• wbj
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : wbjoong@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-12-28
  • จำนวนเรื่อง : 12
  • จำนวนผู้ชม : 26937
  • ส่ง msg :
  • โหวต 37 คน
วิบูลย์ จุง
แนวคิด, บริหาร, การจัดการ, การทำงาน, ทัศนคติ, ธรรมะ,พัฒนาตน, แนวคิดใหม่ๆ บทความเพื่อพัฒนาแนวความคิดสำหรับคนในประเทศไทย... เพื่อการพัฒนาประเทศที่ยั่งยืน...
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/wbj
วันพุธ ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2551
Posted by wbj , ผู้อ่าน : 1341 , 09:29:39 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สร้างพายุสมอง ลูกที่ 2

หลังจากต่างคนต่างเขียนความคิดเห็นใส่กระดาษ และเริ่มนำมาติดที่กระดานด้านหน้า เพื่อทำเป็นหัวข้อแล้ว แต่ละคนก็สนุกกับการอ่านความคิดเห็นของคนอื่น และ พยายามที่จะจัดกลุ่มความคิดเห็นให้ออกมาเป็นกลุ่มๆ ตามความเข้าใจของเขา บางกลุ่มมีความคิดเห็นติดไว้หลายแผ่น บางกลุ่มมีเพียง 2-3 แผ่น มีแผ่นเดียวอยู่ 2-3 แผ่น ที่จัดกลุ่มกับใครไม่ได้เลย... ผมเลือกเอาหัวข้อที่น่าสนใจออกมา และเริ่มกล่าวระหว่างการเลือกหัวข้อ…ที่ผมคิดว่าน่าสนใจ…

“ผมขอเลือกเอามาแค่บางหัวข้อนะครับ ผมจะเอามาแค่ยกตัวอย่างให้ดู”
“คุณวิบูลย์ให้ผมเลือกหัวข้อเองได้ไม๊ครับ…” เสียงของคุณชัช ดังขึ้น ทำให้ทุกคนหันไปมองคุณชัชเป็นตาเดียวกัน… แต่ดูเหมือนว่า คุณชัช พยายามที่จะทำให้ผมลำบากใจ มากกว่าจะช่วยเหลือเสียอีก…
“ได้ครับ เชิญคุณชัชมาเลือกได้เลยครับ” ผมเอาหัวข้อที่ผมเพิ่งเลือกมา 2 หัวข้อเก็บไว้ก่อน แล้ว ปล่อยให้คุณชัชเลือกในหัวข้อต่างๆออกมา…
“ครับนี่ครับ ผมคิดว่า เราน่าจะเอาหัวข้อเหล่านี้มาคุยกันครับ”

คุณชัชส่งหัวข้อที่เลือกมา 6 หัวข้อให้กับผม ดังนี้คือ
1. เงินเดือนน้อย
2. วิธีการทำงานไม่มีประสิทธิภาพ
3. พนักงานไม่ยอมทำงาน
4. เครื่องจักรไม่ดี
5. เพื่อนร่วมงานนิสัยไม่ดี
6. คนทำงานไม่มีประสิทธิภาพ

ส่วนผมนั้น เลือกมา 2 หัวข้อที่เลือกมาคือ ขาดการเรียนรู้ และ ไม่ยอมพูดคุยกัน แต่พออ่านที่คุณชัช เลือกมาให้แล้ว ผมรู้สึกได้เลยว่า หัวข้อเหล่านั้น จะเป็นหัวข้อที่หัวหน้างานในห้องนี้แต่ละคนประสบปัญหาใหญ่ๆ หนักๆ กันทั้งนั้น

“ผมขอเขียนกระดานในหัวข้อที่คุณชัชเลือกมาให้ทั้งหมด แล้วผมก็เลือกมา 2 หัวข้อแล้ว… มีใครต้องการเน้นเรื่องอะไรอีกหรือเปล่าครับ…” ผมเขียนจนเสร็จแล้วหันกลับมาดู ดูเหมือนว่า คนในห้องนั้น ก็ต้องการอยากรู้ว่า หัวข้อต่างๆนั้น เช่นกัน
“คราวนี้ ใครคิดว่า หัวข้อเหล่านี้ เราควรจะทำอะไรเพื่อให้ทั้งหมดดีขึ้น และ เราต้องทำอะไรเพื่อให้งานของเราดำเนินไปได้อย่างดี… พวกคุณคิดว่า คุณจะเลือกทำข้อใดก่อนครับ…” ผมถามเพื่อหยั่งเสียงดูว่า
“ถ้าผมเลือก ผมอยากให้ทำเรื่องเงินเดือนน้อยก่อนครับ รับรองว่างานจะดีขึ้น” คุณชัช กล่าวออกมาก่อนเลย
“ถ้าเป็นผม ผมเลือกให้แก้ไขเรื่องคนทำงานไม่มีประสิทธิภาพก่อน” คุณมิตร ฝ่ายคอมฯ เสนอมาบ้าง
“ผมว่าน่าจะเรื่อง เครื่องจักรไม่ดี ก่อนนะครับ” คุณวิษณุ ที่อยู่ฝ่ายซ่อมบำรุงเสนอความคิดเห็น
“เจนเลือกที่จะปรับปรุงพนักงานก่อนค่ะ” น้องเจนลูกเจ้าของโรงงานเสนอบ้าง
“น่าจะแก้ไขเรื่องเพื่อนร่วมงานนิสัยไม่ดีก่อนนะค่ะ” คุณเคนนี่ ที่มาจากฝ่ายบัญชีเสริมขึ้น
…
มีข้อเสนออีกหลายท่านที่เสนอและสนับสนุนในห้วข้อแต่ละหัวข้อ ผมก็เขียนรายชื่อคนที่สนับสนุนแต่ละหัวข้อ ไว้ด้านหลังหัวข้อเหล่านั้น ซึ่งดูเหมือนว่า ไม่มีข้อไหนเลยที่ไม่มีคนสนับสนุน

“เอาหละ ถ้าผมนับเอาจำนวนคนที่สนับสนุนมากที่สุดมาทำ พวกคุณคิดว่าอย่างไร?”
“ก็ดีครับ ประชาธิปไตยดี” คุณชัช กล่าวตอบทันที เพราะ หัวข้อเรื่องเงินเดือนนั้น เป็นหัวข้อที่มีจำนวนคนสนับสนุนมากที่สุด
“อย่างนั้นก็ดีครับ อย่างนั้น เราทั้งหมด ก็น่าจะเลือก การปรับเงินเดือน กับ คนทำงานไม่มีประสิทธิภาพ มาทำก่อนตามจำนวนคนสนับสนุน… การเลือกอย่างนี้มันดูเหมือนเป็นประชาธิปไตยนะครับ แต่ผมคิดว่า วิธีการประชาธิปไตย มันสามารถเบี่ยงเบนไปตามความรู้สึกได้มากกว่า เหตุผลได้นะครับ อย่างเช่นหากมีใครมีอิทธิพล จนทำให้คนอื่นๆ ทำตามความต้องการ หรือ เรียกง่ายๆว่า ฮั้วกัน หรือ เตี้ยมกัน ก็อาจจะทำให้เลือกการกระทำที่ผิดพลาดได้นะครับ” ผมมองดูปฏิกริยาของทั้งหมด ดูเหมือนว่า เขาจะไม่เข้าใจที่ผมพูดเสียเลย… “ผมขอยกตัวอย่างละกัน อย่างเช่น ถ้าให้คุณเลือกประธานกลุ่มในห้องนี้ที่มาจากหัวหน้างานแต่ละคน คุณคิดว่าใครจะเป็นประธาน แต่ขอยกเว้นคุณ เจน นะครับ ”
“คุณชัชวาล” … “คุณชัช”.. หลายๆเสียง สนับสนุนให้คุณชัช เป็นประธานกลุ่ม และ ดูเหมือนว่า คุณชัชมีอิทธิพลกับคนกลุ่มนี้ค่อนข้างมาก
“ดูเหมือนว่าจะมีมติเอกฉันท์เลยนะครับ คราวนี้ ถ้าห้องนี้เป็นกลุ่มพนักงานทั้งหมด แล้วเกิดมีคนอยากเป็นประธานอย่างมาก โดยให้เพื่อนเขาประมาณสัก 100 กว่าคน เข้ามาในห้องนี้ แล้ว ยกมือเลือกเขา จะเกิดอะไรขึ้นครับ” ผมทิ้งช่วงเล็กน้อย “ผมคิดว่า คนๆนั้นคงชนะคะแนนเสียงได้อย่างไม่ยากเลยใช่ไม๊ครับ” คราวนี้ได้ผล ทุกคนดูเหมือนจะเข้าใจจุดอ่อนของการเลือกแบบประชาธิปไตยได้มากขึ้น…

“ผมขอใช้ วิธีการของ เหตุและผลนะครับ ซึ่งเป็นหลักง่ายๆครับว่า ถ้าคุณกระทำสิ่งหนึ่งให้ดีขึ้น สิ่งที่ทำให้ดีขึ้นนั้น อาจจะทำให้อีกหลายๆสิ่ง ดีขึ้นตาม ไม่มาก ก็น้อย ผมหมายถึง ถ้าคุณแก้ไขปัญหาที่ค้นเหตุ ก็จะทำให้ผลเสียต่างๆที่เกิดจากเหตุนั้นๆ จะน้อยลง ยกตัวอย่างเช่น หากเราปรับปรุงเรื่องเงินเดือนอย่างที่ขอ พนักงานก็จะมีความพึงพอใจ หรือ เราอาจจะมีพนักงานที่เก่งๆมากยิ่งขึ้น แต่เรื่องการปรับเงินเดือน ก็จะไม่เกี่ยวข้องกับ วิธีการทำงานเลย”

“เข้าใจครับเรื่องนี้ แต่คุณจะเอามาใช้กับเรื่องเหล่านี้ยังไง ผมยังมองไม่ออกเลย” คุณชัช ดูเหมือนว่า วันนี้ จะเข้าประชุมมาโต้แย้งกับผม หรือว่า เขาต้องการที่จะรู้เรื่องต่างๆ จริงๆ ก็ไม่ทราบได้ แต่ความรู้สึกของผมดูเหมือนว่า คุณชัชจะพยายามอวดตัวว่าตัวเองเก่งเสียทุกอย่าง และ อยากจะลองภูมิผมเสียมากกว่า

“อย่างนั้น เรามาลองดูว่า แต่ละเรื่องมันเป็นเหตุเป็นผลซึ่งกัน หรือว่า ไม่เกี่ยวข้องกันดีไม๊ครับ” ผมก็เริ่มหาความคิดเห็นร่วมกับ 8 หัวข้อ “คุณคิดว่า การขึ้นเงินเดือนนั้น จะทำให้ วิธีการทำงานดีขึ้น หรือว่าไม่เกี่ยวข้องครับ…”

“ไม่เกี่ยวข้องกันเลย…” คนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับความคิดเห็นของคุณวิษณุ
“ผมเห็นด้วยครับ มันไม่เกี่ยวข้องกัน คราวนี้ ใครคิดว่าการขึ้นเงินเดือน จะทำให้พนักงานทำงานมากขึ้น หรือว่า พนักงานทำงานมากขึ้นจะได้รับเงินเดือนสูงขึ้น หรือว่า ไม่เกี่ยวข้องกันครับ”
“เจนว่า ขึ้นเงินเดือนน่าจะทำให้พนักงานทำงานได้มากขึ้นนะค่ะ”
“แต่ถ้าคนที่เราขึ้นเงินเดือนให้เขาคิดว่า เขาทำเงินให้บริษัทฯ มากกว่าเงินที่เขาได้รับหละ...?” ผมแย้งเจนเล็กน้อย...
“อืม มันขึ้นอยู่กับความคิดของแต่ละคนด้วยนะค่ะ...”
“แต่พี่คิดว่า การที่พนักงานทำงานได้มากขึ้น หรือ ทำงานดีขึ้น ก็สมควรที่จะได้เงินมากขึ้นครับ อย่างเช่น ทำงาน OT อะไรทำนองนี้นะครับ... คนอื่นคิดเหมือนผมไม๊ครับ...”
“ก็จริงค่ะ”… “ผมเห็นด้วยครับ” หลายคนเริ่มเห็นด้วย
“อย่างนั้น ผมจะให้คะแนนทางด้านฝั่งซ้ายที่เป็นเหตุ ของพนักงานทำงานมากขึ้น และ ให้คะแนนฝั่งขวาที่เป็นผล ให้กับ เงินเดือน นะครับ.. คราวนี้ต่อนะครับ…”

ผมไล่หาว่า แต่ละหัวข้อ ข้อใดเป็นเหตุ และข้อใดเป็นผล โดยข้อใดเป็นเหตุ ก็จะให้คะแนนทางด้านฝั่งซ้าย เพิ่มขึ้นหนึ่งขีด และ ให้กับข้อที่เป็นผลทางด้านฝั่งขวาของหัวข้อหนึ่งขีดเช่นกัน และเมื่อจบหัวข้อแรก ผมก็เริ่มไล้หัวข้อถัดไปตามลำดับ โดยจับให้หาว่า แต่ละเรื่อง เรื่องใดเป็นเหตุและ เรื่องใดเป็นผล.. ซึ่งผลของการสรุปนั้น....

(อ่านต่อฉบับหน้า...)

สรุปหลักการและเหตุผล...

  • การจัดกลุ่มที่ดี ควรจะจัดให้มีกลุ่มน้อยมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพราะจะทำให้เราเข้าใจประเด็นหลักมากยิ่งขึ้น
  • คนเรามักจะมองแต่ปัญหาที่ตนเองกำลังเจออยู่เสมอ ดังนั้น การเลือกหัวข้อประเด็นต่างๆ จึงมักจะเลือกจากจิตใต้สำนึก ทำให้รู้ว่า เขากำลังประสบปัญหาอะไร
  • การทำงานในหน้าที่ต่างๆนั้น จะมีจิตใต้สำนึกเกี่ยวกับงาน หรือ ส่วนที่เกี่ยวข้องกับงานอยู่เสมอ ดังนั้น การสนับสนุนว่า หัวข้อใดควรจะแก้ไขหรือไม่นั้น มักจะพบว่า จะสนับสนุนในส่วนของงานที่เกี่ยวข้องกับตนเองเสมอ
  • ผู้ที่มีอิทธิพลเหนือคนอื่น มักจะได้รับการยกย่องให้เป็นผู้นำเสมอ
  • การกระทำหนึ่งอย่าง อาจจะทำให้เกิดผลหลายอย่าง... การที่เรากำลังมองผลที่เกิดขึ้นนี้ บางทีอาจจะเกิดจากการกระทำจากเหตุหลายๆอย่าง
  • พนักงานทุกคน ต้องการรายได้ที่เพิ่มขึ้นอยู่เสมอ




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
คนใส่แว่น วันที่ : 27/02/2008 เวลา : 21.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chattrg


มาอ่าน
ด้วย
ความขอบคุณ และ นิยม ครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

ความสามัคคี คือพลัง...

เพียงรวมกลุ่มกัน ก็สามารถที่จะต่อกรกับผู้ที่มีอำนาจได้

View All