แต่ดวงนี้มันใหญ่มากเลยนะ  พี่ไม่เคยเห็นดาวตกใหญ่เท่านี้มาก่อนเลย”

        

      ทั้งคู่มองตามดวงไฟลึกลับดวงนั้นจนกระทั่งมันหายลับไปหลังยอดไม้และเกิดเป็นแสงไฟสว่างวาบขึ้น

          

      “มันตกหลังต้นไม้นั่นไง”  ส้มบอก  ต้นไม้ใหญ่ดำทะมึนอยู่ห่างเรือนที่พักไม่ไกลนัก  “เราไปดูกันดีมั้ย?”

       

      น้อยนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง

        

       “เอาไว้ตอนเช้าจะปลอดภัยกว่า  บางทีเราอาจจะได้พบหินอุกกาบาตก็ได้”

      

      “นอนเถอะลูก”  เสียงคุณแม่ร้องเรียก

     

       “แม่ครับ  เราเห็นดาวตกตรงโน้น”  น้อยรายงาน

      

       “งั้นหรือจ๊ะ?  ท้องฟ้าโปร่งๆตามต่างจังหวัดเราก็มักจะเห็นดาวตกได้บ่อยๆ  แต่มันก็คงเสียดสีกับอากาศจนลุกไหม้ไปหมดแล้วล่ะ”

...............

     

       น้อยนอนพลิกตัวไปมาด้วยความกระวนกระวายใจ  เขาเหลือบมองดูต้นไม้ต้นนั้นอีกครั้ง  คราวนี้เขาเห็นแสงสว่างสีเขียวใสกระพริบๆอยู่ที่นั่น 

        

       “นอนไม่หลับเหรอพี่น้อย?”  ส้มระซิบถาม  เธอเองก็นอนไม่หลับเหมือนกัน

      

      น้อยไม่ตอบแต่ชี้ให้น้องสาวดูแสงสีเขียวนั่น  รู้สึกเหมือนมีตัวอะไรกระโดดโลดเต้นอยู่ในหัวใจดังตึ๊กตั๊ก  ทั้งสองรีบมุดเข้าไปใต้ผ้าห่ม  แต่น้อยเลิกชายผ้าขึ้นแล้วมองฝ่าความมืดมิดออกไป  แสงสีเขียวหายไปแล้ว  หากทิ้งความครุ่นคิดและความอยากรู้อยากเห็นเอาไว้ในสมองของน้อยจนกว่าจะข่มตาให้หลับลงได้ก็เกือบเช้าทีเดียว 

...............

         

       ดวงอาทิตย์ลอยอยู่เหนือต้นไม้ต้นนั้น  พ่อกับแม่รออยู่ที่โต๊ะอาหาร  น้อยกับส้มเงียบผิดปรกติไม่คุยเล่นกันเหมือนอย่างเคย  

         

       “เห็นแม่บอกว่าน้อยกับส้มเห็นดาวตกเมื่อคืน”  พ่อพูดขึ้นก่อน

       

       “ใช่ครับ  ตกหลังต้นไม้โน่น  ผมกับส้มออกไปดูได้ไหมครับ?”

      

       “ได้สิ  แต่ถ้าเจอะกับมนุษย์ต่างดาวลูกก็ชวนเขามากินข้าวกับเรานะ”

      

        พ่อหัวเราะ

...............

         

       ต้นไม้ต้นนั้นอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าวเท่านั้น  แต่น้อยกับส้มกลับรู้สึกว่ามันไกลเหลือเกิน  สองพี่น้องขยับใกล้เข้าไปทีละนิด  ลำต้นของมันใหญ่มาก  น้อยกับส้มเดินอ้อมกันไปคนละด้านและมาพบกันที่หลังไม้ใหญ่  และพบกับอะไรบางอย่างซึ่งมีรูปร่างอันแปลกประหลาดโผล่ออกมาจากพื้นดิน  มันมีขนาดเท่ากับลูกฟุตบอล ผิวสีดำมันวาว  และเปล่งแสงสีเขียวเรืองๆออกมาเหมือนที่น้อยเห็นเมื่อคืนนี้

     

        “ส้มว่าเราไปบอกพ่อกับแม่ดีกว่า”

        

       ส้มเกาะแขนพี่ชายแน่นและพูดด้วยเสียงสั่นเครือ  แต่ยังไม่ทันที่เธอจะหันหลังกลับ  เสียงวี๊ดเบาๆก็ดังขึ้น  แล้วอะไรบางอย่างก็โผล่ออกมาจากรูเล็กๆบนวัตถุนั้น  มันเป็นท่อโลหะเล็กๆขนาดหลอดดูดน้ำที่ส่ายไปมาอย่างกับงู  มันยืดยาวออกมาเรื่อยๆสูงขึ้นมาจนถึงใบหน้าของเด็กทั้งสอง  ที่ปลายท่อมีวัสดุคล้ายแก้วใสซึ่งมีแสงสีขาวส่องสว่างออกมาเหมือนไฟฉาย  มันหยุดอยู่ตรงหน้าของน้อยพร้อมกับกระพริบไฟเปลี่ยนเป็นแสงสีต่างๆครู่หนึ่งแล้วก็ย้ายไปหยุดที่ใบหน้าของส้มและกระพริบไฟสีอีก  สองพี่น้องยืนตัวแข็งเกร็ง  นัยน์ตาจ้องมองไปที่ปลายท่อนั้น  ทันใดนั้น  ท่อเล็กๆอีกสองท่อก็ยืดออกมาจากลูกบอลล์สีดำลึกลับจากท้องฟ้า  คราวนี้มันเลื้อยพร้อมกับส่องแสงกระพริบๆไปทั่วทั้งร่างกายของสองพี่น้องแล้วแผ่นสี่เหลี่ยมบางๆก็โผล่ขึ้นมาอีก  มันดูคล้ายกับจอของเครื่องรับโทรทัศน์ไม่มีผิด  แล้วภาพบางอย่างก็ปรากฏขึ้นบนจอนั้น  มันคือภาพของน้อยและส้มที่หมุนไปรอบๆนั่นเอง

        

       “มนุษย์เด็ก  ชายอายุสิบปีโลก  และหญิงอายุเก้าปีโลก  ปี๊ด.....ปี๊ด.....”  เสียงพูดแหลมเล็กดังออกมาจากจอภาพ  

       

        “มันพูดได้ด้วย”  ส้มกระซิบบอก  “เราน่าจะลองคุยกับมันดูนะ”

        

       ทันใดนั้นเอง  ลำแสงสีขาวเจิดจ้าพุ่งขึ้นมาจากวัตถุลึกลับแล้วภาพบางอย่างก็ปรากฏขึ้น  มันคือภาพของน้อยอีกคนหนึ่งขนาดเท่าคนจริงๆนั่นเอง

       “นายเป็นใครกัน?”  น้อยร้องถาม  เขามองดูตัวเองอีกคนหนึ่งด้วยความตกตะลึง

       

       “นายเป็นใครกัน?”  น้อยอีกคนพูดตาม  แต่แล้วร่างของน้อยอีกคนก็เริ่มพร่ามัวก่อนที่จะกลับกลายเป็นร่างของส้มแทน

    

        “มันเปลี่ยนร่างเป็นส้มแล้ว”  ส้มร้องเสียงหลง  

    

       “มันเปลี่ยนร่างเป็นส้มแล้ว”  มันพูดตามอีก  แล้วก็พร่ามัวอีก  คราวนี้มันกลายเป็นต้นไม้  วัว  สุนัข  แมว  นก  แล้วก็ม้า

     

        น้อยก้มลงหยิบก้อนหินจากพื้นขึ้นมาและขว้างใส่เจ้าตัวประหลาดเต็มแรง  ก้อนหินทะลุผ่านร่างซึ่งขณะนี้ได้กลายเป็นร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งไปราวกับทะลุผ่านเงา

       

       “มันป็นแค่ภาพลวงตา”  น้อยบอก  เขายื่นแขนตรงไปข้างหน้า  และแขนของเขาก็ทะลุผ่านร่างของชายหนุ่มเหมือนผ่านอากาศว่างเปล่า  แล้วภาพของหญิงชราก็ปรากฏขึ้นแทนที่  และเปลี่ยนเป็นภาพตัวการ์ตูนโดราเอมอนและมิคกี้เม้าส์กับภาพอื่นๆอีกนับไม่ถ้วนก่อนที่ภาพสุดท้ายจะเลือนหายไปพร้อมกับลำแสงสีขาวเจิดจ้าที่หดกลับเข้าไปในวัตถุลึกลับนั่น  แต่แล้ว  ดวงไฟเล็กๆสีเขียวก็ลอยขึ้นมาจากช่องวงกลมที่เปิดออกและกลายเป็นร่างของอะไรบางอย่างคล้ายเด็กคนหนึ่งซึ่งมีผิวสีเขียวอ่อน  เขาสวมเครื่องแต่งกายสีเงินแวววาวราวกับถักทอด้วยเส้นใยโลหะนัยน์ตากลมโตอันดำสนิทจ้องมองมาที่น้อยกับส้ม

      

        “เธอเป็นใครกันน่ะ?”  น้อยถามและขยับถอยห่างออกไปด้วยความตกใจ

         

       “ฉันชื่อดาด้า  ฉันมาจากดวงดาวในอีกจักรวาลหนึ่งซึ่งไกลจากจักรวาลของเธอมากเพื่อมาศึกษาดวงดาวของเธอ  แต่ระบบนำทางของฉันขัดข้อง  ฉันจึงนำยานกลับดวงดาวของฉันไม่ได้”  สีหน้าของดาด้าดูเศร้าลงทันที

   

       “แล้วเธอเข้าไปอยู่ในยานขนาดเท่าลูกบอลนั่นได้อย่างไรกัน?”  ส้มถามบ้าง

        

        “พวกเราเปลี่ยนอนุภาคของร่างกายให้กลายเป็นพลังงานซึ่งเล็กเท่าเม็ดทรายน่ะสิ  ทำให้เราไม่ต้องสร้างยานพาหนะลำโตๆเหมือนอย่างในโลกของเธอ”  เด็กจากต่างดาวตอบ  “ว่าแต่ว่า  เธอจะช่วยซ่อมระบบนำทางของเราได้หรือเปล่า?”

       

        “ฉันเคยแต่ซ่อมรถบังคับวิทยุ  แต่บางทีพ่ออาจจะช่วยเธอได้นะ  พ่อของฉันคือด็อคเตอร์ศรัณย์  พ่อเป็นวิศวกรอวกาศ"  น้อยบอก     

    

        “เยี่ยมไปเลย  ยานของฉันคงใช้การได้ก่อนที่ประตูมิติอวกาศจะปิดนะ  ไม่อย่างนั้นฉันอาจจะกลับดวงดาวของฉันไม่ได้อีกเลย”  

     

        “แย่จัง  พวกเราจะพยายามหาทางช่วยเธอให้กลับบ้านให้ได้”  ส้มกอดดาด้าเพื่อปลอบใจ  ร่างกายของดาด้ามีกลิ่นหอมอ่อนๆจนเธออยากจะกอดอยู่อย่างนั้นนานๆ

      

         “มนุษย์บนดวงดาวของเธออาบน้ำด้วยอะไรนะ  ถึงได้มีกลิ่นหอมอย่างนี้”

         

        “อาบน้ำ!?.....พวกเราไม่เคยอาบน้ำเลยจนตลอดชีวิต  เราทำความสะอาดร่างกายด้วยแสงสีขาวจากดาวฤกษ์เพอร์ซูกับก๊าซที่พวกเธอเรียกว่าโอโซน”

       

        “จริงเหรอ.....ฉันอยากให้โลกของเราเหมือนดวงดาวของเธอจัง”  น้อยหัวเราะ

...............

       

          ลูกบอลโลหะจากอวกาศเรืองแสงสีเขียววาบๆออกมาอีก  พ่อกับแม่จ้องมองมันอย่างไม่ไว้ใจเท่าไรนัก  จนกระทั่งมันฉายภาพต่างๆอย่างที่เคยทำให้น้อยกับส้มดู  อันที่จริงมันก็เพลินดีเหมือนกำลังดูทีวีดาด้าปรากฏร่างขึ้นแล้วยิ้มให้อย่างเป็นมิตรหลังจากการแสดงภาพจบลง  มันคล้ายกับว่าการฉายภาพต่างๆเป็นการแนะนำตัวก่อนที่เขาจะออกมาจากยาน

      

          “เขาชื่อดาด้าครับพ่อ”  น้อยแนะนำเพื่อนจากดวงดาวอันไกลโพ้น

     

         “เธอคงไม่เป็นอันตรายกับพวกเราหรอกนะ”  แม่พูดกับเด็กจากต่างดาว

      

         “มนุษย์บนดวงดาวของเราไม่เคยทำร้ายใคร  นอกจากแมลงวูปีโดที่ชอบกินยานอวกาศเป็นอาหาร”

       

        “เอ้อ!.....ลูกของเรา.....บอกว่า.....ระบบนำทางยานของเธอ.....เสีย”  ดร.ศรัณย์พูดกับดาด้า

        “เหลือเวลาอีกสามชั่วโมงบนโลกของท่าน  ประตูมิติอวกาศก็จะปิด  หวังว่าท่านคงช่วยซ่อมยานของผมได้ทันเวลานะ”  

      

        “แต่ฉันไม่มีความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีบนดวงดาวของเธอเลยนี่?”  ดร.ศรัณย์ถาม

       

         ดาด้าหันไปทางเครื่องคอมพิวเตอร์ของพ่อที่เปิดทิ้งเอาไว้  เขากดปุ่มสีแดงที่ปลอกข้อมือของเขา  ทันใดนั้น  ลูกบอลล์จากอวกาศก็ยิงลำแสงสีแดงพุ่งตรงไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์  ภาพบางอย่างปรากฏขึ้นบนจออย่างชัดเจน  มันเป็นภาพวงจรของระบบนำทางอันซับซ้อนของยานอวกาศของเขานั่นเอง  พ่อนั่งลงตรงหน้าจอแล้วเริ่มศึกษาระบบนำทางด้วยความสนใจ  

       

        “วิทยาการของเธอก้าวหน้ากว่าโลกของเรามาก  เอาล่ะฉันจะลองดูนะ”

...............

    

        เวลาเหลือน้อยเต็มทีและประตูมิติอวกาศกำลังจะปิดลง  ดร.ศรัณย์ยังคงค้นหาจุดที่เกิดความเสียหายในระบบนำทางอย่างเคร่งเครียด  มันยากกว่าที่เขาคิด  มันเป็นระบบวงจรที่เล็กและซับซ้อนที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมา  มันมีขนาดเท่ากับจุดๆหนึ่งที่ใช้ปากกาจุดลงบนกระดาษเท่านั้น  แต่มันสามารถควบคุมการเดินทางของยานอวกาศข้ามจักรวาลที่กว้างใหญ่เป็นล้านๆๆกิโลเมตรได้อย่างไม่น่าเชื่อ  เวลาเหลืออีกไม่มากนัก  ดาด้าเริ่มกระวนกระวายใจ  เขาเดินไปเดินมา  หยุดมองดูดร.ศรัณย์  แล้วก็เดินไปเดินมาอีก

     

         “บางทีระบบนำทางของเธอคงถูกไวรัสโจมตีก็ได้”  

     

         “ไวรัส?  มันเป็นผู้ก่อการร้ายอวกาศหรือว่าหน่วยค้นหามนุษย์ต่างดาวกันแน่”  สีหน้างุนงงจนผิวซีดจางเมื่อดาด้าได้ยินชื่อซึ่งไม่เคยรู้จักมาก่อน

        

        “เอ้อ!.....คือ  มันเป็นโปรแกรมที่ทำลายระบบคอมพิวเตอร์ให้เสียหาย  บางทีเธออาจจะเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ของใครสักคนบนโลก  เลยถูกโปรแกรมไวรัสทำลายระบบนำทางน่ะ”  น้อยช่วยอธิบาย

      

         “อาจจะจริง  ฉันเคยเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์บนดาวดวงนี้เพื่อค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับโลกของเธอจริงๆนั่นแหละ”

     

         ดาด้านึกขึ้นได้  แล้วเสียงพูดซึ่งไม่มีใครฟังออกก็ดังออกมาจากยานอวกาศของเขา

       

          “เสียงอะไรน่ะ?”  ส้มถามด้วยความสงสัย

        

         “ระบบเตือนภัยเตือนว่า  หากฉันไปที่ประตูมิติอวกาศในอีก 30 นาทีโลกนี้  ฉันจะต้องติดอยู่บนโลกจนกว่าประตูมิติอวกาศจะเปิดออกอีกครั้งหนึ่ง.....อาจจะหนึ่งปีโลก.....ห้าปีโลก.....ห้าสิบปีโลก.....หรือไม่ก็.....ตลอดไป”

    

         “ไม่ต้องห่วง  พ่อกำลังหาทางช่วยเธออยู่  เอาอย่างนี้  เธอช่วยเล่าเรื่องดวงดาวของเธอให้เราฟังได้ไหม?”  น้อยปลอบดาด้าให้หายวิตกกังวล  เขาพยายามชวนเพื่อนจากต่างดาวคุยเพื่อให้ลืมเรื่องยานอวกาศเสีย”

        

         “ดวงดาวของฉันชื่อดาวปีนาโตลีนเจอราเบน  ดวงดาวของฉันเป็นดาวเคราะห์เพียงดวงเดียวในจักรวาลนานาดีรีจียาโนที่มีสิ่งมีชีวิตเหมือนกับที่โลกของเธอก็เป็นดาวเคราะห์ดวงเดียวที่มีสิ่งมีชีวิตในระบบสุริยจักรวาลแห่งนี้”

       

          แม่ยกถาดไอศกรีมมาแจกทุกๆคน  เธอยื่นถ้วยไอศกรีมสามรสซึ่งราดด้วยช็อคโกแล็ตที่ด้านบนให้กับดาด้า

        

         “ทานไอศกรีมก่อนก็แล้วกันนะในระหว่างที่รอ”

     

         ดาด้าตักไอศกรีมเข้าปาก  เขายิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ

     

         “อร่อยมากจริงๆ  ฉันไม่เคยกินอะไรที่อร่อยอย่างนี้มาก่อนเลย”  เขาพูดอย่างตื่นเต้นแล้วตักไอศกรีมกินจนหมดถ้วย

       

          “แล้วบนดาวของเธอมีต้นไม้หรือป่าเหมือนที่นี่หรือเปล่า?”  ส้มถาม

      

        “มีแต่ไม่เหมือนต้นไม้บนโลกของเธอหรอกนะ  เพราะดวงดาวที่ฉันอยู่เป็นดาวน้ำแข็ง  พื้นผิวดวงดาวเป็นน้ำแข็งหมดทั้งดวง  ต้นไม้ที่นั่นจะมีขนหนานุ่มห่อหุ้มลำต้นและใบเพื่อป้องกันความหนาวเย็น”

        

        “ดวงดาวของเธอเป็นน้ำแข็งอย่างนั้นเรอะ?” 

      

        พ่อเอ่ยถามคล้ายกับคิดอะไรบางอย่างออก

      

         “ใช่  เราจึงสร้างทุกสิ่งทุกอย่างให้เหมาะสมกับสภาพอันหนาวเย็นของดวงดาวของเรา”

       

         “ใช่แล้ว” 

พ่อตะโกนขึ้นอย่างดีใจ  “ฉันพอจะเดาออกแล้วล่ะว่า  ทำไมระบบนำทางของเธอถึงได้เสียหาย”

       

        “ดีจริงๆ  ท่านคงรู้วิธีที่จะซ่อมยานของผมแล้ว”

    

        “ความร้อนนั่นเอง  โลกของเราร้อนเกินไปสำหรับยานอวกาศของเธอ  อุณหภูมิที่สูงเกินไปทำให้ระบบนำทางของเธอขัดข้อง"

     

        “แล้วเราจะทำยังไงดีครับพ่อ?”  น้อยถาม

     

        พ่ออุ้มยานอวกาศของดาด้าขึ้นมา  แล้วตรงไปที่ตู้เย็น  เขาใส่มันเข้าไปในช่องแช่แข็งชั้นบนสุด 

     

        “จริงด้วยสิ  ผมไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อนเลย”  ดาด้าพูดขึ้นด้วยความตื่นเต้นและดีใจ

    

        ไม่นานนัก  เสียงแหลมๆด็ดังออกมาจากยานอวกาศที่อยู่ในช่องฟรีซ  แล้วหน้าจอคอมพิวเตอร์ก็ปรากฏภาพของแผนที่อวกาศอันกว้างใหญ่

    

        “ไชโย  มันใชการได้แล้ว”  ดาด้าตะโกนลั่น

  

        “แล้วเราจะทำยังไง  ยานของดาด้าถึงจะไม่ร้อนขึ้นมาอีกคะ?”  ส้มถามพ่อ  เธอพยายามเอาใจช่วยให้ดาด้ากลับบ้านได้สำเร็จ

  

        พ่อคิดอยู่ครู่หนึ่ง  แล้วก็ยกยานอวกาศของดาด้าออกจากตู้เย็นมาวางบนโต๊ะและหยิบถาดน้ำแข็งออกมาด้วย   

  

        “เอาล่ะ  ช่วยเปิดประตูยานของเธอให้ที”    

     

         ดาด้ากดปุ่มบนแผงควบคุมที่ข้อมือ  ฝาวงกลมบนผิวลูกบอลล์โลหะก็เปิดอ้าออก  พ่อใส่ก้อนน้ำแข็งลงไปในยานอวกาศจนเต็ม  มันเย็นจัดจนมีหยดน้ำจับที่ผิวด้านนอกเลยทีเดียว

   

       น้ำแข็งคงจะพอที่เธอจะไปถึงประตูมิติอวกาศได้นะ  แต่ความหนาวเย็นในอวกาศคงช่วยป้องกันไม่ให้มันละลายได้ดีออก"  พ่อบอก

  

       “เธอรีบไปเถอะ  ก่อนที่ประตูมิติอวกาศจะปิด”  แม่พูดกับดาด้า

  

       ดาด้ายิ้ม  เขากอดน้อยกับส้มด้วยความรู้สึกขอบคุณ  เขากกอดพ่อและแม่ของน้อยกับส้มด้วย  ดาด้าโบกมือให้กับทุกคนด้วยความอาลัย  แล้วลำแสงสีขาวเจิดจ้าก็พุ่งจากลูกบอลล์โลหะจากอวกาศมายังร่างของดาด้าและร่างของเขาก็อันตรธานหายเข้าไปในยานอวกาศอย่างรวดเร็ว  ลูกบอลล์โลหะลอยขึ้นจากโต๊ะอย่างช้าๆพร้อมกับส่งเสียงหึ่งๆเบาๆ  มันลอยตรงไปยังประตู  ทุกคนตรงไปที่ประตูทันที  น้อยเปิดประตูออก  และแล้ว  ลูกบอลล์โลหะจากอวกาศก็ลอยสูงขึ้นๆ  มันพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าและหายวับไปในพริบตา

    

       ทุกคนกลับเข้ามาในบ้านอีกครั้งด้วยความรู้สึกทั้งดีใจและคิดถึง  ทันใดนั้นเอง  จอคอมพิวเตอร์ก็ปรากฏภาพของดาด้าขึ้นอย่างชัดเจน

"สวัสดีทุกๆคน”  ดาด้าเอ่ยทักทาย  “ฉันผ่านประตูมิติอวกาศเรียบร้อยแล้ว  พ่อของเธอซ่อมยานได้เก่งมาก”  เขาพูดกับน้อยและส้ม

“แต่น้ำแข็งที่พ่อของเธอให้มาน่ะสิ.....คราวหน้าฉันขอเปลี่ยนเป็นไอศกรีมได้ไหม?"

คำพูดของดาด้าทำให้ทุกคนหัวเราะอย่างมีความสุข

...............

           

           

           

           

           

           

           

           

           

           

           

           

             

 

           

 

 





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤษภาคม 2007 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



[ Add to my favorite ] [ X ]