• wbj
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : wbjoong@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-12-28
  • จำนวนเรื่อง : 12
  • จำนวนผู้ชม : 26933
  • ส่ง msg :
  • โหวต 37 คน
วิบูลย์ จุง
แนวคิด, บริหาร, การจัดการ, การทำงาน, ทัศนคติ, ธรรมะ,พัฒนาตน, แนวคิดใหม่ๆ บทความเพื่อพัฒนาแนวความคิดสำหรับคนในประเทศไทย... เพื่อการพัฒนาประเทศที่ยั่งยืน...
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/wbj
วันศุกร์ ที่ 14 มีนาคม 2551
Posted by wbj , ผู้อ่าน : 1089 , 11:28:51 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เรื่องของการเดิน
คนทั่วไป จะบอกว่า การเดินก็แค่ก้าวท้าวขวาและท้าวซ้ายสลับกัน...

คนที่สร้างหุ่นยนต์เดิน 2 ขา อย่าง Honda จะไม่มีใครบอกหรอกว่า มันมีเพียงแค่นั้น เพราะว่า กว่าจะสร้างหุ้นยนต์ที่สามารถเดิน 2 ขาได้นั้น ใช้เวลามากกว่า 5 ปี... ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น...

ก็เพราะว่า คนเรานั้น จำไม่ได้เวลาหัดเดินแรกๆ เพราะช่วงนั้นเราใช้สัญชาตญาณในการหัดเดิน แต่ความเป็นจริงนั้น การเดินนั้น ต้องเริ่มจากการยืนหรือ ทรงตัวจากขาให้ได้ การทรงตัวจากขาก็ต้องเริ่มจากการทรงตัวจากการนั่ง การจะนั่งให้ได้ ก็ต้องมีการพยุงตัวขึ้นมาก่อน เหล่านี้เป็นเหตุผลที่ต่อเนื่องกว่าจะหัดเดินได้ มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เหมือนที่พวกเรากำลังเดิน แต่กว่าจะหัดเดินได้ บางคนใช้เวลาไม่นานนัก บางคนหกล้มเล็กน้อย ก็จะพยายามไม่อยากเดิน หรือ เป็นกลุ่มเด็กพวกเดินช้า เป็นต้น

การทรงตัวเป็นพื้นฐานของการเดิน ดังนั้น หากสามารถทรงตัวได้ ก็ยังไม่สามารถที่จะเดินได้ เพระยังไม่รู้จักการถ่ายน้ำหนักของตัวให้อยู่ในเท้าซ้าย หรือ เท้าขวา...

การถ่ายน้ำหนักตัวบนขาได้ ก็ใช่ว่าจะเดินได้ ต้องทรงตัวระหว่างการก้าวขา การทิ้งน้ำหนักตัว และ ต้องก้าวท้าวออกไป สลับสับเปลี่ยน ถ่ายน้ำหนัก ทรงตัว และ ทิ้งน้ำหนักลงขาอย่างเหมาะสม สิ่งเหล่านี้สัมพันธ์กันในระหว่างการเดิน แต่เนื่องจากคนเรามีการฝึกฝนตั้งแต่ยังจำความไม่ได้ ก็เลยไม่รับรู้ถึงความรู้สึกในช่วยวัยนั้น...

เมื่อเดินได้ คนเราก็จะพยายามวิ่ง การวิ่ง คือการเดินอย่างเร็ว การทำวงจรของการเดินอย่างรวดเร็ว เริ่มมีการทิ้งน้ำหนักตัวอย่างเหมาะสม เพื่อจะให้ได้อาการวิ่งเกิดขึ้น

เหตุเกิดจากปัจจัยเบื้องต้น เด็กอยากเดินเพราะเห็นผู้ใหญ่เดิน อยากทำตาม เด็กส่วนใหญ่ก็อยากจะทำตามผู้ใหญ่ คนที่ไม่เคยทำ ก็อยากจะทำแบบคนที่เคยทำแล้ว นี่ก็เป็นความคิดเชิงกลยุทธ์ที่เด็กอ่อนๆ ก็ยังมีกลยุทธ์ในการจัดการกับตัวเองเช่นกัน...

คนที่เข้าใจการเดินมากที่สุด คือคนที่เดินแล้วสูญเสียการเดินไป ต้องฝึกกายภาพบำบัด ต้องใช้ทั้ง แรงกาย และ แรงใจในการฝึกฝน การที่ผมยกตัวอย่างการเดิน ก็เพราะ ผมอยากให้คุณๆทั้งหลาย ได้มองเห็นว่า การได้มาในสิ่งธรรมดาๆ ในชีวิต จริงๆ แล้ว มันต้องใช้แรงกายแรงใจทุ่มเทสร้างขึ้นมา ไม่ใช่แค่ฟังเพียง 2-3 ชั่วโมง ก็จะทำให้คุณสามารถกลายมาเป็นนักคิดเชิงกลยุทธ์ได้ แต่มันต้องใช้เวลา และการสั่งสมประสบการณ์ เหมือนกันฝึกกายภาพบำบัด หากคุณไมมีกำลังใจในการหัดเดิน คุณจะไม่สามารถเดิน หากร่างกายคุณไม่พร้อม คุณก็ไม่สามารถเดินได้เช่นกัน ดังนั้น การที่จะทำให้คุณสามารถเดินได้ในแนวทางเชิงกลยุทธ์นั้น จึงต้องทำให้คุณ เดินไม่เป็น แล้วเริ่มหัดเดินกันใหม่หมด คุณถึงจะเข้าใจ และ รู้ซึ้งแนวคิดเชิงกลยุทธ์

คำว่า แนวคิดเชิงกลยุทธ์ นั้นมันดูหรูไปสำหรับผม แต่ผมก็ต้องใช้ ผมขอแยกคำนี้ออกมาวิเคราะห์ให้ดูว่า ผมกำลังจะพยายามเขียนอะไรให้คุณอ่าน... (ซึ่งคำแปลต่างๆนั้น มาจากความเข้าใจของผม)

แนว หมายถึง รอยทาง หรือ แนวทาง
กล น่าจะมาจาก กลไก, กลลวง, หรือ เล่นกล แต่ความหมายโดยรวมแล้ว ก็หมายถึง การเป็นสิ่งที่ลึกลับ ไม่สามารถเดาได้ หรือ ดูเหมือนไม่มีเหตุผล
ยุทธ์ ก็น่าจะมาจากคำว่า ยุทธวิธี ดังนั้น รวมๆทั้งหมดของกระทู้นี้ ผมจะบอกถึงวิธีการคิดในการหาแนวทางหรือวิธีการต่างๆเพื่อเป็นยุทธวิธีในการรบในสนามรบทางธุรกิ้จ ฟังดูหรูแต่ผมจะคุยแบบพื้นๆที่ชาวบ้านอ่านเข้าใจได้เท่านั้น...
ดังนั้น ผมจะพยายามถ่ายทอดสิ่งที่เป็นธรรมชาติของคนที่มีแนวความคิดในด้านต่างๆ เพื่อให้คุณเข้าใจ โดยจะพยายามหลีกเลี่ยงการใช้คำศัพย์หรูหรือ หรือ ภาษาต่างประเทศมากนัก และผมหวังว่า เพื่อนๆจะสามารถเข้าใจแนวทาง หรือวิธีการคิดเหล่านี้นะครับ...




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Supawan วันที่ : 14/03/2008 เวลา : 12.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

สวัสดีวันสุขค่ะ ...

ขอบคุณ .. สำหรับบทความ

มีความสุขมากๆนะคะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ท่าชนะ วันที่ : 14/03/2008 เวลา : 11.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Karida

จะพยายามค่ะ ขอบคุณที่นำความรู้มาให้อ่าน

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

ความสามัคคี คือพลัง...

เพียงรวมกลุ่มกัน ก็สามารถที่จะต่อกรกับผู้ที่มีอำนาจได้

View All