• พฤจิกา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : whiteleelawadee@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-08-30
  • จำนวนเรื่อง : 60
  • จำนวนผู้ชม : 296620
  • จำนวนผู้โหวต : 40
  • ส่ง msg :
  • โหวต 40 คน
วันอังคาร ที่ 18 มกราคม 2554
Posted by พฤจิกา , ผู้อ่าน : 2286 , 22:03:10 น.  
หมวด : สุขภาพความงาม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน

พิษของ “พารา”... ใครว่าธรรมดา...

...

...

 

 

 

 

ในสมัยโบราณมีการใช้เปลือกต้นหลิว (willow) เป็นยาลดไข้ (antipyretic)

และมีการค้นพบสารเคมีในเปลือกต้นหลิวคือ ซาลิซิน (salicins) ซึ่งสามารถเปลี่ยน

เป็นแอสไพริน (aspirin) ได้ นอกจากนี้ยังค้นพบว่าในเปลือกซิงโคนา (cinchona)

มีควินิน (quinine) ที่มีฤทธิ์เป็นยาแก้ไข้ได้ ซึ่งต่อมาถูกนำมาใช้เป็นยารักษามาลาเรีย

 

ในปี ค.ศ. 1880 เกิดภาวะขาดแคลนต้นซิงโคนา จึงได้มีคนพยายามที่จะหาทางเลือก

สำหรับยาลดไข้ จนมีการค้นพบยาลดไข้ตัวใหม่คือ ปี ค.ศ. 1886 พบ อะซิตานิไลด์

(acetanilide) และปี ค.ศ. 1887 พบ ฟีนาซิตีน (Phenacetin)

 

ขณะเดียวกันในปี ค.ศ. 1873 ฮาร์มอน นอร์ทรอป มอร์ส (Harmon Northrop Morse)

ก็สามารถสังเคราะห์ พาราเซตามอล โดยปฏิกิริยารีดักชั่น พารา-ไนโตรฟีนอล

(p-nitrophenol) กับดีบุกในกรดอะซิติก (acetic acid) แต่ก็ยังไม่มีการนำพาราเซตมอล

มาใช้เป็นยาลดไข้ 

 

 

 

 

จนกระทั่งปี ค.ศ. 1893 ได้มีการตรวจพบพาราเซตามอลในปัสสาวะของผู้ที่ใช้ยาฟีนาซิตีน

และยังค้นพบว่าอะซิตานิไลด์ จะถูกเปลี่ยนเป็นพาราเซตามอลในร่างกายก่อนจึงสามารถ

ออกฤทธิ์ลดไข้ได้ในปี ค.ศ. 1899 เนื่องจาก พาราเซตามอล (paracetamol) หรือ

อะเซตามิโนเฟน (acetaminophen) เป็นยาบรรเทาอาการปวด (analgesics) ไม่มี

ผลข้างเคียงเรื่องการระคายเคืองผนังกระเพาะอาหาร และการแข็งตัวของเลือดเหมือน

ยากลุ่มเอ็นเซด (non-steroidal anti-inflammatory; NSAIDs) เช่น ยาแอสไพริน

ยาไอบูโพรเฟน (ibuprofen) หากใช้ในขนาดการรักษาปกติ ทำให้ประชาชนทั่วไปไม่ค่อย

รู้พิษสงของยานี้เท่าไหร่

 

 

 

 

นอกจากนี้ยังสามารถหาซื้อได้ง่ายโดยไม่ต้องมีใบสั่งยาจากแพทย์ เป็นเหตุให้ปริมาณ

การใช้ยาตัวนี้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว พาราเซตามอลกลายเป็นยาประจำบ้านที่ขายดิบขายดี

เป็นอะไรก็กินแต่พาราเซตามอล ปวดศีรษะ ไข้หวัด ก็พาราเซตามอล ปวดหลัง ปวดเมื่อย

กล้ามเนื้อ ก็พาราเซตามอล ยิ่งกว่านั้นบางรายปวดท้อง เวียนศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน ก็กิน

พาราเซตามอล ซึ่งพาราเซตามอลก็คงไม่ได้ช่วยอะไร ทำได้แค่ให้สบายใจขึ้นเพราะได้

กินยาแล้ว บ้างก็มัวแต่ผลัดวันประกันพรุ่ง ไม่ยอมไปหาหมอรักษากัน พลอยทำให้โรคที่

เป็นลุกลามมากขึ้น ต้องเสียเงินรักษามากขึ้นโดยใช่เหตุ

 

ในหลายประเทศได้แก่ อังกฤษ สหรัฐอเมริกา ได้มีการสำรวจวิจัยพบว่ามีการใช้ ยา

พาราเซตามอลเกินขนาดมากขึ้นทุกปี และมีผู้ที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลจาก

การเกิดพิษของพาราเซตามอลจำนวนมาก จนน่าตกใจจนต้องออกมารณรงค์ให้ใช้ยา

พาราเซตามอล เฉพาะเมื่อมีความจำเป็น และเผยแพร่ความรู้เรื่องพิษของยาให้ประชาชน

ตระหนักมากยิ่งขึ้นผ่านสื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์ วิทยุ ใบปลิว เอกสารกำกับยา

หรืออินเตอร์เน็ต อันตรายจากการใช้ยาพาราเซตามอล ที่พบได้มากที่สุด คือ พิษต่อตับ

ทำให้ตับวาย รองมาเป็นเรื่องของการเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นหรือตีกับยาอื่นนั้นเอง ซึ่งเกิด

ขึ้นจากความตั้งใจ และไม่ตั้งใจที่เกิดจากความตั้งใจ ทุกคนคงทราบกันดี นั่นคือ การกิน

พาราเซตามอลประชดชีวิต

 

 

 

การฆ่าตัวตายซึ่งบางรายก็แค่ต้องการประท้วง เรียกร้องความสนใจ นึกว่าพิษของ

พาราเซตามอลเป็นเรื่องเล็กๆ แต่ความจริงไม่เป็นเช่นนั้น เพราะพาราเซตามอลจะทำให้

ตับเสียการทำงานหรือตับวายได้ ซึ่งหากได้รับยาต้านพิษไม่ทันเวลาก็จะทำให้เสียชีวิตได้

ที่เกิดจากความไม่ตั้งใจเนื่องจากพาราเซตามอล ที่ผลิตออกจำหน่ายในปัจจุบันนั้นมีหลาย

รูปแบบ หลายความแรง หลายยี่ห้อ ซึ่งเป็นการยากที่ประชาชนทั่วไปจะทราบ ได้แก่

รูปของยาเม็ด ยาน้ำเชื่อม และการนำพาราเซตามอลไปผสมกับยาอื่นๆ ได้แก่ ยาคลายกล้ามเนื้อ

ยาแก้หวัด ยาแก้ปวด เป็นต้น ทำให้เกิดการกินยาซ้ำซ้อน โดยไม่รู้ตัว หากเป็นระยะเวลา

ไม่นานแค่ 2 ถึง 3 วันก็ยังพอไหว หากระยะเวลานานเป็นเดือนการเกิดพิษต่อตับคงเกิด

อย่างแน่นอน ดังนั้นทางที่ดี ก่อนกินยาอะไรควรอ่านฉลากยาให้ละเอียดเสียก่อน และหาก

ไม่แน่ใจว่าเป็นยาอะไร เป็นยาสูตรผสมหรือไม่ ก็ควรปรึกษาเภสัชกร หรือแพทย์ก่อนทุกครั้ง

 

เรื่องที่น่าคิดอีกเรื่อง คือ การกินพาราเซตามอลร่วมกับเครื่องดื่มที่ผสมแอลกอฮอล์ เช่น

เหล้า ไวน์ รัม ยีน หรือ เบียร์ เพราะตัวแอลกอฮอล์เองเป็นที่ทราบกันดีว่าหากได้รับในปริมาณ

มาก หรือต่อเนื่องกันนานๆ ก็ทำให้เกิดภาวะตับแข็ง ตับวายได้ หากกินร่วมกับพาราเซตามอล

ก็จะเท่ากับเป็นการเหยียบคันเร่งให้ตับพังได้เร็วยิ่งขึ้น

 

 

 

 

คณะกรรมการอาหารและยาประเทศสหรัฐอเมริกาได้ออกกฎหมาย ให้มีการพิมพ์คำเตือนบน

ฉลากยาพาราเซตามอลว่า “ห้ามรับประทานร่วมกับเครื่องดื่มที่ผสมแอลกอฮอล์” เนื่องจาก

เกิดคดีพิพากษาเกี่ยวกับการกินยาพาราเซตามอลร่วมกับไวน์เป็นประจำของชาวเวอร์จิเนีย

รายหนึ่งจนทำให้ตับวาย จนต้องมีการปลูกถ่ายตับใหม่ บริษัทผู้ผลิตยาแพ้คดีต้องจ่ายเงินชดใช้

ถึง 8 ล้านดอลลาร์

 

เรื่องสุดท้ายที่อยากจะเตือนคุณผู้อ่านก็คือ เรื่องของยาตีกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้จริง

แต่เดิมไม่เคยมีใครคิดถึงเรื่องนี้เลยคิดว่าพาราเซตามอลเป็นยาสามัญประจำบ้าน ไม่มีพิษสงอะไร

ไม่ตีกับยาอื่น แต่ปัจจุบันไม่ใช่แล้วเนื่องจากระยะหลังนักวิจัยได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก

เพราะคนใช้ยาพาราเซตามอลมากขึ้น ยังกับพาราเซตามอลเป็นขนมอย่างนั้นแหละ

 

 

 

 

ตัวอย่างหนึ่งที่ดิฉันพบเองก็คือ พาราเซตามอลตีกับยาต้านการแข็งตัวของเลือดตัวหนึ่งใน

ผู้ที่เป็นเลือดข้น กล่าวคือพาราเซตามอลทำให้เลือดแข็งตัวช้าลงได้หากได้รับในปริมาณมาก

อย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน ซึ่งเท่ากับไปเสริมฤทธิ์ของยาต้านการแข็งตัวของเลือดจน

ทำให้ผู้นั้นเกิดเลือดออกผิดปกติขึ้น ทางที่ดีคุณควรใช้ยาพาราเซตามอลเท่าที่จำเป็นในขนาด

การรักษาปกติ คือ ยาพาราเซตามอล 10 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม

(เช่น น้ำหนัก 50 กิโลกรัม ก็กินแค่ยาเม็ดขนาด 500 มิลลิกรัม 1 เม็ด ก็เพียงพอ)

 

 

 

 

และหากไม่มีอาการแล้วก็ควรหยุดกินยาทันที หรือหากใช้ยาติดต่อกันเป็นระยะเวลาประมาณ

3-4 วันแล้วอาการไม่ดีขึ้นก็ควรไปพบแพทย์เพื่อการวินิจฉัยเพิ่มเติมจะดีกว่าเพื่อความปลอดภัย

ของตัวคุณเอง

…

…

แหล่งข้อมูล : นิตยสาร - HealthToday

http://atcloud.com/stories/66578


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 14
ting วันที่ : 19/01/2011 เวลา : 19.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Germany
จงเตือนตนด้วยตนเอง สักแต่ว่าตัวตนเกิดขึ้น ตั้งอยู่ดับไป เหมือนต้นไม้ออกดอกออกผล ล่วงหล่นไปเมล็ดเกิดใหม่ก็มาจากต้นไม้เดิม

(0)
สำคัญมากเลนนะคะต้องระวังการกินยาโชคดีที่ไม่ค่อยเป็นอะไรมาก
ความคิดเห็นที่ 13
พฤจิกา วันที่ : 19/01/2011 เวลา : 10.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bigeye2009
"... ณ ทางแยก... บนทางเดินชีวิต..."

(0)
เทคแคร์นะค่ะ
ความคิดเห็นที่ 6
see-you วันที่ : 18/01/2011 เวลา : 22.46 น.


ใช่ค่ะ ถ้ามันมากไป
คุณ
ความคิดเห็นที่ 7
ยายเช้า วันที่ : 18/01/2011 เวลา : 22.47 น.


งั้นต้องดูแลตัวเองมากเลยนะค่ะ
ความคิดเห็นที่ 8
GoJeab วันที่ : 19/01/2011 เวลา : 00.38 น.


ชื่นจายยยย... ขอบคุณค่ะ
คุณ
ความคิดเห็นที่ 9
จ่าจินต์ วันที่ : 19/01/2011 เวลา : 05.39 น.


ขอบคุณนะค่ะ
มีความสุขมากๆค่ะ
ความคิดเห็นที่ 10
นายสิบหมื่น วันที่ : 19/01/2011 เวลา : 08.16 น.
ความคิดเห็นที่ 12
พฤจิกา วันที่ : 19/01/2011 เวลา : 10.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bigeye2009
"... ณ ทางแยก... บนทางเดินชีวิต..."

(0)
ยินดีค่ะ
คุณ
ความคิดเห็นที่ 2
captain.Jack วันที่ : 18/01/2011 เวลา : 22.07 น.


สวัสดีค่ะคุณเพลง
ความคิดเห็นที่ 3
เพลงผ้า วันที่ : 18/01/2011 เวลา : 22.09 น.


คือความพอดีนะค่ะ
ขอบคุณค่ะ
คุณ
ความคิดเห็นที่ 4
bomza วันที่ : 18/01/2011 เวลา : 22.10 น.


ยินดีค่ะ
คุณ
ความคิดเห็นที่ 5
popladda วันที่ : 18/01/2011 เวลา : 22.17 น.
ความคิดเห็นที่ 11
พฤจิกา วันที่ : 19/01/2011 เวลา : 10.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bigeye2009
"... ณ ทางแยก... บนทางเดินชีวิต..."

(0)

ความคิดเห็นที่ 10
นายสิบหมื่น วันที่ : 19/01/2011 เวลา : 08.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/namsean
หากแม้นไม่ตายเสียก่อน...ฉันจะคืนสู่รากเหง้าลูกชาวนา

(0)
กระตุ้นเตือน
ขอบคุณครับ+โหวต
ความคิดเห็นที่ 9
จ่าจินต์ วันที่ : 19/01/2011 เวลา : 05.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jawee
@..จ่าจินต์...ตำรวจบ้าบุญ..เล่ม 2...คลอดแล้วครับ..พิมพ์จำนวนจำกัด..@

(0)

โหวต..
จ่าเลยกลัวพาราไปเลย..
จ่าเอารางวัลมาฝาก..ครับผม..
ความคิดเห็นที่ 8
GoJeab วันที่ : 19/01/2011 เวลา : 00.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/gojeab

(0)
ไม่รู้ว่า "โชคดี" หรือ "โชคร้าย"
บังเอิญเป็นคน 1 ในแสนคนที่ "แพ้ยา" พาราเซตามอล เลยไม่สามารถกินยานี้ได้
แต่เวลามีไข้ หรืออาการปวด ก็ต้องเสี่ยงต่อยาที่ระคายเคืองกระเพาะ... กรรม
ความคิดเห็นที่ 7
ยายเช้า วันที่ : 18/01/2011 เวลา : 22.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/titletete
หนังสือย่อโลกให้เล็กลง การอ่านขยายโลกให้ใหญ่ขึ้น 

(0)
มีคุณก็มีโทษเน้อะ
ความคิดเห็นที่ 6
see-you วันที่ : 18/01/2011 เวลา : 22.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ddstory


(0)
ขอบคุณค่ะสำหรับข้อควรระวังในการทานยา
สวัสดีค่ะ
ความคิดเห็นที่ 5
popladda วันที่ : 18/01/2011 เวลา : 22.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lamjuan

(0)
ขอบคุณครับ
ความคิดเห็นที่ 4
bomza วันที่ : 18/01/2011 เวลา : 22.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bomza

(0)
ของทุกอย่างมีสองด้านเสมอค่ะ ขึ้นกับว่าเราจะเลือกด้านไหน

ความคิดเห็นที่ 3
เพลงผ้า วันที่ : 18/01/2011 เวลา : 22.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charothon
" เพลงผ้า ปรพากย์  " ฉันจะร่ายรินจินตนาให้สาสม

(0)
สวัสดีค่ะคุณจิกา

ขอบคุณมากมายค่ะ
ความคิดเห็นที่ 2
captain.Jack วันที่ : 18/01/2011 เวลา : 22.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Mafia

(0)
สวัสดีครับ...เป็นความรู้ครับขอบคุณครับ...
ความคิดเห็นที่ 1
พฤจิกา วันที่ : 18/01/2011 เวลา : 22.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bigeye2009
"... ณ ทางแยก... บนทางเดินชีวิต..."

(0)

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน