• wbj
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : wbjoong@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-12-28
  • จำนวนเรื่อง : 12
  • จำนวนผู้ชม : 26925
  • ส่ง msg :
  • โหวต 37 คน
วิบูลย์ จุง
แนวคิด, บริหาร, การจัดการ, การทำงาน, ทัศนคติ, ธรรมะ,พัฒนาตน, แนวคิดใหม่ๆ บทความเพื่อพัฒนาแนวความคิดสำหรับคนในประเทศไทย... เพื่อการพัฒนาประเทศที่ยั่งยืน...
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/wbj
วันศุกร์ ที่ 14 มีนาคม 2551
Posted by wbj , ผู้อ่าน : 2494 , 11:25:18 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ผมเห็นคน ตื่นตัวเรื่องกลยุทธ์ เลยกลัวว่า ความตื่นตัวนี้อาจจะทำให้เกิดผลเสียกับคนที่ยังไม่เข้าใจ แนวความคิดเชิงกลยุทธ์ อย่างถ่องแท้ แล้วไม่ได้เอาหลักการณ์ของแนวความคิดไปใช้ ซึ่งการเรียนการวางแผนเชิงกลยุทธ์ นั้น จำเป็นที่ผุ้เรียนควรจะรุ้เรื่องแนวความคิดเชิงกลยุทธ์ก่อน เพื่อจะได้ เอาไปปรับใช้กับการออกแบบแผนเชิงกลยุทธ์ เพื่อให้สามารถบรรลุวัตถุประสงค์โดยง่าย

ผมเคยคิดคำพ้องเกี่ยวกับแนวความคิดกลยุทธ์ที่รวบรวมได้ แต่ผมเขียนไว้ในหนังสือเล่มหนึ่ง แต่ไม่รุ้ว่าใครยืมหนังสือเล่มนี้ไปแล้ว เลยไม่สามารถเอามาลงให้อ่านเพื่อสามารถมองภาพรวมได้ ดังนั้น ผมจึงเขียนบทความต่างๆใหม่ เพื่อรวบรวมแนวความคิดใหม่ และให้เพื่อนๆ ได้อ่านแนวความคิด และ อาจจะนำเอาไปประยุกต์ใช้งานกับชีวิตการทำงาน หรือ ธุรกิจส่วนตัวกันได้บ้าง

แนวความคิดกลยุทธ์ ก็คือ แนวความคิดที่ใช้ในการสร้างแผนกลยุทธ์ ทั้งหมดว่า คนที่คิดแผนเชิงกลยุทธ์นั้น มีแนวคิดในเรื่องต่างๆ หรือ มีแนวความคิดอย่างไรบ้าง ในการเอาความคิดลักษณะต่างๆ มาประยุกต์ให้เข้ากับกิจการ หรือ แผนงาน ซึ่ง แนวความคิดต่างๆนั้น มันเป็นเรื่องย่อย รายละเอียด ที่นักวางแผนกลยุทธ์ใช้กันอยู่เป็นประจำ หรือ ใช้มันอย่างเป็นธรรมชาติ

เมื่อมีปัญหาหนึ่งเกิดขึ้น หากเอา เอาผู้บริหารมาแก้ไขปัญหา หรือ นักวางแผนกลยุทธ์ หลายๆท่านมาวางแผนในปัญหาเดียวกัน จะมีวิธีการแก้ไขปัญหาที่แตกต่างกัน หรือ แนวทางการแก้ไขปัญหาที่แตกต่างกัน บางกลุ่มอาจจะมีแนวความคิดเดียวกัน แต่บางคนกลับมีแนวความคิดที่แตกต่าง นั่นหมายถึง แนวความคิดเชิงกลยุทธ์นั้น มันขึ้นกับประสบการณ์ของนักวางแผนกลยุทธ์ วิธีการวิเคราะห์ข้อมูลและเหตุการณ์ที่แตกต่างกัน และ ความถนัดในการใช้แนวความคิดเชิงกลยุทธ์ที่แตกต่างกัน

จากที่สัมผัสนักคิด หรือ นักวางแผนกลยุทธ์ รวมทั้ง เจ้าของกิจการหลายท่าน ผมพบว่า นักคิดแผนกลยุทธ์แต่ละท่าน ในการวางแผนหนึ่งๆจะใช้แนวความคิดไม่เกิน 5-6 แนวความคิด เป็นส่วนใหญ่ และนักวางแผนกลยุทธ์ส่วนใหญ่ ก็จะมีแนวความคิดพื้นฐานที่จะใช้เป็นประจำ 3-4 แนวความคิด ซึ่งไม่ได้มากมายอะไรเลยที่จะเรียนรุ้ว่า คุณมีแนวความคิดทางด้านใดบ้าง และ จะเอาแนวความคิดแต่ละแนว มาประยุกต์ใช้ได้อย่างไร

สิ่งต่างๆที่ผมจะพยายามถ่ายทอดนี้ เป็นแนวความคิด และ จากการรวบรวมข้อมูลทางด้านต่างๆ เพื่อแจงให้ท่านเห็นแนววิธีการคิด แนวความคิด และ การใช้งานแนวความคิดแต่ละแนวว่า ท่านควรจะเอาแนวความคิดเหล่านี้ไปใช้ได้อย่างไร ซึ่งแต่ละเรื่องแต่ละแนวความคิด มันอาจจะไม่ใช่ของใหม่สำหรับคุณ ซึ่งบางทีคุณอาจจะใช้อยู่แต่อาจจะลืมไปว่า นี่ก็คือแนวความคิดที่คุณเคยใช้ทั้งนั้น ผมอาจจะแค่ทบทวนเพื่อให้ท่านได้นำเอามาใช้ได้มากขึ้นเท่านั้น...

ก่อนจะคุยกันเรื่อง แนวคิดเชิงกลุยุทธ์ ต้องเข้าใจกันก่อนว่า ไม่ใช่ว่าทุกคนจะสามารถใช้กลยุทธ์ได้อย่างเก่งกาจทุกคน ซึ่งคนที่จะใช้กลยุทธ์ได้ดี ควรจะต้องมีพื้นฐานทางความคิดด้านเหตุผล และ หากพัฒนาความคิดด้านเหตุผลไปจนถึงสามารถคาดการณ์เหตุการณ์ข้างหน้าได้ด้วยจะยิ่งดี นอกจากความคิดด้านเหตุผลแล้ว ต้องมีพื้นฐานทางด้านการรับรุ้ความรู้สึก ซึ่งจะต้องพัฒนาจาก การรับรู้ความรู้สึกของตนเอง และ หากคนที่พัฒนาการรับรู้ความรู้สึกของตนกลายเป็น สามารถรับรู้ความรู้สึกของคนส่วนรวม ก็จะสามารถรับรู้เรื่องของคนได้มากขึ้น พื้นฐานความรู้ทั้ง 2 ด้านนั้น เป็นสิ่งที่สามารถพัฒนาให้เกิดได้ มันไม่ใช่พรสวรรค์เพียงอย่างเดียว ซึ่งมีการวิจัยแล้วว่ามันเป็นพรแสวงที่ต้องใช้ประสบการณ์และสภาวะแวดล้อมของแต่ละบุคคล หรือ อาจจะสร้างให้เกิดขึ้นได้ด้วยเช่นกัน

การสร้างพื้นฐานทางด้านเหตุผล จนพัฒนากลายเป็นสามารถคาดการณ์เหตุการณ์ข้างหน้านั้น จะมีการพัฒนาได้อย่างรวดเร็วจากคนที่มีพื้นฐานทางครอบครัวที่อบรมกันอย่างมีเหตุผล ส่วนการพัฒนาจากคนทั่วไปนั้น ต้องเริ่มจากการหาเหตุซึ่งทำให้เกิดผล หรือ ให้คิดว่า ผลเหล่านี้มีสาเหตุจากสิ่งใดบ้าง ซึ่งต้องอาศัยคำถามที่เป็นเหตุเป็นผลเพื่อสร้างให้มีแนวความคิดเหล่านี้ อย่างเช่น คำถามที่ว่า จงบอกวิธีการเดินของคนว่าเรามีวิธีการเดินอย่างไร? เป็นคำถามที่ดูเหมือนง่าย ก็แค่เดิน แต่ความเป็นจริงนั้น คนเราจะเดินได้นั้น วิธีการเดินของเราเป็นระบบ และมีเหตุมีผลของมัน ซึ่งคำถามนี้จะใช้ในการพัฒนาความคิดแบบเป็นขั้นเป็นตอน และ ความคิดทางด้านเหตุผล โดยเราต้องเอาความรู้ความเข้าใจในสมัยเด็กมัธยม เข้ามาผสมเพื่ออธิบายสิ่งธรรมชาติของคนเรา... ลองเขียนบรรยายมาดูครับว่า คุณนั้นมีวิธีการเดินกันอย่างไร...?

ส่วน การสร้างพื้นฐานทางด้านการรับรู้ความรู้สึกของตนเอง คนรอบข้าง หรือแม้แต่การพัฒนาไปเป็นการรับรู้ความรู้สึกของกลุ่มคนส่วนใหญ่นั้น คนที่สามารถพัฒนาทางด้านพื้นฐานนี้ได้ดี จะมาจากคนที่พยายามสังเกตุตนเอง สังเกตุคนรอบข้าง พยายามทำความเข้าใจตนเอง และ คนรอบข้าง จากนั้นก็เริ่มศึกษาพฤติกรรมของคนว่า อาการต่างๆที่แสดงออกมานั้น มีความหมายอย่างไร มีสิ่งซ่อนเร้นอะไรบ้าง คำพูด หรือ การเขียนต่างๆ นั้น กำลังสื่อในเรื่องใด มีเรื่องใดแอบแฝงอยู่ หรือ มีการสื่อสารทางด้านอื่นๆแอบแฝงอะไรมาบ้าง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ต้องอาศัยการสังเกตุ ต้องหมั่นฝึกฝนถึงจะเกิดความชำนาญ

หากคุณเป็นคนที่มีพื้นฐานทางด้านเหตุผล และ พื้นฐานทางด้านการรับรู้ความรู้สึกของคนนั้น ก็จะง่ายกับการใช้แนวคิดเชิงกลยุทธ์แล้วครับ แต่ถ้าคุณไม่รู้ว่าคุณมีมากน้อยเพียงใด คุณก็จะสามารถพัฒนาและเริ่มเรียนรู้ได้จาก แนวความคิดเชิงกลยุทธ์ในแต่ละบท แต่ละตอน เมื่อถึงจุดๆหนึ่ง เมื่อคุณพยายามสร้างแนวคิดเชิงกลยุทธ์ให้กับตัวคุณให้มีมากขึ้น คุณจะเริ่มสะสมพื้นฐานทั้งสองนี้มากขึ้น ส่วนคนที่มีพื้นฐานทั้งสองนี้ ก็จะพัฒนาพื้นฐานนั้นขึ้นไปอีกลำดับหนึ่งทีเดียว...



คิดกันเล่นๆ จงบอกวิธีการเดินของคุณว่า มีวิธีการเดินอย่างไร? อย่างเป็นขั้นเป็นตอนตามหลักการณ์และเหตุผล




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ท่าชนะ วันที่ : 14/03/2008 เวลา : 11.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Karida

เมื่อมีกลยุทธ์ ก็ต้องมี พันธกิจด้วยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
veerin วันที่ : 14/03/2008 เวลา : 11.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/veerin

กลยุทธ์ เป็นเรื่องตื่นตัวมากในการทำงานปัจจุบันค่ะ..

หลายฝ่ายยังไม่เข้าใจ..และมองเห็นว่า..เป็นเรื่องยาก..

ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นประจำ คือ การเอาผู้บริหารมาแก้ไขปัญหา แต่ละท่านมองมุมต่างและมีวิธีการแก้ไขปัญหาที่แตกต่างกันจริงๆค่ะ..

ยิ่งหลายผู้รู้..ยิ่งปวดหัว

กำลังนั่งมึนๆอยู่กับเรื่องนี้..ในวันนี้เหมือนกัน..

ขอบคุณที่นำบทความดีๆเช่นนี้มาฝากนะคะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

ความสามัคคี คือพลัง...

เพียงรวมกลุ่มกัน ก็สามารถที่จะต่อกรกับผู้ที่มีอำนาจได้

View All