• Ma-Noi
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-09-02
  • จำนวนเรื่อง : 62
  • จำนวนผู้ชม : 346633
  • ส่ง msg :
  • โหวต 78 คน
มุมดีมีสาระกับพยาบาลหมวย
วันอังคาร ที่ 9 กันยายน 2551
Posted by Ma-Noi , ผู้อ่าน : 1210 , 23:19:08 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ด้วยวิถีชีวิตที่มีความคล้ายคลึงของผู้คนในเมืองใหญ่ที่แม้อยู่ห่างไกลคนละซีกโลก กลับมีปัญหาสุขภาพไม่แตกต่างกัน วันนี้หมวยมีข้อมูล 5 โรคที่ขับเคี่ยวกับความเจริญของโลกใบนี้มาฝากค่ะ

 

โรคระบบทางเดินหายใจ

มลภาวะเป็นพิษ สาเหตุหลักของโรคทางเดินหายใจ เช่น โรคปอด ไซนัส หวัด ภูมิแพ้ องค์การอนามัยโลกรายงานว่าโรคที่คร่าชีวิตคนทำงานมากที่สุดในปัจจุบันคือ โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง โดยมีอัตราเฉลี่ยสูงถึง 10 เปอร์เซ็นต์ของคนทั้งโลก นอกจากนี้รายงานทางการแพทย์ของไทยยังพบว่าคนกรุงฯ มีอัตราผู้ป่วยภูมิแพ้สูงถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ต้นเหตุแห่งมลพิษมาจากโรงงานอุตสาหกรรมตามหัวเมืองใหญ่ทั่วโลกปล่อยหมอกควันพิษเข้าสู่ชั้นบรรยากาศ รวมทั้งไอเสียจากรถยนต์ที่มีปริมาณมากขึ้น   ทุกวัน


อาการเบื้องต้นของภูมิแพ้เริ่มจากเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย โดยไม่ได้มาจากการเจ็บป่วย หายใจไม่สะดวก ป่วยกระเสาะกระแสะ เหมือนเป็นไข้หวัดตลอดเวลา คัดจมูก น้ำมูก น้ำตาไหล แต่ไม่มีไข้


ป้องกันง่ายๆ ด้วยการหลีกเลี่ยงการเดินทางในช่วงเวลารถติด พักอาศัยอยู่ในที่ที่อากาศถ่ายเท หรือไปสูดอากาศนอกเมืองบ้าง และออกกำลังกายเป็นประจำค่ะ

 

โรคเครียดและโรคทางจิตเวช 

 

อาการพื้นฐานมีตั้งแต่ปวดศีรษะเรื่อยไปถึงซึมเศร้า หดหู่ ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้นานจะพัฒนา ไปสู่โรคทางจิตเวช แพทย์ศูนย์สุขภาพ โรงพยาบาลพญาไท 2 ให้ข้อมูลว่า “คนที่อยู่ในช่วงอายุ 25 –35 ปี ซึ่งเป็นวัยที่กำลังก้าวหน้าในหน้าที่การงาน มักจะเป็นโรคเครียดมากกว่าวัยอื่น เรียกว่าโรคผู้บริหาร เพราะอายุที่มากขึ้น ร่างกายเสื่อมลงตามวัย แต่กลับมีภาระรับผิดชอบหนักขึ้น” ค่ะ

 

ยังมีอีกหนึ่งอาการที่น่าสนใจ รู้จักกันในชื่อ ADT (Attention Deficit Trait) หรืออาการสมาธิสั้นในการทำงาน ADT ไม่ได้เกิดจากความผิดปกติของสมอง หากเกิดจากความไม่ปกติของบุคลิกภาพเนื่องจากต้องทำหลายสิ่งหลายอย่างในเวลาเดียวกัน ส่งผลให้ร่างกายตื่นตัวตลอดเวลา ผู้ป่วยไม่สามารถจดจ่อกับงานใดงานหนึ่งได้นานๆ ไม่มีความอดทน และมักมีปัญหากับการจัดลำดับความสำคัญและการบริหารเวลา


อาการเหล่านี้หายได้ด้วยการจัดสภาพแวดล้อมในที่ทำงานใหม่ พักผ่อนให้เพียงพอ ลดคาร์โบไฮเดรต และแอลกอฮอล์ หากไม่ดีขึ้นควรพบจิตแพทย์ หลายองค์กรทั่วโลกเริ่มให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เช่น จัดให้มีมุมนั่งเล่นในสวนสวย มุมทำสมาธิ มุมรับประทานอาหารว่าง มุมดูหนังฟังเพลง บริการนวดคลายเครียดในที่ทำงาน สปอร์ตคลับ การเพิ่มเวลาพักทุกๆ ชั่วโมง เป็นต้นค่ะ

 

อาการผิดปกติทางกล้ามเนื้อ 

 

ในยุคไอทีแทบทุกคนบนโลกต้องนั่งทำงานกับคอมพิวเตอร์ การจ้องหน้าอคอมพิวเตอร์ทั้งวัน ทำให้ตาพร่ามัว (Computer Vision Syndrome) รังสีจากหน้าจอทำให้กล้ามเนื้อตาตึงเครียด อาการเหล่านี้หากทิ้งไว้นานจะมีอาการปวดศีรษะร่วมด้วย การพักสายตาด้วยการหลับตาหรือมองต้นไม้ใบหญ้าจะช่วยลดความเมื่อยล้าของดวงตา


กล้ามเนื้อเมื่อยล้า (Carpal Tunnel Syndrome) เป็นอาการเครียดของกล้ามเนื้อเมื่อใช้งานต่อเนื่องนานๆ เช่น การกดแป้นคีย์บอร์ด ทำให้ข้อกระดูกนิ้วเสื่อม กล้ามเนื้อไหล่ตึงและเจ็บปวด การขยับเมาส์ไปมาทำให้ปวดกระดูกข้อมือ และอาจเกิดพังผืดที่โพรงเส้นประสาทข้อมือหรืออุโมงค์ข้อมือ หากทิ้งไว้นานอาจปวดเรื้อรังถึงขั้นพิการ


บรรเทาได้ด้วยการพักข้อมือ รับประทานยาแก้ปวด ในบางรายที่อาการหนักอาจต้องสวมอุปกรณ์ประคองข้อมือ หรือฉีด corticosteroids เพื่อลดการเจ็บปวด


อีกวิธีที่ช่วยลดปัญหาได้คือ ปรับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ให้เหมาะกับสรีระ เช่น จัดมอนิเตอร์ให้ห่างจากตัวอย่างน้อย 16 นิ้ว จอภาพควรอยู่ระดับเดียวกับสายตา ใช้แผ่นกรองแสงเพื่อป้องกันรังสีหรือเลือกใช้จอถนอมดวงตา ควรปรับแสงสว่างหน้าจอให้เหมาะกับแต่ละช่วงเวลาด้วย ขณะใช้คีย์บอร์ดและเม้าส์ให้วางท่อนแขนขนานกับพื้น     มีแผ่นรองข้อมือเพื่อช่วยลดการเคลื่อนไหวและการเสียดสี ปรับระดับเก้าอี้ให้นั่งสบาย ขาตั้งฉากกับพื้น ซึ่งถือเป็นท่าที่ถูกต้อง

 

โรคปลายประสาทอักเสบ (Polyneuritis)

 

เกิดจากความผิดปกติของประสาทส่วนปลาย เป็นผลกระทบจากโรคเครียดและกล้ามเนื้อ อักเสบ การได้รับสารพิษหรือโลหะหนักอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการนั่ง ยืน หรือยกของในท่าไม่ถูกต้องเป็นเวลานานๆ จนเกิดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อตั้งแต่บริเวณคอ ลงไปที่ไหล่ เรื่อยไปถึงกระดูกสันหลังและช่วงเอว ทำให้ทรงตัวไม่ได้ ร่างกายอ่อนปวกเปียก ชาตามปลายนิ้วมือนิ้วเท้า หากปล่อยไว้กล้ามเนื้อจะลีบ เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาตได้


โรคนี้พบบ่อยในคนทำงานนั่งโต๊ะรวมทั้งคนที่อาศัยในเขตอุตสาหกรรม โดยเฉพาะบริเวณที่มีมลพิษหนาแน่น ป้องกันได้โดยการนั่ง ยืน เดิน ในท่าที่ถูกต้อง นวดคลายกล้ามเนื้อสม่ำเสมอ และอยู่ในสถานที่ที่สภาพแวดล้อมดี อากาศดี

 

โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ 

 

ความรีบเร่งทำงาน รถติด ห้องน้ำไม่สะอาดทำให้สาวๆ เลือกที่จะกลั้นปัสสาวะ โดยไม่รู้เลยว่าปริมาณน้ำจะเพิ่มเป็นเท่าตัว ทำให้กระเพาะปัสสาวะบวม ผู้หญิงมีท่อนำปัสสาวะสั้นกว่าผู้ชาย เชื้อโรคจึงย้อนกลับเข้าไปสู่กระเพาะปัสสาวะ และเกิดการติดเชื้อได้ โรคนี้จะทำให้คุณมีอาการปวดปัสสาวะมากกว่า 8 ครั้ง ใน 1 วัน หรือปวดปัสสาวะกระปริด  กระปรอย ต้องเข้าห้องน้ำบ่อยๆ จนรบกวนการนอนหลับ กลั้นปัสสาวะไม่อยู่  ในรายที่เพิ่งเริ่มเป็นรักษาให้หายขาดได้ด้วยการรับประทานยาเพียง 1 สัปดาห์

 

สร้างเกราะกำบังโรค 

 

วิธีการดูแลตนเองจากโรคภัยทั้งปวง มีบทสรุปออกมาเหมือนกันทั่วโลก คือ การรับประทานอาหารสด สะอาด ครบหมวดหมู่ ออกกำลังอย่างสม่ำเสมอ และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ แต่เพื่อให้สอดคล้องกับการดำเนินชีวิตในเมืองใหญ่ คุณควร...

     1. หลีกเลี่ยงการพักอาศัยในแหล่งอุตสาหกรรมหรือออฟฟิศ ทาวเวอร์ ซึ่งใน

ประเทศที่พัฒนาแล้วจะมีการจัดโซนนิ่งที่พักอาศัยอย่างเป็นระบบ 

  1. ตื่นเช้าขึ้นอีกนิดเพื่อทำอาหารง่ายๆ นำไปรับประทานมื้อกลางวัน มั่นใจได้

ว่าอร่อย สะอาด แถมยังประหยัดเวลาเดินทาง และรอซื้ออาหารได้อีก 

  1. ขณะนั่งทำงานหาวิธียืดเส้นยืดสาย หรือลุกเดินให้ร่างกายได้เคลื่อนไหว

บ้าง จัดตารางเวลาการทำงานใหม่ หาเวลาผ่อนคลายความเครียดและเล่นกีฬาสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ครั้งละ 15 นาทีเป็นอย่างน้อยค่ะ

 

เป็นยังไงบ้างคะ โรคบั่นทอน ชีวิตคนเมือง หวังว่าข้อมูลคงจะมีประโยชน์กับคุณๆ บ้างนะคะ  ขอให้ทุกคนมีสุขภาพที่แข็งแรง ปราศจากโรคภัยนะคะ....พยาบาลหมวย ^_^




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
abacus วันที่ : 10/09/2008 เวลา : 08.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/santana

เฮีย เล่น คอมเม้นกันเองเลยนะ ครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
BATTY วันที่ : 10/09/2008 เวลา : 00.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/DIVING

ขออนุญาตมาแนะนำตัว Blogger หน้าใหม่ เพิ่งมาฝึกเขียน blog ที่บ้านนี้ด้วยนะครับ
แวะไปดูได้ที่ http://www.oknation.net/blog/DIVING
blog สำหรับคนรักสุขภาพ เสนอบทความสร้างสรรค์ในการดูแลสุขภาพอย่างมีหลักการโดยเภสัชกรที่ชื่นชอบกีฬาดำน้ำ มาเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับโรค การดูแลรักษาตนเอง การปฐมพยาบาล ยาและวิธีใช้เบื้องต้น ครับผม

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
จ่าแป๊ะ วันที่ : 09/09/2008 เวลา : 23.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/24971954

อย่าลืมแนะนำให้คนที่อยู่ข้างๆ ปฏิบัติด้วยนะครับ เป็นห่วงน่ะครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กันยายน 2008 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        



[ Add to my favorite ] [ X ]