*/
  • สายลมที่ผ่านมา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-10-06
  • จำนวนเรื่อง : 1413
  • จำนวนผู้ชม : 2658347
  • จำนวนผู้โหวต : 566
  • ส่ง msg :
  • โหวต 566 คน
<< พฤษภาคม 2009 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤษภาคม 2552
Posted by สายลมที่ผ่านมา , ผู้อ่าน : 5428 , 02:45:26 น.  
หมวด : กล้อง/ถ่ายภาพ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

หลังจากที่ได้ไปตักบาตรพระที่ถนนข้าวสารมาแล้วตั้งเช้าวันที่ 12 ในวันที่ 13 ซึ่งเป็นวันมหาสงกรานต์ ที่วัดสามพระยา ซึ่งเป็นวัดในละแวกบ้านมีการทำบุญเลี้ยงพระเป็นประจำทุกปี และในแต่ละปีจะมีประเพณีสรงน้ำพระ (สงฆ์) เป็นประจำ

วันนี้ไม่ได้ไปทำบุญเลี้ยงพระในตอนเช้า แต่ตั้งใจจะไปไหว้พระนั่ง พระนอน ซึ่งเป็นพระประจำวัด และตั้งใจที่จะไปสรงน้ำพระ จึงได้ออกจากบ้านมาหลังเที่ยง เมื่อไปถึงก็แวะไปไหว้ตากับยายที่เหลือแต่เถ้าสงบอยู่ในเจดีย์ในบริเวณโบสถนั้นเอง

อุโบสถของวัดสามพระยานั้น เป็นพระอุโบสถ วัดสามพระยาวรวิหาร ก่ออิฐถือปูน แบ่งเป็น ๗ ห้อง ห้องที่ ๑ และ ๗ เป็นระเบียงรอบ ห้องที่ ๒-๖ เป็นตัวพระอุโบสถ หลังคาซ้อน ๒ ตับ มุงกระเบื้องลอนเคลือบสีแบบจีน

หน้าบันไม่มีช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ กรอบหน้าบันฝังกระเบื้องเคลือบเป็นระยะ ๆ ลวดลายกลางหน้าบันเป็นรูปแจกันดอกไม้ พานผลไม้ ประดับด้วยจานกระเบื้อง เบญจรงค์และลายคราม ลวดลาย คอสองของหลังคาเขียนภาพจิตรกรรมแบบจีน

ตอนบนประดับลายปูนปั้นติดถ้วยกระเบื้องเคลือบ เชิงชายลาดหลังคาฝังถ้วยเบญจรงค์สลับกับถ้วยลายคราม ไขราชั้นลาดหลังคาเขียนลายช่อดอกไม้และผีเสื้อบางแห่งลายลบเลือนไปมากและบางแห่งแผ่นไม้หลุดไปก็มี (ปัจจุบันได้บูรณปฏิสังขรณ์แล้ว) ลักษณะเช่นนี้เป็นแบบที่นิยมกัน ในสมัยแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้า (รัชกาลที่ ๓)

มีการกล่าวกันว่า ในสมัยแผ่นดินของพระองค์ใครสร้างวัดจะเป็นที่โปรดปราน ถ้าพระบาทสมเด็จพระเลิศหล้านภาลัย ฯ (รัชกาลที่ ๒) ท่านจะโปรดปรานผู้เป็นกวี ส่วนพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก (รัชกาลที่ ๑ ) ท่านจะโปรดปรานนักรบ เพราะเหตุนั้นในสมัยของรัชกาลที่ ๓ ท่านจะทรงเอาใจใส่ดูแล ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา

เริ่มจากวัดราชโอรสาราม ซึ่งพระองค์เริ่มทรงอำนวยการสร้างเมื่อครั้งยังเป็นพระเจ้าลูกยาเธอ กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ เหตุที่วัดที่สร้างในสมัยพระองค์โดยมากจะเป็นแบบมีพระอุโบสถแบบไม่มีช่อฟ้า และมีความเป็นไปแบบคตืจีน เพราะพระองค์ทำการค้ากับเมืองจีน ทรงจัดการแต่งสำเภาหลวงบรรทุกสินค้าไปค้าขายยังเมืองจีน พอได้กำไรมาเจือจานใช้ในการรักษาพระนคร

สำเภาส่วนพระองค์ของเจ้านายและข้าราชการที่มีทุนรอน ก็จัดค้าขายโดยวิธีเดียวกันจนมั่งคั่ง เป็นเหตุให้สมเด็จพระบรมชนกนาถ ตรัสเชิงล้อเรียกพระองค์ว่า “เจ้าสัว” เมื่อส่งเรือสำเภาไปค้ากับเมืองจีนแล้ว ขากลับก็จะขนเอาตุ๊กตาจีนที่แกะสลักจากหิน ใส่มาเต็มลำเรือ เพื่อถ่วงเรือสำเภาให้หนักเพื่อต้านกระแสลมไม่ให้เรือสำเภาโคลงเคลง เมื่อเรือสำเภาโดนมรสุมในท้องทะเล

ศาสนสถานทุกที่ทุกแห่ง มีปรัชญาคือความหมายในตัว ซึ่งผู้สร้างจะถ่ายทอดความคิดผ่านนายช่างด้านสถาปัตยกรรมและด้านจิตรกรรม ซึ่งวัดสามพระยาก็เช่นกัน เมื่อเวลาผ่านไปผ่านคนหลายรุ่น ความหมายที่กลั่นมาจากเจตนาเดิมของผู้สร้างเริ่มเลือนหายไปกับกาลเวลา ผู้ที่เดินผ่านไปมาก็ได้แต่เห็น ส่วนผู้ที่สนใจโดยมากจะเป็นชาวต่างชาติ

ระยะนี้อารยธรรมตะวันออก เป็นที่ต้องการของโลกตะวันตก ไม่ว่าจะเป็นอาหารการกิน ศิลปวัฒนธรรม เพราะในความเป็นตะวันออกนั้นมีคุณค่าทางจิตใจ กล่าวคือทางนามธรรมเป็นอย่างมาก เพราะเมื่อก่อนคนเอเชียโดยเฉพาะคนไทยพูดภาษาอังกฤษได้น้อยมาก บางสิ่งบางอย่างอยากจะบอกเพื่อน ต้องใช้สื่อสารทางศิลปวัฒนธรรม ไม่ว่าจะเป็นอาหาร สิ่งก่อสร้าง ศิลปะการดนตรี หรือศิลปะทางภาพ ไม่ว่าภาพวาดหรือภาพลายปูนปั้น ดังตัวอย่างหน้าบันพระอุโบสถ วัดสามพระยาวรวิหาร เป็นต้น

ปรัชญาจากหน้าบันพระอุโบสถ ภาพที่บ่งบอกออกมาทางคติของจีนแบบอารยธรรมตะวันออกนั้น โดยมากจะหนักไปทางความหมายสิริมงคล คือ ฮก ลก ซิ่ว (โชค ลาภ อายุยืน) และสี ๕ สี คือ แดง เหลือง น้ำเงิน ขาว ดำ เป็นสีประจำทิศทั้งห้า คือทิศตะวันออก ทิศตะวันตก ทิศเหนือ ทิศใต้ และทิศตรงกลาง อันมีอานุภาพมหาศาล สามารถป้องกันภยันตรายและคุ้มกันภูตผีและสิ่งเลวร้ายได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้นิยมกันในสมัยราชวงศ์ฮั่นของจีน

ปลาหลี่ : หมายถึงได้กำไร ได้ประโยชน์ ดังนั้นชาวจีนจึงนิยมใช้ปลาหลี่เป็นสัญลักษณ์สิริมงคล สำหรับอวยพรให้ผู้ได้รับมีเหลือกินเหลือใช้ได้กำไร ภาพนี้สมัยก่อนนิยมนำไปประดับตกแต่งศาสนสถาน นอกจากนั้นชาวจีนยังเชื่อว่าปลาหลี่เมื่อกระโดดข้ามประตูมังกร จะกลายเป็นมังกรได้ในทันทีทันใด จึงทำให้ชาวจีนนำปลาหลี่มาใช้เป็นสัญลักษณ์

ดังนั้นในภาพหินแกะสลักบางแห่ง จะเห็นภาพปลาหลี่งอตัวกระโดดข้ามประตูมังกร ซึ่งหมายถึง “การได้ตำแหน่งยศศักดิ์อย่างไม่ทันคาดคิด”

สิงห์คาบดาบ : เป็นสัญลักษณ์ที่คนจีนใช้แก้เคล็ด เมื่อเกิดความขัดแย้งในแสงที่, การเกิดความขัดแย้งในแสงที่ เรียกว่า “แซสั่ว” เป็นอาการหนึ่งในศาสตร์เรื่องภูมิพยากรณ์ หรือฮวงจุ้ย นั่นเอง ดาบที่สิงห์หรือเสือคาบอยู่ในปากนี้ มีชื่อว่า ดาบชิกแชเกี่ยม (แปลว่า ดาบดาว ๗ ดวง) ซึ่งดาว ๗ ดวงนี้ไซร้ก็คือ ชื่อเรียกกลุ่มดาวลูกไก่ หรือ ดาวกฤติกา นั่นเอง

รูปแจกันดอกไม้ : แจกันที่ปักดอกไม้หลายชนิด หมายถึงคำอวยพร มีความหมายที่ว่า “คนจำนวนมากมาอยู่ร่วมกัน เพื่อเฉลิมฉลองในงานมงคลเหมือนเซียนมาชุมนุมกัน” สำหรับแจกันนั้นหมายถึง ความร่มเย็นเป็นสุข

ในแจกันยังมีกระบี่กับหนังสือ หมายถึง เมื่อเรียนรู้จากการศึกษาแล้วต้องใช้ความรู้ให้เป็นประโยชน์ ในทุกองค์กรหรือทุกสำนักจะต้องมีฝ่ายบุ๊นและฝ่ายบู้ สัญลักษณ์ (หนังสือและกระบี่) นี้ จะบ่งบอกถึงคุณลักษณะความมุ่งมั่นของการศึกษา เมื่อถึงเวลาใช้ต้องว่องไวและเฉียบคม ดุจดังคมกระบี่

ดอกบัว มีความหมายถึงการต่อเนื่องที่ไม่จบสิ้น เพราะดอกบัวนั้นผลิดอกและออกผลในเวลาเดียวกัน

ดอกหงอนไก่ เป็นสัญลักษณ์แห่งคำว่าข้าราชการ ภาพสิริมงคลจะเป็นตัวจิ้งหรีดเกาะอยู่บนดอกหงอนไก่ ความหมายก็คือ ขอให้มีตำแหน่งข้าราชการสูงขึ้น

ดอกเบญจมาศ เป็นสัญลักษณ์แห่งความยั่งยืน

ดอกโบตั๋น สัญลักษณ์แห่งความสง่างาม ความเด่น ความเป็นเลิศ ทั้งทางความงามและความสามารถ

กล่าวกันว่าดอกโบตั๋นเป็นเจ้าแห่งมวลดอกไม้ ดอกโบตั๋นเป็นดอกไม้ที่มีความเด่นเป็นสง่าที่สุด ทั้งมีความงามเป็นหนึ่งของมวลดอกไม้นานาชนิด นอกจากนั้นดอกโบตั๋นยังเป็นสัญลักษณ์แห่งความร่ำรวยความมั่งคั่งอีกด้วย

ดอกพุดตาน สัญลักษณ์แห่งความมั่งคั่ง ร่ำรวย มียศศักดิ์

พานผลไม้ : ซึ่งมีผลไม้หลายหลากชนิด เช่น ผลท้อ ส้มรูปมือพระพุทธ เป็นต้น อันหมายถึง การรวมแห่งความอุดมสมบูรณ์

ส้มรูปมือ หรือส้มมือพระพุทธเจ้า เป็นสัญลักษณ์แห่งโชควาสนา ดังนั้นชาวจีนจึงถือว่าส้มมือ เป็นสัญลักษณ์สิริมงคล หมายถึงโชควาสนา หรือ ฮก นั่นเอง

ผลท้อ เป็นสัญลักษณ์ของความยั่งยืน ชาวจีนนิยมนำมาใช้ในงานฉลองวันเกิดเพื่อเป็นการอวยพรให้อายุยืน นอกจากนี้ในสมัยโบราณชาวจีนมีความเชื่อว่า ต้นท้อเป็นต้นไม้วิเศษ สามารถขจัดภูตผีปีศาจได้ ดังนั้นจึงนิยมนำไม้ท้อมาทำป้ายแขวนไว้เพื่อความเป็นสิริมงคล

หินแห่งอายุยืน : หินเป็นสัญลักษณ์แห่งความยั่งยืน โดยมากแล้วหินลักษณะเช่นนี้ จะนิยมแต่งประดับในสวนจีน มีลักษณะที่ว่ามีช่องทะลุถึงฟ้า คือมีรูปทรงเป็นหินใหญ่ ทรงตั้งขึ้นสูงแล้วมีรูใหญ่ทะลุชัดเจน ใน ๑ ก้อนหินใหญ่นี้จะมี ๑ รู หรือหลายรูก็ได้

ลายประแจจีน : หมายถึง ลายแบบจีนชนิดหนึ่งเป็นรูปสี่เหลี่ยมหักมุมไขว้กัน โดยลายประแจจีนมีที่มาที่ก่อเกิดเป็นลายต่าง ๆ ถึง ๙ ลาย อันได้แก่ :-

๑.ลายเมฆ (อวยพรให้ก้าวหน้า)
๒.ลายสายฟ้า (เหตุความร่ำรวยที่โปรยลงมา)
๓.ลายสวัสดิกะ (มากมายไม่มีที่สิ้นสุด)
๔.ลายขนมเปียกปูน (ชัยชนะที่ถาวร , เพชรที่เจิดจรัส)
๕.ลายลูกคลื่น (ก้าวหน้าสืบเนื่องเรื่อยไป)
๖.ลายยู่อี่ (สมปรารถนา)
๗.ลายดอกบัว ((ความบริสุทธิ์และความดี)
๘.ลายใบกล้วย (อุดมสมบูรณ์)
๙.ลายหลังเต่า (อายุยืน)

สำหรับลายประแจจีนหน้าบันพระอุโบสถวัดสามพระยา มีลักษณะตามที่ซินแสชาวจีนมักเรียกแบบสามัญว่า ลายตะขอเกี่ยวทรัพย์

ลายเหล่านี้คนจีนโบราณ ได้นำเอาลายธรรมชาติหรืออื่น ๆ มาปรับเป็นลายเส้นเรขาคณิต เป็นลายมหามงคลเพราะเป็นที่รวมของมงคลแปดชนิด ของพระพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน และเป็นสัญลักษณ์แห่งสิริมงคลที่แสดงถึงความต่อเนื่องอย่างไม่มีที่สิ้นสุด…

หลังจากที่เราไหว้ตาและยายรวมถึงบรรดาญาติพี่น้องเราที่นอนสงบอยู่ที่นั้นแล้ว ก็ยังไม่ถึงเวลาที่จะต้องสรงน้ำเสียที เราจึงได้เดินไปบริเวณหลังวัด และไปนมัสการรวมถึงสรงน้ำอบแด่หลวงพ่อนั่ง และหลวงพ่อนอนพระคู่วัดจนเป็นที่เรียบร้อย แล้วจึงมารวมกันที่ศาลาการเปรียญ

พระสงฆ์มานั่งเป็นแถวเป็นแนวเพื่อรอสวดให้พรและรอให้ฆารวาสทำการสรงน้ำพระเป็นที่เรียบร้อยแล้ว บรรดาลูกเด็กเล็กแดงและผู้ใหญ่ในชุมชนต่างมาร่วมแถวเพื่อทำการสรงน้ำพระ บางท่านย้ายถิ่นฐานไปแล้วแต่ก็ยังกลับมาร่วมบุญกัน ก็ยังคงเห็นอยู่

บรรดาพ่อค้าแม่ขายต่างมาหยอกเอินบรรดาเณรที่มานั่งให้พวกเราสรงน้ำ อุปกรณ์ในการสรงน้ำก็แปลกแตกต่างออกไป ล้วนแต่เป็นของที่หยิบฉวยได้โดยง่าย เช่น กาน้ำ ขวดพลาสติก หรือแม้นกระทั้งแก้ว เป็นต้น เล่นเอาพระสงฆ์องคเจ้าเปียกปอนกันไปตาม ๆ กัน แต่ใบหน้าก็ยังเปื้อนด้วยรอยยิ้มทั้งผู้สรงน้ำและผู้ถูกน้ำใสไหลเย็นรดราด

หลังจากสรงน้ำเสร็จพระสงฆ์ก็ทำการสวดให้ศิลให้พรเป็นอันจบพิธีบรรดาคนเก่าคนแก่ลูกเด็กเล็กแดงก็จับกลุ่มรดน้ำผู้ใหญ่และเล่นสาดน้ำกันเอง หลายคนถามสารทุกข์สุขดิบในรอบ ๆ ปีที่ผ่านมา หลายคนหัวเราะเล่นหัว แล้วจึงเดินทางกลับบ้านเพื่อไปประกอบกิจอันเป็นเรืองส่วนตนกันต่อไป

ขอบคุณข้อมูลจาก :: http://www.watsamphraya.com/contact.html

เรื่องเสนอ.......รอเธอสนอง

พันธกิจ 25 วัน ฉันและเธอ :: บทที่ 10 สตูดิโอ โอ๊ะ โอ๋


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
เป๊ปซี่ วันที่ : 21/05/2009 เวลา : 19.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Pepsi8

...เป็นวัดที่มีปฏิมากรรมเป็นแบบจีน...

...เช่นเดียวกับ "วัดราชโอรส" ที่ผมเรียนหนังสือมาเลยครับ...

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
Cat@ วันที่ : 21/05/2009 เวลา : 19.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

คุณป้า เล่นยกเป็นกา เลย

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
เสือจุ่น วันที่ : 21/05/2009 เวลา : 17.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tigerjun
สู่ฝัน กรุงเทพฯ เมืองจักรยาน ติดตามข่าวได้ที่ Bangkok Bicycle Campaign

เรื่องนี้ให้สิบเต็มร้อย เย้ยยยยยยยยย

สิบเต็ม

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
SriNapa วันที่ : 21/05/2009 เวลา : 16.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SriNapa
สักวันความจริงมันต้องปรากฎ

ธรรมะกะได้นะนี่...

นึกว่าจะหวิวอย่างเดียว อิอิ...


ข้างบนบรรยายรูปพระ ข้างล่าง ความคิดเห็น...หวิวซะงั้น

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
spyone วันที่ : 21/05/2009 เวลา : 15.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/spyone
  โลกหมุนด้วยความรัก


ความคิดเห็นที่ 15 (0)
สายฟ้าขี้สงสัย วันที่ : 21/05/2009 เวลา : 15.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ligthning
มีบางอย่างอยู่ในสายฟ้า ที่มักจะออกมาถามคุณเพื่อคลายสงสัย

สาธุ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 21/05/2009 เวลา : 10.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/swongviggit
“เพียงสัจจะ ชนะได้” (Truth alone triumphs.)  


วัตถุประสงค์มันต่างกันอะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
SunnyMan วันที่ : 21/05/2009 เวลา : 10.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sunnyman

เป็นการสืบสานประเพณีอันดีครับ ผิดกับที่ถนนข้าวสารเลย ที่เน้นแต่นักท่องเที่ยว

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 21/05/2009 เวลา : 09.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/swongviggit
“เพียงสัจจะ ชนะได้” (Truth alone triumphs.)  


มอร์นู่ง เอ้ย !!! มอร์นิงค์ค่ะพี่แจ็ค

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 21/05/2009 เวลา : 09.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/swongviggit
“เพียงสัจจะ ชนะได้” (Truth alone triumphs.)  


5555+

เข้าวัดให้ชินคะ จะได้มีภูมิเข้าบ้านป้าอักฯ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 21/05/2009 เวลา : 09.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/swongviggit
“เพียงสัจจะ ชนะได้” (Truth alone triumphs.)  


55555+

หลงนานกว่านี้กลัวกลับไม่ถูกอ่ะ 555+

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 21/05/2009 เวลา : 09.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/swongviggit
“เพียงสัจจะ ชนะได้” (Truth alone triumphs.)  


ลองมาเที่ยวดูสิค่ะพี่ น่าสนใจออก

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 21/05/2009 เวลา : 09.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/swongviggit
“เพียงสัจจะ ชนะได้” (Truth alone triumphs.)  


ข้าวสารตรงไหนเนี่ยจ่า

ป๊าดดดดดดดดดดดดด

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 21/05/2009 เวลา : 09.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/swongviggit
“เพียงสัจจะ ชนะได้” (Truth alone triumphs.)  


อ้อ กลุ่มนี้ รู้จักดีทีเดียวค่ะ เห้อ เห้อ เห้อ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
กัปตันแจ๊ค_จอมโจรจอมใจ วันที่ : 21/05/2009 เวลา : 07.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/paedophiel
ขับเคลื่อนอารมณ์ให้ตรงร่องน้ำหากประมาทอาจทำให้สำนึกถูกเฉี่ยวชนจนสติปัญญาเกยตื้น



ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ณัฐรดา วันที่ : 21/05/2009 เวลา : 07.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

สวัสดีตอนเช้าค่ะ
เมื่อวานเข้าบ้านป้าอัก วันนี้นึกถึงวัดเลยหรือคะ
เห็นมั๊ย บอกแล้ว บ้านป้าอักมีแต่เรื่องเย็นๆ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
BlackandWhite วันที่ : 21/05/2009 เวลา : 06.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/blackandwhite


น่าจะเขียนสักเดือนหน้านะ

จะได้หลงนานกว่านี้อีกหน่อย

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
Supawan วันที่ : 21/05/2009 เวลา : 06.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

ยังไม่เคยไปวัดนี้เลยค่ะ แม้จะอยู่ในกรุงเทพแค่นี้เอง ...

สัปดาห์หน้าจะเขียนเรื่องสงกรานต์ที่หลวงพระบางค่ะ ...

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
จ่าจินต์ วันที่ : 21/05/2009 เวลา : 05.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jawee
@..จ่าจินต์...ตำรวจบ้าบุญ..เล่ม 2...คลอดแล้วครับ..พิมพ์จำนวนจำกัด..@

ฮึ่ม..
ควันหลง..ถนนข้าวสาร...

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
เคียงดิน วันที่ : 21/05/2009 เวลา : 05.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/keangdin
รั ก แ ค่ ว า ท ก ร ร ม  อำ พ  ร า ง

สายลม บ้านอยู่บางลำพูรึ

แบบนี้ต้องรู้จัก เยาวชนเกสรลำพู สินะจ๊ะ

ลองติดตามกิจกรรมของเยาวชนสิจ๊ะ

น่าสนใจ มิน้อย

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน