• วรากิจ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : warakijscifi@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-04
  • จำนวนเรื่อง : 19
  • จำนวนผู้ชม : 25848
  • ส่ง msg :
  • โหวต 9 คน
วรากิจ เพชรน้ำเอก
เป็นบล็อคที่นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับนิยายวิทยาศาสตร์
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/warakijscifi
วันพฤหัสบดี ที่ 10 พฤษภาคม 2550
Posted by วรากิจ , ผู้อ่าน : 779 , 13:44:41 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

                             

                   

      

   บรรยากาศเงียบกริบราวกับลืมหายใจ  เมื่อสายตาทุกคู่จับจ้องอยูบนจอมอนิเตอร์บนผนัง  ตัวอักษรบนจอเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วจนเห็นเป็นเพียงแสงวิบวับ  มันกำลังคัดเลือกชื่อของเด็กๆทุกคนในสถานสงเคราะห์โดยระบบคัดเลือกอัตโนมัติเพื่อจัดหาครอบครัวใหม่ให้กับเด็กผู้โชคดี  ผู้ที่มีชื่อปรากฏอยู่บนจอจะถูกจำหน่ายออกจากสถานะของการเป็นเด็กกำพร้า  เขาหรือเธอจะมีพ่อแม่ที่จะดูแลพวกเขาไปจนกระทั่งอายุ 22 ปี 

          ไวเฝ้าดูจอมอนิเตอร์ตาไม่กะพริบ  การคัดเลือกชื่ออัตโนมัติบนจอยังไม่นิ่ง  คอมพิวเตอร์กำลังแรนดอมชื่อของผู้โชคดีอยู่ซึ่งจะมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น  หัวใจเต้นระทึกเมื่อการคัดเลือกชื่อบนจอเริ่มช้าลงเรื่อยๆจนกระทั่งสามารถอ่านชื่อที่ปรากฏอยู่ได้ทัน  แต่ชื่อก็ยังคงเปลี่ยนไปทีละชื่อๆ  แล้วในที่สุด  ชื่อๆหนึ่งก็กะพริบสี่ห้าครั้งก่อนที่จะนิ่งสนิท

            “ไว!” 

            ออน  เด็กหญิงบอบบางตะโกนลั่นเมื่อเห็นชื่อของเพื่อนรักปรากฏขึ้นอย่างชัดเจน  เธอตื่นเต้นราวกับเป็นชื่อของเธอเอง  เธอดีใจแทนไวเพราะเขาเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของเธอ  เขาไม่ชอบแกล้งเธอเหมือนคนอื่นๆแล้วยังชอบแบ่งขนมให้เธอด้วย

            “ไว  เธอจะได้ไปอยู่กับครอบครัวแล้ว”  เธอจับตัวไวซึ่งกำลังยืนตะลึงอยู่เขย่าแรงจนไวเซไปมา

            “ไม่น่าเชื่อเลย  ฉันจะได้มีพ่อกับแม่เหมือนเด็กข้างนอก”

            ไวพูดกับตัวเองแผ่วเบา  เขาอยู่ในสถานสงเคราะห์มาตั้งแต่แบเบาะ  มีคนพบเขาถูกทิ้งอยู่ในห้องน้ำของสถานีรถไฟพลังงานแม่เหล็ก  สิบปีแล้วที่เขาใช้ชีวิตอยู่ในสถานสงเคราะห์แห่งนี้  ถึงแม้ว่าเขาจะได้รับการดูแลเป็นอย่างดี  แต่จำนวนเด็กกำพร้าที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆก็เป็นภาระหนักอึ้งของบรรดาเจ้าหน้าที่จนทำให้การเลี้ยงดูเด็กกลายเป็นเพียงหน้าที่เท่านั้นแทนที่จะเป็นเรื่องของการให้ความรักและความเอื้ออาทร  ที่นี่แออัดยัดเยียดราวกับสลัมและมักจะเกิดเรื่องทะเลาะวิวาทกันบ่อยๆ  และการหาพ่อแม่บุญธรรมให้กับเด็กๆก็เป็นเรื่องที่ยากเย็นแสนเข็ญอย่างที่สุด  โครงการจัดสร้างพ่อแม่จำลองซึ่งเป็นแอนดรอยด์เสมือนมนุษย์จึงเกิดขึ้นเพื่อให้เด็กๆได้มีโอกาสใช้ชีวิตแบบครอบครัวซึ่งมีพ่อและแม่คอยดูแลเอาใจใส่เช่นเดียวกับเด็กทั่วๆไป  พ่อแม่จำลองคู่แรกเพื่อการทดลองสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว  และไวเป็นเด็กกำพร้าผู้โชคดีคนแรกที่จะได้เข้าโครงการนี้  ไวยิ้มออกมาเมื่อสติสัมปชัญญะที่หลุดลอยซึมกลับเข้าสู่สมอง  เด็กคนอื่นๆเงียบกริบอย่างผิดหวังที่ชื่อบนจอไม่ใช่ชื่อของตัวเอง  มันหมายถึงว่า  พวกเขาจะต้องทนอยู่ในสถานสงเคราะห์อันแออัดแห่งนี้ต่อไปเรื่อยๆจนกว่าจะปรากฏชื่อของพวกเขาบนจอในการคัดเลือกครั้งต่อไปหากการการทดลองพ่อแม่จำลองประสบความสำเร็จและรัฐบาลอนุมัติให้สร้างพ่อแม่จำลองเพิ่มขึ้น  หรือไม่ก็รอวันที่เขาจะถูกจำหน่ายชื่อออกจากสถานภาพเด็กกำพร้าเมื่ออายุ 15 ปี  ซึ่งหมายถึงว่า  เขาจะต้องย้ายไปอยู่ในสถานพัฒนาเยาวชนโดยที่จะไม่มีโอกาสได้มีพ่อกับแม่อีกเลยจนชั่วชีวิต 

ยังไม่ทันที่ไวจะได้ร่ำลากับเพื่อนๆ  เจ้าหน้าที่ชายคนหนึ่งดึงแขนของเขาให้แยกออกจากกลุ่มและพาเข้าไปในห้องเพื่อเริ่มขั้นตอนการส่งตัวไปอยู่กับครอบครัวใหม่ทันที

……………

            รถยนต์ซึ่งลอยเรี่ยพื้นแล่นมาจอดหน้าบ้านหลังหนึ่ง  มันลดระดับลงและกางล้อเล็กๆออกสัมผัสพื้นถนน  ชายหญิงคู่หนึ่งยืนรออยู่แล้วที่หน้าประตูรั้ว  สีหน้าเรียบเฉยแต่ดูใจดี  ประตูรถยกเปิดขึ้นด้านบน  เจ้าหน้าที่คนเดิมบอกให้ไวลงจากรถ  ในเวลานี้  ไวยืนอยู่ตรงหน้าของผู้ที่จะทำหน้าที่เลี้ยงดูเขาในฐานะพ่อและแม่  เจ้าหน้าที่สถานสงเคราะห์ยื่นอุปกรณ์บางอย่างไปที่ใบหน้าของชายหญิงคู่นั้น  แสงสีเขียวพุ่งตรงไปที่ดวงตาของทั้งสองพร้อมกับเสียงวี๊ดเบาๆ 

            “คุณทำอะไรหรือครับ?”  ไวเอ่ยถามอย่างอยากรู้

            “ฉันส่งมอบข้อมูลเกี่ยวกับตัวเธอให้กับพ่อกับแม่ใหม่ของเธอไง  ต่อไปนี้  เธอจะมีพ่อกับแม่ดูแลจนกว่าเธอจะมีอายุครบยี่สิบสองปี”

            เขาตอบและตบไหล่ไวเบาๆก่อนที่จะกลับขึ้นรถ  ยานพาหนะของสถานสงเคราะห์ลอยเรี่ยพื้นอีกครั้ง  ล้อเล็กๆเก็บกลับเข้าที่เดิมแล้วแล่นจากไปอย่างรวดเร็ว

            “ลูกรัก”

            แม่จำลองเอ่ยทักทายขึ้นก่อน  น้ำเสียงฟังดูอบอุ่น

            “ลูกสามารถคุยกับพ่อและแม่ได้ทุกเรื่องทุกเวลาที่ลูกต้องการ”

            พ่อจำลองกล่าวเสริมขึ้น

            .....เยี่ยมไปเลย.....

            ไวคิด  การมีพ่อมีแม่มันดีอย่างนี้นี่เอง  การที่ต้องเป็นเด็กกำพร้ามานานถึงสิบปี  ทำให้จิตใจของเด็กน้อยโหยหาความรักอย่างที่เด็กกำพร้าทั้งหลายรู้สึกกัน  เขาโผเข้ากอดพ่อแม่จำลองไว้แน่นราวกับว่าพ่อและแม่แอนดรอยด์เป็นพ่อและแม่จริงๆ  พ่อกับแม่จำลองก็กอดเขาเช่นกัน  พ่อจำลองจูบเขาที่หน้าผาก  และแม่จำลองก็หอมแก้มเขาเพื่อเป็นการต้อนรับ  น้ำตาแห่งความปิติเอ่อล้นโดยไม่รู้ตัว  เขาไม่รู้สึกเลยสักนิดว่า  พ่อและแม่จำลองเป็นเพียงหุ่นยนต์แอนดรอยด์ที่ซ่อนวงจรอิเล็กทรอนิกส์และจักรกลอันซับซ้อนไว้ภายใต้ผิวหนังสังเคราะห์ซึ่งเหมือนมนุษย์จริงๆไม่มีผิด  ทั้งคู่พาไวเข้าไปในบ้าน  ไวเหลียวมองไปรอบๆ 

“โอ้โฮ!"

ไวอุทานอย่างมีความสุข  เขาไม่อยากเชื่อเลยว่า  จะได้มีโอกาสอยู่บ้านซึ่งกว้างขวางใหญ่โตและมีเพียงพ่อ  แม่  แล้วก็เขาเท่านั้น  เขาไม่ต้องเข้าคิวรับถาดอาหาร  ไม่ต้องแย่งใครเข้าห้องน้ำหรือดูโทรทัศน์  แล้วก็ไม่ต้องถูกเด็กที่โตกว่ารังแกอีกต่อไป  มันช่างเป็นชีวิตที่วิเศษอย่างเหลือล้นจริงๆ  พ่อกับแม่พาเขาไปที่ห้องนอนซึ่งอยู่ชั้นบน  ทันทีที่เขาเปิดประตูเข้าไป  เขาก็ต้องยืนตะลึงอย่างไม่เชื่อสายตา  ทุกสิ่งทุกอย่างในห้องนอนสะอาดเอี่ยมและสวยงาม  และที่สำคัญ  มันคือห้องนอนส่วนตัวซึ่งเขาสามารถกลิ้งไปรอบๆห้องได้อย่างอิสระ  หรือจะเล่นของเล่น  อ่านหนังสือนิทาน  หรือไม่ก็นอนวาดภาพโดยไม่ต้องระวังว่าเท้าของใครต่อใครจะเหยียบลงบนตัวเขาเหมือนในสถานสงเคราะห์

            “ของผมทั้งหมดนี่เลยหรือครับ?” 

            แววตาลุกวาวอย่างตื่นเต้น

            พ่อกับแม่จำลองยิ้ม

            “จนถึงอายุยี่สิบสองจ้ะ”  แม่บอก  นั่นหมายถึงว่า  ไวจะมีความสุขอยู่ที่นี่อีกถึงสิบสองปี  เขาไม่สนใจว่าต่อจากนั้นชีวิตของเขาจะเป็นอย่างไร  เพราะสิบสองปีต่อจากนี้ไปมันดูยาวนานราวกับชั่วชีวิตทีเดียวสำหรับเด็กสิบขวบอย่างเขา

……………

            ภาพของไวกระโดดขึ้นไปบนเตียงนอนสปริงอย่างมีความสุขถ่ายทอดผ่านดวงตาของพ่อแม่จำลองไปยังสถานสงเคราะห์อย่างชัดเจน  ภาพนั้นปรากฏบนจอมอนิเตอร์ในโรงอาหารด้วยเพื่อให้เด็กๆทุกคนได้เห็นและพยายามทำตัวเป็นเด็กดีเพื่อที่จะได้ไม่ถูกตัดสิทธิ์การได้ไปอยู่อย่างสุขสบายกับพ่อแม่จำลอง

            “ดูสิ  เขามีห้องนอนส่วนตัวกับเตียงนอนสปริงด้วย” 

ออนเอ่ยขึ้น  น้ำตาคลอด้วยความดีใจแทนเพื่อนรัก  เธออดตื้นตันใจกับชีวิตที่เปลี่ยนไปของไวไม่ได้

            “ใช่  น่าอิจฉาจังเลย  นั่นไง  พ่อกับแม่ของไว  ดูเหมือนพ่อแม่ที่สมบูรณ์แบบจริงๆ”

            ทันพูดขึ้นบ้าง  กล้องวงจรปิดซึ่งติดตั้งอยู่ทุกมุมของบ้านจะถ่ายทอดภาพบรรยากาศภายในบ้านตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง  ภาพของพ่อแม่ผู้อบอุ่นและมีรอยยิ้มตลอดเวลาทำให้หัวใจของเด็กๆพองโตทั้งๆที่ทุกคนรู้ดีว่า  พ่อแม่จำลองเป็นเพียงหุ่นแอนดรอยด์เสมือนจริงเท่านั้น   

...............

            ไวมองดูข้อความที่ปรากฏในแผ่นรายงานตัวอิเล็กทรอนิกส์ที่จะต้องนำไปยื่นให้กับผู้อำนวยการโรงเรียนที่สถานสงเคราะห์จัดหาให้  เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นใบประวัติของเขาระบุชื่อของผู้ปกครอง 

            .....ชื่อนักเรียน  ด.ช.ไว   26-54-600-78.....

            .....ชื่อบิดา  แอนดรอยด์ชาย กาน   26-54-600-78.....

            .....ชื่อมารดา  แอนดรอยด์หญิง ริน   26-54-600-78.....

            ลูกจะใช้รหัสสกุลของพ่อแม่จำลองเพื่อให้เกิดความรู้สึกถึงความเป็นครอบครัว  ไวไม่รู้สึกผิดแปลกแต่อย่างใดที่นามสกุลของเขาเป็นรหัสตัวเลขแทนที่จะเป็นภาษากลางของทวีป  เขาเดินเข้าไปในห้องผู้อำนวยการด้วยสีหน้าภาคภูมิใจที่เขามีพ่อและแม่พามารายงานตัวเข้าโรงเรียนเหมือนกับเด็กอื่นๆ  ถึงแม้ใครต่อใครจะมองเขาด้วยสายตาแปลกๆก็ตาม

            “นั่นไง  ลูกหุ่นยนต์”  เด็กชายอวบอ้วนคนหนึ่งกระซิบกับเพื่อน

            “ดีจังเลย  ฉันอยากมีพ่อกับแม่เป็นหุ่นยนต์บ้าง”  เพื่อนกระซิบตอบ

            “ทำไมล่ะ?”  เด็กชายอวบอ้วนถามด้วยความสงสัย

            “เขาจะได้ไม่แก่  แล้วก็ไม่ตาย  พ่อกับแม่จะได้อยู่กับเราตลอดไปไง”  เพื่อนตอบ  สีหน้าเศร้าสลด  เขานึกถึงวันที่พ่อของเขาจากไปด้วยอุบัติเหตุเมื่อปีที่แล้ว  เขาเห็นแม่ร้องไห้  หัวใจของเขาก็รู้สึกเจ็บแปลบและว้าเหว่

……………

            กลิ่นอาหารหอมกรุ่นโชยมาเตะจมูกของไวเข้าอย่างจัง  พ่อแม่จำลองสามารถทำอะไรต่อมิอะไรได้ทุกอย่างที่พ่อแม่จริงๆจะต้องทำ  อาหารทุกจานนอกจากจะอร่อยแล้ว  แม่จำลองยังคำนวณแคลรอลี่และปริมาณสารอาหารให้ได้ตามความจำเป็นของร่างกายราวกับนักโภชนาการมืออาชีพ  เขากินอาหารอย่างเอร็ดอร่อย  มันเป็นมื้อที่อร่อยที่สุดในชีวิตทีเดียว

            .....อืมม์.....การมีพ่อแม่คอยดูแลมันดีอย่างนี้นี่เอง.....

            ไวคิด

……………

            อาหารมื้อถัดไปและถัดไป  ไวก็ยังคงนั่งกินอาหารคนเดียวอีกตามเคย  โดยมีพ่อกับแม่คอยจ้องมองเขาราวกับเป็นกล้องทีวีที่กำลังถ่ายทอดสด

            “พ่อกับแม่น่าจะกินอาหารเหมือนผมได้นะครับ”

            พ่อกับแม่ไม่ตอบ  ทั้งสองเพียงแต่ก็ยิ้มเท่านั้น 

            การต้องนั่งกินอาหารเพียงลำพังทำให้ไวรู้สึกว้าเหว่ราวกับอยู่คนเดียวในโลก  แต่เขาก็เข้าใจว่า  อาหารหรือน้ำเป็นอันตรายต่อวงจรอิเล็กทรอนิกส์อันซับซ้อนภายในร่างกายของพ่อกับแม่  ภาพเมื่อครั้งใช้ชีวิตอยู่ในสถานสงเคราะห์ผุดขึ้นในความทรงจำ  เขานึกถึงออน  ทัน  แล้วก็คนอื่นๆ  ถึงแม้ว่าอาหารที่นั่นจะไม่อร่อยเท่าอาหารซึ่งเขากำลังกินอยู่ในขณะนี้ก็ตาม  แต่บรรยากาศเฮฮาท่ามกลางเพื่อนๆก็ทำให้เขาอดเผลอยิ้มออกมาไม่ได้ 

            “แม่ครับ  ผมอยากคุยกับเพื่อนๆ” 

            “เอาสิ  พูดเลย”  แม่บอกและหัวเราะด้วยเสียงที่มีสำเนียงอิเล็กทรอนิกส์เล็กน้อย

            “หมายความว่ายังไงครับ?”

            “ตอนนี้เพื่อนๆของลูกได้เห็นภาพของลูกบนจอมอนิเตอร์แล้วล่ะ” 

            คำตอบของพ่อยิ่งทำให้ไวงุนงงมากยิ่งขึ้น

            “หมายความว่า  ที่พ่อกับแม่จ้องมองผมตลอดเวลา.....โอ!.....ไม่น่าเชื่อเลย”

            ออนยิ้มเมื่อได้เห็นเพื่อนรักปรากฏบนจอมอนิเตอร์อีกครั้ง  เธอหัวเราะเมื่อเห็นอาการประหม่าของไว  เขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเขาได้กลายเป็นดาราหน้ากล้องมาตั้งนานแล้วนับตั้งแต่วันแรกที่เขาได้ไปอยู่กับพ่อแม่จำลอง 

            “เอ้อ!.....สวัสดีเพื่อนๆ  การได้มีพ่อและแม่เป็นสิ่งที่วิเศษที่สุด  แต่ฉันก็คิดถึงเพื่อนๆทุกคน  ถึงฉันจะมีเพื่อนใหม่มากมายที่โรงเรียน  แต่ฉันก็ไม่เคยลืมพวกนายเลยนะ  ฉันหวังว่าสักวันหนึ่งทุกคนจะมีโอกาสที่ดีอย่างที่ฉันได้รับ  พ่อกับแม่ดูแลฉันอย่างดีที่สุด

            ออนน้ำตาซึม  เธอดีใจที่ได้เห็นหน้าไวทุกวันผ่านทางจอมอนิเตอร์ 

            “ใครจะพูดกับไวบ้าง?”  เจ้าหน้าที่หญิงร่างอ้วนถาม   ไม่มีใครยกมือนอกจากออน

            “ดูเธอมีความสุขดีนะ.....ไว”

            แสงสว่างจากดวงตาของแม่จำลองฉายเข้าสู่ผนังสีขาว  ภาพของออนปรากฏขึ้นอย่างชัดเจนพร้อมกับเสียงพูดที่ออกจากปากของแม่จำลองที่ขยับตามจังหวะการพูดของออน

            “ออน!.....ดีใจจังเลย  เธอเป็นยังไงบ้าง?”  ไวตะโกนลั่น

            “รัฐบาลกำลังสร้างพ่อแม่จำลองรุ่นที่สอง  บางทีฉันอาจโชคดีเหมือนเธอบ้าง”  ออนตอบ

            “ดีจริงๆเลย  เธอจะต้องมีความสุขแน่”

            “ฉันก็หวังว่าอย่างนั้นถ้าฉันโชคดีนะ”

            “พ่อกับแม่ของเธอเป็นไงบ้าง?”

            แววตาของออนซ่อนความอิจฉาน้อยๆไว้ใต้ประกายตายิ้มแย้ม

            “เหมือนเป็นพ่อกับแม่จริงๆเลยล่ะ  พรุ่งนี้พ่อกับแม่จะพาฉันไปเที่ยวสวนสนุกด้วย” 

            น้ำเสียงของไวตื่นเต้นขึ้นมาอีก  เขายังไม่เคยเห็นสวนสนุกเลยตั้งแต่อยู่ในสถานสงเคราะห์

            “พวกเราคงได้เห็นเธอทางจอภาพ  เที่ยวให้สนุกนะ”

            ออนโบกมือให้เพื่อนรักก่อนที่ภาพของเธอจะเลือนหายไปจากผนัง

...............

            ไวกรี๊ดลั่นเมื่อรถไฟเหาะอวกาศพุ่งลงมาจากยอดสุดของรางที่สูงเสียดฟ้า  เขาไม่ทันมองพ่อกับแม่จำลองซึ่งนั่งนิ่งอยู่ข้างหลังด้วยสีหน้าเรียบเฉยตลอดเวลาที่รถไฟเหาะพุ่งลงมาด้วยความเร็วราวกับจรวดหรือเชิดหัวเก้าสิบองศาทะยานสูงขึ้นสู่ท้องฟ้า  และม้วนตัวหลายตลบเมื่อผ่านอุโมงค์มืดสนิทที่สมมุติว่าเป็นรูหนอนอวกาศกับหลุมดำ  ไวลงจากเครื่องเล่นอย่างตื่นเต้นเมื่อมันจอดเทียบชานชลาสถานี  พ่อกับแม่จำลองอนุญาตให้เขาเล่นเครื่องเล่นทุกชนิดที่เขาต้องการ  เขาไม่เคยรู้สึกสนุกอย่างนี้มาก่อนเลยในชีวิต  พ่อจำลองเดินเกาะไหล่เขาไปตลอดทางในขณะที่แม่จำลองก็กุมมือของเขาไว้อย่างอบอุ่น  หัวใจของเขาพองโต  ความรักก่อตัวขึ้นอย่างเงียบๆ  เขาโอบเอวพ่อจำลองไว้และเหลือบมองดูแม่จำลองด้วยประกายตาของลูกที่รับรู้ถึงความรักที่ได้รับจากแม่  แม่จำลองยิ้ม  เขารู้สึกได้ว่ามันเป็นรอยยิ้มแห่งความรักที่แท้จริงที่แม่จำลองมอบให้กับเขา

...............

            ไวแอบออกจากห้องนอนอย่างเงียบๆและตรงไปยังห้องนอนของพ่อกับแม่จำลอง  เขาแง้มประตูมองเข้าไปในห้อง  พ่อกับแม่จำลองนอนนิ่งอยู่บนเตียงนอนเพื่อบรรจุพลังงานใหม่สำหรับภารกิจในวันรุ่งขึ้น  เปลือกตาปิดสนิทไม่ต่างอะไรกับคนที่กำลังนอนหลังอย่างสบาย  ไวหอดพ่อจำลองและหอมที่แก้มฟอดหนึ่ง  เขาพลิกตัวมาอีกข้างหนึ่ง  สายตาจับจ้องใบหน้าของแม่จำลองด้วยประกายตาเปี่ยมด้วยความสุข  เขาหอมแก้มของเธอแล้วกอดก่ายราวกับว่าหุ่นแอนดรอยด์สาวคือแม่ผู้ให้กำเนิดจริงๆ

...............

            ภาพจากดวงตาของแม่จำลองฉายภาพของออนบนผนังอีกครั้ง  ใบหน้าที่เคยอ้วนกลมของออนในเวลานี้เปลี่ยนเป็นใบหน้าของสาววัยรุ่นที่สวยและมีเสน่ห์ 

            “ไว.....”  น้ำเสียงร่าเริงเหมือนเช่นเคย  “ฉันมีพ่อกับแม่แล้ว”  เธอจูงพ่อกับแม่จำลองของเธอให้มายืนตรงหน้ากล้องที่ติดตั้งอยู่ภายในบ้านหลังใหม่  และภาพใบหน้าของพ่อแม่จำลองของออนก็ปรากฏขึ้นบนผนังบ้านของไว  ทั้งคู่เป็นพ่อแม่จำลองรุ่นที่สองหลังจากที่พ่อแม่จำลองรุ่นแรกผ่านการประเมินผลตลอดระยะเวลาสองปีที่ผ่านมาด้วยคะแนนยอดเยี่ยม  รัฐบาลจึงสร้างพ่อแม่จำลองรุ่นที่สองออกมาอีกสามคู่และทั้งหมดจะมีใบหน้าที่แตกต่างกัน 

            “พ่อกับแม่ของเธอดูท่าทางจะรักเธอมากนะ”  ไวบอก

            “ใช่  แล้วก็ทำอาหารอร่อยมากๆด้วย”  ออนหัวเราะ  “พรุ่งนี้ท่านจะพาฉันไปเข้าโรงเรียน  แต่รหัสนามสกุลของฉันยาวจังเลย”

            ไวหัวเราะบ้าง  กว่าที่เขาจะจำรหัสนามสกุลของตัวเองได้ก็จำผิดจำถูกอยู่นานทีเดียว  เรื่องราวสุดแสนประทับใจมากมายพรั่งพรูออกมาจากส่วนลึกของจิตใจ  การปฏิบัติต่อเขาอย่างดียิ่งได้ลบความรู้สึกว่าพ่อแม่จำลองเป็นเพียงหุ่นยนต์แอนดรอยด์จนหมดสิ้น  เวลานี้  เขาสามารถเรียกทั้งคู่ว่าพ่อและแม่ได้อย่างเต็มปากต็มคำและสนิทใจ

...............

            วันเวลาแห่งความสุขผ่านไปรวดเร็วเหลือเกิน  พ่อกับแม่จำลองยกขนมเค้กฉลองวันเกิดครบยี่สิบสองปีออกมา  มันเป็นวันเกิดที่ไวรู้สึกโดดเดี่ยวและเปลี่ยวเหงาอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน  เพราะวันนี้คือวันสุดท้ายที่เขาจะได้อยู่กับพ่อแม่จำลองและจะต้องออกไปเผชิญโลกกว้างตามลำพัง  เสียงเพลงอวยพรวันเกิดที่พ่อแม่จำลองมอบให้แก่เขายิ่งตอกย้ำความรู้สึกหดหู่  นับตั้งแต่วันพรุ่งนี้เขาจะต้องทำงานให้รัฐบาลในฐานะเจ้าหน้าที่สังคมสงเคราะห์แผนกคนชรา  มันแตกต่างจากการทำงานสังคมสงเคราะห์ในแผนกเด็กกำพร้าที่เขาเคยอยู่มาอย่างมาก  เพราะที่ซึ่งเขาจากมา  ทุกคนจะได้เห็นเด็กๆต่างเติบโตขึ้นวันแล้ววันเล่า  ปีแล้วปีเล่า  แต่ในที่ซึ่งเขากำลังจะต้องไปทำงานให้นี้  เขาจะได้เห็นผู้คนที่นั่นจากไปทีละคนๆ  เขาสวมกอดพ่อแม่จำลองเป็นครั้งสุดท้ายเมื่อยานสาธารณะแล่นเข้ามาจอดหน้าประตูบ้านเพื่อพาเขาไปยังที่อยู่แห่งใหม่ที่รัฐบาลจัดเอาไว้ให้  เขามองดูภาพพ่อแม่จำลองโบกมืออำลาที่ห่างออกไปเรื่อยๆจนกระทั่งลับสายตาไปพร้อมกับน้ำตาที่เอ่อล้นอย่างสุดกลั้น

...............

            แม้นวันเวลาจะผ่านเลยไป  เกือบปีแล้วที่เขาออกมาใช้ชีวิตตามลำพัง  แต่ความทรงจำอันแสนสุขยังคงบันทึกอยู่ในจิตใต้สำนึกอย่างไม่มีวันเลือนหาย  เขายิ้มเมื่อนึกถึงว่า  อีกไม่กี่นาที  เขาก็จะได้พบกับพ่อแม่จำลองของเขาอีก  เขากำลังจะกลับไปเยี่ยมทั้งสองเมื่อวันลาพักร้อยมาถึง  เขาคิดว่า  เขาจะพักอยู่กับพ่อและแม่สักสองสามวันเพื่อให้หายคิดถึง 

            ยานพาหนะส่วนตัวหยุดนิ่งอยู่หน้าบ้าน  มันลดระดับลงและกางล้อเล็กๆออกสัมผัสผิวถนน  ไวก้าวออกจากยานพาหนะแล้วเดินผ่านประตูรั้วที่ไม่เคยปิดและหยุดตรงหน้าประตูอันคุ้นเคย  เขากดกริ่งแล้วยืนรออย่างตื่นเต้นเมื่อนึกว่า  พ่อกับแม่จำลองจำทำอย่างไรเมื่อได้เห็นเขาอีกครั้ง  บานประตูเปิดอ้าออกและพ่อกับแม่จำลองปรากฏกายขึ้น

            “พ่อครับ  แม่ครับ”  ไวร้องเรียกด้วยความตื่นเต้น

            สีหน้าของพ่อกับแม่จำลองดุเฉยเมย  ทั้งคู่หันไปสบตากับแล้วหันกลับมาจ้องมองไวอีกครั้ง  ท่าทีของพ่อแม่จำลองทำให้เขางุนงง

            เด็กชายเล็กๆคนหนึ่งแทรกเข้ามายืนระหว่างกลางพ่อกับแม่จำลอง  พ่อจำลองอุ้มเด็กน้อยขึ้นมาและหอมแก้มของเขา  แม่จำลองก็กอดเด็กน้อยด้วยเช่นกัน

            “นี่คือ กัน  ลูกชายของเราค่ะ”  เธอแนะนำเด็กน้อยให้ไวรู้จัก

            “ผมไว  ลูกของพ่อกับแม่ไงครับ”  ไวพยายามย้ำเตือนความทรงจำ 

“ไม่มีบันทึกเกี่ยวกับคุณในหน่วยความจำของเราครับ”  พ่อจำลองบอก

หัวใจเจ็บแปลบราวกับมีคมกริบทิ่มแทง  ไวเดินจากไป  แต่ความประทับใจอันเปี่ยมล้นด้วยความสุขยังคงบันทึกอยู่ในความทรงจำของเขาอย่างไม่มีวันลืม..........

……………

             

           

 

 

 

 





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤษภาคม 2007 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



[ Add to my favorite ] [ X ]