• หญิงฐา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kobkam9@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2013-06-04
  • จำนวนเรื่อง : 100
  • จำนวนผู้ชม : 47906
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1 คน
Friend Forever
เพื่อนกันตลอดไป
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/warapat
วันเสาร์ ที่ 20 กรกฎาคม 2562
Posted by หญิงฐา , ผู้อ่าน : 516 , 13:03:02 น.  
หมวด : งานอดิเรก

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ปี 1898 เจ้าแก้วนวรัฐ อุปราชนครเชียงใหม่ ได้ส่งพระโอรสองค์โตลำดับ 3 ที่จะได้ครองนครเชียงใหม่ คือเจ้าน้อยศุขเกษม ไปเรียนที่โรงเรียนเซนต์แพทริก เป็นโรงเรียนคาทอลิกของอังกฤษที่พม่า

ทั้งนี้ก็หวังจะได้ภาษาอังกฤษ เพราะติดต่อค้าขายกับอังกฤษที่เข้าครอบครองพม่า การส่งไปครั้งนี้ต้องแอบส่งไปอย่างเงียบๆ ไม่ได้เปิดเผยให้ทางกรุงเทพฯ ซึ่งปกครองเชียงใหม่ได้ล่วงรู้

ขณะนั้นอยู่ในสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งพระเจ้าอินทวโรรสสุริยวงษ์ ผู้เป็นเจ้าลุงของเจ้าน้อยฯ เป็นเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่

ทางเชียงใหม่ส่งเจ้าดารารัศมี พระขนิษฐาของพระเจ้าอินทวโรรส ผู้เป็นท่านอาของเจ้าน้อยฯ ถวายตัวเป็นพระราชชายาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นการผูกสัมพันธ์

เจ้าอินทวิชชานนท์ สิ้นชีวิตในปี 1897 เจ้าดารารัศมีก็ไม่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นมาเผาพระศพเจ้าอินทวิชชานนท์ผู้เป็นพระบิดา

ระหว่างที่ศึกษาอยู่ที่เมืองมะละแหม่งนั้น เจ้าน้อยฯ ไปตอนอายุ 15 ได้พบรักกับมะเมียะ แม่ค้าสาวมาจากตองอู

มะเมียะมีชีวิตจริงอยู่ในช่วงปี 1877-1962 นางเป็นหญิงสาวชาวพม่าที่หน้าตาสะสวย จิ้มลิ้มพริ้มเพรา เป็นแม่ค้าขายบุหรี่มวนโตซึ่งเป็นบุหรี่พื้นเมืองของพม่าอยู่ที่ตลาดใกล้บ้านในเมืองมะละแหม่ง

เจ้าน้อยฯ อายุ 19 มะเมียะอายุ 16 ก็ได้ใช้ชีวิตด้วยกันฉันท์สามีภรรยาด้วยการสนับสนุนจากทางบ้านของมะเมียะ

ในวันพระทั้งคู่มักจะพากันไปทำบุญตักบาตรและนมัสการพระบรมสารีริกธาตุตามสถานที่ต่างๆ ในเมืองมะละแหม่งอยู่เสมอ

วันหนึ่ง ณ ลานกว้างหน้าพระธาตุวัดไจ้ตะหลั่น ที่เมืองมะละแหม่ง ทั้งสองกล่าวคำสาบานว่าจะรักกันตลอดไปและจะไม่ทอดทิ้งกัน หากมีผู้ใดทรยศต่อความรักที่มีให้กันก็ขอให้ผู้นั้นทุกข์ทรมานใจอายุสั้น

แต่ช่วงเวลาของคนทั้งคู่ก็สั้นนักในปี 1902 เจ้าน้อยฯ สำเร็จการศึกษาเมื่อ อายุ 20 ปี ต้องเดินทางกลับนครเชียงใหม่

การจะนำมะเมียะกลับมาด้วยโดยที่ยังไม่ได้บอกกล่าวกับเจ้าพ่อเจ้าแม่นั้น เจ้าน้อยฯ เกรงจะมีปัญหา จึงให้มะเมียะกลับมาด้วยโดยให้ปลอมเป็นเด็กรับใช้ชายติดตามขบวนเสด็จกลับไปยังเมืองเชียงใหม่

การมาของมะเมียะไม่อาจปิดบังเจ้าบุญสูง พี่เลี้ยงที่ดูแลเจ้าน้อยฯ มาตั้งแต่เด็ก และนำขบวนไปรับถึงชายแดน แต่เจ้าบุญสูงก็กำชับทุกคนในขบวนว่าห้ามพูดเรื่องนี้เด็ดขาด มิเช่นนั้นจะมีโทษถึงตาย

เมื่อขบวนของเจ้าน้อยศุขเกษมและมะเมียะเดินทางมาถึงเชียงใหม่ เจ้าน้อยฯ ก็ต้องพามะเมียะไปแอบซ่อนไว้ที่บ้านหลังเล็กๆ หลังหนึ่งภายในคุ้มอุปราช ซึ่งเจ้าพ่อและเจ้าแม่จัดเตรียมไว้ให้เป็นที่พัก

เจ้าน้อยฯ ไม่ได้รู้เลยว่าเจ้าแก้วนวรัตน์และเจ้าแม่จามรีผู้เป็นเจ้าพ่อและเจ้าแม่ได้หมั้นหมายเจ้าหญิงบัวนวล ธิดาของเจ้าสุริยวงษ์ (คำตัน สิโรรส) ให้เป็นคู่หมั้น ตั้งแต่เดินทางไปศึกษาเล่าเรียนในเมืองพม่า

เจ้าน้อยฯ คิดใคร่ครวญอยู่หลายวัน ก่อนจะตัดสินใจเล่าความจริงเรื่องที่พระองค์มีมะเมียะเป็นภรรยาอยู่แล้ว แม้ว่าพวกท่านจะไม่พูดอะไร แต่ว่าเจ้าน้อยศุขเกษมก็พอจะทราบได้ว่าพวกท่านไม่ยอมรับมะเมียะ

เจ้าหญิงบัวนวล ซึ่งเป็นหญิงเก่งทางด้านขี่ม้า และช่วยดูแลธุรกิจครอบครัวของเจ้าแก้วนวรัฐ เมื่อรู้ว่าเจ้าน้อยพามะเมียะมาจากเมืองมะละแหม่งแล้ว ก็ขอถอนหมั้น เปิดทางให้เจ้าน้อยฯ ไม่ร่วมเป็นปัญหาด้วย

เป็นที่รู้กันทั่วว่าเจ้าน้อยศุขเกษมเป็นผู้ที่ได้รับการคาดหวังว่าจะได้รับตำแหน่งเจ้าหลวงองค์ถัดไปต่อจากเจ้าอินทวโรรสสุริยวงษ์ ซึ่งเป็นพระเจ้าลุง ได้พาแม่ค้าสาวจากเมืองมะละแหม่งมาเป็นภรรยาแล้ว

เรื่องนี้ยังได้ล่วงรู้ไปถึงเจ้าอินทวโรรส เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ ด้วยความวิตกเป็นอย่างมาก จึงได้เรียกเจ้าแก้วนวรัฐพร้อมด้วยเจ้านายในราชวงศ์เชียงใหม่ไปปรึกษา

เรื่องนี้ไปถึงสยาม ร.5 กับเจ้าดารารัศมี พระราชชายา เห็นว่าไม่ควร ได้ส่งผู้สำเร็จราชการฯ มาเจรจาบอกว่าเจ้าน้อยฯ จะมีเมียกี่คนก็ไม่ใช่ปัญหา แต่ต้องไม่ใช่สาวพม่า เพราะว่าคนพม่าถือสัญชาติอังกฤษ

หากเจ้าน้อยฯ เลือกมะเมียะมาเป็นศรีภรรยา ประชาชนย่อมต้องเกิดความอึดอัดใจในการยอมรับมะเมียะผู้เป็นหญิงชาวต่างชาติมาดำรงฐานะศรีภรรยาของเจ้าเมืองอย่างแน่นอน

สถานการณ์ในช่วงนั้นยังน่าหวั่นวิตก เมื่ออังกฤษแผ่อิทธิพลไปทั่วดินแดนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีการต่อสู้กันเรื่องดินแดนฝั่งซ้ายขวาของแม่น้ำโขง โดยเฉพาะดินแดนที่อุดมไปด้วยป่าไม้สักที่เชียงใหม่

เมื่อมะเมียะมาเป็นสะใภ้ของเจ้าอุปราช กงศุลอังกฤษอาจจะถือโอกาสเข้าแทรกแซง ทางกรุงเทพฯ คงจะยอมไม่ได้ในเรื่องนี้ เพราะจะต้องเสียเชียงใหม่ให้อังกฤษ

เจ้าดารารัศมี พระราชชายาอาจจะเรียกตัวเจ้าน้อยฯ ลงไปอยู่กรุงเทพฯ ก็ได้ ควรจัดการเสียก่อนที่เรื่องจะขยายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้น หากเป็นคดีความ อังกฤษจะเข้ามาทันที อาจกลายเป็นชนวนปัญหาทางการเมือง

เพื่อรักษาความมั่งคงของบ้านเมือง และป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น เจ้าแก้วนวรัฐและเจ้าแม่จามรีวงศ์จึงเรียกเจ้าน้อยฯ ไปอธิบายถึงปัญหาที่จะตามมาจากเรื่องของมะเมียะ ซึ่งเป็นเรื่องที่รับกันไม่ไหวทั้งนั้น

เจ้าแก้วนวรัฐและเจ้าแม่จามรีวงศ์ได้ยื่นคำขาดให้เจ้าน้อยฯ ส่งตัวมะเมียะกลับเมืองมะละแหม่ง แม้เจ้าน้อยฯ จะตัดใจจากมะเมียะไม่ได้ แต่ก็จำนนต่อเหตุผลที่จะโต้แย้งได้

เย็นวันนั้นเอง เจ้าน้อยฯ เข้าพิธีเรียกขวัญและรดน้ำมนต์ที่เจ้าพ่อและเจ้าแม่จัดขึ้น มีพระภิกษุมาปัดเป่าและขับไล่ผีสางมนต์ดำที่ท่านทั้งสองเชื่อว่ามะเมียะเป็นคนทำให้เจ้าน้อยฯ หลงใหลในตัวของนาง

หลังจากพิธีรดน้ำมนต์ผ่านพ้นไป ช้างพาหนะ ไพร่พล ที่จะใช้ส่งตัวมะเมียะกลับเมืองมะละแหม่งก็ถูกจัดเตรียมทันทีตามคำสั่งของเจ้าแก้วนวรัฐ

ขณะเดียวกันที่คุ้มของเจ้าน้อยฯ มะเมียะก็ได้รับการเกลี้ยกล่อมโดยชายหญิงชาวพม่าว่าให้นางกลับไปรอเจ้าน้อยที่เมืองมะละแหม่ง

โดยเห็นแก่ความยุ่งยากที่จะเกิดขึ้นแก่เจ้าน้อยฯ และเจ้าพ่อเจ้าแม่ รวมทั้งบ้านเมืองเชียงใหม่ และหากเจ้าน้อยฯ ถูกเรียกตัวไปอยู่กรุงเทพฯ มะเมียะก็อาจจะมีอันตรายได้

ขอให้กลับไปรอเจ้าน้อยที่เมืองมะละแหม่ง เมื่อปัญหาทางนี้คลี่คลายแล้ว เจ้าน้อยฯ ก็จะจัดการแก้ไขปัญหาเอง มิฉะนั้นบ้านเมืองอาจเดือดร้อน

มะเมียะยินยอมจากไปเพื่อมิให้ผู้ใดได้รับความเดือดร้อน แม้ว่าตัวนางจะจากไปไกล แต่ความรักอันมั่นคงของนางยังคงอยู่ดั่งคำสาบานที่เคยให้ไว้แก่กันไป

เจ้าน้อยฯ ก็ยังคงยืนยันในความรักที่มีต่อมะเมียะเช่นกัน และขอให้นางกลับไปรอที่บ้านก่อน หากพระองค์มีวาสนาก็จะกลับไปหามะเมียะไปรับนางมาอยู่ที่เชียงใหม่ด้วยกันให้จงได้

ในเช้าวันหนึ่งของเดือนเมษายน ปี 1903 เป็นวันเดินทางกลับเมืองมะละแหม่งของมะเมียะ ณ บานประตูเมืองเนืองแน่นไปด้วยประชาชนที่ต่างใคร่อยากเห็นโฉมหน้าของมะเมียะที่ร่ำลือกันว่างามนักงามหนา

บรรยากาศในยามนั้นเต็มไปด้วยความหดหู่และเศร้าหมอง ทุกคนต่างสะเทือนใจต่อการจากลาของคนที่รักกันยิ่งของทั้งสองคน

มะเมียะในชุดแต่งกายของสาวพม่า ไม่ได้อยู่ในชุดผู้ชายเหมือนตอนมา ได้ปรากฏตัวเคียงข้างเจ้าน้อยศุขเกษมต่อฝูงชน

ทั้งคู่ต่างไม่ปิดบังความหมองเศร้าที่มีน้ำตาอาบแก้มและอาลัยอาวรณ์ไม่ยอมจากกันง่ายๆ จนนายบุญสูงผู้คุมขบวนไปส่งต้องเตือนครั้งแล้วครั้งเล่า

เมื่อเจ้าน้อยฯ พูดภาษาพม่ากับมะเมียะได้เพียงไม่กี่คำ นางก็ร้องไห้ด้วยความอัดอั้นตันใจในอ้อมแขนของเจ้าน้อยศุขเกษมด้วยยากจะทำใจแยกจากกันได้

เจ้าน้อยฯ ก็ได้ให้คำมั่นสัญญาตนจะยึดมั่นปฏิญาณในคำสาบานที่ให้ไว้จนกว่าชีวิตจะหาไม่ หากพระองค์สมรสกับหญิงอื่น ก็ขอให้พระองค์ประสบแก่ความทุกข์ทรมานใจ แม้แต่อายุก็จะไม่ยืนยาว

ก่อนจากลา มะเมียะก็ได้คุกเข่าลงกับพื้น ก้มหน้าสยายผมลงเช็ดเท้าของเจ้าน้อยฯ ด้วยความอาลัยหาก่อนที่เธอจะขึ้นไปบนกูบช้างจากไป

ที่เมืองมะละแหม่ง มะเมียะมอบเงินทองจากเจ้าแก้วนวรัตน์และเจ้าแม่จามรีวงศ์ให้ครอบครัว จากนั้นเฝ้ารอเจ้าน้อยฯ จนครบกำหนด แต่ก็ไม่วี่แวว จึงบวชชีเพื่อแสดงความซื่อสัตย์ต่อเจ้าน้อยฯ 

เจ้าดารารัศมีเรียกตัวเจ้าน้อยฯ ลงไปรับราชการที่กรุงเทพฯ ได้รับยศเป็นนายร้อยตรีเจ้าอุตรการโกศล และได้เข้าพิธีมงคลสมรสกับเจ้าหญิงบัวชุม ณ เชียงใหม่ หญิงสาวในตำหนักของเจ้าดารารัศมีนั่นเอง

เมื่อแม่ชีมะเมียะทราบข่าวว่าเจ้าน้อยฯ แต่งงานแล้ว และกลับมาอยู่เชียงใหม่ เธอจึงเดินทางมาหา และขอเข้าพบเจ้าน้อยฯ เป็นครั้งสุดท้าย เพื่อมาถอนคำสาบานไม่ให้เจ้าน้อยฯ ต้องเป็นไปตามคำสาบาน

และมะเมียะก็แสดงความยินดีกับชีวิตที่กำลังรุ่งโรจน์ขององค์อดีตสามีผู้ที่เป็นที่รัก ก่อนที่ตนจะตัดสินใจครองตนเป็นแม่ชีไปตลอดไป

เจ้าน้อยฯ ไม่สามารถหักห้ามความสงสารที่มีต่อมะเมียะ จึงไม่ยอมไปพบตามคำขอร้อง พระองค์ได้แต่ยึดสุราดับความทุกข์ในความอาลัยในตัวมะเมียะ และชีวิตที่ไม่เคยมีความสุขในชีวิตสมรส

ท่านมอบหมายให้เจ้าบุญสูง พี่เลี้ยงคนสนิทนำเงินจำนวน 800 บาทไปมอบให้กับแม่ชีมะเมียะเพื่อใช้ในการทำบุญ พร้อมกับแหวนทับทิมประจำกายวงหนึ่งเป็นตัวแทนเจ้าน้อยฯ ให้แก่มะเมียะ

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความสะเทือนใจให้แก่คนทั้งคู่เป็นอย่างมาก เจ้าน้อยฯ ก็เอาแต่กินเหล้า ในที่สุดก็สิ้นพระชนม์ด้วยโรคพิษสุราในปี 1913 ขณะอายุแค่ 33 ปี

ด้านแม่ชีมะเมียะเมื่อได้จากลาไปยังเมืองมะละแหม่งแล้ว ก็ครองชีวิตเป็นชีดั่งที่ตั้งใจไว้ จนกระทั่งสิ้นอายุขัยในวัย 75 ปี ในปี 1962

ผู้บันทึกเรื่องนี้คือเจ้าบัวนวล คู่หมั้นคนแรกที่ถอนหมั้นไปหลังจากรู้ว่าเจ้าน้อยฯ มีมะเมียะ เจ้าบัวนวลกล่าวไว้ว่าตลอดชีวิตเจ้าน้อยรักผู้หญิงคนเดียวจนสิ้นลมคือมะเมียะ

เครดิต: 
9palace มะเมียะ ตำนานรักเจ้าชายไทยกับสาวพม่า
Assavarak Channel ตำนานรักมะเมี๊ยะและเจ้าน้อยศุขเกษม Love Story : ตำนานรักมิรู้ลืม N0.3
Gold Star Channel ตำนานความรักเจ้าชายล้านนากับหญิงชาวพม่า (ความรักรันทดของเจ้าน้อยศุขเกษมกับมะเมี๊ยะ)




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน