• wbj
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : wbjoong@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-12-28
  • จำนวนเรื่อง : 12
  • จำนวนผู้ชม : 26915
  • ส่ง msg :
  • โหวต 37 คน
วิบูลย์ จุง
แนวคิด, บริหาร, การจัดการ, การทำงาน, ทัศนคติ, ธรรมะ,พัฒนาตน, แนวคิดใหม่ๆ บทความเพื่อพัฒนาแนวความคิดสำหรับคนในประเทศไทย... เพื่อการพัฒนาประเทศที่ยั่งยืน...
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/wbj
วันอังคาร ที่ 4 มีนาคม 2551
Posted by wbj , ผู้อ่าน : 1156 , 13:24:21 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

“คุณวิบูลย์ จะให้ผมไปเรียกคุณชัชเข้ามาห้องประชุมเลยไม๊ครับ” คุณวิษณุถาม.หลังจากที่ในห้องประชุมได้ทำการสรุป เหตุและผลเรียบร้อยแล้ว
“ครับ ดีครับ วานคุณวิษณุ ช่วยเป็นธุระให้ด้วยนะครับ”

ผมให้ทีมงานของน้องเจน ออกความคิดเห็นลงในกระดาษ และ นำมาติดไว้ที่กระดานให้จัดกลุ่มความคิดเห็นที่เหมือนๆกัน ผมพบว่า มีความคิดเห็นดีๆมากมาย ที่เขียนออกมา และ การจัดกลุ่มต่างๆ เป็นที่น่าแปลกใจที่คำตอบบางคำตอบ ยังต้องการสิ่งที่ตนเองขาด ทั้งๆที่โจทย์บอกว่า โรงงานกำลังจะเจ๊ง ซึ่งไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่ เพราะว่า พวกเขาไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ที่โรงงานกำลังจะเจ๊งจริงๆ เมื่อได้จัดกลุ่มความคิดแล้ว เราก็ได้รวบรวมและ เลือกหัวข้อเพื่อนำมาหาว่า เราควรจะปรับปรุง ณ จุดใดก่อน และ หลัง โดยใช้วิธีดั้งเดิมคือ การโหวตว่า น่าจะทำอะไรก่อนและหลัง



จากนั้น ผมก็เสนอวิธีการจัดหาเหตุ และ ผลของแต่ละหัวข้อ โดย ให้กำหนดหัวข้อเป็น 2 ชุด และ ให้ฝั่งหนึ่งเป็นเหตุ และ อีกฝั่งหนึ่งเป็นผล จากนั้น ก็ให้หาว่า หัวข้อใดนั้นเป็นเหตุ ของ หัวข้อทางขวา ก็ให้ลากลูกศรจากด้านเหตุ ไปยังด้านผล แต่ต้องไม่ลากเข้าหาตัวเอง หรือเป็นเหตุซึ่งกันและกัน เพราะความจริงถ้าสิ่งใดเป็นเหตุ อีกสิ่งย่อมเป็นผลเสมอ เมื่อได้จำนวนของเหตุ และ จำนวนของผลในแต่ละหัวข้อแล้ว ค่อยมาจัดเรียง จากมากไปน้อย แต่ถ้าเท่ากัน ว่า หัวข้อใด เป็นเหตุของอีกหัวข้อ หลังจากนั้นต่อจากนี้ไป ผมก็จะจัดให้เกิดการเรียงตามเหตุ จากน้อยบ
ว่า ถ้าปรับปรุงเรื่องนี้ให้ดีขึ้น จะทำให้เรื่องใดบ้างดีขึ้นตามไปด้วย วิธีการจัดทำนั้น ก็เพียงแต่ซึ่งนั่นหมายความว่า ถ้าเราได้จัดการที่ต้นเหตุแล้ว จะทำให้ ผลที่เกิดจากสาเหตุนั้น ดีตามไปด้วย เพื่อให้หัวข้อต่างๆนั้น มีน้ำหนักของความเป็นเหตุ เป็นผล ว่ามีน้ำหนักในเรื่องเหตุเท่าใด และ มีน้ำหนักในเรื่องผลเท่าใด ตารางที่ได้จากการเลือกหัวข้อต่างๆนั้น จากนั้นผมก็จัดลำดับ ผลที่มากๆไว้ด้านบน เรียงจากมากไปน้อย และ หากเท่ากัน ก็จะเรียง เหตุ จากน้อยลงไปมาก ซึ่งจะได้ข้อมูลตามตารางนี้

ข้อมูลที่จัดเรียงตามเหตุผล จากมากไปน้อยนั้น ทำให้เราเห็นว่า งานอะไรที่ควรจะทำ ซึ่งหมายถึง หากแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับเรื่องต่างๆเหล่านี้ ก่อน จะทำให้หลายๆงานดีขึ้น เนื่องจากหัวข้อที่มีจำนวนเหตุมากๆนั้น เป็นหัวข้อพื้นฐานที่หากได้ปรับปรุงพื้นฐานของการทำงานแล้ว ส่วนที่เป็นรายละเอียดที่ใช้พื้นฐานในข้อนั้นๆ ก็จะจะดีขึ้น อย่างเช่น หากมีการอบรมพนักงานให้มีความรู้ความสามารถมากขึ้น ก็จะทำให้การทำงานของเขาดีขึ้น การตัดสินใจดีขึ้น การสื่อสารดีขึ้น มุมมองของพนักงานดีขึ้น หรือแม้นแต่ พฤติกรรมบางอย่างที่ไม่เหมาะกับการทำงาน ก็อาจจะดีขึ้นด้วย เป็นต้น การจัดเรียงแบบนี้ผมจะเอามาเพื่อใช้อธิบายให้กับหัวหน้างานฟังว่า หน้าที่เขาที่ควรจะทำจริงๆนั้น เขาควรทำอะไร เจ้าของกิจการควรทำอะไรเพื่อที่จะพัฒนาองค์กรโดยรวม



ส่วนข้อมุลที่จัดเรียงตามผล จากมากไปน้อยนั้น ทำให้เรารู้ว่า งานใด ที่ต้องทำ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นงานประจำที่พนักงานต้องทำให้เสร็จลุล่วง หรือ งานที่เป็นรายละเอียดปลีกย่อย ที่ต้องทำให้เสร็จ หรือ งานที่เป็นงานประจำที่ต้องทำ แต่หากแก้ไขปัญหาพวกนี้แล้ว จะแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุได้ แต่ไม่ได้แก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ อย่างเช่น การป้อนข้อมูล หรือ การประมวลผล ให้รวดเร็วขึ้น ซึ่งบางครั้ง การปรับปรุงการป้อนข้อมูล อาจจะไม่ใช่เหตุหลัก แต่ความเป็นจริงแล้ว เราอาจจะต้องเปลี่ยนคอมพิวเตอร์ เปลี่ยนความเร็วในการส่งข้อมูล หรือ แม้นแต่เปลี่ยนแปลงโปรแกรมก็ได้ ซึ่งล้วนแล้วเป็นพื้นฐานของการป้อนข้อมูล หรือ การประมวลผลทั้งสิ้น ผมจะใช้การจัดเรียงแบบนี้ กับกลุ่มคนที่เป็นนักปฏิบัติ กลุ่มพนักงานที่เข้ามารวบรวมความคิด เป็นส่วนใหญ่ เพราะมันจะแสดงให้ว่า งานที่เขารับผิดชอบในการทำนั้นคืออะไร แต่ถ้าเขาทำงานในส่วนล่างด้วย งานของเขาจะพัฒนาได้ดีมากน้อยเพียงใด

ระหว่างที่ผมสรุปเรื่องต่างๆให้กับสมาชิกในที่ประชุมฟังอยู่นั้น คุณวิษณุก็เข้ามา...
“เออ... คุณวิบูลย์ คุณชัชติดงานด่วนครับ คือ... คือ...ไม่สามารถเข้ามาประชุมได้อีก เออ... เขาฝากขอโทษฯมานะครับ” คุณวิษณุสีหน้าไม่ค่อยดี และ ดูเหมือนว่าจะพูดแบบคิดไป
“ครับ แล้วเขาสามารถเข้ามาได้กี่โมงครับ” ผมถามเพื่อต้องการทราบความจริงบางอย่าง
“เออ... เขาไม่ได้บอกครับ”
“อย่างนั้นผมไปสอบถามเขาเอาดีกว่าครับ เดี๋ยวผมมาครับ” ผมพูดเสร็จก็ลุกขึ้นยืนแล้วมองไปที่ เจน บอกเป็นนัยว่าไปกันไม๊...
“พี่จุง... เจนไปเป็นเพื่อนนะ...” เจนเหมือนรู้ว่า ผมอยากให้เจนไปด้วย...
“จ๊ะ... ขอบใจจ๊ะ...”

จากนั้นเราก็เดินเข้าไปในโรงงานอีกครั้งหนึ่ง สิ่งที่เราสองคนเห็นคือ คุณชัช กำลังคุยกับเลขาฯ สาวหน้าห้องอย่างสนุกสนาน เหมือนวันแรกที่ผมเดินเข้ามาในโรงงานแห่งนี้
“ขอโทษครับคุณชัช ผมอยากให้คุณกลับเข้าประชุมครับ เพื่อนๆรออยู่”
“ไม่ได้ครับ ผมกำลังติดธุระด่วน” คุณชัชตอบแบบห้วนๆ มองมาทางผมอย่างไม่ค่อยจะแยแสเสียเท่าไหร่
“อย่างนั้น ไม่ทราบว่า วันอังคาร คุณชัชพอมีเวลาว่างบ้างหรือเปล่าครับ”
“วันอังคารหรือ...” คุณชัชทำท่าคิดเล็กน้อย “ครับได้ครับ แล้วคุณวิบูยล์จะมาที่โรงงานหรือ?”
“จริงๆแล้ว ผมก็อาจจะไม่สามารถมาได้นะครับ แต่ผมจะลองลางานแล้วมาช่วยคุณชัช” ผมตอบอย่างไม่แน่ใจว่าจะมาได้ แต่ความเป็นจริงแล้ว ผมลางานไว้แล้วเพื่อทำธุระส่วนตัว
“อย่างนั้นวันอังคารก็ดีครับ แต่ผมคงไม่มีอะไรให้คุณวิบูลย์ ช่วยหรอก”
“ครับ ผมจะเข้ามาขอคำแนะนำ ละกันครับ” แล้วผมกับเจนก็เดินจากมา โดยเจนมองผมและจะพูดหลายครั้งแต่ผมก็แค่จับต้นแขนของเจนไว้เพื่อไม่ให้เขาพูดอะไรออกมา

“พี่จุง... เจนไม่เข้าใจว่าทำไมคุณชัชกลายเป็นคนละคนไปเลยนะ” ระหว่างเดินกลับมายังห้องประชุม
“เรื่องปกติครับ พี่คิดว่า เขากำลังต้องการอยู่ในจุดที่ปลอดภัยสำหรับเขามากที่สุด เพราะเขาคิดว่า พี่เข้ามาแล้วทำให้เขาไม่ปลอดภัยนะ”
“เขาจะไม่ปลอดภัยได้อย่างไรค่ะ”
“เรื่องนี้พี่แค่คาดเดา เอาไว้วันอังคาร พี่จะเข้ามาคุยกับคุณชัช อีกหน่อย ก่อนจะสรุปอะไรกันดีกว่า”

(อ่านต่อฉบับหน้า)

สรุปหลักการและเหตุผล...
  • หัวหน้างานที่ได้รับการยอมรับ ส่วนใหญ่ ไม่ค่อยชอบการเปลี่ยนแปลงจากบุคคลอื่น
  • การใช้แรงของเจ้าของกิจการมากไป จะทำให้พนักงานบางคนคิดว่า เราไม่มีอำนาจแท้จริง
  • เรื่องบางอย่างไม่สามารถจัดการได้ในห้องประชุม ต้องจัดการอย่างส่วนตัว
  • การทำให้คนหนึ่งยอมรับนั้น ต้องทำให้เขาเห็นว่าเขาได้ประโยชน์จากเรา หรือ เรามีควาสามารถที่เขาจะพึ่งพิงได้




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

ความสามัคคี คือพลัง...

เพียงรวมกลุ่มกัน ก็สามารถที่จะต่อกรกับผู้ที่มีอำนาจได้

View All